ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 8 : หนิง หลิงยู่

 417 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

ทที่ 8 : หนิง หลิงยู่

ผ่านม่านน้ำตา.. หนิงหลิงยู่มองเห็นภาพที่ประทับอยู่ในใจของเธอตลอดมา และไม่มีวันที่เธอจะลืมเลือนภาพที่ซาบซึ้งใจเหล่านั้นได้

“ทำไมไม่รู้จักระวัง? ถ้าเสื้อของน้องขาด แม่ก็ต้องมานั่งเย็บให้ทั้งคืนเลยรู้ไม๊!” เด็กชายหน้าตาหล่อเหลาอายุราว 7 หรือ 8 ขวบ เอ่ยออกมาอย่างไร้เดียงสา เด็กน้อยใช้กำลังทั้งหมดที่มีในเวลานั้น  ฉุดหลิงยู่ที่ตัวเล็กบอบางให้ลุกขึ้น หลังจากที่หกล้มลงไปที่พื้นจนกางเกงเปื้อนฝุ่นไปหมด

“เอ้านี่.. พี่ให้ท้อฟฟี่นมนะ พี่ไม่ชอบกินลูกอม” แม่ของหนูน้อยทั้งสอง ให้ลูกอมมาทั้งหมดสองเม็ด ขณะที่แม่กำลังเตรียมอาหารเที่ยงอยู่ในครัว หลิงหยุนก็เลียริมฝีปาก พร้อมกับกลืนน้ำลายที่ไหลออกมาเต็มปาก นี่เป็นครั้งที่เขาให้ลูกอมกับหลิงยู่น้อยเพื่อปลอบใจเธอ

“ถ้าพวกนายกล้ารังแกน้องสาวของฉัน ฉันจะสู้กับพวกนายเอง!” หลิงหยุน.. เด็กชายปากแข็งวัย 9 ขวบ ยืนอยู่ด้านหน้าของหลิงยู่น้อย พร้อมกับกำหมัดแน่นขณะที่ตะโกนใส่เพื่อนๆตัวเล็กของเขาที่จะเข้ามารังแกเธอ..

“ไม่ต้องกลัวนะน้องน้อยของพี่.. พี่ใหญ่จะอยู่ตรงนี้เพื่อปกป้องเธอเอง..” หลังจากชกต่อยกัน หลิงหยุนที่มีรอยช้ำเต็มตัวไปหมด ฝืนยิ้มและลูบไหล่ของหลิงยู่น้อยเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน

ทุกครั้งที่ได้เห็นลักยิ้มปรากฏอยู่บนแก้มข้างซ้ายของหลิงหยุน ความรู้สึกภูมิใจ และปลอดภัยจะปรากฏขึ้นในความรู้สึกของหนิงหลิงยู่เสมอ

ภาพที่อบอุ่นหัวใจยังคงปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ.. และในที่สุด ภาพเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีที่แล้วก็ปรากฏขึ้น! ทั้งหลิงหยุน และหนิงหลิงยู่ ต่างก็เพิ่งจะอายุได้เพียง 12 ปี..

ประโยคบอกเล่าธรรมดาของคนคนหนึ่ง ก็ได้ทำลายสายสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องให้ขาดสะบั้นอย่างโหดร้ายที่สุด..

“เธอแซ่ ‘หนิง’ แต่นายแซ่ ‘หลิง’ พวกเธอทั้งสองคนไม่ได้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา! นายเป็นเด็กที่แม่ของหลิงยู่เก็บมาจากข้างถนน! นายเป็นลูกกำพร้า!”

และนั่นเป็นครั้งแรก.. ที่หลิงหยุนไม่เข้ามายืนด้านหน้าปกป้องเธอ เป็นครั้งแรก.. ที่เขาเงียบและไม่พูดอะไรเลย และเป็นครั้งแรก.. ที่เขาไม่กำหมัดเข้าตอบโต้อย่างดุเดือด..!

ความบริสุทธิ์ ความกล้าหาญ และจิตใจที่อ่อนโยนของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยคำพูดที่แสนจะชั่วร้ายและโหดร้าย!

