ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 1 : กำเนิดใหม่อีกครั้งบนโลก

 725 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

บทที่ 1 : กำเนิดใหม่อีกครั้งบนโลก

ในยามค่ำคืนของเมืองจิงฉู ในเขตเจียงหนาน

เสียงปัง!!.. ดังสนั่นขึ้น พร้อมกับหลิงหยุนที่ร่างแข็งเป็นหิน กระเด็นหลุดออกจากจักรยาน และกระดอนขึ้นไปในอากาศ รถพ่วงขนาดใหญ่ที่ขนหินมาเต็มท้ายรถ จู่ๆก็พุ่งออกมาจากทางแยก และชนเข้ากับเขาอย่างแรง ร่างของเขาลอยระล่องขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มืดสลัวไปเป็นระยะทางค่อนข้างไกล หลังจากนั้น.. เสียงปังก็ดังตามขึ้นมาติดๆ ร่างขนาดใหญ่ของเขากระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร และตกกระแทกลงบนถนนลูกรังอย่างแรง..

ก่อนที่รถพ่วงจะพุ่งเข้าชน.. เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องตะโกนออกมาด้วยซ้ำ แรงกระแทกส่งร่างของเขาให้ลอยละลิ่วข้ามไปอีกฟากฝั่งถนน และร่างที่ไร้ความรู้สึกของเขาก็ตกกระแทกลงที่พื้น เลือดที่อยู่ในร่างกายทั้งหมดไหลออกมาจากทวารทั้งห้าของร่างกาย และดูเหมือนว่า ..เขาได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว

น่าแปลก.. ที่คนขับรถพ่วงรู้ทั้งรู้ว่าได้ขับรถชนใครบางคนเข้าแล้ว แต่เขากลับไม่หยุดรถ และยังเหยียบคันเร่งพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบดขยี้ซากจักรยานที่อยู่บนถนน จากนั้นก็หายวับไปจากที่เกิดเหตุ โดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย..

บริเวณนั้นเป็นชนบทที่ไม่พลุกพล่าน.. จึงไม่มีผู้คนสัญจรไปมา และนานๆทีจึงจะมีรถขับผ่านมา ดังนั้น.. สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่บนถนนในเวลานี้ จึงมีเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจของหลิงหยุน และซากจักรยานที่ได้ถูกรถพ่วงบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีเท่านั้น..

ห่างจากที่เกิดเหตุไปราวสองร้อยเมตร.. เด็กวัยรุ่นที่มีดวงตาราวกับเหยี่ยว และมีหน้าตาที่ชั่วร้าย กำลังนั่งอยู่ในรถ Audi Q7 สีดำ ชื่นชมกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา.. เด็กหนุ่มผู้นั้นรอจนกระทั่งรถพ่วงขับผ่านหายเข้าไปในกลีบเมฆ.. ริมฝีปากบางๆของเขาจึงค่อยๆโค้งขึ้นแสยะยิ้มออกมาอย่างโหดร้าย..

“แกบอกคุณชายหลิงด้วยว่า.. ฉันทำงานสำเร็จแล้ว โอนเงินที่เหลือสิบล้านหยวนเข้าบัญชีของฉันได้เลย!” เด็กวัยรุ่นหน้าตาชั่วร้ายสั่งคนขับรถ.. แล้วจึงหยิบกล้องส่องทางไกลอินฟราเรดที่อยู่ด้านข้างของตนขึ้นมา เขาเล็งไปยังร่างของหลิงหยุนที่นอนเลือดไหลออกจากทวารทั้งห้าอยู่บนพื้น..

“เฮอะ! ฉันไม่เข้าใจใจริงๆว่าทำไมคุณชายหลิงถึงได้ยอมจ่ายเงินจำนวนยี่สิบล้านหยวนให้กับชีวิตของไอ้หมอนี่ ทั้งที่มันดูมีค่าน้อยกว่ามดตัวหนึ่งเสียอีก..”

“อ่อ.. แล้วก็ให้แน่ใจด้วยว่า เจ้างั่งที่ขับรถพ่วงจะต้องไม่มีชีวิตอยู่แล้วหลังพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้.. ฉันเคยสั่งมันไว้นานแล้วว่า มันจะต้องขับรถทับร่างหมูอ้วนๆนั่น!”

