ขนาดตัวอักษร

DW:บทที่ 12 อยู่ต่อไป กับหวางซีซี?

 344 Views

DW:บทที่ 12 อยู่ต่อไป กับหวางซีซี?
ในเวลาเพียงแค่ชั่ววินาที ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้กลับกลายเป็นความโกลาหลวุ่นวายไปหมด
ข้อศอกของมาร์ซี่ถลอกและให้ความรู้สึกเจ็บเหมือนแผลไหม้ จากการที่หลินซันจิ่วกระโจนใส่ ในตอนที่เธอกำลังจะพูดว่า “นี่เธอทำบ้าอะไรน่ะ?” เธอก็ได้ยินเสียงร้องของลูเทอร์ ลูเทอร์ยกมีดของเขาขึ้นและพุ่งเข้าไปในห้อง กวาดแกว่งมีดทำครัวอยู่เหนือมาร์ซี่และหลินซันจิ่ว “โครม!” เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้น ด้วยการโจมตีของลูเทอร์ เงาสีดำของแท่งหนามแหลมยาวที่เกือบจะเจาะเข้าไปในใบหน้าของมาร์ซี่ก็ถูกชนกระเด็นไป มาร์ซี่กระพริบตาลงหนึ่งทีก่อนที่เธอจะตระหนักได้ว่าเงาที่เธอเห็นนั้นคือปากของเจ้าตัวลั่วจ้ง
หลินซันจิ่วทำท่าตีลังกาพร้อมกับยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว มาร์ซี่ที่ลุกขึ้นเช่นกัน ก็รู้สึกถึงไออุ่นที่อยู่บนหน้าของเธออย่างเฉียบพลัน — เธอเอื้อมมือสัมผัสกับใบหน้าของเธอและพบเลือดจากผิวหนังที่ฉีกขาดด้วยปากอันแหลมคมของตัวลั่วจ้ง
เลือดของเธอหยดลงบนพื้น 2-3 หยด ทิ้งคราบสีแดงไว้
“อากูว… คุณน้า ซีซีขอดื่มมันได้ไหมคะ?” เสียงเหนียมอาย นุ่มนวล ราวกับเด็กเล็กๆดังออกมาในความมืด
ทั้งสามคนยืนนิ่ง ใบหน้าของพวกเขามืดมน
ประตูห้องพนักงานถูกเปิดออกกว้าง มีกลิ่นเหม็นเน่าจนทำให้คลื่นไส้พุ่งออกมา ตัวลั่วจ้งที่อยู่ในชุดเดรสลายดอกไม้สีชมพูกำลังยืนอยู่ที่ประตู — คงไม่มีใครสามารถเรียกสิ่งนั้นว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆได้
เธอดูแตกต่างจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พวกเขาเจอก่อนหน้านี้ หวางซีซีนั้นตัวเล็กกว่าเขามากและดูอวบอิ่มกว่าเล็กน้อย เธอมีผิวหนังสีน้ำตาลที่เหี่ยวย่นเหมือนกัน แต่ชุดเดรสลายดอกไม้ของเธอยังคงเข้ากับเธอได้ดี โชคไม่ดีที่มีรอยเปื้อนสีดำขนาดใหญ่ ไม่จากน้ำเมือกที่ร่างกายของหวางซีซีหลั่งออกมา ก็จากเลือดของใครบางคน อยู่บริเวณหน้าอกของชุดของเธอ ศีรษะของเธอมีเส้นผมเป็นย่อมๆอยู่บนผิวหนังที่เหนียวเหนอะ มันถูกมัดเข้าหากันด้วยโบว์สีชมพูลายผีเสื้อ นั่นคงจะเป็นทรงผมหางม้าของเธอ
เธอจับกระโปรงของเธอและแกว่งมันไปมาสองครั้ง ท่าทางของเธอดูมีความสุขมาก เสียงหัวเราะของเธอออกมาจากปากที่แหลมคมอย่างร่าเริง “ขอบคุณ พี่ชาย พี่สาว และคุณน้า ที่ทำให้ซีซีกลับมากินได้อีกครั้ง”
