ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 14 : กลับมาแข็งแกร่ง

 376 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

บทที่ 14 : กลับมาแข็งแกร่ง

เสียเจิ้นเหยินหน้าซีดเผือดระหว่างยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องเรียน เขาส่งข้อความกลับไปให้หลี่เล่ย..

-มาหาฉันหลังเลิกเรียน-

ทางด้านของเฉิงเมี่ยนที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่นั้น ก็ได้แต่จ้องร่างของหลิงหยุนที่กำลังวิ่งรอบที่เก้าอยู่อย่างซังกะตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้ ราวกับคนที่เพิ่งจะสูญเสียเงินไปเป็นล้านดอลล่าร์ ทั้งเฉิงเมี่ยนและเสียเจิ้นเหยิน ต่างก็รู้สึกราวกับถูกหลิงหยุนตบหน้า.. คนหนึ่งแทงหนึ่งรอบ..? ส่วนอีกคนแทงสี่รอบ..? ตอนนี้หลิงหยุนกลับวิ่งรอบที่เก้าจบแล้ว..!

กลับไปที่สนาม..

มีกลุ่มคนวิ่งตามหลิงหยุน คอยส่งเสียงเชียร์ และให้กำลังใจเขา หนิงหลิงยู่ที่อารมณ์อ่อนไหวก็เข้าไปวิ่งรวมกลุ่มกับเขาด้วย น้ำตากำลังเอ่อสองตาของเธอ.. ใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากมายของเธอนั้น บ่งบอกว่าเธอกำลังเป็นห่วงสุขภาพของพี่ชาย..

พี่ใหญ่.. ได้โปรดหยุดวิ่งเถิด! พี่ทำมามากเกินพอแล้ว! พี่ได้ชนะหัวใจของทุกๆคนแล้ว! ถึงเวลาที่ควรหยุดวิ่งได้แล้ว! หนิงหลิงยู่กรีดร้องอยู่ในใจ ราวกับจะให้ความคิดของเธอดังไปถึงหลิงหยุน..

แต่หลิงหยุนในเวลานี้มีสติสมบูรณ์เต็มที่ และสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้เป็นอย่างดี เขาสัมผัสได้ว่า พลังชีวิตในร่างกายของเขาได้ถูกปลดปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว และเหลือพอสำหรับวิ่งได้อีกเพียงสามรอบเท่านั้น และนั่นจึงจะเป็นสัญญาณเตือนว่าเขาควรหยุดวิ่งได้แล้ว หากเขาฝืนวิ่งมากกว่านั้น นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว กลับจะทำให้ร่างกายนี้ได้รับอันตรายเสียมากกว่า

ดังนั้น.. ในเวลานี้จึงยังจำเป็นสำหรับเขา ที่จะต้องวิ่งต่อ และวิ่งให้เร็วขึ้น เพื่อใช้พลังชีวิตที่เหลืออยู่ให้หมดไป และนั่น.. เขาจึงจะบรรลุเป้าหมาย! ในโลกแห่งการบ่มเพาะนั้น.. ภาพของการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งเช่นนี้ เป็นภาพธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป หลิงหยุนจึงไม่เข้าใจนักว่า เหตุใดการฝึกฝนของเขาจึงเป็นที่สนใจของผู้คนมากนัก เขาตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำตัวเองให้เด่นดัง แต่กลับกลายเป็นว่า เขาได้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน..

เมื่อหลิงหยุนวิ่งมาถึงรอบที่สิบ.. เขาจึงเริ่มเปลี่ยนวิธีการหายใจ ระหว่างที่วิ่ง เขาได้เปลี่ยนมาแบกกระสอบทรายไว้ที่ไหล่ขวาแทน เมื่อรู้ดีว่าการวิ่งของเขาใกล้จะสิ้นสุดแล้ว หลิงหยุนจึงตัดสินใจจะวิ่งช่วงสุดท้ายนี้ด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี!

รอบที่สิบ..

รอบที่สิบเอ็ด..