“ครับ!” ชายขับรถวัยกลางคนตัวสั่น พร้อมกับตอบรับทันทีทันใด ความรู้สึกกลัวปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่งในดวงตาของเขา ..แต่แล้วก็จางหายไปในเวลาอันรวดเร็ว

โหดเหี้ยม! เลวทราม!

ในสายตาของวัยรุ่นที่ชั่วร้ายราวกับปีศาจผู้นี้ ชีวิตสองชีวิตนั้นไม่มีค่าเลยสักนิด

เสียงเร่งเครื่องยนต์ Audi Q7 ดังกระหึ่ม  ก่อนที่รถจะเลี้ยวหายไปอย่างรวดเร็วในความมืด..

….

จู่ๆ หลิงหยุนก็ฟื้นขึ้นมา

แม้ว่าเขาจะยังได้ลืมตาขึ้นในทันที.. แต่สัญชาติญาณที่อยู่ด้านในก็ตะโกนออกมา “หายตัว!”

เขานึกถึงการหายตัว.. ที่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะล้มเหลว.. แต่ครั้งนี้เขากลับทำไม่สำเร็จ

นี่ข้าหายตัวไม่ได้งั้นรึ..!

คิดได้เพียงเท่านั้น.. หลิงหยุนก็ตกอยู่ในอาการตกใจอย่างบอกไม่ถูก

แต่อาการตกใจกลัวก็อยู่กับเขาเพียงชั่วประเดี๋ยว.. จากนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วร่างกาย มันเป็นความเจ็บปวดอย่างที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมาในชีวิต มันเจ็บปวดมากเสียจนเขาไม่สามารถกัดฟนทนได้ ..จนต้องกรีดร้องออกมาในที่สุด..

ความเจ็บปวดอย่างที่สุดที่เขาได้รับอยู่ในตอนนี้ ทำให้เขาไม่สามารถลำดับความทรงจำต่างๆได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลมากมาย หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว..

ช่วยไม่ได้.. หลิงหยุนจำต้องใช้พลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา ถอดจิตออกมามองดูร่างกายของตัวเอง และพบว่า.. ร่างกายของเขาในตอนนี้ อยู่ในสภาพที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้..

นอกเหนือจากความจริงที่ว่า.. ร่างกายที่อ้วนมากนี้ไม่ใช่ร่างกายของเขาแล้ว อวัยวะต่างๆในร่างกายยังทะลักออกมาด้านนอก และเลือดสีแดงก็กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ไหล่ ต้นขา และซี่โครงหลายซี่ที่หน้าอกของเขา ก็แตกหักจนหมด แม้กระทั่งข้อต่อต่างๆ ก็ถูกบดจนละเอียดเป็นผงไปด้วย..

“โอ้ท่านเทพ! ท่านคงยังไม่อยากเห็นข้าตายใช่หรือไม่?” หลิงหยุนสบถอยู่ในใจ แต่เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง

หลังจากโศกนาฎกรรมอันน่าสยดสยอง.. เขายังพอมีพลังชีวิตเหลืออยู่น้อยนิด ที่พอจะนำมาใช้ได้..

เขาพยายามที่จะดึงศักยภาพของตนในการดูดซับพลังชีวิตจากสรรพสิ่งที่อยู่ระหว่างสวรรค์กับโลกมาใช้ แต่เขากลับพบว่า ณ ที่แห่งนั้น มีพลังชีวิตอยู่น้อยเกินไป มันน้อยจนเขาไม่สามารถดูดซับอะไรได้เลย..

ในเวลานี้.. เรื่องอื่นใดก็ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การซ่อมแซมร่างที่แหลกละเอียดอยู่นี้ก่อน มิเช่นนั้น.. เขาคงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้..

เขาพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะร่ายเวทย์มนต์เพื่อทำการรักษา พลังชีวิตที่เป็นอมตะของเขา ค่อยๆไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ อวัยวะที่เสียหายของหลิงหยุนค่อยๆ เคลื่อนกลับสู่ตำแหน่งเดิมได้เองราวกับมีปาฏิหารย์ เลือดที่กำลังไหลอยู่ภายในก็หยุดทันที แม้กระทั่งกระดูกที่หักก็เริ่มเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ความเจ็บปวดรวดร้าวเมื่อครู่ ค่อยลดระดับลงอย่างช้าๆ จนกระทั่งไม่เหลือความเจ็บปวดอีกเลย..

