ขนาดตัวอักษร

DW:บทที่ 6 ผลของการสู้รบครั้งแรก…หนี

 399 Views

DW:บทที่ 6 ผลของการสู้รบครั้งแรก…หนี
“เธอยังใหม่อยู่ เธอเลยไม่รู้…” มาร์ซี่พูดอย่างรีบเร่ง เธอพูดเร็วกว่าเดิมมาก “มีทางเดินแห่งการวิวัฒนาการสองทางในการปรับตัวเข้าสู่โลกใหม่”
“อาา กูว” เสียงอู้อี้อยู่ในลำคอที่ฟังไม่ได้ความ ดังออกมาจากป้อมยาม
“เธอ ลูเทอร์และฉัน ถูกจัดอยู่ในจำพวกแรกของการวิวัฒนาการ พวกที่สองเราเรียกพวกมันว่า ‘ตัวลั่วจ้ง’[1] ”
หลินซันจิ่วยกศีรษะขึ้นอย่างเลื่อนลอย เวลานั้นเองเธอไม่ทราบว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่มาร์ซี่กำลังรีบเร่งเพื่อที่จะพูดต่อให้จบ ลูกบิดประตูที่ถูกส่องสว่างด้วยแสงจากไฟฉายของหลินซันจิ่วก็เริ่มที่จะเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ด้วยเสียงดัง “คลิก” ประตูก็ถูกเปิดออก
มาร์ซี่สูดหายใจเข้าเต็มปอด “พวกตัวลั่วจ้งจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด เนื่องจากฉันไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลยสักนิด เห็นทีพวกเราจะต้องพึ่งเธอต่อสู่กับตัวลั่วจ้งตัวนี้แล้วล่ะนะ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะไม่รอด!” คำพูดของเธอยิงออกมาอย่างรวดเร็วราวกับปืนกล ทันทีที่พูดจบ เธอก็กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ข้างๆพวกเขา ก่อนที่หลินซันจิ่วจะแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ
หลินซันจิ่วมองไปยังจุดที่มาร์ซี่หายตัวไปอย่างตกตะลึง จากนั้นเธอก็มองไปที่ลูเทอร์ที่กำลังนอนอยู่บนพื้น ลูเทอร์ยิ้มให้เธออย่างไร้อำนาจ เผยให้เห็นฟันกระต่ายที่ยื่นออกมาของเขา “พี่สาว หยุดจ้องฉันได้แล้ว ยังไงฉันก็ขยับไปไหนไม่ได้… ตัวลั่วจ้งกำลังจะออกมาแล้ว!”
หลินซันจิ่วส่องไฟฉายของเธอไปยังไปยังประตูป้อมยามอย่างตะกุกตะกัก สายตาของเธอเหลือบไปที่ประตูพร้อมกับกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่ “อย่าเรียกฉัน พี่สาว!” คำพูดที่เธอต้องการตอบกลับตกลงไปยังตาตุ่มของเธอ เธอไม่เคยพบเห็นสิ่งที่น่ารังเกียจแบบนี้มาก่อน…
ลำตัวของมันเหี่ยวย่น มีผิวหนังสีน้ำตาลเข้มเหนียวเหนอะยึดแน่นติดกับกระดูก ผิวหนังที่ยื่นออกมาเกาะตัวกันเป็นชั้นบนข้อต่อของมัน ร่างกายของมันได้หดตัวเล็กลงครึ่งหนึ่งจากร่างกายมนุษย์ — นอกเหนือจากกระดูกและผิวหนัง ร่างกายของมันไม่มีเนื้อแม้แต่ชิ้นเดียว ราวกับว่าเนื้อของมันได้ถูกรีดออกไปจนหมด เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ทำให้หลินซันจิ่วรู้สึกขนลุกซู่ คือหัวที่แทบจะไม่เหมือนมนุษย์ จมูกและปากของมันถูกแทนที่ด้วยปากที่ใหญ่แต่เรียวยาว ราวกับเข็มหมุด เหมือนกับปากของยุง ทันทีที่ตัวลั่วจ้งได้เข้ามาใกล้ น้ำลายของมันหยดลงจากปากที่เหมือนกับเข็มหมุดทีละหยด ทีละหยด
สัตว์ประหลาดที่แทบจะไม่มีเคล้าโคลงของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย ยังคงใส่ชุดของผู้รักษาความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามชุดของมันดูเหมือนจะใหญ่ไปสำหรับร่างกายของมันในตอนนี้ และก่อนที่มันจะเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว ชุดของมันก็ได้หลุดลงกับพื้น ลูกตาของมันขยับอยู่ในเบ้าตาที่ไร้เปลือกตา ตัวลั่วจ้งล็อคสายตาของมันไว้ที่หลินซันจิ่ว
“กูว…พวกเธอทุกคนสวยงามมากจริงๆ…”
เสียงพูดพึมๆของมนุษย์ได้ออกมาจากปากที่แหลมคมราวกับเข็มหมุดเสมือนปากของยุงอย่างไม่คาดคิด “ผิวของเธอดูอ่อนนุ่มเหลือเกิน…มันคงจะชุ่มชื้นมาก…”
หลินซันจิ่วยืนตัวแข็ง ทันใดนั้นก็มีเสียงกระซิบดังขึ้นมาจากพื้นข้างๆเธอ “พี่สาว พวกเรากำลังหวังพึ่งพี่อยู่นะ!”
