ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 120: ตื่นตระหนก

 304 Views

นางคือจักรพรรดินี ถ้าหากนางได้เลือกพระสวามีของนาง อีกฝ่ายก็จะได้ชื่อว่า ‘เจ้าชายพระสวามี’ ด้วยเหตุนี้จักรพรรดินีจึงตอบด้วยประโยคที่ว่า “ข้าขอประกาศให้เจ้าเป็นพระราชาของข้า”

 

“ฝ่าบาท โปรดไตร่ตรองอีกครั้งเถิดขอรับ !”

 

“ฝ่าบาท โปรดไตร่ตรองอีกครั้งเถิดเจ้าค่ะ !”

 

“ฝ่าบาท โปรดไตร่ตรองแล้วก็ไตร่ตรองอีกครั้งเถิด !”

 

ภายในเสี้ยววินาที ห้องโถงพระราชวังก็ดังสนั่นและกลายเป็นตลาดนัดในทันที

 

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนพวกนี้แล้วนึกถึงคำพูดของจักรพรรดินีอีกครั้ง ความคิดที่ล้ำลึกก็ได้เกิดขึ้นในใจเขา

 

“เป็นไปได้ยังไงกัน ? นี่มันสถานการณ์แบบไหนกันล่ะเนี่ย ?”

 

ในขณะนี้ร่างกายของเหยินปาเชียนไม่เพียงแต่แข็งทื่อไปทั้งตัวเท่านั้น แต่เขาก็ได้กลายเป็นท่อนไม้ไปซะแล้ว

 

ประกาศว่าเราคือราชาของพระองค์งั้นเหรอ ?

 

ถ้าเดาไม่ผิด นี่เราจะได้สมรสกับองค์จักรพรรดินีหรอเนี่ย ?

 

ไม่งั้นแล้วทำไมปฏิกิริยาของคนพวกนั้นถึงได้โอเวอร์กันขนาดนี้ล่ะ ?

 

มันเป็นไปได้ยังไงเนี่ย ?

 

สุดยอดผู้ทรงพลังอันดับ 7 ของโลก แถมยังเป็นจักรพรรดินีแห่งต้าเย่าด้วยนะ

 

ทำไมพระองค์ถึงได้รีบตัดสินใจฉับพลันปานนั้นล่ะ ?

 

นี่เราบ้า หรือพระองค์บ้ากันแน่ ?

 

ในไม่ช้า ห้องโถงพระราชวังทั่วทั้งห้องก็ยุ่งเหยิงไปหมด ทุกคนลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วขอให้องค์จักรพรรดินี “ไตร่ตรองอีกครั้ง”

 

ขุนนางจากทั้ง 3 แคว้น และเจ้าชายที่เจ็ดซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวาล้วนแต่ตกตะลึงกันทั้งนั้น

 

ฉีจี่เซียวได้เลือกข้าราชการตำแหน่งสำรองขั้นที่ 6 ทั้งที่ไม่รู้ภูมิหลังของเค้ามาเป็นพระสวามีของพระองค์เนี่ยนะ ?

 

ทำไมกัน ?

 

ทุกคนอดคิดเป็นเสียงเดียวกันไม่ได้ว่า “ทำไมกัน ?”

 

มีแม้กระทั่งบางคนที่หนีบต้นขา

 

นี่คือความฝันใช่มั้ย ?

 

ทุกคนพูดไม่ออก

 

นายว่างเปล่าไอลั่นออกมาเต็มแรง เขาย้ายสายตาไปทางเหยินปาเชียนแล้วยิ้มออกมา เขามาที่นี่ด้วยเหตุผลอื่นและไม่เคยมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นพระสวามีขององค์จักรพรรดินีเลย ดังนั้นเขาจึงพบว่าสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในห้องโถงพระราชวังนั้นค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว

 

หนิงไฉ่เฉินแสดงท่าทางแปลก ๆ ออกมา

 

รู้แบบนี้เราคงไม่เสียแรงไปกับการประจบฉีจี่เซียวมากมายขนาดนั้นหรอก

 

แถมเราก็ยังเข้าร่วมด้วยตัวเองล่ะนะ

 

เราอาจต้องเข้าหาเจ้าชายพระสวาเหยินคนใหม่ซะแล้วล่ะ

 

โชคดีที่เขากับเหยินปาเชียนถือว่าได้ผ่านร้อนผ่านหนาวบนยอดเขามาด้วยกัน แม้แต่ไข่มุกสีเขียวก็ถูกฉีจี่เซียวยิงตกในนัดเดียว คงจะมีความระลึกถึงบ้างเล็กน้อยระหว่างพวกเขาทั้งคู่

 

เขารู้สึกปวดใจเมื่อนึกถึงไข่มุกสีเขียว

 

เจ้าชายที่เจ็ดนั่งอยู่กับที่ด้วยดวงตาที่ไร้ความรู้สึก ราวกับว่าเขาได้รับความตกใจอย่างมหาศาล พ่อหนุ่มคนนี้ ซึ่งเป็นร่างก๊อบปี้ของตน ได้รับความโปรดปรานจากฉีจี่เซียวได้อย่างไร ?