“โอ้.. ชายผู้นี้ตั้งแต่คลอดมา เส้นลมปราณหยางเจี๋วยก็ถูกทำลายอย่างรุนแรงเสียแล้ว! ช่างน่าเศร้าใจนัก! โชคดี.. ที่นอกจากข้าจะเป็นเลิศในด้านการบ่มเพาะพลังด้วยตนเองแล้ว ข้ายังเชี่ยวชาญเรื่องการแพทย์จีนแผนโบราณอีกด้วย มิเช่นนั้น.. ชายผู้นี้คงจะไม่มีโอกาสมีชีวิตผ่านพ้นวัย 20 ปีนี้ไปได้..”

พูดง่าย..! แต่เมื่อต้องลงมือรักษาจริง หลิงหยุนเองยังต้องระมัดระวังอย่างมากเท่าที่จะทำได้ เพราะการรักษาในครั้งนี้ จะเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่เขาจะสามารถฝึกฝนได้อีกหรือไม่ในวันข้างหน้า เขาจึงต้องระมัดระวังอย่างที่สุด..

หลังจากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง.. หลิงหยุนจึงสามารถขยับร่างกายได้อย่างช้าๆ เขาใช้แขนยันกับพื้นเพื่อช่วยพยุงร่างที่ใหญ่ให้ลุกขึ้นนั่ง และค่อยๆลืมตาที่คั่งไปด้วยเลือด..!!

“เดรัจฉาน! #$%^*..” เมื่อเขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น หลิงหยุนไม่สามารถอดทนร่ายเวทย์มนต์ได้อีกต่อไป เขาลืมเรื่องความเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญของตนเสียสิ้น พร้อมกับเริ่มตะโกนสาปแช่ง..

เขากร่นด่าด้วยความโกรธแค้นอยู่นาน.. แต่เมื่อเขาเริ่มตระหนักได้ว่า.. -ที่นี่ไม่ใช่โลกแห่งการบ่มเพาะพลังที่ยิ่งใหญ่- ที่เขาคุ้นเคย เขาจึงคลายความเดือดดาลในใจลง..

หลังจากที่เขากร่นด่าจนพอใจ.. หลิงหยุนก็ต้องหันมาเผชิญหน้ากับความจริง – เพื่อฟื้นฟูร่างกายที่เสียหายอย่างมากนี้ และรักษาเส้นลมปราณหยางเฉียวให้กลับสู่สภาพปกติได้ถึง 70% นั้น จำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่เขาเคยฝึกฝนมา.. และเขาก็ได้ใช้พลังชีวิตอมตะของเขาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้ไปจนหมดสิ้น..

เป็นไปไม่ได้แล้ว ที่จะรักษาอาการเจ็บป่วยที่ซ่อนอยู่ในร่างนี้มานานกว่าสิบไปได้ ..นี่ถ้าหากข้ายังพอมีพลังชีวิตอมตะเหลืออีกสักนิดล่ะก็!!!

หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับถอนหายใจ..

ร่างกายนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก แม้ว่าพลังชีวิตอมตะที่เขาได้รับเมื่อฝึกฝนจนถึงขั้นอมตะแล้ว จะมีประโยชน์มากกว่าที่คิด แต่หลิงหยุนก็ได้ใช้ทั้งหมดนั่นไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของร่างกายแล้ว เขาจึงสามารถรักษาเส้นลมปราณหยางเฉียวให้กลับมาเป็นปกติได้เพียงแค่ 70% เหมือนกับคนปกติทั่วไป..

แต่หลิงหยุนก็ไม่ได้เป็นกังวลมากนัก เพราะด้วยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่เหนือมนุษย์ของเขา และระยะเวลาที่มากพอ เขาก็จะสามารถทำให้เส้นลมปราณที่เคยถูกทำลายไปนั้น กลับมาเป็นปกติได้อย่างแน่นอน..

หลังจากที่ได้ทำการฟื้นฟูสภาพร่างกายเรียบร้อยแล้ว และความเจ็บปวดต่างๆ ก็ค่อยๆจางคลายไป เขาจึงสามารถวิเคราะห์ และจัดเรียงข้อมูลมากมายที่หลั่งไหลข้ามาสู่สมองของเขาก่อนหน้านี้ได้..