เสียงนั้นไม่ได้มาจากลูเทอร์ เมื่อหลินซันจิ่วหันหน้าของเธอไปมองก็พบว่า นั่นไม่ใช่เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ถูกประตูเหล็กทับอยู่ แต่ในที่ของเขากลับกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูซื่อๆอายุราวๆสิบขวบ เธอมีแก้มสีแดงราวกับดอกกุหลาบ ดูแล้วเหมือนเด็กที่มาจากบ้านนอก
[เห็นได้ชัดว่าความสามารถของลูเทอร์อย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนร่าง นอกจากนี้ รูปแบบการเปลี่ยนร่างของเขาคงจะขึ้นอยู่กับเหยื่อของเขา…] ขณะที่ความคิดนี้ไหลวูบเข้ามาที่หัวสมองของเธอ หลินซันจิ่วก็บ่นกลับอย่างกราดเกรี้ยว “ฉันก็กำลังบาดเจ็บอยู่นะ!” เธอถอยหลังกลับสองก้าวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เธอถอย ใบหน้าของลูเทอร์ก็ปรากฏขึ้น ภายใต้แสงไฟสลัวจากไฟฉายใบหน้าเล็กๆของเขาก็แสดงถึงสีหน้าที่เหมือนกำลังจะร้องไห้
เมื่อเห็นลูเทอร์ ศพตากแห้งอย่างตัวลั่วจ้งที่มีปากเหมือนกับยุง ก็ได้หยุดชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด
หลินซันจิ่วแอบเขยิบตัวจากที่ของเธอเล็กน้อย
“น้องสาว?” ศพตากแห้งก้าวขึ้นมาด้านหน้าสองก้าว มันทำให้หลินซันจิ่วรู้สึกหวาดกลัว เธอถอยหนีไปข้างหลังหนึ่งเมตร เธอกำลังตื่นตัวอย่างที่สุด ถึงอย่างนั้นเจ้าศพตากแห้งก็ไม่ได้มองมาที่เธอเลยแม้แต่น้อย ลูกตาโพลนๆของมันจ้องมองไปที่ลูเทอร์โดยตรง “น้องสาว เธอมาทำอะไรที่นี่?”
