ขนาดตัวอักษร

Chapter 4 Hunting Hero Part 3

 241 Views

<Chapter 4. Hunting Hero – 3>

ฮีโร่ผู้เป็นนักล่า

 

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นโครงกระดูกวิ่งแล้วยังเหนื่อยขนาดนี้!!

 

 

ลีชินวูรีบวิ่งพาสหายพอลของเขาไปทางด้านหน้าของคุก เพื่อที่จะใช้สปริงและทักษะการล้างแค้นของตัวเอง

 

 

และเมื่อเจ้าตัวเทรเชอร์ไล่ตามเหล่ากองทัพของเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น และนี่ก็เข้าทางกับแผนการของลีชินวู!!

 

 

เวลาผ่านไปไม่นาน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การต่อสู้ก็ดำเนินของเขาและเหล่าสหายพอลยังคงสู้รบฆ่าฟันกับเจ้าเทรเชอร์ต่อไปเป็นเวลา 20 นาทีและเมื่อถึงจุดที่พีคที่สุดของการโจมตี

 

 

ลีชินวูจึงตัดสินใจใช้ทักษะล้างแค้นของเขากับเจ้าเทรเชอร์ทันที!

 

พลังล้างแค้นคือความไวและความคมของพลังที่สามารถโจมตีศัตรูได้ในคราวเดียว ถ้าฝ่ายตรงข้ามมีเลเวลที่ไม่ได้มากพอที่จะหลีกเลี่ยงพลังการโจมตีของมันได้

 

ในขณะที่โครงกระดูกพอลทั้งหลายกำลังช่วยลีชินวูต่อสู้กับเทรเชอร์ที่เหลือ ลีชินวูจึงเริ่มใช้ทักษะการลักลอบสำหรับผู้เริ่มต้นของเขาพยายามหลบหนีซ่อนตัวจากในสนามรบ แต่ความเป็นจริงคือมันเป็นไปได้ยากพอสมควรที่จะหลบหนีจากสายตาของพวกมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป้าหมายของพวกเขาคือ ขุมทรัพย์อย่างหอกกระดูกแห่งสายฟ้า

 


“ ยังไงก็ซ่อนได้ไม่นานอยู่ดี ถ้าจะใช้อาวุธนี้เป็นเหยื่อล่อและหนีไปเลยจะทันไหมนะ…หรือว่าฉันต้องล้างบางพวกมันให้หมดก่อน ถึงจะหมดห่วงได้…’

 

ลีชินวูปรึกษาตัวเองในใจขณะหาที่ซ่อนไม่ให้ใครมองเห็น และแอบถอนหายใจออกมา ตั้งสติเพื่อเงยหน้าขึ้น เขามองเจ้าตัวเทรเชอร์ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้และพยายามจะกล่อมตัวเองว่ามันเป็นเพียงผู้หญิงสวยๆคนหนึ่งกำลังวิ่งมาหาเขาแบบ…หิวโหย เอ่อ…

 


‘ฉันจะดูแลของพวกนี้ยังไงต่อ?’

 

เมื่อเจ้าตัวเทรเชอร์วิ่งหน้าตั้งเข้ามา ลีชินวูก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ความจริงแล้วเมื่อกระดูกของเปาโลกระพือปีกในสายลม พวกมันก็กำลังยุ่งอยู่กับการแสดงหรือการต่อสู้กันอย่างดุเดือดและสามารถจัดการกับเจ้าเทรเชอร์สองตนได้ในคราวเดียว

 

 

 

และการโจมตีเจ้าเทรเชอร์ได้ในคราวเดียวนั้นก็มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลีชินวูเลยสักนิด เมื่อการโจมตีอย่างรุนแรงของเขานั้นมาจากอาวุธที่มีพลังโจมตีสูงกว่าพลังและเลเวลของพวกมัน

 

แต่…ปัญหาก็ยังมีอยู่ คือการที่เขาไม่ได้มีโอกาสเสริมหรือใช้ชิ้นส่วนใดๆของร่างกายพวกมันเลยสักชิ้น เพราะมีพวกเทรเชอร์ที่วิ่งกรูเข้ามากัดกินเนื้อหนังของเพื่อนตัวเองที่เพิ่งจากโลกยี้ไปอย่างหิวโหย จนลีชินวูแอบอึ้งไป

 

 

 

ข้อเท็จจริงอีกอย่างก็คือถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่ความโลภและความตะกละตะกลามของพวกมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงสักนิด ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้กินร่างกายหรือชิ้นส่วนสหายของพวกตัวเอง และนี้ก็ดูเหมือนเป็นนรกมากขึ้นสะแล้วสิ…

 

 

 

ลีชินวูเงยหน้ามองขึ้นไปเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเทรเชอร์ที่วิ่งมาก่อนหน้านี้ตัวใหญ่ขึ้นสองเท่า โอ้วววว

 

 


[ควักกกกกกกก!]
[ขณะนี้เทรเชอร์กำลังจะใช้ทักษะ เสียงแห่งความตาย แต่มันไม่มีผลกับคุณเพราะได้รับการป้องกันจากทักษะ หัวใจที่มองไม่เห็น]
[ทักษะการใช้เสียงแห่งความตายของคุณได้กลายเป็นเลเวล LV5]

 

 

ขณะที่ลีชินวูกำลังสงสัยกับรูปร่างของเจ้าตัวเทรเชอร์ที่อยู่ตรงหน้านั้น ข้อความแจ้งเจือนก็ดังขึ้นในขณะที่เขากำลังพยายามจะหลบการโจมตีของมัน

 

 

 

เดี๋ยวนะ… ทำไมทักษะของเขาเพิ่มขึ้นล่ะ?