แม้ข้อมูลความทรงจำจะยังไม่สมบูรณ์นัก และเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้หลิงหยุนเข้าใจความรู้พื้นฐานบางอย่างบนโลกใบนี้ และสถานการณ์ปัจจุบันของเขาได้..

ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นนั้น.. ทำให้เขารู้ว่า ดาวเคราะห์ที่มีพลังชีวิตที่แทบจะไม่เพียงพอนี้ เรียกว่า ‘โลก’ และประเทศที่เขาอาศัยอยู่นี้เรียกว่า ‘ประเทศจีน’ ซึ่งเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมที่งดงามสืบทอดมาจากอาณาจักรโบราณ..

โอ้.. สิ่งสูงๆยาวๆนี้เรียกว่าไฟถนน และสถาปัตยกรรมที่เรียงรายอยู่ด้านข้างถนนนี้ เรียกว่าอาคาร มันมีรูปทรงสี่เหลี่ยม! และที่มีรูปร่างแบนๆนี้ เรียกว่าถนน! ส่วนที่มีกระดองเป็นเหล็กวิ่งอยู่รอบๆนี้ เรียกว่ารถ! แต่พวกมันวิ่งช้ากันเสียเหลือเกิน! มีดบินของข้ายังเร็วกว่ามากนัก!

ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ.. รถสองสามคันก็ได้บินผ่านไปในเวลากลางคืน คนขับรถต่างก็พากันขับผ่านไปโดยไม่สนใจที่จะหยุดดูหลิงหยุนที่นั่งเลือดท่วมตัวเลยแม้แต่น้อย..

เห้อ.. ไม่ว่าจะเป็นที่ใหนๆ ผู้คนล้วนแตกต่างกัน และไร้ซึ่งหัวใจเหมือนกันหมด ไม่มีรถแม้แต่คันเดียวที่จะหยุดดูว่าเกิดอะไรขึ้น -แม้ว่าผมจะกำลังนั่งเลือดท่วมตัวอยู่ตรงนี้!-

หลิงหยุนไม่ทันได้นึกถึงสภาพของตัวเองในเวลานี้ ทั้งใบหน้าและร่างกายของเขานั้นโชกไปด้วยเลือด เขานั่งอยู่กับพื้น ใช้มือข้างหนึ่งพยุงตัวไว้ ขาข้าหนึ่งพับเข้า ส่วนอีกข้างยื่นออกไปด้านหน้า เอนร่างไปด้านหลัง พร้อมกับยิ้มด้วยความเยาะหยันเล็กน้อย.. เขาเริ่มวิจารณ์สิ่งรอบตัวอย่างสนุกสนาน..

“..ชายที่ถูกรถพ่วงบดขยี้นี้ชื่อ หลิงหยุน!”

หลังจากที่ทำความคุ้นเคยกับตัวเอง และสิ่งรอบตัวแล้ว หลิงหยุนจึงเริ่มใคร่ครวญความจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่..

จากความทรงจำที่เหลืออยู่.. หลิงหยุนพอจะรู้แล้วว่า เขา.. หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเจ้าของร่างนี้ เพิ่งจะถูกรถพ่วงที่บรรทุกหินชนตาย..

และเมื่อเขาได้ครอบครองร่างกายที่ใหญ่โตนี้ เขาจึงควรจะต้องเริ่มปรับเปลี่ยนร่างกายนี้เสียใหม่..

หลิงหยุนคนเดิมได้ตายไปแล้วจากอุบัติรถชน..

หลิงหยุน.. นักเรียนเกรด 12 ห้อง 6 โรงเรียนมัทธยมจิงฉู อาย 18 ปี สูงและอ้วน เป็นคนอ่อนแอและขี้กลัว.. เพียงแค่เรื่องการแสดงที่โรงเรียน ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับเขาแล้ว..

สอบได้เป็นลำดับสุดท้ายของห้องงั้นรึ? นี่เขายังจะกล้าไปชอบเพื่อนร่วมห้องที่น่ารักที่สุดในโรงเรียนงั้นรึ?  และยังใฝ่ฝันจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหยานจิง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในหัวเจี๋ยงั้นรึ? สิ่งที่เขาฝัน.. ไม่มีทางเป็นไปได้จริงแม้แต่เรื่องเดียว..