ศพตากแห้งเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว ก่อนที่มันจะพูดจบ น้ำลายอันเหนียวหนึบของมันก็ได้หยดลงทั่วใบหน้าของลูเทอร์ เห็นได้ชัดว่าเนื้อตัวของลูเทอร์นั้นสั่นสะดุ้งขึ้นมาความรังเกียจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงสามารถควบคุมท่าทางของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ “พี่ชาย ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาพี่…ช่วยฉันด้วย น้ำหนักที่หนักมากของประตูเหล็กนี่กำลังทำให้ฉันเจ็บ…”
น้ำตาได้ไหลซึมออกมาจากตาใสๆของเด็กผู้หญิงตัวน้อย ในขณะที่เธอพูดต่อ “พี่ชาย ได้โปรด..ยกประตูเหล็กนี่..ฉันต้องการออกไป”
ศพตากแห้งลังเลอยู่พักหนึ่ง ดูเหมือนกับว่ามันกำลังรวบรวมความคิดอะไรบางอย่าง มันทำเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่ลูเทอร์ร้องขอและถอนหายใจเสียงต่ำ “น้องสาว เธอไม่ควรมาที่นี่เลย เธอไม่ควรมาที่นี่…”
พอเห็นว่าศพตากแห้งด้านหน้าของเธอนั้นกำลังถูกทำให้ไขว้เขว หลินซันจิ่วก็พุ่งไปยังต้นไม้ที่มาร์ซี่อยู่ และกวักมือของเธอ เธอให้สัญญาณบางอย่างแก่มาร์ซี่ และถอยกลับออกมาไกลขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอส่งสัญญาณมือไปด้วย
มาร์ซี่กระโดดไปยังต้นไม้อีกต้นที่อยู่ใกล้ๆอย่างเงียบเชียบ เธอไถลลงจากรถบรรทุกต้นไม้และรีบรุดไปหาหลินซันจิ่ว [โชคดีที่ สัญชาตญาณมนุษย์และความมีเหตุมีผลของเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นได้กลับมา ไม่อย่างนั้นสถานการณ์ตอนนี้คงยุ่งยากมาก…] ความคิดนี้แทบจะไม่อยู่ในหัวของหลินซันจิ่ว เมื่อเจ้าศพตากแห้งยกหัวของมันขึ้นและส่งเสียงร้องหึ่งอย่างแรงกล้า มันกวาดแกว่งปากที่แหลมคมของมันบนอากาศ 2-3 ครั้งอย่างคล่องแคล่ว ในเวลานั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำลายของมัน
“แต่น้องสาว พี่ดีใจมาก!” มันพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แสบแก้วหู น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความปริติยินดี “ของเหลวในร่างกายจากสมาชิกในครอบครัว เป็นอาหารเสริมที่ดีให้พี่ชายของเธอ… ฉันดีใจมาก เธอมาหาฉันที่นี่โดยที่ฉันไม่ต้องกลับไปที่บ้านเลย!”
ประโยคที่เยือกเย็นนั้น เกือบจะทำให้วิญญาณของทั้งสามหวาดกลัวจนแทบจะออกจากร่าง คงจะไม่มีใครคาดคิดว่าลูเทอร์จะกลายเป็นเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ตรงหน้าของมันอย่างไร้ทางสู้ ทันทีที่ลูเทอร์เห็นศพตากแห้งกำลังอ้าปากของมันขึ้นอย่างกระตือรือร้น เขาก็ร้องออกมาด้วยความสะพรึงกลัว “มาร์ซี่ ช่วยฉันด้วย!”
“อย่า!” ก่อนที่หลินซันจิ่วจะขัดขวางเธอ มาร์ซี่ก็ได้วิ่งผ่านเธอไปแล้ว หลินซันจิ่วกระทืบเท้าของเธอด้วยความโมโห ก่อนที่จะหันหลังกลับและวิ่งไปอีกทาง
ถึงอย่างไรก็ตามการตัดสินใจของมาร์ซี่ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ขณะที่ปากแหลมๆของมันกำลังจะเจาะเข้าไปยังหน้าอกของลูเทอร์ เธอก็โจมตีมันด้วยเล็บเหล็กที่แสนยาวของเธออย่างรุนแรง
ปากของมันถูกดันขึ้นไปข้างบน เล็บของมาร์ซี่ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีพละกำลังมาก ถูกบดเป็นเสี่ยงๆและตกลงทั่วพื้น ท้ายที่สุดมันก็เอาไว้ใช้เพียงเพื่อการเจาะเอาเลือด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคเล็กน้อย ดวงตาโปนๆของเจ้าศพตากแห้งก็ได้หันมาทางมาร์ซี่ มันดูเหมือนจะไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับร้องหึ่งๆและพูดว่า “ออกไป! เจ้าเลือดเนื้อปลอมๆที่น่าขยะแขยง… น้องสาว พี่มาแล้ว…” เมื่อมันลดหัวของมันลง มันก็ต้องหยุดชะงัก “ห๊ะ?แกเป็นใครกัน? น้องสาวของฉันอยู่ที่ไหน?”
เพียงแค่ชั่วอึดใจหนึ่ง ลูเทอร์ที่กำลังนอนราบอยู่บนพื้น ก็ได้กลายร่างเป็นศพที่มีผิวหนังสีน้ำตาลเข้มแห้งเหือด ผอมแห้งราวกับกระดูก พร้อมกับปากที่ใหญ่ยาวราวกับยุงลาย
ศพตากแห้งสองตัว จ้องมองกันอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง
“นี่แกกินน้องสาวของฉันเหรอ?” เจ้าศพตากแห้งตัวนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ฉลาดนัก ทันทีที่มันพบว่าเนื้อสดๆของสมาชิกในครอบครัว ที่มันเกือบจะได้ลิ้มลอง ได้เลือนหายไปในพริบตา ปากของมันก็สั่นอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห “กูว…อาา…กูว…อาา ฉันจะฆ่าแก!”
