ขนาดตัวอักษร

DW:บทที่ 10 ค่าศักยภาพการเติบโต และผู้เยี่ยมเยือน

 329 Views

DW:บทที่ 10 ค่าศักยภาพการเติบโต และผู้เยี่ยมเยือน
“เธออาจจะไม่รู้ แต่เคราะห์ร้ายนั้นจะเกิดขึ้นในสถานที่ที่เต็มไปด้วยทรัพยากร อย่างซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้…”
ลูเทอร์และหลินซันจิ่วเดินเลียบไปตามทางเดินมืดมิดที่มีชั้นวางของตั้งเรียงกันอยู่ พวกเขาคอยมองหลังให้กันและกันอยู่เรื่อยๆ ในมือถือขวดไวน์แดงคนละขวด พวกเขาไม่มีทางเลือก เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่อยู่ตรงทางเข้าซึ่งสามารถใช้เป็นอาวุธได้ สิ่งของอย่างอื่นที่เหลืออยู่นั้นค่อนข้างไร้ประโยชน์ ขวดไวน์แดงไม่ใช่อาวุธที่ดีนักที่จะใช้ต่อสู้กับเจ้าพวกตัวลั่วจ้ง แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถขว้างใส่มันเพื่อถ่วงเวลาในการวิ่งหนีได้
พวกเขาจงใจปล่อยให้มาร์ซี่นอนราบลงกับพื้นท่ามกลางร่างที่ไร้วิญญาณตรงประตูทางเข้า ถ้ามองผ่านๆแล้วนั้น เธอก็ดูไม่ต่างจากศพเลย พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอจะไม่พอใจหรือเปล่า แต่นั่นเป็นปัญหาที่ลูเทอร์จะต้องจัดการ…
“ไปที่โซนอาหารสำเร็จรูปกันเถอะ…” ลูเทอร์กระซิบ ทันทีที่เขาเอ่ยปากแนะนำให้ไปหาอะไรกินที่โซนอาหารสำเร็จรูป เขาก็ได้กลิ่นเน่าเหม็นอย่างแรง เขาเอื้อมมือไปหยิบกล่องสลัดมันฝรั่ง และขว้างมันออกไปอย่างรับไม่ได้ “มันเสียหมดแล้ว! พวกมันเน่าเสียหมดแล้ว!”
“มันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ?” หลินซันจิ่วถามอย่างมีวาทศิลป์ ไม่รู้ว่าจะขำหรือจะร้องไห้ดี
หลังจากที่พวกเขาใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีกับการคลำหาอาหารไปรอบๆในความมืด ทั้งคู่ก็สามารถสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ตได้ทั้งหมด นอกจากซากศพจำนวนหนึ่งที่อยู่ด้านใน ก็ไม่มีสิ่งผิดปกติอย่างอื่น พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลาอีกแล้ว มันค่อนข้างเหนื่อยที่จะเดินถือขวดไปรอบๆ พวกเขาวางขวดไวน์แดงลงแล้วเดินต่อ
“ถึงแม้ว่าจะไม่มีแสงอาทิตย์ แต่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดินนี้ก็มืดเกินไปจริงๆ… เธอรู้หรือไม่ว่าเราจะหาไฟฉายได้จากที่ไหน?” น้ำเสียงของลูเทอร์แสดงออกถึงความรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ “ตั้งแต่ที่พวกเรามายัง นรกที่ร้อนแรง นี้ ฉันก็ได้แต่อยู่ในความมืด”
“ไว้ค่อยหามันทีหลังดีกว่า ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขาขายมันที่นี่หรือไม่เพราะที่นี่คือซุปเปอร์มาร์เก็ตนำเข้าระดับไฮเอนด์” ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่นั้น พวกเขาก็เดินมาถึงโซนอาหารกันอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถอ่านฉลากเพื่อดูว่าอาหารในกล่องนั้นคืออะไร พวกเขาต่างก็คว้ากล่องอาหารขึ้นมาไว้บนอ้อมแขนคนละ 2-3 กล่องอย่างไม่สนใจ “ฉันจำได้ว่ามีเทียนกลิ่นลาเวนเดอร์วางขายอยู่ที่นี่…ทุกอย่างคงจะดีตราบเท่าที่เรามีแสงไฟ”
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอย่างเงียบๆ ลูเทอร์ก็ได้เปิดกล่องอาหารในมือของเขา
“โอ้ มันคือมันฝรั่งทอดล่ะ…” เขาพูดออกมาอย่างตื่นเต้น ทันใดนั้นก็มีเสียงสะท้อนขึ้นมาบนซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เงียบสงบ “ลูเทอร์! มานี่เร็ว!”
