ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 4 : ตบหน้า เหยียบอก

 369 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

บทที่ 4 : ตบหน้า เหยียบอก..

ไม่เพียงแค่ทุกคนในห้องที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงที่ดังสนั่น แต่นักเรียนที่มีนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นอีกสองสามคมก็ตื่นขึ้นมาด้วย ถึงกับออกจากห้องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น..

“เห้ย.. พวกเรา! เกิดเรื่องที่ห้อง 305 อีกแล้ว! ไปดูกันว่าครั้งนี้เจ้าอ้วนหลิงหยุนจะโดนแกล้งอะไรอีก!” เด็กผู้ชายที่มีนิสัยชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นโผล่หัวออกมาดู แล้วจึงวิ่งกลับเข้าไปบอกเพื่อนๆในห้อง

“เจ้างั้งนั่นก็โดนแกล้งทุกวันอยู่แล้ว.. น่าสนใจตรงใหน?” เพื่อนร่วมห้องของเขาที่ได้ฟังเรื่องหลิงหยุนถูกรังแกอยู่ทุกวัน เลิกสนใจ และกลับเข้าไปนอนอย่างเดิม..

ที่ห้อง305..

หลังจากตกใจอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง เว่ยเถียนอันก็รู้สึกตัว.. นี่ถ้าเขาไม่เห็นกับตาตัวเอง เขาคงจะไม่เชื่อว่าคนอย่างหลิงหยุนจะกล้าถีบประตูห้อง!!

ทุกคนในโรงเรียนต่างก็รู้ดีว่าหลิงหยุนนั้นเป็นคนขี้ขลาดตาขาว และมักจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ หนุ่มน้อยผิวเนียนละเอียด สูงเมตรแปดสิบ หนักกว่าร้อยกิโล ยืนตระหง่านอยู่หน้าห้อง สภาพแบบนี้แม้แต่นักเรียนเกรด 10 ยังไม่กล้าพูดดูถูกต่อหน้า..

“ไอ้หมูอ้วน.. เก่งมากนี่! เกิดอะไรขึ้นกับแกระหว่างที่หายไปสองสามชั่วโมงนี้วะ? แกถึงได้กล้ามาถีบประตูแบบนี้” แม้เว่ยเถียนอันจะไม่รู้ว่าหลิงยุนไปถูกอะไรกระตุ้นเข้า แต่เขาก็ไม่อยากจะใส่ใจหลิงหยุนอีก

ในเวลานั้น.. กูดเหยินหลงเองก็ยังไม่หายจากอาการช็อค เขาคิดไม่ต่างจากเว่ยเถียนอัน “เห้ย.. ไอ้อ้วน! เมื่อคืนแกไปสารภาพกับเกาเฉินเฉิน แล้วถูกใครเขาต่อยมาหรือยังไง? ฮ่า.. ฮ่า.. แล้วแว่นตากับเสื้อหนาวของแกหายไปใหนวะ? อย่าบอกนะว่า.. แกพยายามลวนลามเธอ แล้วก็มีคนมาจัดการแกจนน่วม แกเลยต้องหนีมาและทำของตกไว้เป็นหลักฐานน่ะ?”

เมื่อเว่ยเถียนอันได้ยินเช่นนั้น.. ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ภายในของเขากำลังเดือดพล่าน! เมื่อเพิ่งสังเกตุเห็นว่า ท่อนบนของหลิงหยุนเปลือยเปล่า.. ไอ้หมอนี่รังแกนางฟ้าของฉันจริงๆเหรอนี่?

“นอกจากแกจะทำให้พวกเราต้องตื่นขึ้นมากลางดึก นี่แกยังกล้าถีบประตูอีกเหรอ! ฉันคิดว่าแกคงจะคันตามเนื้อตามตัวมากสินะใช่ไม๊? แกอยากให้พวกฉันช่วยเกาให้ไม๊ล่ะ?”

ผู้ชายที่กำลังพูดชื่อเจี๋ยหมิง หมอนี่สูง 1.70 เมตร และผอมเหมือนไม้เสียบผี

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ไม่น่าดูแล้ว งานอดิเรกของเขาก็คือ.. การรังแกหลิงหยุน ทั้งเจี๋ยหมิงและหลิงหยุนนั้นนอนอยู่เตียงชั้นล่างด้วยกัน และเขาก็มักจะแกล้งนอนเอาเท้าไปไว้ที่หน้าของหลิงหยุนเสมอ..

