ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 3 : ถีบประตู

 389 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

 บทที่ 3 : ถีบประตู

หลิงหยุนย้ายก้นขนาดใหญ่ของเขาไปด้านหน้า ร่างอ้วนๆของเขานอนราบลงกับพื้น หญ้าแหลมๆทิ่มไปตามหน้าท้องของเขา แม้จะคันอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ เพราะความสนใจของเขาทั้งหมดนั้น อยู่ที่สมุนไพรชีฉียู่..

หลิงหยุนผู้ไม่เคยต้องกังวลเรื่องสมบัติใดๆเมื่อยู่ในโลกเพาะบ่มพลัง ตอนนี้ถึงกลับน้ำตาจะไหลออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ..

เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าดาวเคราะห์ที่มีพลังชีวิตเบาบางดวงนี้ จะมีหญ้าที่สามารถให้พลังชีวิตเช่นนี้ได้..

เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เมื่อได้พบร่องรอยของสมุนไพรที่ให้พลังชีวิตอย่างชีฉียู่นี้ แม้ไม่นับเขาก็รู้ว่าสมุนไพรนี้มีอยู่ทั้งหมดเจ็ดต้น..

สมุนไพรชีฉียู่นี้จะขึ้นทีเดียวพร้อมกันเจ็ดต้น และแต่ละต้นก็จะมีใบเพียงเจ็ดใบ พวกมันอาศัยสารอาหารจากแสงอาทิตย์เพื่อการเจริญเติบโต จนเมื่อใบแต่ละใบของมันมีจุดสีเหลืองเข้มขึ้น นั่นแสดงว่ามันได้โตเต็มวัยแล้ว นักปรุงยาทุกคน ล้วนต้องรู้จักสมุนไพรชีฉียู่นี้ นอกจากนั้นแล้ว สมุนไพรชีฉียู่นี้ยังสามารถนำมาปรุงเป็นยาเม็ดชีฉียู่ได้อีกด้วย..

ช่างบังเอิญที่หลิงหยุนเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในการปรุงยา เขามั่นใจว่าจากจำนวนต้นชีฉียู่ที่มีอยู่นี้ เขาสามารถปรุงยาเม็ดฉีชียู่ได้ถึง 49 เม็ดเลยทีเดียว

แต่ในการปรุงยาเม็ดนั้น อย่างน้อยเขาจำเป็นต้องมีพลังชี่-ระดับที่ 1 แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้แม้แต่ขั้นการปรับร่างกาย-ระดับ 1 ด้วยซ้ำไป ดังนั้น.. ด้วยสภาพของเขาในเวลานี้ ความคิดเรื่องการปรุงยาเม็ดชีฉียู่ จึงต้องกลายเป็นเพียงแค่ความฝันลมๆแล้งๆ..

จากที่หลิงหยุนเห็น.. สมุนไพรชีฉียู่ทั้งเจ็ดต้นนี้ ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการเจริญเติบโต คงต้องรออีกราวสองเดือนเพื่อให้มันโตเต็มวัย

พลังชีวิตที่จะได้จากสมุนไพรชีฉียู่ที่โตเต็มวัยนั้น จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้ถึงเจ็ดเท่า แต่มันจะมีฤทธิ์อยู่เพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้น หากภายในเจ็ดวันหลังจากที่โตเต็มวัยแล้ว ยังไม่มีการเก็บเกี่ยว มันก็จะเหี่ยวแห้งไปภายในเจ็ดวัน และเมื่อพลังชีวิตได้สูญสลายไปหลังจากเหี่ยวแห้ง มันก็ไม่ต่างจากต้นไม่ที่เหี่ยวแห้งต้นอื่นๆเลย..

แต่สำหรับหลิงหยุน.. นี่ไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาสามารถดูดซับพลังชีวิตจากสมุนไพรชีฉียู่นี้ได้โดยตรง แม้ว่าพลังชีวิตจำนวนมาก จะได้เหือดหายไปในอากาศรอบๆแล้ว แต่เพียงแค่จำนวนน้อยนิดที่เหลืออยู่นี้ ก็มีประโยชน์อย่างมากสำหรับหลิงหยุนที่เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของขั้นการปรับร่างกายเท่านั้น

หลังจากดูดซับเอาพลังชีวิตเข้าไปเพียงสั้นๆ หลิงหยุนก็หายจากอาการอ่อนเพลียเพราะสูญเสียเลือดไปจำนวนมากจากอุบัติรถชน ใบหน้าที่ซีดขาวเมื่อครู่ กลับเป็นสีแดงอย่างคนสุขภาพดี เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มมีพลัง!!

