ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 16 : พี่น้องคนละแซ่..

 402 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

บทที่ 16 : พี่น้องคนละแซ่..

ทันทีที่กลับไปถึงห้องนอนที่หอพัก.. หลิงหยุนรู้สึกว่า ร่างกายของเขาขาดน้ำอย่างหนัก คอของเขาแห้งเป็นผง และดวงตาก็แห้งผาก เขารีบดื่มน้ำเข้าไปครึ่งเหยือก ก่อนจะเปิดหน้าต่างแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก..

“เปียกชุ่มไปหมดเลย..” หลิงหยุนพึมพำกับตัวเองขณะที่กำลังเปลือย ก่อนอื่น.. เขาคงต้องรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นตามร่างกายออกก่อน ระหว่างทางเดินไปโรงอาบน้ำ หลิงหยุนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่า เหตุใดน้องสาวของเขาจึงทนดมกลิ่นเหม็นๆนี้ได้ โดยไม่บ่นแม้แต่คำเดียว

หลังจากอาบน้ำล้างหน้าอยู่ราวสิบห้านาที.. หลิงหยุนที่ตอนนี้ทั้งสะอาดและสดชื่น ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาโยนเสื้อผ้าสกปรกลงไปในอ่าง และสวมรองเท้าแตะเดินกลับห้องไป

เมื่อกลับไปถึงหอพัก.. หลิงหยุนลองเอามือแตะกางเกงที่เขาตากไว้เมื่อวานดู  ปรากฏว่ามันยังคงเปียกอยู่ เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ..

“เจอปัญหาแล้วล่ะสิ..”

หลิงหยุนลองค้นหาในตู้เสื้อผ้าดู.. เขาจำได้ว่าตอนที่เขาค้นหาเงินนั้น เขาเคยเห็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอีกตัว.. หลังจากที่พยายามค้นหาอยู่นาน หลิงหยุนก็เจอชุดเครื่องแบบนักเรียน..

“นี่ไง..! เห็นไม๊ล่ะ.. เมื่อมีความมุ่งมั่น ก็จะพบหนทาง! อีกอย่าง.. ความจำของข้า ก็ไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง..!” หลิงหยุนอุทานออกมาอย่างภูมิใจ ขณะที่สวมชุดนักเรียนที่เขาไม่เคยใส่มานานมากแล้ว..

“นี่น่าจะเป็นชุดนักเรียน! เพราะมีตราประจำโรงเรียนด้วย.. แต่มันคับไปหน่อย..”

หลิงหยุนวุ่นวายอยู่กับการจัดเสื้อผ้าให้เรียบอยู่บนพื้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหยิบเงินจำนวนที่เหลืออยู่อีก 70 หยวนใส่ลงไปในกระเป๋า และเดินไปหาหนิงหลิงยู่.. ทันทีที่เขาเดินออกจากหอพักชาย เขาอดไม่ได้ที่เหลือบมองไปทางหอพักหญิง..

และแล้ว.. สายตาของหลิงหยุนก็ปะทะเข้ากับภาพความสวยงามของหนิงหลิงยู่.. ช่างสวยงามเหลือเกิน!

หนิงหลิงยู่แทบจำไม่ได้ว่า เธอและพี่ชายทานข้าวด้วยกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่.. แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันในสนาม เธอก็รู้ดีว่า หลิงหยุนยังคงเป็นพี่ชายที่น่ารักเหมือนเดิม เหมือนเช่นเมื่อหกปีที่แล้ว.. เธอสัมผัสได้ว่า.. แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความรัก และความอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง และในเวลาที่เขาดุเธอ สายตาของเขาก็ยังคงมีแววตาตำหนิไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน ช่วงเวลาที่ได้คุยกันสั้นๆนั้น น้ำเสียงของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่เขาดูมีอารมณ์ขันเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมนิดหน่อย

ครั้งนี้.. นอกจากเขาจะไม่หลบหน้าเธอ เขากลับเป็นคนเอ่ยปากชวนหนิงหลิงยู่มาทานอาหารด้วยกัน ภาพต่างๆเหล่านี้ ทำให้เธออดที่จะนึกถึงความหลังในช่วงเวลาหกปีที่แล้ว ที่พวกเขาทั้งคู่เคยใช้เวลาร่วมกันไม่ได้ ความรักฉันท์พี่ชาย และความรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่กับเขานั้น ทำให้เธอรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหกปีที่แล้ว..