หลิงหยุนได้แต่กรอกตาไปมา..

สามปีในโรงเรียนมัทธยมต้น อีกสามปีในโรงเรียนมัทธยมปลาย ..ช่างสูงส่งและยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน เขากระแอม.. แม้ว่าหนุ่มน้อยผู้นี้จะมีร่างกายที่สูงใหญ่และเจ้าเนื้อ แต่เขากลับถูกรังแกแทบทุกวัน.. พ่อหนุ่ม.. กล้าๆหน่อยจะได้หรือไม่? ในโลกของข้า.. ข้านี่ล่ะที่จะเป็นผู้ที่เอาชนะผู้อื่นและอยู่เหนือผู้อื่น แม้แต่ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเยี่ยมยอดเป็นเลิศ หากจะต่อกรกับข้า พวกมันยังต้องทบทวนความสามารถของตนเองก่อน!!

หลิงหยุนแทบไม่อยากเชื่อ..

“ตั้งชื่อเจ้าว่าหลิงหยุน ช่างไม่เหมาะสมกับเจ้าเลยสักนิด แต่นั่นเหมาะกับข้าเสียมากกว่า..”

แต่หลิงหยุนก็รู้ดีว่า.. เหตุใดหลิงหยุนอีกคนจึงได้ขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้ นั่นเพราะเส้นลมปราณเฉียว ซึ่งเป็นเส้นลมปราณหนึ่งในแปดของเส้นลมปราณวิสามัญของเขา ได้ถูกใครบางคนทำลายด้วยวิธีที่ชั่วช้า และสกปรกตั้งแต่เกิด..

ความจริงที่หลิงหยุนสามารถมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ ก็นับว่าเป็นปาฏิหารย์แล้ว..

มาถึงตอนนี้.. หลิงหยุนได้แต่ส่ายหัว พร้อมกับหัวเราะอย่างขมขื่น.. เป็นโชคดีของข้าสินะ.. ที่ได้ครอบครองร่างที่เปรียบดั่งผลงานชิ้นเอกเช่นนี้!!

แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายนัก! แม้ว่าผลการเรียนของหนุ่มน้อยจะไม่ดีนัก แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังให้หนุ่มผู้นี้สนใจเรื่องการแพทย์ -ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถเรียนรู้เรื่องการแพทย์ได้ด้วยตนเอง..!!-

ระหว่างที่ทบทวนความทรงจำ.. หลิงหยุนรู้สึกมีความสุข ที่อย่างน้อยเขากับเจ้าของร่างเดิมนั้น ยังมีความเหมือนกันเล็กๆน้อยๆอยู่บ้าง..

ในเรื่องของผลการเรียน.. หนุ่มน้อยผู้นี้มักจะอยู่ที่สามลำดับสุดท้ายของห้อง และนี่เขาปล่อยให้ตัวเองสายตาสั้นขนาดนี้ได้อย่างไรกัน.. สายตาสั้นงั้นรึ.. –แว่นของผมอยู่ใหน?-

ระหว่างที่หลิงหยุนใช้พลังชีวิตรักษาร่างกายของเขานั้น เขาได้ทำการกำจัดสิ่งที่จะเป็นอุปสรรคต่อขั้นตอนการฝึกฝนตนเองของเขา เรื่องสายตาสั้นนั้น จึงเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อเขาต้องกลับมาอยู่ในที่ที่โลกนี้เรียกกันว่า ‘โรงเรียน’ เขาคงต้องเป็นอะไรอย่างที่เคยเป็นต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น..

ระหว่างที่กวาดสายตาไปรอบๆบริเวณ หลิงหยุนก็พบแว่นตาของ ‘เขา’ กระเด็นห่างจากเขาไปราวสามเมตร เขาหน้ามุ่ยพร้อมกับบ่นพึมพำ “นี่ข้าต้องใส่เจ้าสิ่งแปลกประหลาดนี้ไว้บนจมูกจริงๆหรือนี่.. ดูแล้วช่างน่าอึดอัดเสียจริง..”

