ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 6 : ดาวโรงเรียนโกรธ

 393 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

บทที่ 6 : ดาวโรงเรียนโกรธ

เช้าวันต่อมา.. ข่าวคราวต่างๆเกี่ยวกับหลิงหยุนนั้น ได้แพร่สะพรัดไปทั่วทั้งโรงเรียนจิงฉู และกระจายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟไหม้ป่า..

“นายได้ยินเรื่องของเจ้าขี้ขลาดหลิงหยุนที่อยู่เกรด 12 ห้อง 6 ยัง? ฉันได้ยินมาว่า.. เมื่อคืนพอมันกลับไปที่ห้อง มันก็เข้าไปเหยียบอกของเว่ยเถียนอันเลย”

“ฉันก็ได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน มันไม่ใช่แค่นั้นนะ นายรู้จักเจี๋ยเมิ่งใช่ไม๊? เขาถูกตบหน้าอย่างแรงจนกระเด็นออกนอกห้องไปเลย แถมฟันหลุดออกมาอีกสองซี่..”

“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน! แล้วตอนที่ฉันมาถึงโรงเรียน ฉันยังเห็นเขาเดินกุมแก้มระหว่างทางที่ไปโรงพยาบาลด้วย ฉันเดาว่าเขาคงจะไปใส่ฟันใหม่ล่ะ! โอ้โห.. แก้มของเขาบวมเปล่งเลยนะ..”

“ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ.. ดูจากความไม่เอาถ่านของเจ้าหมูโง่นั่น อะไรทำให้มันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้? อย่าลืมว่า.. ที่ผ่านมาตลอดสามปีที่ถูกรังแก มันไม่เคยโต้ตอบเลยสักครั้ง..”

“ฮ่า.. ฮ่า.. นี่นายอยากไปถามเขาไม๊ล่ะ? เมื่อคืนนี้.. ไอ้โง่นั่นถึงกลับกล้าไปสารภาพรักกับดาวโรงเรียนหมายเลขหนึ่งอย่างเกาเฉินเฉินด้วยนะ ฉันจะเล่าอะไรให้นายฟัง แต่นายต้องไม่ไปบอกคนอื่นนะ.. เมื่อคืนหลิงหยุนกลับมาที่หอพักด้วยสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่าด้วย..!”

“ใครจะไปรู้.. บางทีหลิงหยุนอาจจะคิดว่า มันคงต้องโดนประชาทัณฑ์แน่ๆ หลังจากที่ข่มเหงและทำให้เกาเฉินเฉินเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว มันก็เลยแสดงท่าทางอะไรแบบนั้นออกมาตอนที่อยู่หอพัก..”

“เมื่อผิดหวัง.. คนเราก็มักจะเสียสติ..”

….

ข่าวเรื่องเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ แพร่สะพรัดไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ต่างจากสายลมที่พัดผ่านไปทั่วทุกพื้นที่ของโรงเรียน.. และด้วยจินตนาการที่ล้ำเลิศของนักเรียนมัทธยมปลาย ข่าวลือกับถูกเสริมเติมแต่งไปจนฟังดูน่าขำ เหตุการณ์เมื่อคืนนี้จึงบิดเบี้ยวผิดจากความจริงไปมากเลยทีเดียว..!

“ไอ้ขยะหลิงหยุนไปสารภาพรักกับดาวโรงเรียนเกาเฉินเฉินเมื่อคืนนี้ และก็ถูกปฏิเสธมา มันก็เลยกลายร่างเป็นปีศาจเข้าใช้กำลังกับเธอ จากนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น..  แต่พอมันกลับมาที่หอพัก มันก็จัดการกับคนที่เคยรังแกมันจนหมอบราบคาบ..!”

นี่มันไม่ต่างจากหมามองเครื่องบินชัดๆ.. เธอเป็นคนที่มันไม่มีทางเอื้อมถึง

บางทีนั่นอาจจะเป็นบทสรุปที่เหล่านักเรียนมัทธยมปลายพอใจก็ได้ ..ช่างจินตนาการ และอยากรู้อยากเห็น แต่ท้ายที่สุด.. บทสรุปนี้ก็ได้รับการยอมรับมากที่สุดในหมู่นักเรียน..

เกรด 12 ห้อง 6..