 

เมื่อได้เห็นกลุ่มคนที่กำลังหัวเราะลั่น จักรพรรดินีก็รู้สึกพึงพอใจสุดจะบรรยายทีเดียว “งานเลี้ยงเลิกแต่เพียงเท่านี้ คนอื่นได้โปรดออกจากที่นี่ ส่วนใครที่มีอะไรอยากจะพูด ตามข้ามาที่ท้องพระโรง”

 

นางลุกขึ้นยืนแล้วออกจากห้องโถงพระราชวังหลังจากที่พูดจบ ข้าราชสำนักทุกคนของต้าเย่ารีบตามนางไปทันที

 

หงอู่วางมือบนไหล่ของเหยินปาเชียนเมื่อเขาเดินผ่าน แล้วคิ้วของเขาก็ขมวดเป็นทรงปาท่องโก๋เกลียว เขาออกไปทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ

 

มีเพียงเหยินปาเชียนเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาไม่แน่ใจว่าจะต้องทำอะไรต่อไป

 

ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมาถามความเห็นของเราเลยนะ ?

 

เราควรตามพวกเค้าไปหรือว่าอยู่ที่นี่ดีนะ ?

 

“ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าชายพระสวามีเหยิน ซักวันข้าจะแวะมาเยี่ยมท่านนะ” หนิงไฉ่เฉินเป็นคนแรกที่เข้าหาเหยินปาเชียนด้วยรอยยิ้มแล้วตบไหล่เขา หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เดินโซเซออกจากห้องโถงไป

 

“ขอแสดงความยินดีด้วย แค่ก แค่ก เจ้าชายพระสวามีเหยิน” นายว่างเปล่าตามหลังหนิงไฉ่เฉินมาติด ๆ

 

ไม่ว่าคนอื่นจะมีความคิดต่าง ๆ อยู่ในใจหรือไม่ก็ตาม ทุกคนก็มาหาเหยินปาเชียนเพื่อแสดงความยินดีกับเขา

 

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นคนง่าย ๆ อย่างหนิงไฉ่เฉินกับนายว่างเปล่า ยังไงซะ ทั้งสองคนก็ไม่มีเป้าหมายที่จะชนะใจจักรพรรดินีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

คนอื่นมองไปที่เหยินปาเชียนและรู้สึกได้ว่ารูปร่างหน้าตาของเขาไม่ได้ดีเลิศ และดูราวกับว่าเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะยืนโต้ลมได้ เหยินปาเชียนเป็นเพียงข้าราชการตำแหน่งสำรองขั้นที่ 6 แต่ในชั่วพริบตา เขาก็ได้เป็นพระสวามีของฉีจี่เซียว พวกเขาไม่เข้าใจไม่ว่าพวกเขาจะคิดด้วยวิธีใดก็ตาม แถมพวกเขายังรู้สึกเจ็บใจในเรื่องนี้อีกด้วย

 

มีคนอื่นอีกมากมายที่แข็งแกร่งกว่าเขา ทำไมเขาถึงถูกเลือกล่ะ ?

 

ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ที่เหยินปาเชียนให้พวกเขาอาจขึ้นอยู่กับความเหี้ยมโหดของเขาเท่านั้น และการที่เขาใช้ความสัมพันธ์เพื่อข่มขู่ผู้คนในสำนักหงหลู นอกเหนือจากนั้น มันอาจขึ้นอยู่กับการที่เขาประจบสอพลอองค์จักรพรรดินีในคืนนี้

 

แต่ทว่า คนอย่างนั้นสามารถกลายเป็นพระสวามีของสุดยอดผู้ทรงพลังอันดับ 7 ของโลก จักรพรรดินีฉีจี่เซียวแห่งต้าเย่าด้วยเนี่ยนะ ?

 

เจ็บใจนัก ! เจ็บใจนัก ! เจ็บใจนัก !

 

คำนี้แทบจะเขียนบนหน้าของทุกคน แต่พวกเขายังคงฝืนยิ้มจากใบหน้าที่ยับย่นแล้วแสดงความยินดีกับเหยินปาเชียน หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบออกจากห้องโถงพระราชวังไป

 

สองพี่น้องตระกูลจางก็อยู่ในนั้นด้วย ตั้งแต่พวกเขาออกจากพระราชวังไป พวกเขาก็เสียสติ

 

จางเหอฉี “ทำไมกัน ?”