แย่ไปหน่อยที่กระดูกของร่างกายมนุษย์นี้ มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ จึงสามารถเก็บกักพลังชีวิตได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น..

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลิงหยุนก็ลุกขึ้นนั่ง แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่สมุนไพรชีฉียู่ ด้วยความรู้สึกไม่พอใจนัก..

เขาอยากจะรีบฝึกฝนให้หนัก..

“ข้าคงต้องรีบไปให้ถึงขั้นการปรับร่างกาย ก่อนที่สมุนไพรชีฉียู่จะโตเต็มวัย!”

หลิงหยุนสัญญากับตัวเอง ขณะที่ลูบไล้ใบสีเขียวของสมุนไพรชีฉียู่อย่างระมัดระวังราวกับมันเป็นเด็กอ่อน

เขาเชื่อมั่นอย่างมากว่า หากได้สมุนไพรชีฉียู่เข้ามาเสริม เขาจะต้องสำเร็จขั้นการปรับร่างกาย-ระดับ 9 ได้ภายในเวลาเพียงสองเดือน และนี่เป็นหนทางเดียวที่เขาจะปกป้องตัวเองจากบุคคลนิรนามที่ทำให้เส้นลมปราณหยางเฉียวของเขาใช้การไม่ได้..

สำหรับปัญหาเรื่องเส้นลมปราณหยางเฉียวนั้น เขาเพิ่งคิดได้ว่าจะรักษามันได้อย่างไร.. – เขาจำเป็นต้องทำให้ร่างกายเข้าสู่ขั้นพลังชี่-ระดับ 1 ให้ได้ก่อน ด้วยการดูดซับพลังชีวิตจากสมุนไพรชีฉียู่ที่โตเต็มวัย หลังจากนั้น ก็ต้องกินยาเม็ดชีฉียู่อีกสองสามเม็ด ผสมผสานกับการรักษาด้วยเคล็ดวิชาเทวะ หลังจากนั้น เส้นลมปราณของเขาก็จะกลับมาดีราวกับของใหม่เลยทีเดียว

เมื่อเขาไม่สามารถที่จะดูดซับพลังชีวิตจากสมุนไพรชีฉียู่ได้อีก หลิงหยุนจึงลุกขึ้น และพูดกับสมุนไพรว่า “อีกไม่นานนะที่รัก.. คืนนี้ข้าไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเจ้าทั้งคืนได้ แต่ข้าจะกลับมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่พลังชีวิตของข้าพร่องลง!”

หากใครไม่รู้และมาเห็นเข้า คงคิดว่าเขากำลังบอกลาคนรักอยู่เป็นแน่..

หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย หลังจากดูดซับพลังชีวิตเข้าไป เขารู้สึกแข็งแรงกว่าตอนที่เพิ่งออกมาจากเหตุการณ์รถชนถึงสองเท่า..

หลิงหยุนเดินหน้าตรงคอตั้ง และมือกำหมัดแน่น..

นี่เป็นความแข็งแกร่งเท่าที่เด็กอายุ 18 ปีจะควรมีได้!

ระหว่างที่เดินไปตามฝั่งแม่น้ำได้ราวสองร้อยเมตร หลิงหยุนก็เห็นสะพานเล็กๆ ที่จะพาเขาไปสู่ถนนเส้นเดิม ถนนที่จะพาเขาไปถึงโรงเรียนได้ในอีกไม่กี่นาที..

หลิงหยุนมาถึงทางเข้าประตูโรงเรียน.. ไม่น่าแปลกใจ ที่พบว่าประตูสูงใหญ่ของโรงเรียนจิงฉูนั้นปิดอยู่ เขาไม่ได้วางแผนจะเข้าทางประตูหลักอยู่แล้ว เขาเพียงแค่มาดู แล้วเดินตรงไปข้างหน้า..