เว่ยเถียนอันถือหนังสือภาษาอังกฤษอยู่ในมือ แม้สายตาของเขาจะจับจ้องอยู่ที่หนังสือ แต่จิตใจเขากลับอยู่ที่อื่น รอยยิ้มชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา และสัญญาณความโหดเหี้ยมก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาเป็นครั้งคราว

หลิงหยุน.. ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมจู่ๆแกถึงได้แข็งแรงขึ้นมาก แม้ฉันจะไม่สามารถเอาชนะแกได้ในตอนนี้ แต่ก็ยังมีสองในสี่ของอันธพาลขาใหญ่ในโรงเรียน ที่ประกาศอย่างเปิดเผยว่าชอบเกาเฉินเฉิน คอยดูว่าแกจะตายยังไงถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูของเพวกเขา!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของเว่ยเถียนอันก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ราวกับว่าเขาได้เห็นหลิงหยุนถูกอันธพาลขาใหญ่พวกนั้นกระทืบจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้จริงๆ และกำลงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด และอ้อนวอนขอความเมตตาอยู่..

อืมม.. ดูสิว่าแกจะสู้เขาได้หรือไม่? ผลการเรียนของแกก็เป็นที่โหล่ของห้อง แกคงสอบเอนทรานซ์เข้าไม่ได้แน่ และสุดท้ายชีวิตของแกคงหนีไม่พ้นต้องเป็นกรรมกรในอนาคต..

แม้เว่ยเถียนอันจะรู้สึกตกต่ำอย่างมาก แต่เขาก็สามารถกลับมารู้สึกชื่นชมตัวเองได้อีกภายในเวลาอันรวดเร็ว..

เกาเฉินเฉินได้รับการโหวตให้เป็นดาวที่สวยที่สุดในโรงเรียนมัทธยมจิงฉู ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นภูมิหลังของครอบครัว ความดึงดูดของรูปร่างหน้าตา และผลการเรียน ทุกอย่างล้วนอยู่เหนือมาตรฐาน!!

แต่ในเวลานี้.. ใบหน้าที่สวยงามของเกาเฉินเฉินกลับดูเย็นชาราวกับปกคลุมไปด้วยหิมะ ใบหน้าของเธอหม่นหมอง.. หน้าอกที่ใหญ่โตกระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลงด้วยความเร็ว ปลายจมูกบานๆหุบๆ และอาการหายใจหอบเบาๆ ทำให้เธอดูเหมือนลูกสิงห์โตที่กำลังโกรธ เธอไม่รู้ว่าจะสามารถอดทนได้อีกนานแค่ใหน!!

เพื่อนที่นั่งข้างเธอ.. ฉางหลิง หรือมีฉายาว่า ‘ปากโทรโข่ง’ ที่ชื่นชอบการขุดคุ้ย และเม้ามอยส์เรื่องของเธอมาก..

ฉางหลิงก็มีรูปร่างหน้าตาที่ค่อนข้างดึงดูดเพศตรงข้าม ความจริง.. เธอก็จัดว่าเป็นคนที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่งถ้าอยู่ท่ามกลางคนที่มีหน้าตาพื้นๆ แต่เมื่อเธออยู่ข้างเกาเฉินเฉิน เธอก็เป็นได้เพียงแค่ของประดับ อย่างใบไม้ หรือดอกไม้เท่านั้น..

“ฉันพูดว่า.. เฉินเฉิน.. หลิงหยุนได้ทำอะไรเธอจริงๆหรือเปล่า?”

“เมื่อคืนฉันไม่ได้เจอเจ้างั่งนั่นด้วยซ้ำไป! ฉันตอบคำถามนี้ไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว และตอนนี้ฉันก็เบื่อที่จะตอบมาก เกาเฉินเฉินมองฉางหลิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกธผสมกับความเบื่อหน่าย เธอจ้องมองราวกับว่าเธอพร้อมที่จะระเบิดออกมาอย่างหมดความอดทนแล้ว!”

“แต่เมื่อคืน.. ฉันเห็นกับตาว่าหลิงหยุนตามเธอออกไปนอกโรงเรียน.. เธอสองคนก็เดินห่างกันไม่ถึงสามสิบเมตร..”

ฉางหลิงกระพริบตาราวกับพยายามจะขุดคุ้ยคาดคั้นเอาคำตอบกับเกาเฉินเฉินให้ได้..