ตอนนั้น.. ในวัยเพียงแค่หนึ่งเดือน หนิงหลิงยู่ไม่สบายอย่างหนัก แม่ของเธอต้องแบกร่างกายที่ที่เพิ่งคลอดลูกขึ้นไปสวดมนต์อ้อนวอนที่วัดบนเขาแห่งหนึ่ง และเธอก็พบกับหลิงหยุนที่ถูกนำมาทิ้งไว้ตรงทางเข้าวัด เธอจึงตัดสินใจนำเขากลับมาเลี้ยงที่บ้าน

มีเพียงผ้าห่อตัวธรรมดาๆ พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนคำเพียงสองคำ ‘หลิงหยุน’ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีที่ติดมากับเด็กทารกอีก ดูเหมือนพ่อแม่แท้ๆของหลิงหยุนคงต้องการทิ้งให้เขาตายอยู่ตรงนั้น..

พี่น้องสองคนรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นพี่น้องกันแท้ๆตั้งแต่ยังเด็กแล้ว แต่สายสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่กลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นราวกับเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา! หนิงหลิงยู่มองหลิงหยุนเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆ และก็ปฏิบัติต่อเขาราวกับพี่ชายแท้ๆเสมอมา

แม้หลังจากที่ใครบางคนได้พูดประโยคที่แสนจะโหดร้ายนั้นออกมา เธอก็ยังคงอยู่ข้างๆหลิงหยุนเสมอมา เธอยังเคยแอบบ่นแม่ของตัวเอง ที่ไม่ยอมเปลี่ยนนามสกุลให้กับหลิงหยุน และเขาจะได้ชื่อ หนิง หลิงหยุน แทน..

ด้วยความไร้เดียงสาของเธอ.. เธอถึงกับเชื่อว่าหากเปลี่ยนนามสกุลให้กับพี่ชายของเธอแล้ว คำพูดเลวร้ายพวกนั้น ก็จะไม่สามารถทำร้ายพี่ชายของเธอได้อีก

แต่แม่ของเธอกลับตอบมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า.. “พี่ชายของลูกชื่อหลิงหยุน ทุกคนควรจะเรียกเขาว่าหลิงหยุน แม่จะไม่เปลี่ยนนามสกุลให้กับเขา เพราะนี่เป็นชื่อที่พ่อแม่ของเขาตั้งให้ และหากวันหนึ่งพ่อแม่ของเขาต้องการนำเขากลับไปเลี้ยงพวกเขาก็จะได้เรียกชื่อนี้..”

แม้ว่าหลิงยู่น้อยจะคร่ำครวญบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับกับคำอธิบายของแม่..

แต่มีสิ่งหนึ่งที่แม้แต่หลิงยู่เองก็ไม่คาดคิด.. ตั้งแต่ครั้งที่หลิงหยุนได้ยินคนผู้อื่นพูดเรื่องนี้ เขาก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยทีเดียว!!

เขากลายเป็นคนเงียบ ทำลายตัวเอง ปิดกั้นตัวเองจากสังคม และขาดความนับถือตนเอง เขาไม่ปกป้องเธอจากเรื่องร้ายๆ หรือไม่แม้แต่จะยืนอยู่หน้าเธออย่างกล้าหาญเช่นเดิม นอกจากนั้น.. เขายังไม่ปกป้องตัวเองจากนักเรียนเกเรที่คอยกลั่นแกล้งเขาอีกด้วย..

แต่หลิงยู่รู้ดีกว่า.. หลิงหยุนแอบคอยปกป้องเธออยู่เงียบๆ เพียงแค่เขาใช้วิธีที่แตกต่างไป..

เมื่อใดก็ตามที่เขาพบว่าเธอกำลังถูกรังแก หลิงหยุนจะรีบเอาตัวเข้าไปเป็นเหยื่อที่ถูกรังแกเสียเอง เหตุผลเดียวของเขาคือ ..เพื่อให้คนพวกนั้นไม่รังแกน้องสาวของเธออีก!

นอกจากตัวเธอแล้ว.. ไม่มีใครคนอื่นที่จะรู้เหตุผลที่แท้จริงที่หลิงหยุนกลายเป็นคนอ้วนแบบนี้? มันเป็นการลดความเจ็บปวดในเวลาที่เขาถูกชกต่อย..