ในครั้งนี้ มันยกปากของมันขึ้นอย่างเร็วมาก ทันทีที่มาร์ซี่กำลังจะขัดขวางมันด้วยแขนของเธอ เจ้าศพตากแห้งก็แกว่งปากของมันไปทางด้านข้างและผลักเธอออกไป เธอปลิวไปด้านหลังและตกลงกับพื้นอย่างรุนแรง
ขณะที่เห็นว่าปากอันแหลมคมกำลังยื่นลงมาที่เขาอีกครั้ง ลูเทอร์ก็หลับตาลง พร้อมรับความตายที่กำลังจะมาถึงอย่างเงียบๆ
เขาเพียงได้ยินเสียงการปะทะกันดัง “โครม!” และด้วยสิ่งนี้ปากอันแหลมคมที่กำลังจะแทงมาที่เขาก็ได้หายไป ลูเทอร์เปิดตาขึ้นในทันที ในเวลานั้นเองที่เขาเห็นหลินซันจิ่วเหยียบเข้าที่เบรคอย่างรวดเร็ว เธอหยุดรถตรงข้ามประตูเหล็กอย่างแม่นยำ ในเวลาเดียวกันศพตากแห้งก็ได้ถูกรถยนต์ยี่ห้อ Audi ชนกระแทกออกไปสองถึงสามเมตร
หลินซันจิ่วผลักประตูออกและกระโดดลงจากรถยนต์ ขณะที่เธอนำมือวางลงบนประตูเหล็ก เธอตะโกนเรียกมาร์ซี่เสียงดัง “มาร์ซี่! เร็ว! มาขับรถ!”
เจ้าศพตากแห้งลุกขึ้นด้วยความเกรี้ยวโกรธ สาวเท้าเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว แรงกระแทกของรถยนต์ไม่ได้ทำให้มันได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เสียงร้องหึ่งๆอย่างกราดเกรี้ยวของมันดูเหมือนว่าจะแหลมขึ้นและแหลมขึ้น แต่ทว่ามาร์ซี่นั้นรวดเร็วกว่ามันก้าวหนึ่ง ทันทีที่หลินซันจิ่วลงจากรถ เธอก็รีบพุ่งไปหาพวกเขา
แสงแฟลชสีขาวแล่นผ่านผ่ามือของเธอ 2-3 ครั้ง ร่างกายของหลินซันจิ่วก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ราวกับว่ากำลังยืนอยู่ใต้ฝักบัวอาบน้ำ แขนของเธอสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าประตูเหล็กหนัก ไม่ได้เลือนหายไปเลยแม้แต่น้อย…
มาร์ซี่กระโจนเข้าไปในรถ เธอใช้มือของเธอข้างหนึ่งเพื่อเปิดประตูหลังรถ และตะโกนอย่างกระวนกระวายใจ “เร็ว. เร็วหน่อย! มันกำลังเข้ามาหาพวกเราแล้ว!”
“เธอไม่เห็นเหรอ ว่าฉันกำลังพยายามอยู่?” มันยากมากที่เธอจะเอ่ยปากพูดออกมาสักคำหนึ่ง ในที่สุดแสงสีขาวก็ส่องสว่างขึ้น ประตูเหล็กหนักได้เลือนหายไปสองวินาทีก่อนที่มันจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นมันก็ตกลงบนพื้นอย่างแรงทำให้เศษฝุ่นกระจายฟุ้งขึ้นบนฟ้า “ฉันทำไม่ได้!” เธอหอบอย่างรุนแรง แทบจะล้มลงไปนั่งกับพื้น
“ขึ้นมาบนรถเร็ว!” เสียงของลูเทอร์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธออย่างรวดเร็ว
ปรากฏว่าลูเทอร์นั้นหนีออกจากประตูเหล็กได้สำเร็จ ตอนที่มันหายไปเพียงแค่ชั่ววินาที เขาวิ่งพรวดขึ้นไปนั่งบนเบาะด้านหลัง ทันทีที่เขาหันกลับไปมอง เขาก็เห็นเจ้าศพตากแห้งที่อยู่ไม่ไกลนัก กำลังพุ่งปากของมันไปทางหลินซันจิ่วอย่างรวดเร็ว “หลบ!”