และเมื่อหลิงหยุนเริ่มวิ่งรอบที่สิบสอง.. พลังชีวิตทั้งหมดในร่างกายของเขาก็ถูกใช้ไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว.. เขาจึงค่อยๆลดความเร็วลง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ระยะทางห้าสิบเมตร สายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องอยู่ที่หลิงหยุน หลายคนต้องการเห็นภาพหลังการวิ่งของเขา.. บางคนก็กังวลว่า หลิงหยุนจะล้มลงไป ขณะที่คนอื่นๆต่างก็มั่นใจว่าเขาคงต้องตายเพราะความเหนื่อยล้า แต่.. ภาพที่ทุกคนเห็น ต่างก็ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงอีกตามเคย..!!

หลิงหยุนที่ดูผ่อนคลาย ค่อยๆลดฝีเท้าลงอย่างช้าๆ จากนั้นก็ค่อยๆ ยกกระสอบทรายออกจากไหล่ของเขาด้วยมือข้างเดียวโดยไม่มีท่าทีรีบร้อน แม้ร่างกายของเขาจะเริ่มสั่นไปทั้งตัว แต่ยังสามารถยืนตัวตรงได้ราวกับลูกศร! มันเป็นภาพที่ทุกคนต่างจ้องมอง และบันทึกไว้ในใจของตัวเอง..

“เลิศเลอจนหาที่ติไม่ได้เลย!”

“เขามีเสน่ห์จังเลย!! ท่วงท่าการวิ่งที่สง่างามของเขา.. นี่ถ้าเขาผอมกว่านี้อีกหน่อย เขาจะเป็นชายในฝันของฉันเลยล่ะ!” หนึ่งในนักเรียนหญิงรุ่นน้องร้องตะโกนออกมาอย่างหลงใหลได้ปลื้ม

“ฝันไปเถอะ! ใครๆก็รู้ว่าหลิงหยุนสนใจแต่ผู้หญิงสูงศักดิ์คนนั้นคนเดียว! พนันกันไม๊ล่ะ.. ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเธอ!” เพื่อนของเด็กสาวตอบ..

“เออนี่.. ฉันได้ยินมาว่าเกาเฉินเฉินก็ร่วมเดิมพันครั้งนี้ด้วยนะ!”

ผู้คนที่มุงดูต่างพากันจับกลุ่มพูดเรื่องไร้สาระ!

….

ทางด้านของชายหนุ่มที่ได้ฉายาว่าเซียนพนันรุ่นเล็ก ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้ เงินเก็บของเขากำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต.. “นี่ฉันทำอะไรลงไป? ดันพูดไปว่าจะจ่ายคืนยี่สิบเท่า? หนิงหลิงยู่เป็นผู้ชนะเพียงคนเดียวในเวลานี้ เธอวางเดิมพันไว้ 500 หยวน ฉันต้องคืนเธอถึง 10,000 หยวน! จบกัน!” ถังเมิ่งพึมพำเศร้าๆ..

“เห้.. เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าพี่น้องสองคนนี้วางแผนกันมา?” ถังเมิ่งครุ่นคิด เขายืนอย่างท้อแท้อยู่บนสแตนด์  มันสายไปซะแล้ว.. เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเอาหัวชนกำแพงอย่างแรง เขาเองที่เป็นคนเริ่มพนัน.. และเป็นคนกำหนดเงื่อนไขเอง แล้วก็มั่นใจอย่างมากว่าเขามีโอกาสชนะสูง แต่แล้ว.. เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ก็เกิดขึ้น..

กริ๊ง..

เสียงกริ่งดังขึ้นเป็นสัญญาณการเริ่มของคาบเรียนชั่วโมงที่สี่ บรรดานักเรียนที่อยู่ในสนาม ต่างพากันค่อยๆทยอยกลับไปที่ห้องเรียน ด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป บางคนกลัว.. บางคนก็ตกใจ และไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น แต่บางคนก็รู้สึกนับถือในตัวหลิงหยุน ต่างคนต่างก็พากันพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่ากำลังจะไปเข้าเรียนสาย..

“กับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้.. และถ้าข้าโชคดี ในคืนนี้ข้าน่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายนี้ได้.. ไม่ระดับหนึ่ง ก็ระดับสอง!” หลิงหยุนบอกตัวเอง ขณะที่กลับมาหายใจได้ปกติ และเมื่อร่างกายค่อยๆผ่อนคลายจากแรงตึงเครียด เขาจึงวางกระสอบทรายลงที่พื้น และนั่งลงข้างๆ

แม้เขาจะหมดเรี่ยวหมดแรงอย่างที่สุด แต่ใบหน้าของหลิงหยุนกลับเต็มไปด้วยความเบิกบาน..

“พี่ใหญ่..” หลิงหยุนหันไปมอง และถึงกับตกใจเมื่อเห็นหนิงหลิงยู่ นี่น่ะเหรอน้องสาวของเขา? ช่างสวยสะดุดตา..!! แม้แต่คนอย่างหลิงหยุน ที่เคยเห็นสาวงามมามากมายระหว่างที่อยู่ในโลกบ่มเพาะ.. แต่เขาจำต้องยอมรับว่า.. ความสวยของหนิงหลิงยู่นั้น ..ไม่เหมือนใครจริงๆ!

เธอมีใบหน้าที่น่าชม มีรูปร่างที่อรชรอ้อนแอ้น และมีความสง่างาม แม้แต่หลินเมิ่งหานยังเทียบกับเธอไม่ได้! แต่ก็อีกนั่นล่ะ.. เมื่อวานสายตาของหลิงหยุนก็จับจ้องอยู่แค่หน้าอกกับขายาวๆของเธอเท่านั้น เขาจึงไม่ทันได้มองหน้าเธอชัดๆ

เมื่อเห็นหลิงหยุนมองหน้าเธองงๆ หนิงหลิงยู่ได้แต่นึกเสียใจ และความทุกข์ทรมานใจที่เธอได้รับ.. นานแค่ใหนแล้วที่เธอไม่ได้เรียกเขาว่า ‘พี่ชาย’? “พี่ใหญ่คะ.. นี่มันเกิดอะไรขึ้น? แล้วนี่เลือดยังไหลอยู่หรือเปล่า?” หนิงหลิงยู่ตื่นตกใจขณะที่วิ่งตาลีตาเหลือกเข้าไปหาหลิงหยุน หญิงสาวไม่สนใจเหงื่อที่ไหลท่วมตัวของเขา แต่กลับจดจ่ออยู่กับการใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเอง เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของหลิงหยุนออก..

เมื่อเห็นสภาพที่เหน็ดเหนื่อย และกระเซอะกระเซิงของพี่ชาย หนิงหลิงยู่จึงอดที่จะตำหนิเขาไม่ได้ “ต่อให้พี่อยากจะพิสูจน์ตัวเองแค่ใหน.. แต่การทำแบบนี้มันประมาทเกินไปนะคะ!! พี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าวิ่งไปทั้งหมดกี่รอบ?” แต่ดูเหมือนว่า.. ตอนนี้หลิงหยุนไม่ต่างจากคนหูหนวก เขาไม่ได้ยินคำพูดของเธอแม้แต่น้อย ในขณะที่เธอค่อยๆขยับเข้ามาใกล้เขา สายตาของหลิงหยุน.. กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความประหลาดใจ..

นั่นมัน.. ‘กายทิพย์’?

‘ทำไมบนดาวดวงนี้ถึงได้มีร่างที่เป็นกายทิพย์อยู่ด้วย!’ หลิงหยุนร้องตะโกนอยู่ในใจ..

กายทิพย์.. เป็นร่างที่เกิดขึ้นเฉพาะ.. และแทบจะหาไม่ได้แม้แต่ในโลกแห่งการบ่มเพาะ.. หากใครสามารถฝึกฝนการบ่มเพาะด้วยตนเอง จนสามารถได้ครอบครองร่างนี้ได้ ความก้าวหน้าของเขานั้น แทบจะไม่สามารถจินตนาการออกมาได้ มันเป็นร่างที่แม้แต่อัจฉริยะด้านการฝึกฝน ยังใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง..