แต่เมื่อหลิงหยุนพยายามที่จะนอนหันหัวไปในทิศทางเดียวกันกับเจี๋ยหมิง เพียงแค่เขาคิดจะทำเช่นนั้น เจี๋ยหมิงก็มักจะชกเขาแรงๆ หลายครั้งเข้า หลิงหยุนไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ยอมรับสภาพไป..

“เห้ย.. กางเกงของมันยังมีน้ำหยดอยู่เลย! เป็นไปได้ไม๊วะ.. ที่เฉินเฉินปฏิเสธคำสารภาพของมัน มันก็เลยตัดสินใจไปกระโดดน้ำตายในแม่น้ำ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ.. รับรองพรุ่งนี้สนุกแน่! คนขี้แพ้ประจำโรงเรียนจิงฉู ถูกสาวน้อยที่สวยที่สุด และฉลาดที่สุดปฏิเสธ ก็เลยพยายามไปกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย นี่คงต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ!”

ซาเกาจิ้งที่นอนอยู่บนชั้นเหนือไฉฮั่นหลิน ค่อยๆหยิบแว่นขึ้นมาสวม และมองไปรอบๆ แล้วจึงพูดออกมา ราวกับว่าเหตุการณ์ที่เป็นอยู่นี้ยังวุ่นวายไม่พอ..

จากนั้น.. นักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ห้องใกล้ๆ ต่างพากันมาที่ห้อง 305 เพื่อดูความวุ่นวาย พวกเขาต่างพากันหัวเราะอย่างขบขัน เมื่อได้ยินคำพูดของซาเกาจิ้ง..

เมื่อได้ยินซาเกาจิ้งพูดเช่นนั้น.. เว่ยเถียนอันจึงค่อยรู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย เขาเองก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่า ตรงที่หลิงหยุนยืนอยู่นั้น มีน้ำหยดลงมาจากกางเกงของเขาจริงๆ เมื่อคิดใคร่ครวญจากบุคลิคของหลิงหยุน จึงเป็นไปได้ว่าสิ่งที่ซาเกาจิ้งพูดนั้นมีความเป็นไปได้สูง..

แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่หลิงหยุนกล้าหาญชาญชัย ไปสารภาพความรู้สึกกับเกาเฉินเฉินซึ่งเป็นดาวโรงเรียนที่เขาชื่นชอบแล้ว เขาก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที ไอ้หลิงหยุนมันกล้าดียังไง ถึงกล้าทำแบบนั้นกับนางฟ้าของเขา.. แม้แต่เขาเองยังไม่กล้าทำแบบนั้นเลย!!

เขาคงต้องสั่งสอนหลิงหยุนอีกครั้ง.. และครั้งนี้จะต้องรุนแรงหน่อย มันจะได้หลาบจำ..

เว่ยเถียนอันมองหน้าซาเกาจิง และกู่หยุนหลงที่นั่งอยู่เตียงชั้นบน เขาก็รู้ว่าทั้งคู่นั้นมีความคิดเช่นเดียวกับเขา สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นชั่วร้าย และหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว..

มีเพียงไฉฮั่นหลินที่กระโดดลงมาจากเตียงหลังจากที่ได้ยินพวกนั้นคุยกัน เขาเดินตรงไปหาหลินหยุนด้วยความเป็นห่วงจนลืมสวมรองเท้า.. “หลิงหยุน นี่นายหายหัวไปใหนมา? แล้วแว่นตากับเสื้อของนายล่ะ? ทำไมกางเกงเปียกอย่างนี้? แล้วนี่นายเป็นไงบ้าง?”

ไฉฮั่นหลินมาจากชนบท และครอบครัวของเขาก็มีฐานะทางการเงินไม่ดีนัก แต่เขาเป็นเด็กนักเรียนที่ขยัน และสามารถสอบเข้าโรงเรียนจิงฉูได้ด้วยความสามารถของตัวเอง ผลการเรียนของเขานั้นอยู่ในระดับหนี่งในสิบของห้องมาตลอด แต่เขาเป็นคนตัวเตี้ย แถมยังผอมแห้งแรงน้อยอีก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่มักจะถูกเพื่อนร่วมห้องรังแกเช่นกัน เขาจึงรู้สึกเห็นใจหลิงหยุน ที่มักตกเป็นเป้าของการถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ..