เขาลุกขึ้นจากกองเลือด.. ค่อยๆเช็ดเลือดในมือกับเสื้อของตัวเอง แล้วจึงเดินไปหยิบแว่น.. มันบิดเบี้ยวเพียงเล็กน้อย เมื่อสังเกตุดูใกล้ๆ จึงพบว่าเลนส์ทั้งสองข้างยังคงใช้งานได้ดี หลิงหยุนอดประหลาดใจไม่ได้ จึงพึมพำออกมา “น่าแปลก.. ที่กระแทกอย่างแรงแต่กลับไปไม่แตก เทคโนโลยีสมัยนี้ช่างน่าทึ่งเสียจริงๆ!!”

“ให้ตายเถอะ! ใส่แว่นไปกลับยิ่งมองเห็นไม่ชัด..” หลิงหยุนถอดแว่นตาออก และเขาก็พบว่ามันน่าสนุกไม่น้อย..

ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างระมัดระวัง และพิถีพิถันของหลิงหยุน เหตุผลเดียวที่เขายังคงนิ่งสงบ และผ่อนคลายได้ในเวลานี้ นั่นคือ.. เขายังไม่รับรู้ถึงอันตรายที่กำลงคืบคลานเข้ามา มิเช่นนั้น.. เขาคงไม่สามารถชื่นชมทัศนียภาพยามค่ำคืนบนท้องถนนได้ และคงไม่สามารถมานั่งบ่นเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ได้ ป่านนี้.. เขาคงเข้าไปซ่อนตัวที่ใหนสักแห่งตั้งนานแล้ว!!

ร่างของหลิงหยุนโชกไปด้วยเลือด.. ปกติหากอยู่ในโลกแห่งการบ่มเพาะพลัง เขามักจะเป็นฝ่ายฆ่าผู้อื่น เลือดเพียงเท่านี้จึงไม่สามารถรบกวนได้ ตราบใดที่ร่างกายของเขายังเป็นปกติดี แต่ในเวลานี้.. สิ่งที่เขาต้องทำคือ หาสถานที่สักแห่งที่มีน้ำ เพื่อที่เขาจะได้ล้างหน้าล้างตัว และกลับไปที่โรงเรียนได้

หลิงหยุนจึงต้องทนอึดอัดกับภาพที่มองเห็นไม่ชัดเจน.. แม้เขาจะรู้สึกอึดอัดและไม่สะดวกนัก แต่เขาก็เลือกที่จะสวมมันต่อไป เมื่อเขามองเห็นจักรยานที่กระเด็นไปไกลร่วมสิบเมตร.. เขาถึงกับเกาหัวอย่างหงุดหงิด..

“ช่างเถอะ..! เดินกลับไปที่ด่าน.. ไม่สิ.. คนที่นี่เรียกว่าโรงเรียน คงจะเป็นที่ที่มีไว้ให้ทุกคนฝึกฝนทักษะสินะ?.

“ข้าเองก็คงต้องฝึกวิชาเท้าทองคำหมื่นลี้บ้างแล้ว.. ต่อไปไม่ว่าจะไปที่ใด ก็สามารถไปได้ทุกที่ นี่ข้าตกลงมาในที่ที่มีพลังชีวิตเพียงน้อยนิด จนไม่สามารถใช้ทักษะที่มีอยู่ดูดซับพลังชีวิตจากสิ่งที่อยู่ระหว่างสวรรค์กับโลกได้เลย..”

แม้ปากของหลิงหยุนจะพร่ำบ่น.. แต่เขาก็ยังคงสำรวจรอบๆบริเวณอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้พลาดอะไรไป และเขาก็มั่นใจว่า ‘เขา’ ได้รับอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ใช่การวางแผนฆาตกรรม แต่คนขับหนีลอยนวลไปได้

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ.. นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่าง มันเป็นการวางแผนฆาตรกรรมเขา!

“หืมม! แม้นี่จะไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่การชนแล้วหนีก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ข้าเป็นคนที่ชื่นชอบการแก้แค้นที่สุด.. คอยดูนะ ถ้าข้าหาแกพบแล้วล่ะก็ แกต้องตาย! เอิ่ม.. แม้จะไม่ตั้งใจ แต่อย่างน้อยแกก็ต้องให้หินพลังชีวิตกับข้าสักตันเป็นการทดแทน”

“ทุกข์จากการสูญเสีย ไม่ใช่นิสัยของข้า!”

