ขนาดตัวอักษร

บทที่1 ความหวาดกลัวของซินเดอเรลล่า

 599 Views

บทที่1 ความหวาดกลัวของซินเดอเรลล่า
“ฉันคิดว่าแฟนของฉัน….วางแผนจะฆ่าฉันล่ะ”
มันเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเธอกำลังนั่งอยู่ในแมคโดนัลที่เต็มไปด้วยผู้ปกครองที่พาเด็กๆมานั่งกินอาหารกันอย่างมีความสุข และเสียงหัวเราะของเด็กๆที่กำลังเล่นอยู่บนสไลเดอร์ในโซนเด็กเล่น โดยทั่วไปแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่ซูเหมยจะเชื่อในสิ่งที่เธอเพิ่งได้ยินจากเพื่อนที่แสนดีของเธอ
“ไร้สาระน่า! ถึงแม้ว่าพวกเธอจะทะเลาะกันก็ตาม ก็ไม่ควรพูดให้ร้ายกันถึงขนาดนั้นนะ” ซูเหมยตำหนิอย่างขำๆ สักพักเธอก็เลิกคิ้วขึ้นและถามอย่างลังเล “เวลาที่พวกเธอทะเลาะกัน ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นใช่ไหม?”
ผู้หญิงอายุราวๆ 20 ปีบวก ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซูเหมยนั้น แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของเธอจะถือได้ว่าค่อนข้างงดงามเลยทีเดียว แต่ในเมืองที่ใหญ่โตและคึกคักแบบนี้ ความสวยของเธอก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งที่หายากนัก อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าดึงดูดที่สุดของเธอนั้นคือดวงตาคู่โตที่เชิดขึ้นเล็กน้อยของเธอ ภายในนัยน์ตาสีอ่อนของเธอเป็นสีเหลืองอำพันที่เงาวับราวกับลูกแมวราคาแพง
หลินซันจิ่ว ส่ายหัวและไม่ได้พูดต่อ เธอไม่สามารถโทษซูเหมยได้ที่ไม่เชื่อเธอ ขนาดเธอเองยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูดเลย บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอพักผ่อนไม่เพียงพอ เธอรู้สึกค่อนข้างกังวลใจ… หลินซันจิ่วยกแก้วโค้กขึ้นมาดื่มสองอึก โดยที่ไม่รู้ว่ากรอบความคิดของเธอไปอยู่ที่ไหนแล้ว เธอพูดกึ่งตลกขึ้นมาว่า “ถ้าวันหนึ่งที่ตำรวจมาถามว่า ฉันได้ไปมีเรื่องกับใครมาหรือเปล่า มาถึงหล่ะก็…”
“จี๊ด!” โทนเสียงล้อเล่นของเพื่อนเธอช่วยผ่อนคลายความสงสัยของซูเหมยที่มีก่อนหน้านี้ เธอโบกมือและแสดงความคิดเห็นอย่างรื่นเริง “เอาจริงสิ ฉันรับข้อเสนอ! บอกมาสิ ว่าข้อบกพร่องของ เรนหนานคืออะไร”
คำพูดของซูเหมยท่อนสุดท้ายปลิวผ่านเธอไปราวกับสายลม หลินซันจิ่วไม่แม้แต่จะฟังมัน ดวงตาสองคู่ที่เหมือนกับแมวราคาแพงมองกวาดไปนอกหน้าต่าง ขณะที่กรามล่างของเธอเริ่มเกร็งขึ้น
เธอก้มหัวลงและกัดที่แฮมเบอร์เกอร์ของเธอหนึ่งคำเพื่อที่จะปกปิดมัน
เวลานั้นเอง เสียงดังวุ่นวายในแมคโดนัลก็เริ่มที่จะเงียบสงบลงภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่ทางเดินประตูเริ่มมืดขึ้น ผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ ลูกค้าคนอื่นๆที่กำลังยืนต่อคิวอยู่ก็ค่อยๆเดินหลบมาด้านข้างเพื่อหลีกทางให้เขาราวกับถูกสะกดจิต
เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีเงินด้วยดีไซน์บางเฉียบของ Armani ที่ออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ทุกรายละเอียดดูเหมือนจะแสดงถึงคุณภาพที่สง่างาม กางเกงขายาวสีดำที่เขาสวมใส่นั้น พอดีกับเขาอย่างงดงามโดยปราศจากรอยยับใดๆ ราวกับว่ามีคนคอยรีดมันอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้เขายังมีร่างกายที่แข็งแรงกำยำ ด้วยสัดส่วน 1:9 ที่แตกต่างจากคนเอเชียทั่วไป พร้อมกับหน้าตาที่หล่อเหลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน เรนหนาน ก็ดูเหมือนนายแบบระดับแนวหน้าที่เพิ่งเดินออกมาจากเวทีแฟชั่นโชว์ – ตรงเข้ามาในแมคโดนัล ไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนต่างจับจ้องไปที่เขา
ขณะที่เขากำลังนั่งลง กลิ่นน้ำหอมของ Davidoff Cool Water ก็ลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ
“คุณกินอาหารขยะพวกนี้อีกแล้วนะครับ” เขาพยักหน้าทักทายซูเหมย ขณะที่เขานั้นค่อยๆลูบไปที่ผมของซันจิ่วอย่างนุ่มนวล เหมือนกับว่าไม่รู้จะทำอย่างไรกับเธอดี นาฬิกา Patek Philippe ของเขาครึ่งเรือนฝังอยู่ในเส้นผมของเธอ “ผมอุตส่าห์วางแผนจะพาคุณไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราเคยไปด้วยกันสักหน่อย”
“ตอนฉันเดินผ่านที่นี่ ฉันรู้สึกหิว ก็เลย…” หลินซันจิ่วฝืนยิ้ม พยายามหลบหลีกสายตาของเรนหนาน เธอลดศีรษะลงและหยิบเฟรนฟรายเข้าปาก ผมของเธอพาดลงมาจากบ่า บดบังสีหน้าของเธอ
ถ้าจะบอกว่าเรนหนานนั้นมีข้อบกพร้องบางอย่าง คงไม่มีใครอยากจะเชื่อ
หลังจากที่คบกันมาได้สักพัก เรนหนานก็ชนะใจเพื่อนของเธอได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการวางตัวที่สมบูรณ์แบบของเขา ไม่ต้องพูดถึงหลินซันจิ่วเองก็ด้วย ไม่เพียงแต่การวางตัวของเขา รูปร่างหน้าตา ลักษณะนิสัย ก็สมบูรณ์แบบในทุกด้าน เขาเป็นเหมือนผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน
ทุกคนบอกว่าโชคชะตานั้นใจดีกับเธอมาก
ในตอนที่พวกเธอเริ่มคบกันแรกๆ หลินซันจิ่วไม่อยากจะเชื่อในความโชคดีของเธอเอง ในช่วงเวลานั้นเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มในทุกๆเช้า กอดรับโลกใบใหม่ที่เรนหนานสร้างให้เธอ
เมื่อไหร่กันนะ ที่เธอเริ่มรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ผิดปกติ?
ทันใดนั้น เสียงอันกระตือรือร้นของซูเหมยก็ได้ทลายขบวนความคิดของเธอ “ฉันใช้เวลากับซันจิ่วมาทั้งวันแล้ว ฉันจะไม่รบกวนเวลาสวีทหวานของพวกเธอแล้วล่ะนะ! ซันจิ่วเพิ่งบอกฉันว่าเธอเริ่มจะเหนื่อยเล็กน้อย ทำไมพวกเธอไม่กลับบ้านไปพร้อมกันล่ะ?”