เมื่อมองผ่านรั้วเข้าไป ก็พบกับสนามกีฬากว้างใหญ่ที่เงียบและว่างเปล่า นั่นเหมาะที่เขาจะปีนข้ามกำแพงไป..

เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้สึกท้อแท้ เมื่อนึกถึงภาพหลิงหยุนผู้อ่อนแอ ตกลงไปอย่างน่าอับอายขณะที่กำลังปีนข้ามกำแพงเมื่อสองสามวันก่อน เขากระโดดลงจากกำแพง และเดินตรงไปยังหอพักชาย..

ทางเข้าหอพักชายก็ปิดเช่นกัน หลิงหยุนจึงต้องกลับไปที่ประตูเหล็กดัดของหอพัก หลิงหยุนกระโดดเข้าไปด้านในของหอพักพร้อมกับเสียงดังติ๊ง!

ผู้คุมหอพักชายหลับไปนานแล้ว เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ที่โรงเรียนมัทธยม เป็นเรื่องยิ่งกว่าปกติธรรมดา ที่นักเรียนจะพากันปีนประตูเหล็กดัดกลับเข้ามาที่หอพักในยามค่ำคืน เพราะแม้แต่เด็กผู้หญิงก็ทำเช่นกัน

หลังจากที่หลิงหยุนทรงตัวได้แล้ว เขาก็มองหาห้องนอนของตัวเอง และสังเกตุเห็นแสงไฟสลัวๆส่องออกมาจากห้องนอนสองสามห้อง เขารู้ดีว่าพวกนักเรียนกำลังอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเอนทรานซ์ที่จะมาถึงเร็วๆนี้..

เขาอดนึกถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่ในโลกบ่มเพาะไม่ได้.. เขาเองก็ต้องฝึกหนักทั้งวันทั้งคืน เพื่อจะได้ย้ายจากการเป็นศิษย์นอกสำนัก ไปสู่การเป็นศิษย์ในสำนัก.. แล้วเขาก็ถอนหายใจ..

ธรรมชาติช่างคัดสรร.. ไม่ว่าโลกใหนๆ ก็เป็นเหมือนกันหมด!

ความคิดของเขาหยุดชะงัก แววตาที่มุ่งมั่นปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา เขากวาดสายตาไปที่ประตูด้านข้างของหอพักชาย และพบว่ามันไม่ได้ปิดไว้ เขาจึงเดินขึ้นไปบันไดไปที่ชั้นสาม..

เขาได้ยินเสียงกรนดังมาจากห้องแทบทุกห้อง.. เสียงละเมอ และเสียงกัดฟัน หลิงหยุนเดินตรงไปที่ห้อง 305 เขาผลักประตูเมื่อไปถึง..

แต่ประตูกลับไม่ขยับ.. แน่นอนว่าต้องมีคนล็อคประตูด้านในไว้ สีหน้าของเขาเริ่มเครียด คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน เขาเคาะประตูเบาๆ..

หลังจากที่เคาะอยู่นาน.. ประตูก็ยังคงปิดอยู่ หลิงหยุนขมวดคิ้ว ก่อนจะเริ่มเคาะใหม่อีกครั้ง และแรงขึ้น..

เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในห้องลุกขึ้นมานั่ง เพราะรำคาญเสียงเคาะประตู เขารู้ว่าคนที่อยู่ด้านนอกคือหลิงหยุนอย่างแน่นอน แม้เขาอยากจะลุกขึ้นมาเปิดประตูให้กับหลิงหยุน แต่ก็ยังนั่งลังเลอยู่

เขาชื่อ ไฉฮั่นหลิน

ก่อนที่จะดับไฟเข้านอน.. หัวหน้าห้องพัก 305 เว่ยเถียนอัน ได้ประกาศว่า หากหลิงหยุนไม่กลับเข้าห้องก่อนดับไป พวกเขาจะปิดประตู และห้ามไม่ให้หลิงหยุนเข้าห้อง..

เด็กชายที่เป็นเพื่อนร่วมห้องอีกสามคน ที่คิดเสมอว่าหลิงหยุนนั้นต่ำต้อย ต่างก็พากันเห็นด้วยกับความคิดที่ชั่วร้ายนี้ และแทบจะอดทนรอดูหลิงหยุนทำเรื่องน่าอายให้กับตัวเองอีกไม่ได้..

