ขนาดตัวอักษร

DW:บทที่ 16 พวกเราเจอสามีของเธอแล้ว

 322 Views

DW:บทที่ 16 พวกเราเจอสามีของเธอแล้ว

“มาร์ซี่” หลินซันจิ่วพยายามควบคุมสีหน้าของเธอให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด “มาตรงนี้หน่อยได้ไหม? ฉันอยากถามว่าเธอเห็นขวดสีเงินขวดน้อยของฉันบ้างหรือเปล่า”
เมื่อพูดถึงขวดสีเงินขวดน้อยนั้น มาร์ซี่ก็นึกถึงเจ้า ตัวขัดเกลาทักษะ ขึ้นมาทันที มาร์ซี่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เธอเพียงแค่ตอบกลับมาด้วยความงุนงง “ฉันวางมันไว้บนโซฟาไม่ใช่หรือ?” เธอพูดขณะที่ยังคงตบหลังของคงหยุนเบาๆเพื่อปลอบโยน
เนื่องจากพวกเขาออกมาจากห้องกับคงหยุน พวกเขาจึงต้องทิ้งเจ้าตัวขัดเกลาทักษะไว้ที่นั่น หลินซันจิ่วรู้ดี
ทันใดนั้นหลินซันจิ่วก็ขมวดคิ้วขึ้น “อ้า ฉันลืมไปน่ะ!” เธอหันหน้าไปหาคงหยุนและพูดว่า “ความทรงจำของฉันนี่แย่จริงๆ! ฉันขอพาพวกเขาขึ้นไปข้างบนกับฉันสักครู่ได้ไหม? พี่คง พี่รอพวกฉันอยู่ข้างล่างนี่แปปนึงได้หรือเปล่า”
คงหยุนชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
หลินซันจิ่วรู้ว่าตัวเธอเองนั้น ทำตัวแปลกๆ เธอจึงไม่เปิดโอกาสให้คงหยุนได้ตอบ เธอดึงลากลูเทอร์ไปยังทางเข้า และแสดงท่าทางบอกให้มาร์ซี่ตามมา “มาสิ พวกเราจะได้ไปดูว่ายังมีสิ่งของอย่างอื่นที่มีประโยชน์หลงเหลืออยู่ไหม”
ใบหน้าของมาร์ซี่ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เธอก็ยืนขึ้นและทำตามอย่างโดยดี
“พี่คง อย่ากลัวไปเลย พวกเราจะรีบกลับมา…” หลินซันจิ่วพูดพร้อมกับยิ้มให้คงหยุน ก่อนที่จะเปิดประตูห้องออก
ก่อนที่ประตูจะปิดลง หลินซันจิ่วเห็นคงหยุนที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่น มองกลับมาที่เธอด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก เมื่อประตูห้องถูกปิดลงด้วยเสียงดัง ‘ปัง’ ความมืดก็ได้ปกคลุมใบหน้าของเธอ
ทันทีที่ประตูปิดลงหลินซันจิ่วก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างเร่งด่วน มาร์ซี่และลูเทอร์ก็วิ่งตามเธอไปด้วยความสับสน “เกิดอะไรขึ้น? เธอเจออะไรผิดปกติเหรอ?” ลูเทอร์ถามขึ้นมาเป็นคนแรก
“ฉัน… ฉันหวังว่าฉันจะคิดมากไปเอง!” เธอพูดออกมาด้วยความไม่สบายใจ ขณะที่เธอสาวเท้าขึ้นไปบนบันไดอย่างรวดเร็ว “ฉันต้องขึ้นไปพิสูจน์อะไรบางอย่างก่อน…”
ภายในเวลาไม่กี่นาที ทั้งสามก็ใช้พละกำลังทั้งหมดขึ้นมายังชั้นบนสุดได้สำเร็จ หัวใจของหลินซันจิ่วเต้นแรงมาก เธอผลักประตูออกและวิ่งเข้าไปยังอพาร์ทเม้นท์ชั้น 38 โดยไม่หยุดพักหายใจเลยสักนิด
ภายในห้องนั้นมืดสนิท “เอาไฟแช็คมาให้ฉัน!” หลินซันจิ่วตะโกน ได้ยินเช่นนั้น ลูเทอร์ก็โยนไฟแช็คไปให้เธอ ด้วยเสียง ‘คลิก’ แสงจากไฟแช็คก็สว่างขึ้นบนมือของเธอ แสงจากเปลวไฟสีส้มของไฟแช็ค ทำให้มองเห็นพื้นที่บริเวณโต๊ะกินข้าวอย่างสลัวๆ มีชามอาหารสี่ชามวางอยู่บนโต๊ะ
ลูเทอร์และมาร์ซี่มองหน้ากัน แล้วก็มองไปยังโต๊ะกินข้าว