ดังนั้น.. อาหารมือนี้ เธอจึงต้องดูดีที่สุด และดูน่ารักที่สุดสำหรับพี่ชาย เธออาบน้ำทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของร่างกาย และเลือกที่จะสวมชุดโปรดของเธอ นั่นคือเสื้อเชิ้ตสีขาว และกางเกงยีนส์ เป็นชุดที่เธอจะเลือกสวมใส่เฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น.. เมื่อเห็นว่าแต่งตัวเรียบร้อย และดูดีแล้ว เธอจึงลงมาข้างล่าง..

อากาศก็ช่างรู้เห็นเป็นใจ ให้วันนี้กลายเป็นวันที่ดียิ่งขึ้น ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดวงอาทิตย์ก็ส่องแสงเป็นประกายสดใสอยู่บนท้องฟ้า ขณะที่หลิงหยุนกำลังเดินตรงเข้าไปหนิงหลิงยู่ แสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบร่างของเธอนั้น ทำให้เธอดูราวกับเทพธิดา..!! แม้แต่นักเรียนชายเกรด 11 ที่เห็นหนิงหลิงยู่จากไกลๆ ยังถึงกับอึ้งในความงามของเธอ แม้กระทั่งลูกบาสเก็ตบอลกระดอนโดนหัว เขายังไม่รู้สึกสะทกสะท้าน..

“พี่ใหญ่คะ? พี่ใหญ่?” หนิงหลิงยู่ทั้งอายทั้งพอใจ ที่เห็นพี่ชายมองเธอด้วยความตกตะลึง..

“อ๊ะ.. เอ่อ..” หลิงหยุนรู้สึกตัว หลังจากที่ช็อคไปกับความสวยที่ไม่ธรรมดาของน้องสาว

“พี่มองอะไรคะ?” หนิงหลิงยู่แกล้งล้อพี่ชายของเธอเล่น แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ไม่มีอะไร..” หลิงหยุนตอบ.. หน้าของเขาแดงจัด กับคำถามตรงๆของน้องสาว

“ฉันดูเป็นไงบ้างคะ?”

“สวย.. สวยงามมาก!!”

“สวยเท่าเกาเฉินเฉินไม๊คะ?”

“เกาเฉินเฉินเป็นใครกัน.. แน่นอน.. น้องสาวของพี่สวยกว่าเป็นพันเท่า..”

หากเกาเฉินเฉินมาได้ยินเข้า เธอคงจะกระอักออกมาเป็นเลือดด้วยความโกรธ และความขุ่นเคืองเป็นแน่..

หนิงหลิงยู่หัวเราะด้วยความพอใจ.. แล้วกอดแขนของหลิงหยุนเดินตรงไปที่โรงอาหาร..

“อ้อ.. แล้วนี่ทำไมพี่ถึงใส่ชุดนักเรียนล่ะคะ? เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเขาใส่กันแล้ว..” หนิงหลิงยู่ถามอย่างสงสัย..

กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นอายของพลังชีวิตในตัวเธอ ทำให้หลิงหยุนไม่มีสมาธิ..

“เอ่อ.. ระ-เรื่องมันยาว..” เขาเริ่มพูดติดอ่าง

แน่นอนว่า.. หลิงหยุนไม่คิดจะเล่าเรื่องอุบัติเหตุในคืนนั้นให้กับน้องสาวของเขาฟัง เขาเพียงแค่เล่าบอกเธอไปว่า เสื้อผ้าชุดเดิมของเขานั้น หายไประหว่างที่เขาออกไปวิ่งจ็อกกิ้งเมื่อคืนนี้ และยังเล่าอีกว่า.. เขาได้ช่วยเหลือผู้ชายลื่นตกน้ำ และก็ยกเสื้อเชิ้ตที่แห้งของตัวเองให้กับชายคนนั้นไปด้วย.. เพื่อที่ชายคนนั้นจะได้อุ่น

หนิงหลิงยู่ทำตาโตพร้อมกับถามเพิ่มเติม.. “ถ้าอย่างนั้น.. ทำไมพี่ถึงไม่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้กับทุกคนฟังล่ะ? พี่ผิดเต็มๆเลยรู้ไม๊?”

“อธิบายอะไรกัน? นั่นไม่ใช่พี่.. พี่จะไม่ทำอย่างนั้น! ในโลกใบนี้.. คนเดียวที่พี่จะอธิบายให้ฟัง.. คือน้องสาวของพี่คนเดียวเท่านั้น!” หลิงหยุนตอบอย่างทะนง..

คำพูดเพียงประโยคเดียว.. ทำให้วันนี้ได้กลายเป็นวันของหลิงหยุน..

ก่อนที่สองพี่น้องจะมาถึงโรงอาหารไม่นาน.. มีนักเรียนชายคนหนึ่งกำลังจ้องมองหนิงหลิงยู่ ดูเหมือนเขาไม่อาจจะละสายตาจากเธอได้..