เป็นเสียงของมาร์ซี่
“มาร์ซี่? เธอตื่นแล้ว” หลังจากได้ยินเสียงของเธอ ลูเทอร์ก็รีบดึงหลินซันจิ่วให้วิ่งไปด้วยกัน พวกเขาวิ่งไปยังทางเข้าอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงแดดที่เล็ดลอดลงมาจากชั้นบน เขาก็เห็นมาร์ซี่ยืนอยู่กลางซากศพสองศพที่นอนราบอยู่ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ สีหน้าที่มืดมนนั้นตัดกับผมสีแดงอันสดใสของเธอ
ลูเทอร์อธิบายอย่างร่าเริง พยายามที่จะเอาใจมาร์ซี่พร้อมกับยื่นมันฝรั่งทอดให้ ทันใดนั้นเองเธอก็ส่งเสียง “ฮึ” และตัดสินใจมองข้ามเรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นเธอก็หันไปมองหลินซันจิ่ว ลังเลอยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
หลินซันจิ่วไม่รู้ว่าทำไม อยู่ดีๆเธอถึงรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย เธอวางเศษอาหารอันโอชะชิ้นน้อยกำลังกินอยู่ลง และถามมาร์ซี่ “สถิติของฉัน มีอะไรผิดปกติหรือไม่?”
“ฉันคงไม่เรียกมันว่าปัญหา…บางทีฉันอาจจะเก็บตัวอย่างมาน้อยเกินไป” มาร์ซี่ยิ้มอย่างปลอบโยน “สถิติของเธอแตกต่างจากสถิติที่ฉันเคยเก็บมาก่อนนิดหน่อย”
“เธอหมายความว่าอย่างไร?” หลินซันจิ่วถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
“มันยากที่จะอธิบาย ทำไมเธอไม่ดูเองเลยล่ะ?” ทันทีที่เธอพูดจบ เล็บของมาร์ซี่ก็ยื่นออกมาอีกครั้ง ต่างจากครั้งก่อน ครั้งนี้ปลายเล็บของเธอแพรวพราวไปด้วยแสงสว่างสีเหลืองทอง
มาร์ซี่มองไปรอบๆ หาที่ที่มืดกว่าเดิม เธอส่งสัญญาณให้พวกเขาเดินมาหาเธอ จากนั้นก็ใช้นิ้วชี้ของเธอ วาดตัวหนังสือลงไปบนอากาศ ตัวหนังสือทุกคำปรากฏขึ้นบนอากาศพร้อมกับแสงสีเหลืองทอง
หลินซันจิ่วพยายามระงับความรู้สึกประหลาดใจของเธอเอาไว้แต่ก็ไม่ได้ผล
“สถิติของเธออยู่ทางด้านซ้าย” มาร์ซี่อธิบายและเขียนต่อ “ฉันจะเขียนสถิติของลูเทอร์ให้เธอเปรียบเทียบดู”
【สกิลติดตัวของหลินซันจิ่ว】
การปรับตัวเข้ากับสภาวะอุณหภูมิสูง: สามารถทนต่อความร้อนในอุณหภูมิระดับ 125 องศา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เซ้นส์ที่หลักแหลม: ไม่แม่นยำเสมอไป แต่ความน่าจะเป็นที่มันจะแม่นยำนั้นค่อนข้างสูง
สกิลที่สามกำลังอยู่ในการพัฒนา
【สถิติร่างกายของหลินซันจิ่ว】
สูง: 168 ซม.
น้ำหนัก: 56 กก.