มีเพียงไฉฮั่นหลินที่รู้สึกสงสารหลิงหยุนผู้อ่อนแอ และปฏิเสธความคิดชั่วร้ายนี้ “ผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยไม่ใช่เหรอ? พวกเราเป็นเพื่อนนอนห้องเดียวกัน และยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันด้วย แล้วนี่ก็ใกล้จะสอบเอนทรานซ์แล้วด้วย..”

เว่ยเถียนอันมองไฉฮั่นหลินด้วยสายตารังเกียจ พร้อมกับตวาด “ไอ้ลูกหมา.. สอบเอนทรานซ์ง”

เว่ยเถียนกานมองไฉฮั่นหลินด้วยสายตารังเกียจ และตวาด “ไอ้ลูกหมา.. สอบเอนทรานซ์งั้นเหรอ? แค่มันไม่สร้างความวุ่นวายให้กับการสอบเอนทรานซ์ก็ถือว่าโชคดีแล้ว”

กู่เหยินหลงที่นอนบนเตียงด้านบนเหนือหลิงหยุนหัวเราะออกมา พร้อมกับสมทบขึ้นว่า “ไฉฮั่นหลิน.. สมองนายเพี้ยนไปแล้วเหรอ หลิงหยุนสอบได้เกือบที่โหล่ตลอด การสอบเอนทรานซ์ก็เหลืออีกแค่สองเดือน! นี่นายคิดว่าเขาจะสอบได้กี่คะแนน?”

นักเรียนสี่คนต่างก็มองหน้ากัน และต่างคนต่างก็รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ แล้วทั้งหมดก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ไฉฮั่นหลินตั้งใจจะปกป้องหลิงหยุน แต่เขาเองก็รู้ดีว่าต่อให้หลิงหยุนขยันแค่ใหนในสองเดือนนี้ เขาก็คงไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อยู่ดี

เว่ยเถียนอันเห็นด้วยกับกู่เหยินหลง เขาพูดขึ้นมาว่า “หลังจากที่ติวกันเองในคืนนี้ เจ้าอ้วนหลิงหยุนก็ตามเกาเฉินเฉินออกไปข้างนอก นี่มันกล้าเดินตามดาวโรงเรียน โดยที่ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย..”

ทุกคนต่างก็รู้จักเกาเฉินเฉินที่เป็นหนึ่งในสามของดาวโรงเรียนจินฉู เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กผู้ชายเกรด 12 ห้อง 6 และแม้แต่เด็กผู้ชายทั้งโรงเรียน ต่างก็พากันคลั่งไคล้เธอ ..เธอเป็นราวกับนางฟ้าของพวกเขา

ไฉฮั่นหลินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า.. ที่หลิงหยุนเป็นปฏิปักษ์กับเว่ยเถียนอัน เพราะเขาไปชื่นชอบเกาเฉินเฉินเข้า และเว่ยเถียนอันเอง ก็เคยประกาศไว้แล้วว่าเขาต้องการจะจีบเธอ..

เว่ยเถียนอันมาจากเมื่องที่อยู่ใกล้ๆนี้ และครอบครัวของเขาก็มีฐานะค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีผลการเรียนเป็นหนึ่งในห้าของห้องด้วย และด้วยคุณสมบัติของเขา เขาจึงได้รับรางวัลมากมายในโรงเรียนจิงฉู ซึ่งค่อนข้างน่าทึ่งมากทีเดียว ความจริงแล้ว.. เขาเป็นคนที่น่าดึงดูดอย่างมาก จึงเป็นไม่แปลก และสมเหตุสมผล หากเขาจะสนใจสาวๆที่เป็นดาวโรงเรียน..

เขาคงจะเขียนจดหมายรักไปให้เกาเฉินเฉินนานแล้ว.. หากไม่ใช่เพราะเขารู้ตัวดีว่าไม่เหมาะกับคนมีพื้นฐานครอบครัวอย่างเธอ หรืออีกอย่างก็เพราะเขากลัว และไม่กล้าเข้าหาเธอ..

การที่หลิงหยุนกล้าแอบตามนางฟ้าของเขาเกาเฉินเฉินไปหลังเลิกเรียนนั้น ทำให้เว่ยเถียนอันโกรธมาก..