สำหรับหลิงหยุนที่เพิ่งมาถึงโลกใบนี้.. ในที่สุดเขาก็ได้รู้จักกับคำว่าการดูแลเอาใจใส่ และความห่วงใย เขาพยักหน้าให้กับไฉฮั่นหลินพร้อมกับยิ้มให้ “ผมไม่เป็นไร..”

จากนั้นหลิงหยุนก็เงยหน้าขึ้นมองเว่ยเถียนอันอย่างรวดเร็ว และใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด น้ำเสียงที่พูดออกมาก็เย็นชา “บอกมา.. ใครเป็นคนล็อคประตู? นายใช่ไม๊?”

“เห้ย.. นี่แกไปเอาความกล้ามาจากใหนกัน? เดี๋ยวนี้ไอ้หมูอ้วนกล้าที่จะพูดกับพวกเราแบบนี้แล้วเหรอวะ! ไอ้หมูอ้วน.. แกฟังนะ.. ฉันจะบอกแกอีกครั้งและก็ทุกคนในที่นี้.. ฉันนี่แหละที่เป็นคนล็อคประตู.. แล้วแกจะทำไม?” เว่ยเถียนอันพูดพร้อมกับปีนลงมาจากเตียงชั้นบน เขาโกรธกับท่าทีของหลิงหยุนอย่างมาก..

และก่อนที่เท้าของเขาจะทันได้แตะพื้น เขาก็รู้สึกว่ามีมืออ้วนๆ เข้ามาคว้าลำคอของเขาไว้ จากนั้นร่างของเขาก็ถูกยกขึ้น และก่อนที่เขาจะรู้ตัว หลิงหยุนก็โยนเขาลงไปกระแทกกับพื้น!

“โอ๊ย!” เว่ยเถียนอันไม่คิดว่าหลิงหยุนจะกล้าทำร้ายร่างกายเขา เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดขณะที่นอนหลังกระแทกพื้น อีกทั้งเขายังสวมเพียงแค่กางขาสั้น และพื้นก็เย็นเหมือนน้ำแข็ง

ก่อนที่เว่ยเถียนอันจะทันได้ตั้งตัว หลิงหยุนก็เหยียบหน้าอกของเขาด้วยเท้าที่ยังสวมรองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนอยู่ เว่ยเถียนอันถึงกับดิ้นพราดๆ นักเรียนที่ยืนมองอยู่ต่างพากันร้องออกมาด้วยความตกใจ หลิงหยุนยิ้ม.. “ฉันจะทำไมน่ะเหรอ? ก็เหยียบอกแกน่ะสิ..”

หลิงหยุนสนุกและตื่นเต้นกับการได้ทรมานเพื่อน.. แม้ร่างกายของเขาจะยังคงอ้วน แต่เขาก็ได้กำเนิดใหม่อย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่ได้ทำการชำระล้างพลังชีวิตอมตะที่เหลือติดตัว..

อีกทั้งอาการสายตาสั้นของเขาก็หายสนิทด้วยเช่นกัน ความเจ็บป่วยที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขาก็ได้มลายหายไป พร้อมกับเส้นลมปราณหยางเฉียวของเขา ก็ฟื้นกลับคืนมาในสภาพเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ และเขาเองก็ได้ดูดซับพลังชีวิตจากสมุนไพรชีฉียู่มาแล้ว ร่างกายของเขาในตอนนี้ จึงแข็งแรงราวกับพ่อวัวเลยทีเดียว!

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงความรู้ที่เขามี.. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นลมปราณในร่างกายมนุษย์ และจุดฝังเข็มต่างๆ เพราะเพียงแค่ความแข็งแรงของเขาเพียงอย่างเดียว ทุกคนในหอพักนี้ ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว..