หินพลังชีวิต เป็นสกุลเงินที่ใช้กันในโลกเพาะบ่มพลัง แน่นอนว่า.. หลิงหยุนยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับภาษาบนโลกใบนี้ได้ดีนัก แต่เขาก็ขยันที่จะปรับตัวไม่น้อย เขายังคงพูดได้เพียงไม่กี่คำ และแต่ละคำล้วนออกมาเองโดยไม่รู้ตัว..

แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่สามารถหาร่องรอย หรือหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่ามันคือการฆาตรกรรม แต่มันก็ไม่ใช่นิสัยของเขา ที่จะไม่เรียกร้องค่าชดเชยใดๆ หลังจากที่ต้องตายด้วยอุบัติเหตุ..

“ดูเหมือนตอนนี้เพื่อนร่วมห้อง กับอันธพาลที่ชอบรังแก และเยาะเย้ยผมอยู่เสมอ คงกำลังรอดูผมอยู่สินะ!”

ต้องยอมรับว่าหลิงหยุนนั้น สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ และร่างใหม่ได้ดีมาก.. เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่นาน.. เขาก็เริ่มคิดเรื่องการแค้น!!

มันก็มักจะเป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ.. ขณะที่ดูเหมือนความฝันกำลังถูกเติมเต็ม ความจริงก็จะปรากฏตรงข้ามกัน..

ด้วยพลังชีวิตที่เบาบางบนโลกใบนี้ แม้ว่าหลิงหยุนคนที่ตกลงมาบนโลกนี้ จะฝึกจนถึงขั้นเป็นอมตะแล้ว แต่ก็ช่างไร้ประโยชน์ เขาตระหนักดีถึงสถานการณ์ และเงื่อนไขที่เขามีอยู่ในเวลานี้ พระองค์เท่านั้นที่จะรู้ว่ายาวนานแค่ใหน.. ที่เขาจะสามารถก้าวไปถึงขั้นพื้นฐานของการบ่มเพาะพลัง ที่เป็นเพียงขั้นที่ 1 ของการบ่มเพาะพลังชี่ นับประสาอะไรกับการที่จะพยายามไปให้ถึงขึ้นเป็นอมตะ!!

แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นักของหลิงหยุน เพราะท้ายที่สุด จากประสบการณ์ที่เขามี เขาก็จะสามารถฝึกถึงขั้นเพาะบ่มพลังชี่ได้อย่างแน่นอน..

และแม้ว่าบนโลกใบนี้จะมีพลังชีวิตค่อนข้างน้อย แต่เขาก็สามารถสำรวจพลังชีวิตได้ในทุกๆก้าวที่เขาเดินผ่านต้นไม้ หรือพุ่มไม้..

แต่ถึงอย่างนั้น.. พลังชีวิตที่เขาสำรวจและพบเจอนั้น ก็ยังคงน้อยเกินกว่าที่เขาจะดูดซับไปด้!!

แต่น้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย!

หลิงหยุนเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการแพทย์ เหตุผลหลักที่เขาสามารถขึ้นไปอยู่ในลำดับต้นๆ ในโลกเพาะบ่มได้ในฐานะผู้เป็นเลิศเรื่องการเพาะบ่มพลังด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็วนั้น ก็เพราะเขามีพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นอยู่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ – นั่นคือความสามารถในการดูดซับพลังชีวิตจากสรรพสิ่งที่อยู่ระหว่างโลกกับสวรรค์ได้ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาก้าวไปสู่ขั้นอมตะได้ในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ยี่สิบปี..

หลิงหยุนเป็นคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่มีเมตตา ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับเขาแล้ว.. ความเมตตา ศีลธรรม และการเสียสละ เป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดี..

ในโลกแห่งการเพาะบ่มพลัง ใครก็ตามที่มีพลังมากที่สุด คนผู้นั้นจึงจะมีอำนาจมากที่สุด เขาเชื่อว่า.. นี่เป็นกฏเหล็กที่ใช้กันทั่วทุกหนทุกแห่ง

ดังนั้น.. เป้าหมายของเขาจึงมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการเป็นคนที่แข็งแกร่งมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ!!!

มีเพียงวิธีนี้.. เขาจึงจะไม่ถูกรังแก!