ระยะเวลาเฉลี่ยในการวิ่ง 100 เมตร: 11.6 วินาที
ระยะเวลาการตอบสนอง:รวดเร็วมาก
การมองเห็น: 5.0
เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย: 18.5%
เปอร์เซ็นต์มวลกล้ามเนื้อ: 45.7%
ค่าศักยภาพการเติบโต: สูง
เมื่อมาร์ซี่เขียนเสร็จ ลูเทอร์ก็อุทานขึ้นมาเป็นคนแรก “ห๊ะ?” นั่นทำให้หลินซันจิ่วรู้สึกเป็นกังวลยิ่งขึ้น “นี่ไม่ใช่สถิติของเธอทั้งหมด ฉันเลือกมาเฉพาะบางหมวดที่สำคัญ ฉันจะเขียนข้อมูลที่เหลือให้เธอดูหลังจากเราได้เปรียบเทียบสถิติกันแล้ว”
หลินซันจิ่วหยักหน้า และอ่านสถิติของเธออย่างรวดเร็ว
เธอเก่งด้านกีฬาตั้งแต่ยังเด็กด้วยความคล่องแคล่วของเธอ เธอเรียนวิชาพละที่เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่เกลียดได้เป็นอย่างดี ผลคะแนนสอบที่โรงเรียนของเธอก็ค่อนข้างสูง เธอมักจะถูกล้อโดยเด็กผู้ชายด้วยประโยคอย่าง “ยัยวัวถึก…” อย่างไรก็ตามนอกจากค่าศักยภาพการเติบโตของเธอ ค่าอื่นๆก็ดูปกติสำหรับเธอ
ขณะที่หลินซันจิ่วกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สถิติของลูเทอร์ก็ปรากฏขึ้นมาบนอากาศ
【สกิลติดตัวของลูเทอร์】

การปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่รุนแรง: สามารถรอดจากสภาพอากาศที่รุงแรงมาก ทั้งในอุณหภูมิที่สูงและต่ำ
สภาวะที่ถูกเพิ่มขึ้น: สามารถทางร่างกายที่ถูกพัฒนาแล้ว
ความรวดเร็วสูงสุด: ความว่องไวที่ถูกพัฒนาแล้ว
ตาเหยี่ยว: วิสัยทัศน์ทางสายตาและวิสัยทัศน์ตอนกลางคืนที่พัฒนาแล้วอย่างยอดเยี่ยม
การเอาชนะอุปสรรค: มีความคล่องแคล่วเหมือนแมว
สกิลที่หกกำลังอยู่ในการพัฒนา
【สถิติร่างกายของลูเทอร์】
สูง: 174 ซม.
น้ำหนัก: 70 กก.
ความรวดเร็ว: 120
พละกำลัง: 89
การโจมตีสูงสุด: 101
ค่าศักยภาพการเติบโต: 192
เมื่อมาร์ซี่เขียนสถิติบางส่วนของลูเทอร์เสร็จสิ้น หลินซันจิ่วนั้นก็เข้าใจได้อย่างทันทีว่าเธอหมายความว่าอย่างไร มาร์ซี่เห็นอย่างนั้นก็หยุดเขียน “เธอคงมองออกใช่ไหม? สถิติของลูเทอร์ถูกสร้างขึ้นจากความคิดด้วยความสามารถของฉัน และมันก็ดูคล้ายกับของตัวละครในเกม”
หลินซันจิ่วพยักหน้า ตาของเธอจ้องมองไปที่ “ค่าศักยภาพการเติบโต”อยู่หลายครั้ง
“ฉันไม่รู้ว่าทำไม ฉันถึงไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลของเธอได้ ไม่ได้บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น สติทั้งหมดของก็เป็นอย่างนี้แหละ ถึงเธอจะไปตรวจร่างกายที่ไหนเธอก็จะได้ข้อมูลแบบนี้…แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ค่าศักยภาพการเติบโตของเธอ”มาร์ซี่อธิบายอย่างใจเย็น
“ทุกๆคน… อย่างน้อยก็ทุกคนที่ฉันเคยเจอ จะแสดงค่าศักยภาพการเติบโตเป็นตัวเลขที่ตายตัว และเลขพวกนั้นจะไม่เปลี่ยน นอกเสียจากพวกเขาจะได้รับโอกาสที่ไม่ได้หาได้บ่อยๆนัก… เธอเป็นคนแรกที่ได้รับข้อยกเว้นนั้น”
ค่าศักยภาพ ‘192’ ของลูเทอร์นั้นยังคงส่งแสงอ่อนๆอยู่บนอากาศ
หลินซันจิ่วขมวดคิ้ว แล้วมาร์ซี่ก็พูดต่อ “ในหมู่พวกเหนือมนุษย์ ค่าศักยภาพการเติบโตของลูเทอร์เรียกได้ว่าสูงมาก หรือจะพูดได้ว่าค่าของเธอก็น่าจะพอๆกับเขา…”
[204.]