ไฉ่หันหลินตัวสั่น เมื่อได้เห็นหลิงหยุนกลายร่างจากลูกแกะเชื่องๆ มาเป็นปีศาจร้าย เขามองเว่ยเถียนอันที่กำลังดิ้นพราดๆอยู่ใต้ฝ่าเท้าของหลิงหยุน เขาไม่รู้จะทำเช่นไร ได้แต่สงสาร และก็พูดพึมพำ “หลิงหยุน..”

หลิงหยุนมีความรู้สึกที่ดีและประทับใจกับไฉฮั่นหลิน เขาโบกมือพร้อมกับบอกไฉฮั่นหลินว่า “ถอยออกไป! ฉันจะให้มันชำระหนี้ทั้งหมดในวันนี้!”

หลิงหยุนได้พบหญ้าฉีชียู่เข้าโดยบังเอิญ เขาจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาตั้งใจว่าจะกลับมานอนที่หอพักอย่างมีความสุข แต่เรื่องนั้นตอนนี้พักไว้ก่อน.. เขากลับไม่คิดว่าจะได้รับการทักทายด้วยการล็อคประตูไม่ให้เขาเข้าห้อง!!

พวกเขาคงคิดว่าหลิงหยุนยังเป็นคนขี้ขลาดที่หาประโยชน์อะไรไม่ได้? เวลานี้เหมาะที่สุดที่จะให้พวกมันชำระหนี้ที่ค้างไว้.. ทั้งหนี้เก่า และหนี้ใหม่!

เว่ยเถียนอันที่ถูกหลินหยุนโยนลงกระแทกกับพื้นอย่างคาดไม่ถึง แล้วยังยืนเหยียบยอดอกเขาต่อหน้าคนอื่นๆอีก เขารู้สึกอับอายและยังคงดิ้นรนใช้มือดันเท้าของหลิงหยุนเพื่อที่จะลุกขึ้นยืน

แต่เท้าของหลิงหยุนนั้น.. ไม่ต่างจากตะปูที่ยึดเขาไว้แน่นกับพื้น ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนสักแค่ใหน เขาก็ไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิ้วเดียว

ทั้งนักเรียนที่อยู่ในห้อง 305 และคนอื่นๆที่กำลังยืนดูอยู่ที่หน้าประตู ต่างก็ตากระตุก และหัวใจเริ่มเต้นแรง เมื่อเห็นเหตุการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยตาตัวเอง!

การชกต่อยในโรงเรียนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่น้อยนักที่จะมีใครสักคน เหยียบยอดอกคนคนหนึ่งตรึงไว้กับพื้นด้วยเท้าเพียงข้างเดียวนั้น แทบจะหาไม่ได้เลย!

หลิงหยุนกลายเป็นคนที่ไม่กลัวไปได้ยังไงกัน? ดูเหมือนนี่เป็นคำถามในใจของทุกคน..

“ไอ้งั่ง! แกบ้าไปแล้วรึไงไอ้อ้วน! กู่เหยินหลง! เจียเมิ่ง! มาช่วยกันจัดการกับมันเร็ว! พวกนายรออะไรกัน?” เว่ยเถียนอันตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ

แต่กู่เหยินหลงนั้นเป็นคนที่กร่างและกล้ารังแกเฉพาะกับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น เขาเห็นชัดเจนว่าหลิงหยุนนั้นใช้มือเพียงข้างเดียวยกเว่ยเถียนอัน ที่หนักไม่น้อยกว่า 60 กิโลกรัมขึ้น และโยนเขาลงไปกับพื้น กู่เหยินหลงจึงไม่กล้าแสดงความกร่างออกมาอีก..

ส่วนทางด้านของเจี๋ยเมิ่งนั้น เขาคิดว่าตัวเองน่าจะมีโอกาส เพราะยืนอยู่ด้านหลังของหลิงหยุน สายตาของเขามีประกายแห่งความรุนแรงปรากฏอยู่ เขาค่อยๆ คลานลงมาจากเตียง และมายืนอยู่ด้านหลังของหลิงหยุน จากนั้นก็ชกเข้าที่แผ่นหลังของหลิงหยุนอย่างแรง

หมัดนั้นรุนแรงและหนักหน่วง แต่หลิงหยุนเพียงแค่หันหน้าไปหัวเราะให้ ราวกับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน..