“ไฉฮั่นหลิน.. ฉันจะบอกอะไรนายให้ ฉันรู้ว่านายสงสารเจ้าหมูอ้วนนั่น แต่ถึงยังไงคืนนี้ก็ห้ามเปิดประตู ถ้านายเปิดประตูให้มันเข้ามาล่ะก็ อย่าบอกว่าฉันไม่ให้โอกาสนายนะ”

ไฉฮั่นหลินรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะตอบโต้ เขาจึงได้แต่เงียบ และถอนหายใจให้กับหลิงหยุน แล้วกลับไปที่เตียงอ่านหนังสือต่อ..

ม้าที่ดีจะถูกขี่ คนดีๆมักจะถูกรังแก! หลิงหยุนยังคงอ่อนแอเกินไป!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นแล้วก็ดังขึ้น.. เว่ยเถียนอัน และกู่เหยินหลงถึงกับตื่นขึ้นเพราะเสียงเคาะประตูนั่น พวกเขารู้ดีว่าเป็นฝีมือของหลิงหยุน แต่พวกเขาก็เพียงแค่นั่งดูอยู่บนเตียง และไม่คิดที่จะไปเปิดประตูให้..

แต่เว่ยเถียนอันเองก็อดสงสัยไม่ได้.. ด้วยบุคลิคที่ขี้ขลาดตาขาวของหลิงหยุนนั้น ถ้าเขาเคาะประตูแล้วไม่มีใครตอบ สักพักเขาก็จะแค่รออยู่หน้าห้อง มากกว่าที่จะเคาะอีกครั้ง แต่คราวนี้.. กลับไม่มีทีท่าว่าเขาจะหยุดเคาะเลย?

ไฉฮั่นหลินรู้สึกว่า.. เสียงเคาะประตูค่อยๆดังขึ้น แล้วก็ดังขึ้น ราวกับว่าเขาเคาะมันออกมาจากหัวใจ ไฉฮั่นหลินทนไม่ได้อีกต่ไป และกำลังจะลุกจากเตียงไปเปิดประตูให้..

“นายกล้าไปเปิดประตูเหรอ?” เว่ยเถียนอันที่อยู่เตียงบนสุดส่งสายตาข่มขู่ไฉฮั่นหลิน

“ไอ้นรกเอ๊ย! นี่ดึกมากแล้ว หยุดเคาะเดี๋ยวนี้!” เด็กผู้ชายที่อยู่ห้องตรงข้ามตื่นขึ้นมาบ่นพึมพำเสียงดัง

หลิงหยุนรู้ดีว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาคงตื่นขึ้นแล้วอย่างแน่นอน แต่พวกเขาตั้งใจไม่มาเปิดประตูให้ อารมณ์ดีๆของเขาที่เกิดขึ้นจากการได้พบสมุนไพรชีฉียู่นั้น มลายหายไปในทันที..

“ฉันรู้นะว่าพวกนายแกล้งฉัน.. เฮอะ..” หลิงหยุนพูดเยาะเย้ยตัวเอง แล้วหยุดเคาะ แต่กลับถอยหลังไปสามก้าวแทน

เขาสูดลมหายใจลึก แล้วพุ่งเข้าหาประตู พร้อมกับใช้ขาข้างขวาถีบประตูอย่างแรง..

ปัง!!

เขาถีบเพียงแค่ครั้งเดียว ประตูก็เปิดออก!

“ใครล็อคประตู?” หลิงหยุนเดินเข้าไปอย่างเอาเรื่อง สายตาของเขาสอดส่ายเข้าไปในห้อง และในที่สุด.. ก็ไปหยุดอยู่ที่เว่ยเถียนอันที่นั่งอยู่บนสุด..

แม้ว่าเขาจะนึกชื่อของคนพวกนั้นไม่ออก.. แต่หลิงหยุนก็รู้ดีว่า คนที่เกลียดชังเขามากที่สุด คือเด็กผู้ชายที่กำลังนั่งทำหน้าตาน่ารังเกียจอยู่ด้านบนสุด!!

ภายในห้องเงียบสงัดแม้กระทั่งเข็มตกยังได้ยิน.. กู่เหยินหลง และคนอื่นๆ รวมถึงไฉฮั่นหลิน ต่างพากันอึ้งไปกับนิสัยที่เปลี่ยนไปของหลิงหยุน..

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top