และเพียงวิธีนี้ เขาจึงจะสามารถปกป้องคนที่เขาต้องการปกป้องได้..

ระหว่างที่เขาเดินกลับไปโรงเรียนตามข้อมูลที่อยู่ในความทรงจำนั้น เขาเพิ่งรู้ตัวว่ามันน่าหัวเราะเยาะแค่ใหน ที่เขาไม่ฝึกวิชาเท้าทองคำหมื่นลี้..

ด้วยร่างกายที่ทั้งอ้วนและอ่อนแอนี้ เขาแทบหายใจไม่ทันตลอดระยะทางที่เดินมาหลายสิบเมตรนี้ จึงไม่ต้องพูดถึงระยะทางเป็นพันไมล์! ถ้าสักร้อยเมตรนั่นยังพอเป็นไปได้!

ไม่ได้แล้ว.. จากนี้ไปข้าต้องเริ่มฝึกฝนความแข็งแกร่ง และต้องเริ่มฝึกทันที ร่างกายนี้สภาพไม่ดีนัก ขืนยังเป็นเช่นนี้ ข้าคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะสร้างรากฐานได้ และอาจต้องใช้เวลาอีกยาวนาน กว่าจะไปถึงขั้นของการฝึกพลังชี่ขั้นที่ 1 ได้ จึงไม่ต้องพูดถึงการจะฝึกไปถึงขั้นอมตะที่ข้าเคยได้!!

หลิงหยุนกร่นด่าร่างกายที่อ้วนไปทุกอณูนี้ ไขมันกระเพื่อมทุกๆก้าวที่เดิน..

เหตุผลที่หลิงหยุนหมดความอดทนกับร่างกายนี้นั้น ไม่ใช่เพียงเพราะแค่ไม่พอใจในร่างกายใหม่ แต่เพราะเขารู้ดีว่า โลกใหม่แห่งนี้นั้น ไม่ได้ธรรมดาเหมือนที่ทุกคนคิด..

สำหรับใครบางคนที่สามารถทำลายเส้นลมปราณหยางเฉียวของเด็กทารกคนหนึ่งได้ โดยที่เด็กคนนั้นยังสามารถมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงยี่สิบปีนั้น คนผู้นั้นจะต้องมีฝีมือเทียบเท่าผู้ที่ฝึกฝนจนได้พลังชี่ขั้น 3 ในโลกเพาะบ่มพลัง..

ยิ่งไปกว่านั้น.. คนที่ถูกจ้องเอาชีวิตตั้งแต่เกิด ยังต้องทนทุกข์กับการเกิอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างน่าแปลก.. แล้วถ้านี่เป็นการวางแผนฆาตกรรมล่ะ?

นี่เป็นเหตุผลที่หลิงหยุนรู้สึกท้อแท้ที่จะฝึก! แต่เขาจำเป็นต้องปกป้องตัวเอง!

เขารู้สึกเสียดายที่พลังชีวิตได้หมดไปหลังจากที่ใช้รักษาร่างกาย หากเขาทำตามขั้นตอนการเพาะบ่มพลังที่เขาเคยฝึกมา การจะไปให้ถึงขั้นเพาะบ่มพลังชี่-ระดับ 1 นั้น ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก

น้ำเป็นสิ่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในเมืองจิงฉู และหลิงหยุนก็สังเกตุเห็นว่า แม่น้ำนั่นกว้างถึง 7หรือ8 เมตร แสงระยิบระยับส่องประกายอยู่เหนือผิวน้ำ..

หลิงหยุนขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นฉุนจากคราบเลือดที่ติดอยู่ตามร่างกาย และสิ่งสกปรกที่เป็นพิษ ที่ไหลออกมาจากร่างกายของเขาระหว่างที่เขาใช้พลังชีวิตขับออก เมื่อไปถึงแม่น้ำ.. เขาจึงกระโดดลงน้ำทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้า และเมื่อร่างอ้วนๆของเขากระแทกเข้ากับน้ำ น้ำก็กระเซ็นไปทั่ว..

ครู่หนึ่ง.. หลิงหยุนก็โผล่หัวขึ้นจากน้ำ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น..

“โอ้.. กลิ่นคล้าย.. กลิ่นคล้ายสมุนไพรชีฉือยู่!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top