หลินซันจิ่วยกศีรษะขึ้นและอุทานขึ้นมา “เรนหนาน! ค่าศักยภาพการเติบโตของเรนหนานคือ 204! ฉันใช้ความสามารถของฉันบนศพของเขา จึงเห็นข้อมูลของเขามากมาย… ดูเหมือนว่าสถิติของฉันจะต้องดีมากแน่ๆเลย”
ลูเทอร์มองราวกับว่าเขาถูกต่อยเข้าที่ช่องท้อง เขาตะโกน “ผู้ชายคนนั้นจะมีค่าศักยภาพการเติบโตสูงกว่าฉันได้อย่างไร?! มันเป็นไปไม่ได้! ฉันเป็นถึงกษัตริย์สวรรค์แห่งศักยภาพเชียวนะ…”
“กษัตริย์สวรรค์แห่งความซื่อบื้อดูจะเหมาะกับนายมากกว่านะ” มาร์ซี่ถอนหายใจอ่อนๆ หันหน้าไปทางหลินซันจิ่ว “ใช่แล้ว เธอเข้าใจแล้วใช่ไหม? สถิติของเธอแปลกเกินไป… ตอนนี้ฉันก็ยังไม่สามารถอธิบายอะไรได้”
“ไม่เป็นไร” หลินซันจิ่วหัวเราะ โดยเดิมทีเธอไม่ได้รู้ถึงสถิติและความสามารถพวกนี้ แต่ตอนนี้เมื่อเธอรู้แล้ว มันทำให้เธอรู้สึกแตกต่างออกไป เธอครุ่นคิดถึงมันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะหยุด ขณะที่เธอกำลังจะบอกมาร์ซี่ให้นั่งลงและกินอาหารกับพวกเขา ลูเทอร์ก็ชะงักและถามขึ้น “เธอบอกว่า…เธอได้เก็บศพของเรนหนานเอาไว้?”
“ใช่แล้ว” หลินซันจิ่วตอบ เธอใช้มือล้วงลงไปยังกระเป๋ากางเกงของเธอ แล้วพบว่ามันว่างเปล่า ทันใดนั้นเองเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอก่อนออกมา การ์ดของเรนหนานต้องอยู่ในกระเป๋ากางเกงตัวก่อนของเธอแน่ “มันอยู่ในคอนโด มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
ลูเทอร์เอามือฝาดไปที่ต้นขาของตัวเอง “เยี่ยม! เราจะพักกันจนกว่าดวงอาทิตย์จะหายไป แล้วพวกเราจะกลับไปตรวจค้นร่างกายของเขากัน…”
เมื่อได้นึกถึงท่าทางแปลกๆของศพของเรนหนาน หลินซันจิ่วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา “ตรวจค้นร่างกายของเขา?”