หลินซันจิ่วเหมือนถูกดึงกลับมาในโลกแห่งความจริง
น้ำเสียงที่นุ่มนวลของเรนหนาน มักจะมีโทนเสียงแห่งความรื่นเริงปนอยู่ “ให้พวกเราไปส่งเธอเถอะ ช่วงนี้อากาศยิ่งร้อนๆอยู่”
ซูเหมยทำหน้าเหมือนเด็กที่กำลังดีใจ รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าเธอย่างรวดเร็ว และตอบว่า “โอ้ว ถ้าอย่างนั้น ฉันรับข้อเสนอนายล่ะนะ! วันนี้เป็นวันที่ร้อนจริงๆ ฉันเพียงแค่เดินนิดเดียว เนื้อตัวก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหมดแล้ว…” ด้านหลังเสื้อของเธอยังคงมีรอยเปียกของเหงื่อยอยู่เลย
เนื่องจากเธอค่อนข้างที่จะอิ่มแล้วและเห็นว่าเพื่อนที่แสนดีของเธอก็กินเสร็จแล้วเช่นกัน หลินซันจิ่วก็ลุกขึ้น และเดินออกไปจากแมคโดนัล ตามด้วยแฟนหนุ่มและเพื่อนที่แสนดีของเธอ
ทางเดินด้านนอกถูกอบด้วยแสงแดดร้อนจากดวงอาทิตย์ตอนกลางวัน คลื่นความร้อนล้อมรอบพวกเขาทั้งสามคน ทั้งๆที่เข้าเดือนตุลาคมเรียบร้อยแล้ว แต่คลื่นความร้อนไม่ได้มีท่าทีว่าจะลดลงเลย มันยังคงปกคลุมเมืองที่ใหญ่โตของพวกเขา ผู้คนบนถนนถ้าไม่ถือร่ม ก็มีหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าของทุกคนนั้นแสดงให้เห็นถึงอาการไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก มันร้อนเกินไป ขนาดความร้อนในช่วงหน้าร้อนยังไม่ร้อนขนาดนี้เลย
ซูเหมยกลัวอากาศร้อนเป็นที่สุด เธอเพียงแค่เดินออกมาไม่กี่ก้าว ก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเสียแล้ว เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากเป็นพักๆ หลินซันจิ่วสามารถรู้สึกได้ถึงปอยผมที่เปียกติดผิวหนังด้านหลังของเธอ เธอไม่สามารถทนกับความไม่สบายตัวแบบนี้ได้ จึงถามขึ้นมาว่า “รถของคุณจอดอยู่ที่ไหนเหรอ?”
เรนหนานยกศีรษะขึ้นและมองไปยังตำแน่งที่ไม่ไกลจากพวกเขา ผิวหนังของเขาแห้งสะอาดไม่มีหยาดเหงื่อแม้แต่น้อย “อยู่ข้างหน้านั้นไง” เขาหยุดเดินชั่วครู่หนึ่ง ยังคงความสง่างาม และท่าทางที่สุขุมเอาไว้ “ผมบอกคุณหลายรอบแล้ว ว่าคุณจะลำบากถ้าไม่มีรถ ตั้งแต่คุณได้ใบขับขี่มา คุณคิดที่จะซื้อรถสักคันไหม?”
ซูเหมยร้องอุทานด้วยความอิจฉาขึ้นมาทันที “นายวางแผนจะซื้อรถให้ซันจิ่วเหรอ? นายนี่มันเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สุดเลย แฟนหนุ่มของฉันเพียงแค่ซื้อตุ๊กตาหมีให้ฉันในวันเกิดเท่านั้นเอง…”
หลินซันจิ่วตอบตกลงอย่างเผินๆ ในขณะที่เธอหัวสมองของเธอไม่ได้คิดเกี่ยวกับรถเลยแม้แต่น้อย โชคดีที่ซูเหมยเป็นคนอารมณ์ดี เพราะตอนที่ซูเหมยกำลังพูดคุยเสียงดังกับเรนหนานอยู่นั้น เขาไม่ได้สังเกตเห็นถึงความรู้สึกไม่สบายใจของซันจิ่ว
สามเดือนก่อนหน้านี้ หลินซันจิ่วได้ตอบตกลงที่จะย้ายเข้าไปอาศัยอยู่กับเรนหนาน หลังจากที่เขาได้ยื่นคำขอมาหลายครั้ง เธอเก็บข้าวของเครื่องใช้ ยกเลิกสัญญาเช่าบ้านของเธอ และย้ายเข้ามาอยู่กับเขาที่คอนโดใจกลางเมือง เพื่อนๆหลากหลายคนที่ได้มาเยี่ยมชมที่พักใหม่ของเธอต่างก็อิจฉาเธอกันทั้งนั้น ทันทีที่พวกเขาก้าวออกมาจากอพาร์ตเมนต์ พวกเขาจะดึงเธอเข้ามาและบอกกับเธอว่า “ซันจิ่ว เธอจะต้องรักษาผู้ชายที่แสนดีแบบนี้ไว้ให้ดีๆนะ”
“ถ้าเรนหนานมีพี่ชายหรือน้องชาย หรือเพื่อนที่ยังโสด อย่าลืมพามาแนะนำฉันนะ!”