“หืม?” มาร์ซี่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติได้ก่อนลูเทอร์ “ทำไมเธอถึงไม่…”
ก่อนหน้านี้ พวกเขารับประทานอาหารกันในความมืดแล้วก็ลงไปข้างล่างทันที จึงไม่มีใครเห็นอะไรผิดสังเกต แต่ตอนนี้เมื่อพวกเขาได้มาดูอย่างละเอียดแล้ว พวกเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีกระดูกไก่วางอยู่อย่างระเกะระกะอยู่ข้างชามทั้งสามชาม แต่ข้างชามของคงหยุนกลับไม่มีอะไรวางอยู่เลย
[จริงๆ นี่ก็ไม่แปลกนัก เธออาจจะชอบกินกระดูกไก่ก็ได้…]
ขณะที่ลูเทอร์กำลังจะพูดมันออกมา เขาก็เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหลินซันจิ่ว เมื่อเธอถือชามของคงหยุนเข้ามาใกล้พวกเขา หลังจากที่ได้เห็นมันชัดๆ เขาก็ต้องกลืนคำพูดของเขากลับไปทันที
ภายใต้ความร้อนระอุของนรกที่ร้อนแรง แม้จะเป็นพวกเหนือมนุษย์อย่างพวกเขา ยังรู้สึกกระหายน้ำอยู่บ่อยๆ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาต้องคอยดื่มน้ำอยู่เรื่อยๆ น้ำทุกหยดนั้นมีค่ามากสำหรับพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตัดสินใจลงหลักปักฐานกันในซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วก็ตาม โดยปกติทั่วไปแล้วพวกเขาจะต้องกินน้ำซุปกันก่อน
แต่ในถ้วยของคงหยุนนั้นยังคงมีน้ำซุปสีขาวขุ่นเหลืออยู่เกือบครึ่งถ้วย เมื่อเธอได้ตรวจดูที่ช้อน หลินซันจิ่วก็พบว่าไม่มีเศษข้าวติดอยู่เลยแม้แต่น้อย และเนื้อไก่ก็ได้ถูกกินจนหมด เหลือเพียงแค่สิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกใหม่ใบนี้ซึ่งก็คือ น้ำ ที่ถูกทิ้งอยู่ในชามของคงหยุน
“ทะ ทำไม… ทำไมเธอถึงไม่หิวน้ำ?” ลูเทอร์ขมวดคิ้วพร้อมกับกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรง สีหน้าของหลินซันจิ่วนั้นแสดงออกถึงความหวาดกลัว
ต้องขอบคุณเซ้นส์ที่หลักแหลมของเธอ ทำให้เธอสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้สำเร็จ แต่ถ้าเซ้นส์ของเธอนั้นไม่ผิด คงหยุนจะเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าตัวลั่วจ้งที่เคยเจอมาเสียอีก
“เธอโกหก สกิลเชิงรุกของเธอได้พัฒนาแล้วอย่างแน่นอน… และจากที่เห็น ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วว่าความสามารถของเธอคืออะไร”หลินซันจิ่วค่อยๆพูดออกมาอย่างเบาๆ
[ปลาทอง ต้นไม้ ข้าว เนื้อไก่ และผักในตู้เย็น…]
เธอจ้องมองไปที่หน้าของลูเทอร์และมาร์ซี่พร้อมกับวางชามอาหารของคงหยุนลง เธอพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มันเป็นไปได้สูงว่า ความสามารถของคงหยุนนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุทางชีวภาพทุกชนิดให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของเธอ ฉันเดาว่าเพียงแค่เธอสัมผัสกับเป้าหมายของเธอ เธอก็สามารถดูดกลืนมันได้ทั้งหมดโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่ส่วนเดียว เราใช้เวลากินอาหารนานเท่าไหร่กัน? ถึงอย่างนั้น มันกลับดูเหมือนว่าไม่เคยมีข้าวและไก่อยู่ในชามมาก่อนเลย!”