หลิงหยุนแทบไม่อยากเชื่อ.. เขาก้มหน้าเข้าไปใกล้ร่างกายของหนิงหลิงยู่มากขึ้น พร้อมกับสูดดมฟุตฟิตอยู่ใกล้ๆเธอ และเขาก็ได้กลิ่นอายแห่งพลังชีวิต ที่ไหลจากร่างกายของเธอ เข้าสู่ร่างกายของเขา หลิงหยุนรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที ความเหนื่อยล้าต่างๆตามร่างกาย ก็ลดระดับลงไปด้วยเช่นกัน

ทางด้านของหนิงหลิงยู่.. ที่กำลังเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดที่ติดอยู่บนใบหน้า และหน้าอกของพี่ชายนั้น เธอเพิ่งจะสังเกตุเห็นว่า หลิงหยุนทำอะไรหลังจากที่เขาเงียบไม่ตอบคำถามของเธอ..

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของหลิงหยุนอยู่ห่างจากลำคอของเธอเพียงหนึ่งนิ้ว และเขาก็กำลังทำจมูกฟุตฟิตอยู่แถวนั้น ใบหน้าของหนิงหลิงยู่จึงเริ่มแดง..

“พี่คะ!” หนิงหลิงยู่ร้องออกมาอย่างอายๆ แม้พวกเขาทั้งคู่จะเป็นพี่น้องกัน แต่การอยู่ใกล้กันในระยะปะชิดขนาดนี้ ทำให้เธอรู้สึกอายอยู่บ้าง

“ฟังนะ.. ที่ฉันเหงื่ออกเต็มไปหมด ก็เพราะวิ่งตามพี่ถึงสามรอบ แต่เดี๋ยวอาบน้ำก็หายเหม็นแล้ว”

หลิงยู่รู้สึกกระดากที่หลิงหยุนได้กลิ่นเหงื่อของเธอ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอหน้าแดงเป็นลูกตำลึง และรีบอธิบายให้พี่ชายของเธอฟังอย่างร้อนรน

เมื่อรู้ตัวว่าเขาเองได้ลืมตัวทำอะไรลงไป.. หลิงหยุนก็หน้าแดงเช่นกัน แต่ในใจของเขากลับคิดว่า.. เขาช่างโชคดีเหลือเกิน.. ‘นี่มันอะไรกัน! แม้แต่สวรรค์ยังเข้าข้างข้าหรือนี่! น้องสาวของข้าไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นครอบครองกายทิพย์อีกด้วย!’

เมื่อตั้งสติได้.. หลิงหยุนจึงลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “นี่เป็นเวลาเรียน.. เธอมาที่นี่ทำไม? ตอนนี้พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว.. รีบกลับไปเรียนเดี๋ยวนี้!” แต่หนิงหลิงยู่กลับทำไม่รู้ไม่ชี้ และยังคงเช็ดคราบเลือดที่เหลืออยู่บนใบหน้าให้กับพี่ชายของเธอต่อไป..

หนิงหลิงยู่ลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างทะเล้น.. แล้วตอบว่า “งั้นเหรอ? ฉันต่างหากที่ควรพูดประโยคพวกนั้น.. ” แต่แล้วเธอก็รีบหยุดทันที เมื่อคิดว่าคำพูดของเธออาจจะไปทำร้าย และทำลายความภาคภูมิใจของพี่ชาย “ก็พี่เองที่เป็นต้นเหตุของความปั่นป่วนทั้งหมด.. แล้วจะให้ฉันไปเรียนอย่างสงบได้ยังไง?” หนิงหลิงยู่ตอบโต้

เมื่อเห็นความอ่อนโยน และความห่วงใยที่น้องสาวคนสวยมีต่อเขา หลิงหยุนได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลมกกว่าเดิม “แน่นอน.. พี่ไม่ได้อยากเป็นคนเด่นคนดัง แต่ใครจะไปคิดว่าทุกคนต่างพากันทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่.. พี่ก็แค่วิ่งแบกกระสอบทรายไม่กี่รอบ..”