“เธอควรรีบคุยกับเขาเรื่องการแต่งงานนะ…”
น้ำเสียงแห่งความปิติยินดีของเพื่อนๆเธอ ดูเหมือนจะดังก้องอยู่ในหู อารมณ์และความตื่นเต้นในหัวใจของหลินซันจิ่วนั้นมากกว่าเพื่อนเธอสิบเท่า ถึงอย่างไรก็ตาม หลังจากที่เธอกับเรนหนานอยู่ด้วยกันได้พักหนึ่ง ไอคิวของเธอซึ่งได้ลดน้อยลงไปเพราะความรัก เริ่มจะกลับคืนมาอย่างช้าๆ
เธอเริ่มที่จะสังเกตเห็นรายละเอียดต่างๆในชีวิตประจำวันของเธอ
ตอนนี้ หลินซันจิ่ว ไม่สามารถอธิบายมันได้จริงๆ แต่เธอรู้สึกหวาดกลัวเรนหนานเล็กๆ
หลังจากที่ซูเหมยได้เดินหายไปรอบๆขอบถนนเก่า เรนหนานก็สตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นอีกครั้ง เสียงของเครื่องยนต์ผสานกับเสียงของการจราจรบนท้องถนน ภายในเวลาประมาณ 20 นาทีพวกเขาทั้งคู่ก็กลับถึงบ้าน
คอนโดของเรนหนาน ตั้งอยู่ในย่านที่แพงที่สุด การก่อสร้างของมันเพิ่งจะเสร็จสิ้นเมื่อสองปีก่อน กระเบื้องทุกตารางนิ้วแสดงถึงไลฟ์สไตล์ที่คนธรรมดาทั่วไปอย่างหลินซันจิ่วได้แต่ฝันถึง และตอนนี้เธอเกือบจะคุ้นชินกับไลฟ์สไตล์ใหม่ของเธอเข้าเสียแล้ว – ถ้าไม่ใช่เพราะความสงสัยที่ก่อตัวในหัวใจของเธอมากขึ้นทุกวัน
ชั้น 38 ทั้งชั้นเป็นที่ตั้งของอพาร์ทเมนต์แบบเพ้นท์เฮาส์ของพวกเขา ประตูได้เปิดออกหลังจากเสียง “ติ๊ง” ของลิฟต์ส่วนตัวของพวกเขาดังขึ้น ทั้งคู่เดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น
ไฟอ่อนๆในห้องนั่งเล่นค่อยๆเปิดขึ้นทีละดวง เมื่อมันสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของลิฟต์
“ฉันเพิ่งซื้อโค้กมาวันนี้ คุณอยากได้สักกระป๋องไหม” หลินซันจิ่ววางกระเป๋าลงและมุ่งหน้าไปยังห้องครัว พยายามที่จะหลบซ่อนหัวใจที่กำลังเต้นแรงของเธอ และยิ้มให้เรนหนานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น – ตระหนักได้ว่าการแสดงออกของเธอ ได้ซ่อนความรู้สึกที่หนักหน่วงเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
เรนหนานเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนของเขา “โอเคครับ ไม่ว่าคุณจะซื้ออะไรมา ผมก็ชอบหมดแหละ”
เธอไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ แต่คำพูดที่หวานแหววราวกับเทพนิยายแบบนี้ นั้นทำให้หลินซันจิ่วรู้สึกแปลกประหลาด เธอไม่รู้จะตอบเรนหนานว่าอย่างไร จึงรีบยื่นกระป๋องโค้กให้เขา – เมื่อเขาดึงฝากระป๋องน้ำอัดลมออก เสียง “ซ่า….” จากก๊าสในเครื่องดื่มก็ออกมา บางทีอาจจะเพื่อทำให้เธอมีความสุข เขาดื่มน้ำอัดลมเข้าไปครึ่งกระป๋องภายในอึกเดียว
หลินซันจิ่วยืนหลบอยู่หลังประตูตู้เย็นที่เปิดออก ตัวของเธอเกร็งขึ้น ขณะที่เธอเงี่ยหูขึ้นฟัง ไม่ให้พลาดแม้แต่เสียงเดียว
เป็นเวลาครึ่งนาทีที่ความเงียบได้ปกคลุมไปทั่วห้อง
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆวินาทีต่อวินาที จนกระทั่งเสียงหัวเราะของเรนหนานได้ทลายความเงียบในห้องลง “คุณกำลังหาอะไรในตู้เย็นอยู่เหรอ?”