ขณะที่หลินซันจิ่วกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เด็กหญิงก็นำปากอันเรียวแหลมของเธอพุ่งมาเข้ามาด้านหน้า ทั้งสามกระโจนหลบไปด้านหลังอย่างพร้อมเพรียงเพื่อหลบการจู่โจม ปากของเด็กสาวกวาดครูดไปรอบๆพื้นแล้วคราบเลือดที่อยู่บนพื้นก็ได้หายไป
ทันทีที่คราบเลือดได้เข้าสู่ปากของเธอ หวางซีซีก็ส่งเสียงร้องอย่างไม่พอใจ “ยั๊กกก…” ปากของเธอเปล่งเสียงร้องดังฟืดฟาดอย่างโกรธเกรี้ยว“แย่! รสชาติของมันแย่มาก! หนูเกลียดมัน!” ถ้าเทียบกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วการออกเสียงของเธอนั้นชัดเจนกว่ามาก ถ้าพวกเขาหลับตาลงฟัง เสียงของเธอนั้นก็จะเหมือนกับเสียงเด็กที่กำลังร้องอาละวาดธรรมดาๆคนหนึ่ง
หลังจากนั้น ดวงตาที่ไร้เปลือกตาของเธอก็หันมามองจ้องที่หลินซันจิ่ว “เธอคือพี่สาว ที่ไม่มีความอ่อนโยนเอาซะเลยคนนั้น”
หลินซันจิ่วรู้สึกวูบๆ โหวงๆในกระเพาะ เธอกลั้นความรู้สึกอึดอัดนั้นไว้และพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา “ดูเหมือนว่าพวกเราจะมองเธอต่ำไป ฉันไม่รู้ว่าพวกตัวลั่วจ้งอย่างเธอ จะมีสติปัญญาถึงขนาดนั้น…” เนื่องจากตัวของเธอนั้นสูงกว่าหวางซีซีมาก และเธอก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องพนักงาน เธอจึงสามารถมองเห็นภายในห้องทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
มีศพของชายวัยกลางคนนอนราบอยู่ บนโต๊ะทำงานที่อยู่ด้านหลังของหวางซีซี ลำคอของเขามีโพรงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเลือด มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากศพของเขา ภายใต้อุณหภูมิที่ร้อนระอุแบบนี้ ร่างที่ไร้วิญญาณนั้นก็ได้อยู่ในสภาพที่เน่าเปื่อยอย่างดูไม่ได้ ถึงกระนั้น สีหน้าของเขายังแสดงออกถึงความหวาดกลัวได้อย่างชัดเจน
ในเวลาแบบนี้สายตาที่แหลมคมราวกับเหยี่ยวของลูเทอร์นั้นมีประโยชน์มาก เขาต้องอ้าปากค้างเมื่อใช้สายตาตรวจสอบไปรอบๆห้อง “ซันจิ่ว มาร์ซี่ มีป้ายชื่อติดอยู่ที่ศพ มันเขียนว่าหวางจีเหว่ย”
มาร์ซี่รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที เธอมองไปที่หลินซันจิ่วพร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง ภายในชั่ววินาทีเธอก็ได้คำตอบ
“รู้จักพ่อของหนูด้วยเหรอ?” ดวงตาคู่โตของหวางซีซีกรอกไปรอบๆเบ้าตาที่เหยี่ยวย่นสีดำของเธอ ราวกับว่ามันกำลังจะหลุดออกมา
“เธอกินพ่อของ—” มาร์ซี่เอามือขึ้นมาปิดปากของตัวเองก่อนที่จะพูดจบ ราวกับว่าเธอไม่สามารถยับยั้งอาการคลื่นไส้ของเธอได้ เธอกลืนคำพูดที่เหลือลงไปพร้อมกับน้ำย่อยอาหาร
หลินซันจิ่วเข้าใจได้ในทันที ว่าทำไมหวางซีซีถึงได้ดูอวบอิ่มกว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เธอได้บริโภคของเหลวจากร่างกายมนุษย์ไปแล้วนั่นเอง