“เธอกล้าพูดขนาดนี้เชียวเหรอ! เอาล่ะ.. ฉันยอมรับว่าเขาเดินอยู่ข้างหลังฉันเมื่อคืนนี้ หลังจากนั้นสองสามร้อยเมตร เขาก็เลี้ยวกลับไป และเดินไปเดินอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน! จากกนั้นฉันก็กลับบ้าน! ถ้าไม่เชื่อ.. เธอก็ไปถามพ่อแม่ของฉันตอนนี้ได้เลย! เธอพอใจกับคำตอบหรือยัง?” เกาเฉินเฉินใกล้จะหมดความอดทน!

สิ่งแรกที่เธอพบเมื่อมาถึงโรงเรียน.. เพื่อนร่วมห้องต่างพากันกระซิบกระซาบเรื่องของเธอ และตัดสินเธอเพียงแค่ได้ฟังเรื่องราวบางส่วนเล็กๆน้อยๆจากข่าวลือ ตอนนี้.. เธอรู้สึกโกรธอย่างมากแล้ว!!

และเมื่อเธอเข้ามาในห้องเรียน เกาเฉินเฉินก็สังเกตุเห็นว่าทุกคนในห้องต่างก็จ้องเธอตาเขม็ง เธอแทบอยากจะบ้า และอยากจะจับหลิงหยุนแขวนคอ และเฉือนเนื้อของเขาออกมเป็นชิ้นๆ..

“เป็นไปได้ไม๊ว่า.. เจ้าโง่หลิงหยุนอยากใช้วิธีนี้บอกชอบเธอ?” ฉางหลิงมีแววจะเป็นนักข่าวได้.. เธอแสร้งพูดพึมพำกับตัวเอง เพราะไม่กล้าที่จะถามเกาเฉินเฉินตรงๆ

เกาเฉินเฉินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น.. จริงด้วย.. มีความเป็นไปได้อย่างสูง

“อืมม! ฉันจะหาโอกาสบอกเขาภายในวันนี้ ฉันคงยอมรับหมูได้มากกว่าที่จะยอมรับเขา เขาต้องล้มเลิกและตัดใจ! ไอ้งั่งเอ๊ย! โง่.. ไอคิวต่ำกว่าหมูซะอีก!”

ริมฝีปากของฉางหลิงกระตุกขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เธอพูดออกมาด้วยทีท่าที่ไม่รู้สึกอะไร “นี่เธอจะยังให้เขาอยู่ร่วมห้องด้วยอีกเหรอ? สมองของเขาคงเพี้ยนไปแล้ว ตั้งแต่ล้มเลิกที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย คุณครูเกลี้ยกล่อมยังไงเขาก็ไม่ฟัง นี่ถ้าวันนี้เขากล้ามาปรากฏตัว คงจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างมาก!!”

…..

คนที่สร้างเรื่องราวทั้งหมด.. เจ้างั่งที่มีค่าน้อยกว่าหมูตัวหนึ่งในสายตาของเกาเฉินเฉิน เพิ่งจะสลึมสลือจากการตื่นนอน..

หลิงหยุนตื่นขึ้นมาเพราะความหิว..

หลิงหยุนได้แต่สะบัดหัว และยิ้มอย่างขมขื่น เมื่อได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเอง เขาเพิ่งจะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้.. เขาคงจะกินอาหารธรรมดาๆได้อย่างยากลำบาก..

แต่ในเมื่อเขาถูกเนรเทศให้มาอยู่บนโลกมนุษย์ ในขณะที่เขาฝึกฝนจนถึงขั้นเป็นอมตะแล้ว แม้สิ่งแรกที่เขาต้องทำบนโลกมนุษย์นี้คือการลดน้ำหนัก แต่เขาก็ยังคงต้องหาอะไรใส่ท้องไว้บ้าง อย่างน้อยก็เพื่อรักษาร่างกายนี้ไว้..!!

“ผมต้องไปซื้ออาหารกินก่อน.. แย่แล้ว!” หลิงหยุนตกใจอย่างมาก!

กระเป๋าเงินและบัตรโรงอาหารของเขาอยู่ในเสื้อ แต่เขาก็ได้ยกให้กับหลินเมิ่งหานไปเมื่อคืนนี้แล้ว!