หัวใจของหลินซันจิ่วตกไปอยู่ที่ก้นบึ้งของตาตุ่ม เธอปิดประตูและแสร้งทำตัวปกติขณะที่เธอจับตาดูเรนหนานไปด้วย
ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆ
เขาดื่มโค้กที่เต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซเข้าไปครึ่งกระป๋อง เรนหนานไม่แม้แต่แสดงอาการที่ต้องการจะเรอเลยแม้แต่น้อย ราวกับเพิ่งดื่มสระว่ายน้ำสีดำที่นิ่งสนิท
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่กำลังดูว่ามีขนมอยู่บ้างหรือเปล่า” เธอฝืนยิ้ม
สามเดือนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เธอไม่เคยเห็นเรนหนานเรอออกมาเลยสักครั้ง ไม่ใช่แค่เรอ – การไอ จาม ตด หรือเหงื่อหยด ทุกประเภทของฟังก์ชั่นร่างกายที่น่าเกลียดซึ่งคนทั่วไปมีนี้ หลินซันจิ่วไม่เคยเห็นเรนหนานมีเลยสักครั้ง
ถ้าลองไตร่ตรองดูให้ดีแล้ว เธอไม่แน่ใจว่าเธอเคยเห็นเขาเข้าใช้ห้องน้ำสักครั้งหรือไม่
“ตอนนี้คุณก็ไม่ได้ทานอะไรมากนัก เราออกไปทานข้าวเย็นกันคืนนี้ดีไหม?” เรนหนานดึงแขนเธอเข้ามาและจูบลงบนต้นคอของหลินซันจิ่ว ขนบนหลังของเธอลุกซู่ขึ้นมาทั่วแผ่นหลัง “ไม่ล่ะค่ะ ฉันเหนื่อยและขี้เกียจเกินกว่าจะขยับไปไหน… อีกอย่างวันนี้ฉันอยากเข้านอนเร็วหน่อยน่ะค่ะ เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”
“ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ผมจะทำแซลมอนให้คุณทานเองนะครับ” เรนหนานตอบกลับพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ
หลินซันจิ่วพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
สกิลการทำอาหารของเรนหนาน สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติเหมือนกับตัวของเขาเอง หลังจากรับประทานอาหารเย็นที่เขาเตรียมอย่างพิถีพิถัน พระอาทิตย์ด้านนอกหน้าต่างใสในห้องนั่งเล่นนั้น ก็กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเปลี่ยนเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“มีคลื่นความร้อนทั่วโลกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และวันนี้เป็นวันที่ 104 แล้ว…” หลังจากล้างข้าวของเครื่องใช้ในครัวเสร็จ หลินซันจิ่วก็นั่งดูทีวี ทำเหมือนว่าเธอนั้นสนใจในข่าวนี้ แต่จริงๆแล้วเธอไม่อยากสบตากับเรนหนาน “หลังจากมีผู้เสียชีวิตในแอฟริกา อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากภาวะตัวร้อนเกิน ผู้เสียชีวิตในประเทศของเราจากโรคลมแดด ได้พุ่งขึ้นถึง 67 คนแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเตือน…”
เธอรู้สึกได้ว่าเรนหนานนั้นเดินเข้ามาใกล้ เบาะโซฟายุบตัวลงขณะที่เค้าโน้มตัวลงนั่งข้างๆเธอ
แขนของเขาวางลงบนไหล่ของเธออย่างเป็นธรรมชาติ ร่างกายของหลินซันจิวเริ่มแข็งทื่อ
แม้ว่าเธอจะไม่ได้หันหน้ากลับไปมอง เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้กำลังดูทีวีอยู่.

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top