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หนิงหลิงยู่ไม่ล่วงรู้ ว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงเลือกวิธีเช่นี้!! นั่นเพราะเขารู้ตัวดีว่า.. แม้ร่างกายของเขาจะสูงใหญ่กว่าเพื่อนๆในห้อง แต่ร่างกายของเขาก่อนอ่อนแอจนน่ากลัว!!

เขาไม่เคยบอกความจริงเรื่องนี้ให้ผู้ใดได้ล่วงรู้ และได้แต่ทนเจ็บปวดอยู่เงียบๆเพียงคนเดียว การดูถูกเหยียดหยามจากพวกนักเรียนเกเรเหล่านั้น ก็สะเทือนความรู้สึกไม่มั่นคงที่อยู่เบื้องลึกในใจของหลิงยุน จนทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากจนยากที่จะเยียวยา..

ไม่ว่าหนิงหลิงยู่จะพยายามโน้มน้าวพี่ชายของเธอสักเพียงใด ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย ในที่สุด.. เธอเองก็หมดหวังอย่างแท้จริง แต่ก็ยังเหลือความหวังเพียงริบหรี่.. ความหวัง.. ว่าวันหนึ่งพี่ชายของเธอจะสามารถลุกขึ้นยืนหยัดได้อีกครั้ง และจะมายืนปกป้องเธอตรงหน้าได้อีกครั้งเช่นกัน..

และด้วยเหตุผลนี้เอง.. เธอจึงตั้งใจที่จะเพิกเฉยต่อหลิงหยุน และแกล้งทำเป็นดูถูกเขา เพื่อที่จะปลุกสำนึกในความเป็นลูกผู้ชาย และความภาคภูมิใจในตัวของเขาขึ้นมา!!

เช้านี้.. หนิงหลิงยู่ได้ยินข่าวใหญ่เกี่ยวกับหลิงหยุนถึงสองเรื่อง เธอไม่สนใจข่าวระหว่างพี่ชายของเธอกับเกาเฉินเฉิน เพราะแม้แต่คนโง่ๆ ก็ต้องรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมีความสัมพันธ์แบบนั้น

แต่เมื่อเธอได้ยินว่า.. พี่ชายของเธออาละวาดในห้องพัก และไล่ชกผู้คน ดวงตาของเธอก็เป็นประกายทันที!!

เธอแทบไม่อยากเชื่อ! นี่ผ่านมาหกปีแล้วใช่ไม๊? แค่พี่ชายของเธอไม่ถูกคนอื่นไล่ชก ก็นับได้ว่าเป็นข่าวที่ดีที่สุดแล้ว แต่นี่เป็นไปได้อย่างไร ที่พี่ชายของเธอจะไปไล่ชกผู้อื่น?

แต่ในเวลานี้.. ภาพชายร่างใหญ่กำลังวิ่งแบกกระสอบทรายไปรอบๆ สนามโรงเรียน ทำให้เธอต้องเชื่อในที่สุด.. เขาวิ่งเพื่อชีวิตของตัวเอง เธอตื่นเต้นและดีใจมากจนถึงกับร้องไห้ออกมา..

พี่ชายของเธอคนเดิม.. คนที่จะปกป้องเธอ รักเธอ และคุ้มครองเธอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ..ในที่สุด เขาก็กลับมาแล้ว!!

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สดใส และสง่างาม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรด์เนม ยืนห่างจากหนิงหลิงยู่ไปไม่ไกลนัก สายตาชั่วร้ายของเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา เขาจ้องมองหนิงหลิงยู่ที่เอนกายพิงราวระเบียงพร้อมน้ำตาอาบสองแก้ม ด้วยแววตาที่หื่นกระหาย..

เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของหนิงหลิงหยุน ชื่อว่า.. เสียเจิ้นเหยิน หนึ่งในสี่อันธพาลที่ยิ่งใหญ่แห่งโรงเรียนมัทธยมจิงฉู และเหตุผลที่เขาแยกตัวมาจากเด็กเกเรอีกสามคนก็คือ ..เขาโดดเด่นกว่าคนอื่นมากเกินไป

คนที่ไม่รู้จักเขามาก่อน มักจะหลงไหลได้ปลื้มกับหน้าตาที่หล่อเหลา ท่าทางสง่างาม ความอ่อนโยน และรอยยิ้มที่ดูมั่นใจของเขา สิ่งเหล่านี้หลอมรวมให้เขาดูเป็นคนที่มีบุคลิคสำอางค์และร่ำรวย