“พอแล้ว.. พอกันที!! เธอสวยมากจริงๆ! ฉันคิดว่าฉันตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว..” นักเรียนชายคนหนึ่งถึงกับเพ้อ..

“ในโรงเรียนนี้.. มีใครบ้างที่ไม่หลงรักหนิงหลิงยู่..? แต่นายตัดใจดีกว่า.. ถ้าไม่อยากเป็นศัตรูกับเสียเจิ้นเหยิน” เพื่อนของเขาตอบขณะที่ใช้มือรับลูกบอล

“อะไรนะ? นี่นายตาบอดหรือยังไง? ไม่เห็นเหรอว่าเธอกอดแขนไอ้อ้วนนั่นแน่นเชียว? ไอ้อ้วนนั่นไม่ใช่แฟนเธอเหรอ?” นักเรียนชายคนนั้นย้อนถาม

“ไอ้โง่.. นั่นมันพี่ชายของเธอ.. นายจำไม่ได้หรือไง? เขาเป็นคนที่แบกกระสอบทรายวิ่งรอบสนามสิบเอ็ดรอบไง!”

“แต่ก็ได้ยินมาว่า.. พวกเขาทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ เป็นเพียงแค่พี่น้องกันในนามเท่านั้น” เพื่อนของเขาตอบด้วยน้ำเสียงอิจฉา เมื่อเห็นพวกเขาสนิทสนมกันมาก..

“เห้.. นายสองคนมีใครเห็นหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่บ้างหรือเปล่า?” เสียงตะโกนถามดังขึ้นด้านหลังของพวกเขา เมื่อหันไปมอง นักเรียนชายที่ถูกลูกบอลกระแทกหัว ก็เห็นนักเรียนชายตัวสูงคนหนึ่ง ผมกึ่งสั้นกึ่งยาว กำลังยืนอยู่ข้างๆพวกเขาทั้งสองคน

เซียนพนันรุ่นเล็ก..ถังเมิ่งนั่นเอง.. เขาเพิ่งกลับมาจากธนาคารพร้อมกับเงิน 10000 หยวน เมื่อไม่พบพี่น้องทั้งสองคนที่หอพัก เขาจึงได้มาถามนักเรียนที่อยู่แถวนี้ เพื่อนของเขาคนที่รับลูกบอลไว้นั้น จำถังเมิ่งได้ จึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง.. ก่อนจะตอบติดๆขัดๆ “ลูกพี่ถัง.. พวกเขาเดินตรงไปที่โรงอาหารเมื่อกี้เอง..”

กลับไปที่โรงอาหาร..

“ถ้าอย่างนั้น.. หลังทานข้าวเสร็จ พี่ก็ส่งเสื้อผ้าสกปรกพวกนั้นมาให้ฉันก็แล้วกัน ฉันจะซักให้พี่เอง เพราะพี่ไม่เคยซักเสื้อผ้าสะอาดเลย”

แต่ลึกลงไปในใจของเธอนั้น.. หนิงหลิงยู่กำลังคิดว่า เธอจะสามารถประหยัดอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้เก็บเงินมาซื้อเสื้อผ้าให้กับพี่ชายของเธอ..

แต่เงินก้อนสุดท้ายของเธอ 500 หยวน เธอก็ใช้เดิมพันกับถังเมิ่งไปจนหมดแล้ว.. ตอนนี้เธอรู้สึกเสียดายเงินมาก.. และอดนึกตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป ตอนนี้.. เธอถึงกับต้องไปยืมเงินเพื่อนร่วมห้อง เพื่อให้อยู่รอดไปจนถึงสิ้นเดือน และเธอก็ไม่กล้าบอกหลิงหยุน เพราะกลัวว่าเขาจะไม่สบายใจ

ส่วนเรื่องจ่ายคืน 20 เท่านั้น.. หนิงหลิงยู่ไม่เชื่อคำพูดพวกนั้น ต่อให้เป็นจริง.. เธอก็ไม่เชื่อว่าถังเมิ่งจะคืนเงินให้เธอแม้แต่เซ็นเดียว และต่อให้เธอชนะได้เงินหนึ่งหมื่นดอลล่าร์จริงๆ เธอก็คงไม่กล้าที่จะรับมันไว้อยู่ดี เพราะถ้าแม่ของเธอรู้ว่า เธอได้เงินพวกนี้มาได้อย่างไร เธอคงถูกแม่ด่าว่าอย่างรุนแรงแน่!

คิดได้เพียงแค่นั้น.. หนิงหลิงยู่ก็ไม่รู้ควรทำอย่างไร เธอได้แต่แลบลิ้นออกมาหยอกล้อพี่ชายของเธอ..