“ฉันเข้าใจแล้ว มีคนเห็นเธอตอนที่เธอกำลังโจมตีพ่อของเธออยู่ ใครล่ะ? ใช่ผู้จัดการหรือเปล่า? เธอคงจะตกใจมากและรีบล็อคเธอไว้ในห้องนี้ ใช่ไหมล่ะ? ประตูได้ถูกออกแบบมาอย่างดี ไม่มีทางที่ศพตากแห้งตัวน้อยๆอย่างเธอจะออกมาได้” หลินซันจิ่วพูดอย่างสุขุม แม้ว่าตอนนี้กล้ามเนื้อของเธอจะกำลังเกร็งขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เธอจะทำต่อไป “ตอนที่พวกเรามาถึงที่นี่ เธอได้ยินเสียงของเรา เธอจึงคิดวางแผนหลอกพวกเรา… ฉันไม่รู้จริงๆว่าหัวสมองที่เหี่ยวแห้งของเธอจะยังสามารถทำงานได้ดีขนาดนี้”
หวางซีซีเปล่งเสียงร้องแสบแก้วหูด้วยความโกรธ จากคำพูดที่โหดร้ายของหลินซันจิ่ว เธอกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด “เธอคิดว่าเธอแน่ขนาดไหนกัน แค่เพียงเพราะพวกเธอดูอวบอิ่ม!” ในขณะนั้นเองปากของเธอก็พุ่งไปหาหลินซันจิ่วอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
เป็นเพราะหวางซีซีนั้นตัวเล็ก ปากของเธอเลยสั้น หลินซันจิ่วได้เตรียมตัวเอาไว้แล้ว เธอกลิ้งไปทางลูเทอร์หลบการโจมตีครั้งแรกได้สำเร็จ โดยไม่ให้หยุดหายใจ เด็กหญิงแกว่งปากอันแหลมคมของเธอไปยังทั้งคู่ ก่อให้เกิดเสียงแหลมของปากที่ตวัดผ่านอากาศ
ลูเทอร์ยกมีดทำครัวของเขาขึ้นมาป้องกันอย่างรวดเร็ว ด้วยเสียงชนดัง ‘โครม’ ปากของมันถูกใบมีดขวางเอาไว้ในชั่วพริบตา แล้วมีดของเขาก็ปลิวหลุดจากมือไป ตกไปยังที่ที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึง เวลานี้พวกเขานั้นเหลือแต่มือเปล่าๆ
ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แบบนี้ มาร์ซี่วิ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับเล็บเหล็กยาวครึ่งเมตรของเธอ เธอมุ่งเป้าไปยังดวงตาของหวางซีซี แต่ปากของมันว่องไวมาก มันหดกลับราวกลับงู และโจมตีกลับในทันที ทำลายการโจมตีของมาร์ซี่อย่างสิ้นเชิง
หวางซีซีเดาะลิ้นของเธอสองครั้ง ไม่พอใจที่เหยื่อการโจมตีที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นเป็นคนที่มีรสชาติห่วยแตก โดยไม่รอช้า ปากของมันก็ส่งเสียงร้องหึ่งและพุ่งไปยังหลินซันจิ่วอีกครั้ง
ในครั้งนี้หลินซันจิ่วไม่ได้พยายามที่จะหลบ เธอเผชิญหน้ากับการจู่โจมโดยตรง ทันทีที่ปากของมันกำลังจะแทงเข้าไปยังลำคอของเธอ เธอก็จับปลายที่แหลมคมของมันพร้อมกับรวบรวมพละกำลัง ผลักมันออกไปไม่ไกลจากเธอมาก
ทันใดนั้นชั้นผิวหนังบนใบหน้าของหวางซีซีก็ย่นเข้าหากัน เธอพูดด้วยใบหน้าที่รื่นเริง “ฮ่าๆๆ! เจ้าโง่ ฉันสามารถกินเลือดจากมือของเธอได้เหมือนกัน!”