 

จางเหอจู “ทำไมกัน ?”

 

พวกเขาได้พูดตอกย้ำคำเดิมตลอดทางจากพระราชวังจนถึงสำนักหงหลู “ทำไมกัน ?”

 

จางจุนมองหลานชายทั้งสองแล้วส่ายหน้าเบา ๆ เขารู้ว่าทำไมพวกเขาถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แต่คนที่เหลือก็มีความคิดเช่นเดียวกันด้วย ทุกคนรู้สึกว่าจิตใจไม่สมดุล เมื่อได้เห็นคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกับตนถูกประจบประแจงโดยคนอย่างฉีจี่เซียว มีอะไรที่ทำให้เลือกเขาเป็นพระสวามีของนางอีกล่ะ

 

แต่ทว่า ลึก ๆ ในใจ เขากำลังคิดถึงปัญหาอื่นอยู่

 

ฉีจี่เซียวแห่งต้าเย่าได้เลือกคนอย่างนั้นมาเป็นพระสวามีของนาง

 

เมื่อลบปัจจัยอื่นออกไป การเปลี่ยนแปลงในราชสำนักของต้าเย่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบไหน ?

 

ชายคนนี้ไม่ใช่ชนเผ่า

 

หากเขาอยากได้รับการสนับสนุนจากชนเผ่า มันคงจะยากมากที่จะทำเช่นนั้น

 

ในกรณีนี้ เขาจะทำอะไรล่ะ ?

 

 

 

หลังจากที่ฝูงชนครึ่งหนึ่งออกไปแล้ว เหยินปาเชียนก็ถูกล้อมรอบด้วยพลทหารหลายนาย เมื่อครู่นี้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเร็วมากและไม่มีใครมีเวลาตอบโต้เลย

 

เหยินปาเชียนจะต้องได้รับการปกป้องไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

 

มิฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเหยินปาเชียนเจอคนบ้าในห้องโถงพระราชวังและมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาล่ะก็ ไม่มีใครสามารถแบกรับภาระ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อครู่นี้ไม่มีขุนนางคนไหนหยิบยกประเด็นใดขึ้นมาเลย ไม่จำเป็นที่พวกเขาจะต้องไม่มีความคิดเช่นนั้น

 

“นักเล่าเรื่องเหยิน ข้าจะพาเจ้ากลับไปที่สวนสัตว์พร้อมกับคนอื่น ๆ อีกไม่กี่คน เพื่อซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ ของเจ้าแล้วเปลี่ยนให้เป็นพระราชวัง” ซินเจ๋อแสดงตัวตรงหน้าเหยินปาเชียนในไม่ช้า เธอกวาดสายตาผ่านเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจากเธอต้องการค้นหาว่าเหตุใดจักรพรรดินีจึงตัดสินใจเช่นนั้น

 

“นักเล่าเรื่องเหยิน !” เมื่อเห็นว่าเหยินปาเชียนยังคงยืนรากงอกอยู่ตรงนั้นและยังไม่ได้เรียกความรู้สึกของตนกลับมา เธอจึงเรียกเขาอีกครั้งแล้วพูดสิ่งที่เธอไปพูดอีกรอบ

 

คราวนี้เหยินปาเชียนได้เรียกความรู้สึกของตนกลับมาและได้ยินสิ่งที่ซินเจ๋อพูดแล้ว

 

เขาอดความรู้สึกอยากถามไม่ได้ “ต้องรีบขนาดนี้เลยหรอ ? องค์จักรพรรดินีเพียงแค่พูดเมื่อกี้นี้เอง และการสนทนาตรงนั้นยังไม่ทันจบเลยนะ ข้าต้องย้ายเข้าไปอยู่ในพระราชวังตอนนี้เลยมั้ย ? ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่าการสนทนาจะจบแล้ว พวกเค้าน่าจะไม่ให้ข้าย้ายเข้าไปในพระราชวังโดยตรงหรอก ไม่ว่ายังไงก็เถอะ ข้าไม่ควรย้ายเข้ามาอยู่ในพระราชวังเมื่องานสมรสสิ้นสุดใช่มั้ย ?”

 

ในตอนนี้เขาไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว เขากำลังตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

 

เป็นพระสวามีของจักรพรรดินี พระสวามีของสุดยอดอันดับหนึ่งของต้าเย่า สุดยอดอันดับ 7 ของโลก และยังเป็นหญิงงามที่ไม่มีใครเทียบได้อีกด้วย ถ้อยคำเหล่านี้ฟังดูสวยหรูทีเดียว

 

แต่ทว่า ปัญหานี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดอย่างแน่นอน

 

ฉีจี่เซียวคือใครกันล่ะ ? สุดยอดดีเด่นอันดับ 7 ของโลก แถมยังมีความสามารถในการทำลายกำแพงเมืองด้วยฝ่ามือข้างเดียวอีกด้วย

 

แล้วตัวเขาล่ะ ? เขาไม่สามารถหามเสาหรือยกของหนักได้ด้วยซ้ำ นอกจากการที่มีความรู้ในสิ่งที่ผู้คนในโลกนี้ไม่รู้แล้ว เขายังมีอะไรอีกบ้างล่ะ ?