“มีสิ่งหนึ่งที่ฉันรักมากที่สุด นั่นก็คือการเอาชนะคนที่เขาไม่คาดคิด แต่สำหรับนาย.. คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำร้ายใครได้ด้วยแรงที่มีเพียงน้อยนิดนี้.. ใช่ไม๊? ถ้างั้น.. ฉันจะสอนนายให้รู้จักกับการต่อสู้!”

เพียะ!!

มือของหลิงหยุนฟาดลงบนใบหน้าของเจี๋ยเมิ่งทันทีที่เขาพูดจบ.. และจากการที่เขาตบหน้าเจี๋ยเมิ่งอย่างแรง จึงได้ยินเสียงชัดเจนในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดนี้! เสียงตบหน้าดังสนั่นไปทั่วบริเวณ!!

แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่สามารถนึกชื่อของมันออก แต่ในความทรงจำของเขา เด็กผู้ชายคนนี้คือคนที่เลวที่สุด และรังแก ‘เขา’ บ่อยที่สุด ดังนั้น หลิงหยุนจึงลงโทษเขาหนักว่าเดิม!

ฟันสองซี่และเลือดพุ่งออกมาจากปากของเจี๋ยเมิ่ง และที่ใบหน้าของเขาก็มีรอยฝ่ามือประทับอยู่ แก้มของเขาบวมเปล่งอย่างน่าตกใจ

“โอ๊ย!!” เจี๋ยเมิ่งถูกตบเข้าอย่างแรง จนร่างทั้งร่างของเขาหมุน ก่อนที่จะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาเอามือกุมหน้า พร้อมกับถอยหลังออกไปสองสามก้าว และไปหยุดอยู่หน้าฝูงชนที่ออกันอยู่หน้าประตู ในที่สุด.. ก็มีสิ่งหนึ่งหลุดออกมาจากสายตาของเจี๋ยเมิ่ง ..มันคือความกลัว..

หลังจากที่เจี๋ยเมิ่งโดนตบหน้า ทุกคนในที่นั้นต่างก็ตัวสั่นพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจ ในนาทีนั้นเอง.. สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นพ้องตรงกันคือ – หลิงหยุนเปลี่ยนไป!

หลิงหยุนไม่ใช่คนอ่อนแอและขี้ขลาดอีกต่อไป เขาไม่ใช่คนขี้ขลาดที่ใครๆจะรังแกได้อีก แม้พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ แต่สถานการณ์ที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือที่พวกเขาเห็นกับตานั้น ก็บังคับให้ต้องเชื่อ!!

แม้เท้าข้างหนึ่งจะเหยีบอยู่บนอกของเว่ยเถียนอัน แต่เขาก็สามารถส่งเจี๋ยเมิ่งให้ลอยละลิ่วได้ และสิ่งที่ทำให้ทุกคนกลัวจับขั้วหัวใจก็คือ ใบหน้าที่นิ่งเฉย.. ไร้ความดุร้ายและความโกรธของหลิงหยุน มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันเล็กน้อย ระหว่างที่เขาหายใจอย่างปกติเท่านั้น..

แน่นอนว่านักเรียนที่กำลังยืนดูอยู่หน้าประตูนั้น สองคนก็เคยรังแกหลิงหยุนเช่นกัน สัญชาติญาณสั่งให้คนทั้งคู่ถอยหลังไปพร้อมไหล่ที่สั่นสะท้านไปด้วยความกลัว เมื่อเห็นว่าหลิงหยุนกำลังมองมา..

“กู่เหยินหลง! ซาเกาจิ้ง! พวกนายสองคนรออะไรอยู่? ฉันไม่รู้ว่ามันไปคลั่งอะไรมา แต่ถ้าพวกเราไม่จัดการกับมันคืนนี้แล้วล่ะก็ พวกเราคงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ในวันหลังแน่!”

เว่ยเถียงอันที่น่าสงสาร.. ขนาดนอนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของหลิงหยุน เขายังคงไม่รู้ว่าหลิงหยุนนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาถึงกับกล้ายุให้กู่เหยินหลงและเพื่อนๆให้มาช่วย..