“ถ้าเพียงแค่มีเครื่องมือเวทย์มนต์อะไรสักอย่าง.. ข้าคงจะสะดวกขึ้นมาก” หลิงหยุนพึมพำกับตัวเอง

“เฮ้อ.. ทุกวันนี้การเป็นคนดีช่างยากเย็นจริงๆ ครั้งแรกที่เริ่มทำความดีของข้า ก็จบลงด้วยการต้องอดอาหารแล้วรึ….”

หลิงหยุนลูบท้องที่ว่างเปล่าและกัดฟันด้วยความเสียดาย เขาสาบานกับตัวเองว่า จะไม่เป็นคนดีอีกแล้ว พร้อมกับคิดหาวิธีที่จะหาอาหารมาใส่ท้อง..

“ทำไมผมไม่ไปยืมเงินน้องคนละแม่ก่อนล่ะ?” จากข้อมูลในความทรงจำของเขา เขามีน้องสาวคนหนึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัทธยมจิงฉูเกรด 12  เธอชื่อหนิงหลิงยู่ และจากรูปร่างหน้าตาของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นหนึ่งในสามของดาวโรงเรียนด้วย..

ภาพที่อยู่ในหัวของเขา หญิงสาวผู้นี้มีดวงตาโตเป็นประกาย รูปร่างบอบบาง และผูกหางม้า หลิงหยุนยักไหล่ให้กับภาพที่เห็น..

หนิงหลิงยู่มักจะผิดหวังในตัวเขาอยู่บ่อยๆ เพราะเธอคาดหวังกับเขาไว้มาก ความจริงแล้วความประทับใจของเธอที่มีต่อเขานั้นลดลง เมื่อเธอเริ่มก้าวขึ้นสู่เกรด 12 แม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่พวกเขากลับได้เจอหน้ากันเพียงสองสามเดือนครั้ง

และแม้ว่าพวกเขาจะได้พบหน้ากัน หรือแม้หลิงหยุนจะพยายามเข้าหาเธอ แต่เขาก็ต้องพบเจอกับคำพูดที่เย็นชา และเต็มไปด้วยความผิดหวังของเธอ พร้อมกับภาพที่เธอหันหน้าวิ่งหนีไป..

หลิงหยุนเข้าใจความรู้สึกในใจของพี่น้องสองคนนี้ดี เขารู้ดีว่าหนิงหลิงยู่ไม่ได้ดูถูกพี่ชายของตนเอง ตรงข้าม เธอกลับต้องการใช้วิธีนี้โน้มน้าวและกระตุ้นพี่ชายของเธอให้กลายเป็นผู้ชายที่กล้าหาญ ไม่ใช่อ่อนแออย่างที่เป็นอยู่

เขานึกถึงสายตาของหนิงหลิงยู่ที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่ก็ยังลงเหลือประกายความหวังอยู่บ้างเล็กน้อย หลิงหยุนส่ายหน้า พร้อมกับพึมกับตัวเอง “ช่างเถอะ.. ลองหาดูแถวๆนี้ก่อน ว่าพอจะมีเงินอยู่บ้างหรือเปล่า? คงต้องมีขุมสมบัติซ่อนอยู่บ้างล่ะ!”

เขาค้นตามลิ้นชักทั้งบนและล่าง และชั้นวางของต่างๆ โชคเข้าข้างเขา.. เพราะเขาเจอเงินหนึ่งร้อยหยวนเสียบอยู่ในหนังสือที่วางอยู่หัวเตียง!

ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะซ่อนเงินเก่งไม่น้อย แต่น่าสงสาร.. ที่เขามีโอกาสได้ซ่อน แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้มัน

เอาล่ะ.. ได้เวลาหาอะไรใส่ท้องแล้ว

หลังจากที่จัดของเรียบร้อยแล้ว หลิงหยุนก็เดินทอดน่องออกมาจากหอพัก พร้อมกับเงินหนึ่งร้อยดอลล่าร์ในมือ เขาเดินตรงไปที่โรงอาหาร โดยไม่สนใจนักเรียนที่ต่างพากันกระซิบกระซาบกันเกี่ยวกับเรื่องของเขา ..ตราบใดที่คนพวกนั้นไม่รบกวนเขา!!!

เขารู้ดีว่า ข่าวเรื่องที่เขาเอาชนะเว่ยเถียนอันได้นั้น กระจายออกไปเร็วราวกับไฟไหม้ป่า แต่เขาไม่สนใจ หากผู้คนไม่พากันพูดถึงความแข็งแรงของเขา นั่นแสดงว่าเขายังไม่แข็งแกร่งพอ..!