เช่นเดียวกับหญิงสาววัยรุ่นที่แต่งตัวด้วยของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอสวมรองเท้าส้นสูง และยืนอยู่ข้างเสียเจิ้นเหยิน ใบหน้าที่ดูสวยงามมีเสน่ห์ของเธอนั้นเคลือบด้วยแป้งรองพื้น ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปส์ติคสีแดงสด และมือของเธอก็เกาะอยู่ที่แขนของชายหนุ่มแน่น สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่หนิงหลิงหยุนเช่นกัน

ดูเหมือนหญิงสาวคนนี้คงจะเกิดมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า.. ตัวเธอนั้นดีกว่าทุกๆคนบนโลกนี้ เธอมองหนิงหลิงยู่ด้วยสายตาที่ดูถูก และรังเกียจอย่างเปิดเผย..

และนั่นพิสูจน์ให้เห็นความรู้สึกบางอย่างในตัวเธอ นั่นคือ ..เธออิจฉาหนิงหลิงยู่

เธอเป็นดาวโรงเรียนอันดับสามของโรงเรียนมัทธยมจิงฉู ชื่อว่า.. เฉิงเมี่ยน เป็นลูกสาวสุดรักสุดหวงของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองจิงฉู – CEO เฉิง แห่ง Medical Group หากพูดถึงภูมิหลังครอบครัวแล้ว ครอบครัวของเฉิงมี่ยนจัดได้ว่ามีอิทธิพลอย่างมากในเมืองจิงฉู เว้นเพียงภูมิหลังที่ลึกลับของครอบครัวเกาเฉินเฉินที่ไม่อาจนำมาเปรียบกับใครได้..

สรุปง่ายๆก็คือ.. เฉิงเมี่ยนนั้น สวย และรวย!!

ความบังเอิญเกิดขึ้น.. เมื่อเธอต้องมาอยู่ห้องเดียวกันกับหนิงหลิงยู่ คือเกรด 12 ห้อง 1 และตั้งแต่นั้นมา ฝันร้ายของเธอก็เริ่มขึ้น!

แม้ว่าเธอจะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสามของดาวโรงเรียน.. แต่เธอก็มักจะเป็นรองเกาเฉินเฉิน และหนิงหลิงยู่ ไม่ว่าเธอจะพยายามแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูสวยงามมากแค่ใหน ในสายตาของหนุ่มๆในโรงเรียน เธอก็ยังคงเป็นได้เพียงแค่อันดับสามอยู่ดี..

เฉิงเมี่ยนเป็นนักเรียนที่ขยันมากคนหนึ่ง แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามตั้งใจเรียนหนักแค่ใหน เธอก็ไม่เคยชนะหนิงหลิงยู่ได้เลย เพราะหนิงหลิงยู่ครองอันดับหนึ่งในการเรียนมากตั้งแต่เกรด 10 แล้ว!

เรื่องความลึกลับของเครอบครัวเกาเฉินเฉินนั้น เป็นที่รู้กันดีของทุกคน แม้แต่เฉิงเมี่ยนเองยังยอมรับว่า เธอไม่ใช่คู่แข่งของเกาเฉินเฉิน แต่หนิงหลิงยู่นั้นมาจากครอบครัวที่ยากจน ที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อเสื้อผ้า แต่กลับโดดเด่นกว่าเธอได้อย่างไร?

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เฉิงเมี่ยนอิจฉาหนิงหลิงยู่อย่างบ้าคลั่งก็คือ.. เธอแอบชอบเสียเจิ้นเหยินซึ่งเป็นลูกชายของรัฐมนตรีมาตั้งแต่มัทธยมต้น แต่เขากลับจีบหนิงหลิงยู่อย่างเปิดเผย แม้ว่าเธอจะปฏิเสธเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นั่นยิ่งทำให้เขาแน่วแน่มากขึ้นทุกครั้ง เขาพยายามตามจีบหนิงหลิยู่อยู่นานจนถึงสองปีครึ่ง!