ลูเทอร์และมาร์ซี่อยู่ในอาการตกตะลึง มีแสงสีขาววูบขึ้นขณะที่พวกเขากำลังวิ่งเข้ามาช่วย ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีจากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนจากหวางซีซีที่กำลังแกว่งศีรษะของเธอไปมาอย่างรุนแรงอย่างเจ็บปวด เสียงร้องของเธอดังจนเกือบทำให้ของที่อยู่บนตู้ตกลงมาจากการสั่นสะเทือน มีดทำครัวปรากฏขึ้นมาจากไหนก็ไม่ทราบได้ ตอนนี้ได้แทงเข้าไปยังริมฝีปากที่ยื่นออกมาราวกับหนาม ที่ก่อนหน้านี้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำเหนียวเหนอะ ปลายด้ามจับของมีดยังคงอยู่ในกำมือของหลินซันจิ่ว
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของหวางซีซี รอยยิ้มอย่างโหดเหี้ยมก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของหลินซันจิ่ว ขณะที่เธอยังคงกำมีดที่อยู่ในมือแน่น
ด้วยการจับลักษณะนี้เธอสามารถควบคุมปากอันร้ายกาจของมันได้ เธอตระโกนบอกกับอีกสองคนขณะที่มือยังคงจับด้ามมีดไว้แน่น “ลูเทอร์ นายถีบเธอกลับเข้าไปในห้อง! มาร์ซี่ล็อคประตู!”
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างกับฟ้าผ่า ถึงแม้ว่าหวางซีซีจะได้ยินแผนของพวกเขา แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เงาสีดำพุ่งเข้ามาหาเธอพร้อมกับเตะเข้าที่หน้าอกของเธออย่างจัง — เสียงดังแกร๊กของกระดูกดังก้องอยู่ในอากาศ ราวกับว่าซี่โครงของเธอนั้นได้แตกเป็นเสี่ยงๆจากการถีบของลูเทอร์ หลินซันจิ่วกะเวลาปล่อยมือของเธอออกจากมีดได้อย่างแม่นยำ มีดที่ยังคงฝังอยู่ในปากของเด็กหญิง ปลิวเข้าไปในห้องพร้อมกับตัวเธอ ในเวลาเดียวกัน มาร์ซี่ที่ได้เตรียมตัวเอาไว้นานแล้ว ก็วิ่งพุ่งมาจากด้านข้าง และจับเข้าที่ลูกบิดประตู
ทันใดนั้นเองที่น้ำเสียงอันโศกเศร้าของเด็กหญิงดังขึ้นมาจากในห้อง “คุณน้า หนูผิดไปแล้ว คุณน้าอย่าขังหนูในนี้เลยนะค่ะ ฮือออ หนูเจ็บ.. น้ามาร์ซี่ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว… ”
มาร์ซี่ชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตะหวาดกลับเสียงต่ำ “ไปตายซะ! ฉันไม่ใช่น้าของแก!” เธอล็อคประตูลงก่อนที่เธอจะพูดจบ พวงกุญแจยังคงห้อยอยู่ที่ประตู มาร์ซี่บิดลูกกุญแจสองทีเพื่อให้แน่ใจว่าประตูนั้นได้ถูกล็อคอย่างปลอดภัย
จนตอนนี้เองที่หลินซันจิ่วสามารถหายใจได้อย่างเต็มปลอด เธอไม่สามารถพยุงตัวเองให้ยืนอยู่ได้อีกต่อไป เธอค่อยๆไถลขาของเธอลงกับพื้นอย่างอ่อนล้า ด้วยเสียง “ปัง” ลูเทอร์นั้นก็ได้ลดตัวลงนั่งข้างๆเธอ ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าพวกเขาหมดแรงอย่างสิ้นเชิง
หวางซีซียังคงส่งเสียงโอดครวญ บางทีเธอก็ทำตัวเหมือนเด็กน้อยผู้น่าสงสาร บางทีเธอก็มุ่งเป้าไปที่มาร์ซี่ขอร้องและให้คำสัญญาว่าเธอจะไม่ทำอีกแล้ว เมื่อมันไม่ได้ผลเธอก็ตะโกนด่าอย่างเกรี้ยวกราดด้วยน้ำเสียงที่แสบแก้วหูของเธอ แต่ไม่ว่าเธอจะกรีดร้องหรือทุบประตูอย่างไรก็ตาม คนทั้งสามที่อยู่ข้างนอกก็ทำเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ยินอะไร
“เราควรทำอย่างไรดี?” ลูเทอร์ทำหน้าบูดบึ้ง ก่อนที่จะหยิบผ้าผืนเล็กๆขึ้นมา 2-3 ผืน ก่อนที่จะโยนมันให้หลินซันจิ่วและมาร์ซี่ “แปลว่าเราจะต้องอยู่ที่นี่กับเจ้าตัวลั่วจ้งนี่น่ะเหรอ?”