ภายใต้ตัวหนังสือสีทองที่ส่องแสงสีอ่อน ดวงตาสีเหลืองอำพันราวกับดวงตาแมวของเธอดูสดใสและสว่างขึ้น
สีหน้าของลูเทอร์นั้นร่าเริงมาก “เราควรไปดูว่าเขาทิ้งอะไรไว้บ้าง คนที่ได้สำรวจโลกมาบ้างแล้วอย่างเขา จะต้องมีของมีค่าบางอย่างติดตัวมาด้วยแน่ ของมีค่าพวกนั้นจะต้องมีประโยชน์ต่อพวกเราแน่ๆ”
“ของพวกนั้นกลายเป็นของเธอทันทีที่เธอฆ่าเขา” มาร์ซี่รีบเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าหลินซันจิ่วจะเข้าใจผิด
ในทางตรงกันข้าม หลินซันจิ่วไม่ได้สนใจนัก เธอยิ้มและพูดว่า “โอเค เราจะกลับไปที่นั่นกันคืนนี้ ตอนนี้เราควรทำอะไรดีล่ะ?” ขณะที่เธอพูด เธอก็ส่งห่อขนมปังกรอบไดเจสทีฟให้มาร์ซี่
มาร์ซี่หยิบขึ้นมาสองชิ้นและเริ่มเคี้ยว “ฉันคิดว่าที่นี่ค่อนข้างดีทีเดียวนะ มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มและยังไม่มีแสงของดวงอาทิตย์เลยแม้แต่น้อย เราควรหาอะไรมาทำให้ที่นี่สว่างขึ้นกันนะ จากนั้นเราควรทำความสะอาดที่นี่…” ขณะที่พูด เธอก็ยกคางของศพศพหนึ่งขึ้น
เธอพูดถูก แม้ว่าอากาศจะแห้ง พวกเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าศพพวกนี้จะเน่าหรือไม่ภายใต้อุณหภูมิที่ร้อนระอุแบบนี้ ในขณะที่พวกเขาทั้งสามกำลังหิวและกำลังคอแห้ง พวกเขาก็จัดการกับกองอาหารและเครื่องดื่มราวกับพายุ ลูเทอร์เป็นคนแรกที่ลุกขึ้น “ปะ ไปเอาเทียนหอมกลิ่นลาเวนเดอร์กันเถอะ”
เมื่อพวกเขารู้ว่าไม่มีสิ่งที่จะต้องกลัวอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ครั้งนี้พวกเขาจึงเดินกันเร็วขึ้น ภายในเวลาไม่กี่นาทีแสงสว่างอ่อนๆจากเทียนไข ก็ส่องขึ้นมาในซุปเปอร์มาร์เก็ต กลิ่นหอมเย้ายวนของลาเวนเดอร์จากเทียนไขที่กำลังไหม้ กระจายฟุ้งไปทั่วซุปเปอร์มาร์เก็ต
“ถึงเราจะผ่านโลกมาแล้ว 2 ใบ แต่นี้เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกับบรรยากาศที่โรแมนติกเช่นนี้” ลูเทอร์ยิ้ม ขณะที่เขาหันไปพูดกับหลินซันจิ่วพร้อมกับเดินลากศพที่พาดอยู่บนไหล่ไปกับพื้น
“นายบอกว่านายได้พบกับบรรยากาศที่โรแมนติก ขณะที่ลากศพคนตายอยู่เนี่ยนะ” หลินซันจิ่วยกขาของคนที่ตายแล้วขึ้น คิดว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นน่าขบขัน “กษัตริย์สวรรค์ นายช่วยรีบหน่อยได้ไหม?”
พวกเขาทั้งคู่แบกศพขึ้นไปบนบันไดเลื่อนทีละก้าว ทีละก้าว โดยมีมาร์ซี่ยืนอยู่ด้านบนสุดของบันไดเลื่อน คอยดูต้นทางให้ เธอส่งสัญญาณบอกว่าปลอดภัย มันเป็นท่าทางของกองทัพที่ทั้งเธอและลูเทอร์ได้เรียนรู้จากโลกก่อนหน้านี้ เขาทั้งคู่รีบขึ้นไปยังชั้นหนึ่ง และทิ้งศพลงไปกองกับกองศพที่นอนเรียงรายกันอยู่
คนพวกนี้ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิต…หลินซันจิ่วรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เธอถอนหายใจเงียบๆและถาม “ยังเหลือศพอีกเท่าไหร่?”
“ไม่มากนัก อีกแค่ 2-3 ศพตรงแผนกเครื่องสำอาง” ลูเทอร์ปาดเหงื่อของเขาออก ผิวหนังที่ขาวใสราวกับกระต่ายของเขากลายเป็นสีแดง ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้นเขาทั้งสามก็ได้เดินลงบันไดเลื่อนไปยังแผนกเครื่องสำอาง
“ปัง!”
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงชนอย่างจัง สะท้อนผ่านเข้ามาในซุปเปอร์มาร์เก็ต

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top