“แบบนั้นเนี่ยนะ.. เรียกว่าไม่เด่นไม่ดัง?” หนิงหลิงยู่หัวเราะจนตัวโยกไปมา ร่างกายที่แสนมีเสน่ห์ของเธอโยกไปโยกมาตามแรงหัวเราะ และนั่นได้สร้างความปลื้มปิติให้กับหลิงหยุนอย่างมาก

“พี่คะ.. พี่ในอดีตต่างหากถึงจะเรียกว่าไม่เด่นไม่ดัง.. พี่รู้ไม๊ว่าฉันแปลกใจมากว่าพี่ทำอย่างนั้นได้ยังไง!” หนิงหลิงยู่ภูมิอกภูมิใจในตัวของพี่ชายอย่างมาก มากจนกระทั่งเธอแทบจะสำลักความสุขตาย นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ชายของเธอลุกขึ้นมาทำอะไรที่น่าอัศจรรย์ใจได้สำเร็จ

หนิงหลิงยู่มองไปที่กระสอบทรายพร้อมกับถามขึ้นว่า “ฉันได้ยินมาว่ากระสอบทรายนั่นหนักถึง 25 กิโล แต่พี่กลับสามารถแบกมันวิ่งได้ไกลถึง 4.4 กิโลเมตร! ใครๆต่างก็พากันคิดว่าพี่ต้องตายแน่!” แม้เธอจะภูมิอกภูมิใจในตัวหลิงหยุนมาก แต่เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ตายเหรอ? ไม่ใช่คนอย่างพี่แน่!” หลิงหยุนรีบโต้ทันควัน

หนิงหลิงยู่มองหน้าพี่ชายนิ่งอึ้ง ขณะที่พี่ชายของเธอก็มองเธอนิ่งเช่นกัน เขาแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะมีนิสัยบางอย่าง ที่เธอเองก็บอกไม่ได้..

ผมของหลิงหยุนชุ่มไปด้วยเหงื่อ และก็ไหลย้อยลงมาตามใบหน้าของเขา สภาพของเขาในตอนนี้ดูราวกับคนเพิ่งจะอาบน้ำมา พี่ชายของเธอดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว.. มันเหมือนอะไรบางอย่างที่คล้ายๆกับคาริสม่า.. นี่ถ้าเขาผอมลงกว่านี้ล่ะก็.. ว่าแต่ลักยิ้มของเขาจะยังอยู่ไม๊นะ? หนิงหลิงยู่ใจลอยครุ่นคิดเรื่องพี่ชายของเธอ

เมื่อเวลาผ่านไป.. หลิงหยุนได้พักผ่อน และค่อยๆฟื้นตัว ด้วยการดูดซับพลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากร่างกายที่บอบบางของหนิงหลิงยู่ ทำให้ความแข็งแกร่งในร่างกายของเขาฟื้นคืนกลับมาได้ถึงเจ็ดสิบ หรือแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่จู่ๆ ท้องของเขาก็ร้องเสียงดัง ..เป็นใครก็ต้องหิว หลังจากได้วิ่งอย่างที่เขาวิ่ง

ในที่สุด.. เขาก็ตัดสินใจรับน้องสาวของหลิงหยุนที่ตายไปแล้ว มาเป็นน้องสาวของเขาเอง หลิงหยุนพูดขึ้นว่า “พี่จะเอากระสอบทรายไปเก็บก่อน แล้วก็จะไปอาบน้ำ.. เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกัน! พี่เลี้ยงเอง!”

“จริงเหรอ?” ใบหน้าของหนิงหลิงยู่สว่างไสวไปด้วยความสุข

“จริงสิ..! คนอย่างพี่ไม่โกหก..” หลิงหยุนตอบพร้อมกับยืดร่างกายที่เจ็บปวด

หนิงหลิงยู่ยิ้มอีกครั้ง.. เธอปลื้มอกปลื้มใจกับผู้ที่คอยปกป้องเธอ.. คนที่รักและเอาใจใส่เธออย่างมากที่สุด.. พี่ชายของเธอได้กลับมาแล้ว!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top