มาร์ซี่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ “วัสดุทางชีวภาพทุกชนิด? ถูกดูดกลืนด้วยการสัมผัสเหรอ? นี่มัน… มันไม่ใช่แค่ความสามารถในการเอาตัวรอด แต่ถ้ามันถูกใช้ในการสู้รบล่ะก็…”
จะต้องมีคนตายหากถูกสัมผัส
“แต่นั่นก็อธิบายไม่ได้ว่า ทำไมเธอถึงไม่สามารถดื่มน้ำได้”
ใบหน้าของลูเทอร์นั้นเปลี่ยนเป็นซีดเผือก เมื่อเขานึกได้ว่าเขาเดินชนกับเธอตอนที่พวกเขาลงไปข้างล่าง
“เป็นไปได้ไหมว่าความสามารถของเธอ ปรับเปลี่ยนร่างกายของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถดื่มน้ำได้อย่างพวกเรา? หรือบางที ร่างกายของเธออาจจะรับสารอาหารที่จำเป็นจากการดูดกลืนวัสดุทางชีววิทยาได้เพียงอย่างเดียว” มาร์ซี่ออกความเห็น “พวกเราอยู่กับเธอมาเกือบครึ่งค่อนวัน… ถ้าเธอคิดจะทำอะไรที่ไม่ดีกับพวกเรา พวกเราคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้”
หลินซันจิ่วพยักหน้า นั่นเป็นสิ่งที่เธอคิดและหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นเช่นกัน แต่เธอกลัวว่า…
ความคิดได้ผุดขึ้นที่หัวของเธอก่อนที่เธอจะได้พูดมันออกมา เสียงของคงหยุนก็ดังขึ้นในความมืด “ทำไมพวกเธอขึ้นมาเอาของกันนานจัง?”
ทั้งสามชะงัก [นี่พวกเราขึ้นมานานขนาดนั้นเชียวเหรอ?] หลินซันจิ่วอดดูเวลาบนนาฬิกาดิจิตอลของเธอไม่ได้
พวกเขาใช้เวลาไปแค่ 10 นาทีเท่านั้น ตั้งแต่ขึ้นมาชั้นบน เธอไม่สามารถบอกได้ว่าวัตถุประสงค์ของคงหยุนที่ติดตามพวกเขาอย่างใกล้ชิดนั้นคืออะไร
เมื่อเห็นว่าอีกสองคนยืนเงียบไม่พูดอะไร มาร์ซี่จึงเปล่งเสียงขึ้นและพูดว่า “เธอรอพวกเราอยู่ตรงประตูนะ เดี๋ยวพวกเราจะออกไปแล้ว”
คงหยุนตอบกลับด้วยเสียง ‘โอ้’ แต่ขาของเธอยังคงเดินหน้ามาทางพวกเขา ราวกับว่าไม่ได้ยินที่มาร์ซี่พูด เธอเดินลากเท้าเข้ามาในอพาร์ทเม้นท์อย่างช้าๆ บรรยากาศรอบๆเริ่มอึดอัดขึ้นทันที
หลังจากหยุดไปสองวิ มาร์ซี่ก็หัวเราะออกมาแห้งๆและพูดว่า “เฮ้ พวกเรากำลังจะออกไปแล้ว เธอไม่ต้องเข้ามาก็ได้…”
คงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ฉันกลัวที่จะอยู่คนเดียว ฉันแค่อยากมาอยู่กับพวกเธอ ได้ไหม?” เธอยิ้มพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ขึ้น เธอยื่นแขนของเธอออกมา จับแขนของมาร์ซี่ไว้
หัวใจของหลินซันจิ่วตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขณะที่เธอกำลังจะเข้าไปขวาง ลูเทอร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังของเธอก็ได้ดึงมาร์ซี่ออกจากคงหยุนด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของเขา เขานั้นไวเสียจนเห็นเพียงแค่เงาสีดำ
“เธอต้องการอะไร!”ลูเทอร์คำรามออกมา เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่หลินซันจิ่วได้เห็นชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลานั้นโกรธ “ความสามารถของเธอพัฒนามาได้สักพักแล้ว ใช่ไหม? พวกเรารู้หมดแล้ว! บอกพวกเรามา! ทำไมเธอถึงต้องตามพวกเรา!”
“อาา…” คงหยุนสะดุ้งเล็กน้อย เธอชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็พูดออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม “มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของฉันจริงๆ… ฉันไม่กล้าบอกพวกเธอเพราะกลัวว่าพวกเธอจะกลัวฉัน แต่ว่าพวกเธอคงรู้หมดแล้วสินะ…”
มาร์ซี่มองเธออย่างระมัดระวัง และเพื่อให้แน่ใจ เธอจึงถามขึ้นอย่างรอบคอบ “เธอ… ไม่ได้ต้องการที่จะทำร้ายเราใช่ไหม?”
สายตาของหลินซันจิ่วนั้นจ้องไปที่เธอทันที มาร์ซี่เป็นคนดี แต่เธออาจจะไว้ใจคนง่ายเกินไปในบางครั้ง ถ้าคงหยุนมีแผนอะไรบางอย่างจริงๆ เธอจะพูดมันออกมาตรงๆหรือ?