 

นี่มันไม่เหมือนนางฟ้าตกหลุมรักหมาวัดหรอกเหรอ ? เป็นไปได้อย่างไรที่จักรพรรดินีโปรดปรานในตัวเขา ?

 

มันเป็นไปไม่ได้เลยไม่ว่าเขาจะคิดด้วยวิธีไหนก็ตาม

 

เมื่อคิดมุมกลับปรับมุมมองแล้ว ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีจะตกหลุมรักเขาจริง ๆ เขาจะกล้าอยู่เคียงข้างนางรึเปล่า ?

 

เขาไม่สามารถพูดได้อย่างมั่นใจนัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นางไม่สนใจ กระดูกและเนื้อของเขาอาจกลายเป็นเนื้อเยื่อก็เป็นได้

 

ความแตกต่างของพละกำลังของพวกเขานั้นรุนแรงมากทีเดียว

 

เหยินปาเชียนรู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่เขาจะตื่นตระหนกในขณะที่ เขาทำได้แค่เพียงหวังว่าคนใหญ่คนโตที่อยู่ด้านข้างจะเกลี้ยกล่อมจักรพรรดินีให้เพิกถอนคำประกาศ เขาจะรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งแน่นอน และจะเสนอแผ่นศิลาจารึกในอนาคต

 

ถึงแม้ว่าเขาเคยรู้สึกว่าเจ๋อโค่วไห่เป็นคนไม่ดี แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนดี

 

ถ้าหากเหยินปาเชียนรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เขาก็คงจะไม่เป็นเป้าสายตาขนาดนี้ ในตอนแรก เขาต้องการมอบอั่งเปาให้กับขันทีจุดไฟ ซึ่งเขาชื่นชอบมากในตอนที่เขากลับไปยังดาวโลก แต่ในปัจจุบัน เขาเพียงแค่ต้องการจะสู้ไปพร้อมกับเขาเท่านั้น

[ขันทีจุดไฟ คือขันทีจากนิยาย Qidian เรื่องอื่น เขาให้ไอเดียเหยินปาเชียนในการสรรเสริญจักรพรรดินีด้วยถ้อยคำที่น่าประทับใจเหล่านั้น]

 

ประโยคนั้นดีจริง ๆ และมันน่าจะประจบสอพลอจักรพรรดินีได้ดีทีเดียว แต่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจักรพรรดินีจะลงไพ่โดยไม่ใช้สามัญสำนึกเลย

 

 

 

เมื่อกลับมาที่สวนสัตว์ ผู้ดูแลฉีก็มองมาที่เหยินปาเชียน ผู้ซึ่งถูกพาตัวกลับมาโดยพลทหารไม่กี่นาย หนึ่งในนั้นคือผู้บัญชาการทหารหลวง ผู้ดูแลฉีมาต้อนรับพวกเขาทันทีแล้วมองเหยินปาเชียนด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก จากนั้นเขาก็กระซิบถามซินเจ๋อ “คุณหญิง นักเล่าเรื่องเหยินได้ก่อเรื่องรึเปล่า ?”

 

“เปล่าเลย พวกเรามาที่นี่เพื่อเก็บข้าวของของเค้า แล้วพาเค้ากลับไปที่พระราชวังน่ะ” ซินเจ๋อตอบกลับทันที

 

ทุกอย่างในบ้านของเหยินปาเชียนกระจัดกระจาย มีถุงนอน ปืนพก ระเบิดมือ ผ้าปูที่นอนจากดาวโลก เครื่องอ่าน E-Book กล้องถ่ายรูป ถุงขนมขนาดเล็ก และดาบสั้นที่คนอื่นให้มา

 

เหยินปาเชียนมองไปที่ทหารหลวงที่กำลังช่วยเขาเก็บของ จากนั้นเขาก็ทำหน้าบึ้งด้วยความลำบากใจแล้วหันหน้าไปทางผู้ดูแลฉี “ช่วยข้าเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยทั้งสอง และอย่าปล่อยให้คนงานตรงที่ดินทั้งสองแปลงอู้งานล่ะ”

 

ในตอนนี้ เขารู้สึกราวกับเป็นผู้หญิงธรรมดาที่เพิ่งถูกขโมยปืนไป

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top