หลินซันจิ่วไม่มีเวลาแม้แต่จะหันหน้ากลับ เธอก้มตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันมาร์ซี่ก็ใช้ขาของเธอเตะไปยังประตูรถเพื่อเปิดออก ปากที่แหลมคมของมันถูกขัดขวางอีกครั้ง ปากของมันชนเข้ากับหน้าต่างรถยนต์อย่างจัง “โครม!” กระจกรถยนต์แตกเป็นพันๆชิ้น ในช่วงเวลาเพียงแค่อึดใจเดียวลูเทอร์ก็โน้มตัวไปดึงหลินซันจิ่วขึ้นมาบนรถ เขาไม่ได้สนใจประตูที่กำลังเปิดอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับพูดซ้ำๆ “ไปเร็ว! ไป! ไป!”
ขณะที่เธอเห็นเจ้าศพตากแห้งกำลังพุ่งมาทางพวกเธออีกครั้งหนึ่ง มาร์ซี่ก็หักพวงมาลัยอย่างแรง รถยนต์ของพวกเขาเฉียดเข้าที่ข้างลำตัวของเจ้าศพตากแห้ง พวกเขาได้ยินเสียงชนครูดอย่างน่าขนลุก…
เธอเหยียบคันเร่งจนมิด รถยนต์ยี่ห้อ Audi ก็ได้แล่นหนีไปไกลจากเจ้าศพตากแห้ง
หลังจากประตูรถได้ถูกปิดลง ทุกคนในรถก็ได้แต่หายใจเข้าและพยายามสงบสติอารมณ์ โทรศัพท์ของหลินซันจิ่วนั้นหล่นลงไปยังทางเข้าของอาคารที่พักเมื่อไหร่ไม่รู้ ในเวลานั้น ลูเทอร์และเธอได้แต่นั่งพิงอยู่บนเบาะหลังรถ และจ้องมองผ่านกระจกด้านหลัง ภายใต้แสงไฟสลัวจากไฟฉายโทรศัพท์ของเธอ พวกเธอก็ได้เห็นว่า เจ้าศพตากแห้งที่ได้วิ่งไล่ตามพวกเธออย่างโซเซสองสามก้าว เมื่อมันเห็นว่ารถได้แล่นไปไกลมากแล้ว มันจึงยอมแพ้ หลังจากที่มันได้หยุดคิดไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่หนึ่งมันก็หันหลังเดินกลับเข้าไปยังอาหารที่พักอาศัย
บางทีอาจจะไม่มีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่ในอาคารที่พักหลงจุนเลยแม้แต่คนเดียว
“ดูเหมือนว่า จุดอ่อนของตัวลั่วจ้งจะเป็นการเคลื่อนที่ที่เชื่องช้าของมัน” มาร์ซี่พูดพร้อมกับปาดเหงื่อของเธอและมองไปยังกระจกมองหลัง
หลินซันจิ่วยื่นน้ำดื่มให้พวกเขาคนละขวด แล้วเธอเองก็ได้กลืนน้ำเข้าไปครึ่งขวดอย่างรวดเร็ว เธอนั่งอยู่ในความงุนงง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนี้ ช่างเหมือนความฝัน…
“ขอบคุณนะ” ลูเทอร์ที่นั่งอยู่ข้างเธอพูดขึ้นอย่างเขินๆ หลังจากที่ได้ดื่มน้ำเข้าไปสองอึกใหญ่ เผยให้เห็นฟันกระต่ายที่ยื่นออกมาข้างหน้าเล็กน้อยของเขา “เธอจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวก็ได้ ขอบคุณนะที่เสี่ยงชีวิตมาช่วยฉัน…”
“และดูเหมือนว่าพวกเราจะร่วมมือกันได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว!” พวกเธอเห็นมาร์ซี่ที่กำลังยิ้มพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งผ่านกระจกมองหลัง
ถึงเธอจะแทบไม่รู้จักทั้งสองคนเลย แต่พวกเธอก็ได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกัน ในศึกที่ขึ้นอยู่กับความเป็นความตายเช่นนี้ เป็นครั้งแรกของวันนี้ที่รอยยิ้มจางๆได้ผุดขึ้นบนใบหน้าของหลินซันจิ่วขณะที่เธอกำลังมองพวกเขาทั้งสองคนและพูดว่า “ถูกของเธอ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามาพูดถึงโลกบ้าๆนี่กันได้หรือยัง?”
———————–
[1] ตัวลั่วจ้ง สามารถแปลได้ว่า พวกที่เสื่อมสภาพ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top