“ทำร้ายพวกเธอเหรอ?” คงหยุนชะงัก ประโยคที่เธอกำลังจะพูดต่อนั้นเหนือการคาดเดาของหลินซันจิ่ว “ไม่ ไม่ ไม่ ฉันต้องการแค่พวกเธอคนเดียว มันคงจะโหดร้ายเกินไปที่จะดูดกลืนพวกเธอทั้งสามคน”
ประโยคที่เธอพูดนั้นเหมือนกับปุ่มหยุด ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่ง
ราวกับว่าสีหน้าที่กำลังตกใจของพวกเขา จะทำให้หัวใจของคงหยุนนั้นมืดดำขึ้น เธอถอนหายใจและพูดต่อ “จริงๆแล้ว ฉันก็ไม่อยากดูดกลืนสิ่งมีชีวิตใดๆหรอกนะ แต่ฉันรู้สึกอ่อนแอ ฉันดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านของฉัน แม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้างล่าง… แต่ฉันก็ยังรู้สึกอ่อนแอ อ่อนแอเสียจนรู้สึกอึดอัด…”
หลินซันจิ่วไม่รู้ว่าเธอควรจะโกรธหรือว่าหัวเราะออกมาดี
บางทีอาจจะเป็นเพราะเห็นท่าทางของหลินซันจิ่ว คงหยุนจึงปาดน้ำตาของเธอออก “ตอนที่ฉันเห็นพวกเธอครั้งแรก ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกเธอหรอกนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันก็ทนไม่ไหว… เธอลองถามตัวเธอเองดูสิว่า ถ้าการที่ได้ฆ่าชีวิตของคนๆหนึ่งไปจะทำให้เธอมีชีวิตรอดอยู่ได้ เธอจะทำมันหรือเปล่า?” เธอไม่ได้ต้องการที่จะฟังคำตอบ เธอยกนิ้วชี้ขึ้นหนึ่งนิ้ว และพูดแกมขอร้อง “ฉันต้องการแค่พวกเธอคนเดียว… แค่คนเดียวจริงๆ!”
“มาร์ซี่ ลูเทอร์ พวกเธอเพิ่งเจอซันจิ่วเมื่อวานนี้ไม่ใช่เหรอ? เธอก็แค่คนที่เดินผ่านมา…” รอยยิ้มโหดเหี้ยมผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ “ถึงไม่มีผู้หญิงคนนี้ พวกเธอทั้งสองก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามแบบที่พวกเธอต้องการ มันคงจะไม่เสียหายอะไร”
“เธอคงจะวางแผนไว้หมดแล้วสินะ” หลินซันจิ่วยิ้มอย่างเยือกเย็น โดยไม่หันไปมองว่าลูเทอร์กับมาร์ซี่จะมีท่าทีอย่างไร เธอรู้สึกถึงความโกรธที่กำลังปะทุอยู่ในหัวใจของเธอ
ได้ยินเช่นนั้นคงหยุนก็หันหน้ากลับไปมองหลินซันจิ่ว “สาวน้อย แฟนของเธออยู่ไหน? ฉันเดาว่าพวกเธอคงแค่คบกันเล่นๆ เธอคงไม่เข้าใจความรู้สึกที่ฉันและสามีมีให้กันหรอก… ฉันจะต้องไม่ตาย แม้ว่าทุกคนในโลกนี้จะต้องตายก็ตาม ฉันจะต้องไม่ตาย ฉันจะรอสามีของฉันอยู่ที่บ้าน…”
ลูเทอร์ที่ไม่สามารถทนฟังคำพูดของเธอได้อีกต่อไป สวนกลับ “หยุดพูดไร้สาระสักที! ถ้าเธออยากกินใครสักคน กลับบ้านไปกินตัวเองนู่น!”
หลินซันจิ่วรู้สึกโล่งออก เธอหันไปยิ้มให้ทั้งคู่
ในตอนที่เธอกำลังจะหันหน้าไปหาคงหยุนอีกครั้ง สายตาของเธอก็หยุดอยู่ตรงประตูห้องนอนของเธอ ภายใต้ความมืด ประตูนั้นสีดำสนิทราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล มีเตียงวางอยู่ด้านหลังประตู
ทันใดนั้นความคิดก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองของเธอ ก่อนที่หลินซันจิ่วจะรู้สึกตัว เธอก็ได้ถามคำถามนั้นออกไปแล้ว “คงหยุน เธอบอกว่า เมื่อคือตอนที่เธอตื่นขึ้นมา เธอเห็นแค่ชุดนอนของเขาที่วางอยู่บนเตียงใช่หรือไม่?”
“ใช่ ทำไมเธอถึง…” คงหยุนยังพูดไม่จบ หน้าของเธอได้เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเผือก ทันทีที่เห็นท่าทางของหลินซันจิ่ว
หลินซันจิ่วยิ้มอย่างเคียดแค้นเผยให้เห็นฟันสีขาวของเธอ เธอจ้องหน้าของคงหยุนและพูดว่า “บิงโก! พวกเราเจอสามีของเธอแล้ว!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top