หลินซันจิ่วรู้สึกได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นรัวของเธอ เธอเช็ดเลือดออกจากฝ่ามือที่ได้รับบาดเจ็บของเธอ จากนั้นก็ถอนหายใจและพูดว่า “ไปหาชั้นวางของมาวางกั้นประตูกันเถอะ… พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนอีกได้ นอกจากที่นี่?”
มาร์ซี่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ตอนที่พวกเราขึ้นไปหากุญแจ ความร้อนจากด้านบนนั้นเกือบจะทำให้พวกเราเป็นลม…” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็พูดต่ออย่างเศร้าใจ “ในเมื่อตัวลั่วจ้งพวกนี้ยังคงมีสติปัญญาอยู่ แล้วทำไมพวกมันถึงสามารถทำร้ายคนที่มันรักได้?”
โชคร้ายที่ไม่มีใครสามารถตอบคำถามของเธอได้เลย
หลังจากที่ทั้งสามคนได้ดื่มน้ำและพักผ่อนกันบ้างแล้ว พวกเขาก็ช่วยกันนำชั้นวางของจากซุปเปอร์มาร์เก็ต 2-3 อันมาวางกั้นประตูเพื่อปิดมันอย่างแน่นหนา ชั้นวางของแต่ละอันนั้นหนักมาก ยังคงมีของบางอย่างที่พวกเขาเห็นว่าใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้วางอยู่บนตู้ นั่นยิ่งทำให้โอกาสที่หวางซีซีจะพังประตูออกมาได้นั้นเหลือน้อยเต็มที
หลังจากที่งานของพวกเขาเสร็จลง หลินซันจิ่วก็รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที มันเพิ่งจะผ่านมา 5-6 ชั่วโมง ตั้งแต่ที่เธอตื่นขึ้นมากลางดึกจากความร้อน ยิ่งไปกว่านั้นโลกที่เธอเคยรู้จักก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้เธอไม่แม้แต่จะเคยมีเรื่องกับใครมาก่อนเลย แต่ตอนนี้เธอถึงกับต้องฆ่าคนหากจำเป็น…
เนื่องจากซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นไม่ได้ขายชุดเครื่องนอน มาร์ซี่จึงนำผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่หลายๆผืนมาวางกองกันกับพื้นแทนที่นอน หลินซันจิ่วใช้น้ำครึ่งขวดเช็ดคราบเหงื่อที่แสนเหนอะหนะบนร่างกายของเธออย่างประหยัด ก่อนที่จะนอนลงไปบนกองผ้าเช็ดตัว
พวกเขาได้ดึงประตูม้วนเหล็กที่อยู่ตรงทางเข้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตลงและล็อคมันด้วยลูกกุญแจที่ได้มาจากศพของผู้จัดการ แสงอาทิตย์ด้านนอกนั้นรุนแรงพอที่จะฆ่าพวกเขาได้ แต่ความมืดในซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้น ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ ทั้งสามนอนเรียงกันอย่างใกล้ชิดบนกองผ้าเช็ดตัว ยังคงได้ยินเสียงร้องไห้ครวญครางอย่างหมดหนทางของหวางซีซีที่อยู่ไม่ไกลมาก ไม่นานจากนั้นสิ่งที่อยู่รอบตัวของหลินซันจิ่วก็เริ่มที่จะพร่ามัวและเสียงร้องของเด็กหญิงก็ค่อยๆเลือนหายไป…เธองีบหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top