“หนวกหู!” หลิงหยุนออกแรงเหยียบอีกเพียงเล็กน้อย ใบหน้าของเว่ยเถียงอันถึงกับซีดเป็นไก่ต้ม และน้ำตาของเขาก็กำลังจะไหล เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะพูดอะไรได้อีกแม้แต่คำเดียว

หลิงหยุนก้มหน้ามองเว่ยเถียงอันที่นอนอยู่บนพื้น และหยุดดิ้นรนแล้ว แล้วจึงส่งสายตาเยาะหยันให้กับกู่เหยินหลง และซาเกาจิ้งที่ตอนนี้หยุดยืนอยู่หน้าประตู..

“รู้สึกว่าพวกนายจะรังแกฉันมามากกว่าสองปีแล้วใช่ไม๊? ตราบใดที่พวกนายยังไม่ได้รับบทเรียนอย่างสาสม ฉันก็คงทนไม่ได้ และคงไม่ลืมเรื่องพวกนี้ พวกนายกล้าล็อคประตูห้องไม่ให้ฉันเข้ามา ถ้าฉันยังทนได้ล่ะก็ วันหน้าพวกนายไม่เหยียบหัวฉันเลยเหรอ?”

คนอื่นๆที่พากันยืนมองอยู่หน้าประตูได้ยินที่หลิงหยุนพูด พวกเขาต่างก็คิดว่า สิ่งที่เว่ยเถียงอันกับเพื่อนๆทำนั้น ความจริงแล้วก็ค่อนข้างเกินไป..

ไม่ว่าหลิงหยุนจะอ่อนแอ และไร้ประโยชน์แค่ใหน หรือแม้ว่าพวกคุณอยากจะรังแกเขาสักเพียงใด.. คุณก็ไม่ควรห้ามเขาไม่ให้กลับเข้าให้ ..ใช่หรือไม่? เพราะเขาเองก็จ่ายเงินเพื่อให้ได้อยู่ที่นี่เช่นกัน..

นี่เป็นบุคลิคและนิสัยของหลิงหยุนเช่นกัน.. หากใครรังแกเขาแบบนี้ เขาก็จะสู้กับคนคนนั้นจนตายกันไปข้าง!!

ชีวิตก็เป็นแบบนี้.. หากเป็นหลิงหยุนเจ้าของเร่างนี้กลับมาในคืนนี้ เขาก็คงจะถอดใจเลิกเคาะประตู และยอมนอนนอกห้องจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น เขาไม่กล้าแม้แต่จะตดด้วยซ้ำไป..

ผู้คนที่ได้ยินได้ฟังเรื่องเหล่านี้ พวกเขาก็จะล้อเลียนและเยาะเย้ยถากถางหลิงหยุนเหมือนเช่นปกติ แต่ไม่มีใครหยุดคิดสักนิดว่า.. จะเป็นเช่นไรหากทุกอย่างกลับกัน และเป็นพวกเขาที่ถูกรังแกแทน..

แต่ในคืนนี้.. หลิงหยุนเอาคืนอย่างเข้มแข็ง และรุนแรงจนใครก็ไม่อาจตอบโต้ได้ ถ้าใครลองจินตาการดูว่า เป็นเขาที่ต้องพบเจอกับเรื่องเหล่านี้ พวกเขาก็คงต้องสู้จนสุดความสามารถ และอาจจะเอาคืนด้วยความรุนแรงยิ่งกว่า..

“เห้อ.. ฉันเขาใจแล้ว.. เว่ยเถียงอันก็ทำเกินไปจริงๆ ขนาดกระต่ายมันยังกัดคืนเวลาถูกรังแก..” ผู้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเริ่มพากันปกป้องหลิงหยุนจากความอยุติธรรม

“พวกนายชมการแสดงจบแล้วใช่ไม๊? ถ้าจบแล้ว.. ก็ออกไปให้พ้นหูพ้นตาฉัน! แล้วอย่าลืมปิดประตูห้องด้วย! นาย.. มาเยี่ยมรึไง!”

หลิงหยุนมองบรรดานักเรียนที่สอดรู้สอดเห็นที่อยู่หน้าประตู และชี้ไปที่เจี๋ยเมิ่ง

เจียเมิ่งที่ยังคงยืมกุมแก้มที่บวมเปล่ง ถอยหลังกรูดไปที่ประตู ตัวสั่น เขายังไม่พร้อมสำหรับรอบสอง..

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top