จนกระทั่งขึ้นสู่เกรด 12.. ก็มีเรื่องของการสอบเอนทรานซ์เข้ามา และเสียเจิ้นเหยินเองก็คิดว่าเขาคงหมดหวังจากหนิงหลิงยู่แล้ว เขาจึงถอดใจชั่วคราวก่อน และหันมาคบกับเฉิงเมี่ยนแทน..

ความโด่งดังของรักสามเส้านี้ เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในโรงเรียนมัทธยมจิงฉู ถึงกับมีเสียงกระซิบมาว่า.. ทั้งนักเรียนและคุณครูต่างก็เสพข่าวลือนี้อย่างสนุกสนานตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา!

เฉิงเมี่ยนมองเสียเจิ้นเหยินคนที่กำลังคบกับเธอ.. เขาจ้องมองหญิงสาวที่ชื่อหนิงหลิงยู่โดยไม่สนใจความรู้สึกของเธอแม้แต่น้อย ในใจของเธอจึงเดือดดาลไปด้วยความอิจฉาริษยา!!

เฉิงเมี่ยนไม่อาจซ่อนความขมขื่นไว้ได้อีก.. เธอจึงรีบเบนสายตาไปมองเงาที่กำลังวิ่งช้าๆอยู่บนสนาม แล้วรอยยิ้มที่ชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เธอพูดด้วยเสียงที่ดังพอที่จะให้หนิงหลิงยู่ได้ยิน “เจิ้นเหยิน.. ดูไอ้หมูหน้าโง่ที่วิ่งอยู่บนสนามนั่นสิ คงกำลังพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีโง่ๆ น่าขำจริงๆ!!”

ในโรงเรียนมัทธยมจิงฉู.. ยังมีเรื่องซุบซิบนินทาที่สร้างความสนุกสนานให้กับครูและนักเรียนอีกหนึ่งเรื่องมาตลอดสามปี.. นั่นก็คือเรื่องที่ดาวโรงเรียนหนิงหลิงยู่ มีพี่ชายที่ไม่ใช่พ่อแม่เดียวกันด้วย ซึ่งก็คือ.. หลิงหยุนผู้ไร้ประโยชน์นี่เอง

ขณะที่น้องสาวมีผลการเรียนอยู่ในระดับท้อปของโรงเรียน แต่พี่ชายกับถอดใจเรื่องการเรียนมานานแล้ว.. เขาช่างไม่ต่างจากขยะที่ไร้ประโยชน์ มีชีวิตอยู่เพียงแค่รอวันตายเท่านั้นเอง!

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ.. ทำไมคนคนหนึ่งถึงได้ทำตัวไร้ค่า ไร้ประโยชน์ และมีชีวิตไร้ค่าไปวันๆแบบนี้ เขาน่าจะตายๆไปได้แล้ว!!”

อาจเป็นเพราะเฉิงเม่ยเห็นหนิงหลิงยู่ตัวสั่นเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เธอจึงยิ้มออกมาด้วยความพอใจ และตั้งใจพูดเพื่อสุมไฟแห่งความโกรธให้กับเธอมากขึ้น..!!

เสียเจิ้นเหยินมองทะลุปรุโปร่งว่าเฉิงเมี่ยนนั้น ต้องการที่จะทำให้หนิงหลิงยู่ได้รับความอัปยศ และรู้สึกโกรธ ด้วยการดูถูกเหยียดหยามหลิงหยุน เขาเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองเธอ แต่ก็ไม่คิดที่จะทำอะไร..

หนิงหลิงยู่ที่ไม่เคยใส่ใจกับคำดูถูกของเฉิงเมี่ยนมาตลอดสองปีนั้น ไม่อาจจะอดทนได้อีกต่อไป เมื่อไดยินคำพูดประโยคที่สองจากปากของเธอ เธอปาดน้ำตาบนใบหน้าออก และมองไปที่หลิงหยุนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆหันกลับไป..

ดวงตาเป็นประกายของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย แต่สายตาเย็นชาของเธอที่จ้องมองมานั้น ทำให้เฉิงเมี่ยนเริ่มรู้สึกกลัว..

“ฉันจะบอกอะไรให้.. พี่ชายของฉันไม่ใช่คนไร้ประโยชน์”

น้ำเสียงของเธอหวานราวกับเสียงของนกไนติงเกล แต่ก็เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง และเต็มไปด้วยความมั่นใจ!!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top