“แล้วเธอพาพี่มาที่นี่ทำไมกัน? ไม่เห็นมีอะไรอร่อยเลย?” หลิงหยุนพูดราวกับไปสำรวจมาเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งที่นี่ยังเสียงดังหนวกหู และอาหารที่มีให้เลือกก็ดูน่าเบื่อ..

หนิงหลิงยู่ที่รู้สึกสนิทสนมกับพี่ชายเพียงชั่วไม่กี่วินาที ยิ้มอย่างสวยงามให้กับเขา พร้อมกับจ้องหน้าหลิงหยุน

“อย่ากังวลไปเลยค่ะ.. ฉันไม่ปล่อยให้พี่มีเงินเหลือเก็บหรอกน่า.. เราขึ้นไปกินอาหารชั้นสองกัน!” เธอตอบพร้อมกับฉีกยิ้มให้หลิงหยุน

ชั้นสองนี้.. ไม่ต่างจากร้านอาหารในโรงแรมเลย บรรยากาศนั้นเงียบสงบกว่า และเป็นที่ที่นักเรียนมีเงิน ต่างพากันมาทาน อีกทั้งยังเป็นสถานทีี่ที่นักเรียน หรือคนในชมรมต่างๆ ใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ..

สำหรับเด็กที่รวยมากๆ แน่นอนว่า.. คนพวกนั้นต้องไปจัดที่โรงแรมหรูหราใหญ่โตนอกโรงเรียน..

“อื้ม.. ที่นี่ก็ไม่เลวนัก!” หลิงหยุนพูดพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย

ความทรงจำของ ‘หลิงหยุนคนก่อน’ เกี่ยวกับชั้นสองแห่งนี้.. มันคือสถานที่ที่ ‘เขา’ ต้องมาพบกับอันธพาลสองคนในโรงเรียน เพื่อจ่าย ‘ค่าคุ้มครอง’ ให้กับพวกมัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่อัปยศอดสู และน่าหยันสำหรับหลิงหยุนคนก่อน..

กลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบัน..

ทันทีที่ทั้งคู่หาที่นั่งได้แล้ว.. หนิงหลิงยู่ก็จัดการสั่งอาหารยาวเหยียด..

“ขอหมูแดง.. ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน สตูไก่..”

เมื่อได้ยินน้องสาวสั่งรายการอาหารยาวเหยีด.. หลิงหยุนก็เริ่มกังวล.. เขามีเงินไม่พอ!!

แต่น้องสาวของเขากำลังอารมณ์ดี เขาจึงไม่อยากขัด และทำให้บรรยากาศเสีย อีกอย่างหลิงหยุนก็รู้ว่า.. อาหารที่หนิงหลิงยู่สั่งนั้น ล้วนเป็นอาหารโปรดของเขา

‘หลิงยู่คงต้องมีเงินติดตัวมาบ้าง.. ถ้าอย่างไร.. กินก่อนแล้วค่อยขอยืมจากเธอ..’

‘นี่ข้าคงต้องหาหนทางที่จะหาเงินบ้างแล้ว หาไม่.. ข้าคงอยู่ต่อไปอย่างลำบาก’

กริ๊ง!!

เสียงกริ่งสิ้นสุดคาบเรียนสุดท้ายของช่วงเช้า ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของหลิงหยุน..

ในเวลานั้นเอง.. ถังเมิ่งก็เดินขึ้นมาชั้นสองพอดี

ถังเมิ่งไม่ได้อยู่หอพัก.. เขาจึงทานข้าวเช้าและข้าวเย็นที่บ้าน ส่วนอาหารกลางวัน ถ้าไม่ทานข้างนอก เขาก็จะขึ้นมาทานที่ชั้นสองของโรงอาหารแห่งนี้ พนักงานทั้งหมดจึงรู้จักเขาดี

“พวกเรา.. ถังเมิ่งมาแล้ว! วันนี้จะทานอะไรดีคะ?” พนักงานถามอย่างสุภาพ

ถังเมิ่งไม่สนใจพนักงาน แต่กวาดสายตาไปรอบๆร้าน แล้วก็พบหนิงหลิงยู่กำลังสั่งอาหาร และหลิงหยุนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“เดี๋ยวผมค่อยสั่งครับ..” ถังเมิ่งตอบพนักงานอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะของหลิงหยุน

“นี่เจ้าอ้วน! วันนี้นายทำให้ฉันจนแต้มจนไปไม่ถูกเลย! นายทำให้ความคิดที่ฉันมีต่อนายเปลี่ยนไปมากจริงๆ! วิ่งแบกกระสอบทรายหนัก 25 กิโลเป็นระยะทาง 4.4 กิโลเมตร.. จิตใจของนายทำด้วยอะไร?”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top