แต่ถึงอย่างนั้น หลิงหยุนก็ตัดสินใจที่จะไม่ทำตัวเด่นดังด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว..  หากไม่ใช่เพราะเขาอวดอ้างมากเกินไปในโลกเพาะบ่มพลัง เขาคงไม่ต้องทุกข์ทรมานกับโศกนาฎกรรมแสนสาหัสจากสวรรค์!

ขณะที่เขานึกถึงโศกนาฏกรรมที่หลอกหลอนเขาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เขาถูกทำลายจนยากเกินที่จะเยียวยา กล้ามเนื้อในร่างกายของหลิงหยุนบิดอย่างรุนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ใสกระจ่าง..

ต่ำต้อย.. เอิ่ม.. ฉันต้องทำตัวต่ำต้อยเข้าไว้!

อาหารเช้าธรรมดาๆที่พอจะทำให้ท้องของหลิงหยุนอิ่มได้นั้น ราคาเพียงแค่สามสิบหยวน

นั่นคือปริมาณอาหารที่เขาเลือกกิน.. หลิงหยุนคนเดิมนั้นร่างกายอ่อนแอ แต่กลับกินจุ หลิงหยุนคนปัจจุบันนี้อ้วนมาก แต่ก็แข็งแรงมากกว่าคนธรรมดา ต่อมเจริญอาหารของเขาจึงมีมากกว่าคนอื่น..

“ข้าต้องรวยสินะ..! มิเช่นนั้น ข้าคงไม่สามารถตอบสนองต่อมเจริญอาหารของตัวเองได้ ข้ายังไม่ต้องการสูญเสียร่างนี้ไประหว่างที่ฝึกความแข็งแกร่ง!” นี่เป็นคำถามที่ผุดขึ้นในหัวของหลิงหยุน ขณะที่กำลังเดินกลับหอพักหลังจากซื้ออาหารเสร็จ

หลิงหยุนไม่ได้นึกกังวัลเรื่องการต้องหารายได้..

แม้เขาจะยังไม่สามารถใช้พลังชีวิตในร่างกายให้เป็นประโยชน์ได้มากนัก แต่เขาก็สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ ด้วยความรู้ ทักษะ และความชำนาญเรื่องเส้นลมปราณในร่างกายมนุษย์ และการฝังเข็มตามจุดต่างๆ ที่เขามี อีกทั้งเขาเองก็มีเข็มเงินติดตัวมาด้วยสองสามเล่ม..

และเมื่อเขาฝึกฝนจนถึงขั้นเพาะบ่มพลังชี่แล้ว เขาก็จะสามารถปรุงยา หรือแม้แต่ทำเครื่องรางของขลังได้ เขามั่นใจอย่างมากว่า ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะหาเงินบนโลกใบนี้..

หลังจากที่เขาทานอาหารเสร็จแล้ว เขาก็ลงไปข้างล่างอีกครั้ง และวิ่งตรงไปยังสนามโรงเรียน..

วิชาพละศึกษาถูกยกเลิกมานานแล้วตั้งแต่นักเรียนเกรด12 ต้องยุ่งอยู่กับการสอบเอนทรานซ์ที่กำลังจะมาถึงในอีกสองเดือนข้างหน้านี้ แต่ก็ยังคงมีนักเรียนเกรด 10 และเกรด 11 ที่ยังต้องเรียนวิชาพละศึกษาที่สนามโรงเรียน

แน่นอนว่า.. โรงเรียนมัทธยมทุกโรงเรียน ล้วนต้องมีนักกีฬาประจำโรงเรียน และก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะต้องฝึกอย่างหนักภายใต้การแนะของโค้ช และภายใต้อากาศที่ร้อนและแสนอบอ้าว..

จุดหมายปลายทางของหลิงหยุนคือที่นี่..

“โย่.. ศูนย์กลางความสนใจของห้องเรามาแล้ว.. เห้ย.. ไอ้อ้วน ฉันได้ยินมาว่ามีคนหลายคนรอจะจัดการกับนายหลังจากที่นายสร้างเรื่องวุ่นวายขึ้น นายควรไปหาที่ซ่อนจะดีกว่านะ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top