 

 

 

ยังไม่ทันที่ลีชินวูจะหาที่หลบเจอ ข้อความต่อมาจากผู้แนะนำก็บอกเขาว่า เนื่องจากทักษะเสียงแห่งความตาย Lv3 ของเจ้าตัวเทรเชอร์ นั้นทำให้ทักษะที่ลีชินวูได้เก็บสะสมมาสักพักได้เติบโตขึ้นอย่างน้าอัศจรรย์ นั้นเป็นเหตุผลที่ลีชินวูเริ่มคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในวันนี้ว่าแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ทักษะอะไรก็ตามที่ได้มาเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อเจออีกทีหรือประสบอีกครั้งมันจะเพิ่มความสามารถของเขาตราบใดที่เขายังมีทักษะแบบเดียวกันอยู่

 

 


[อ๊ะ … นั้นเจ้าคือ ผู้ทรยศของ … จักรวรรดิ … !]
[ข้าจะแก้แค้นให้กับ … นายพลซีกราดดดด … !]

 

และเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าพวกเทรเชอร์เริ่มส่งเสียงร้องออกมา พวกพลทหารโครงกระดูกพอลมากกว่าครึ่งหนึ่งจะรีบทำการรวมตัวกันต่อสู้เพื่อขับไล่มันเอง และความจริงที่ว่าตัวเลขของการเจอตัวเทรเชอร์นั้นเริ่มลดน้อยลงอย่างไม่น่าเชื่อทำให้ลีชินวูเกิดรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เมื่อรับรู้ถึงเรื่องนี้ และเจ้านายพลซีกราดอะไรนั้นคือตัวไหน ลีชินวูเผลอสงสัยขึ้นมา แต่ก็เลือกที่จะกวนโมโหพวกมันที่เหลือต่อไปว่า

 

 


“ช่วยไม่ได้พวกแกมันงี่เง่าเอง!!”

 

[ตรงนั้นเช่นกัน … ศัตรู … !]
[เขาถือ … ดาบที่ดี … !]
[ดำเนินการเขา … และรายงาน … !]
“อ๊ะ?”

 

ลีชินวูเกิดสงสัยว่าทำไมเสียงกรีดร้องที่แท้จริงของเขาไม่ได้ทำให้โครงกระดูกของตัวเองเปลื่ยนไปบ้างเลย เขาจึงเริ่มที่จะตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะลองใช้ทักษะนี้ดูบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อเปลื่ยนเรื่องราวของตัวเอง และเขาคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวขอวเขาต้องกล้าใช้ทักษะต่างๆมากขึ้นบ้างแล้ว

 


“เอาล่ะนะ …”

 

ลีชินวูพ่นลมออกจากปากด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่พวกมันจะมีโครงกระดูกเอาไว้ให้เขาเก็บอย่างสบาย ๆแบบเดิมอีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำเพื่อการอัพเกรดตัวเองในขั้นต่อไปนั้รก็คือต้องพวกเทรเชอร์อีกสองตัว และยิ่งกว่านั้นยังพ่วงอีกสี่ที่เหลืออยู่ หนึ่งในนั้นมีตัวที่เป็นเลเวลสามอยู่ด้วย

 

 

 

เอาล่ะ ยังไงเขาก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดีนอกจากต้องสู้กับพวกมันเพื่อล่ากระดูกของพวกมันมาให้ได้ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตอบโต้! ลีชินวูรีบใช้ทักษะสปริงในการกระโดดขึ้นไปบนหลังคาของอาคารที่ถูกทำลายโดยการอาละวาดของเหล่าเทรเชอร์อีสเตอร์

 

แต่ครั้งนี้เขาจะเป็นคนปิดเกมส์เอง!

 

“ควากกกกกกกกกกก!”

 

[คุณได้ใช้ทักษะเสียงแห่งความตาย! โจมตีศัตรูในพื้นที่ทั้งหมดได้ตกสู่สถานะบ้าคลั่งชั่วครู่หนึ่ง!]

 

[ขณะนี้มีเทรเชอร์อีสเตอร์ระดับเลเวล Lv3 ได้ทำการต่อต้านทักษะการใช้เสียงแห่งความตายของคุณ]

 

หลังจากที่ลีชินวูลองกรีดร้องเพื่อใช้ทักษะเสียงแห่งความตายที่เขาสะสมมาเนิ่นนานในการกำจัดพวกมันเองนั้น บรรยากาศของพื้นที่ทั้งหมดก็เริ่มรู้สึกราวกับว่า ความเคลื่อนไหวของพวกมันเริ่มสงบลง โครงกระดูกไม่กี่แห่งที่ถูกโจมตีเขารวมทั้งสัตว์ประหลาดตัวใหญ่รูปตัวหนอนที่คลานเข้ามาหาเขาอย่างรุนแรง … รวมถึงเจ้าเทรเชอร์บางตัวเริ่มหยุดลงเหมือนที่พวกมันเคยเป็น นั้นทำให้เขาเริ่มตกตะลึง

 

“…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

 

 

ในขณะนั้นที่ลีชินวูกำลังยืนอยู่บนซากปลักหักพังและคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้แน่ที่พวกมันจะล้มลงและต่อสู้กันเอง

 

 

 

 

นี่มันกำลังตกอยู่ในสภาวะมึนเมากันอยู่ใช่ไหม ? ไม่น่าเชื่อว่าพลังนี้จะส่งผลต่อพวกมันเองได้ เหลือเชื่อเลยจริงๆ

 

 

 

 

ลีชินวูมองภาพตรงหน้าที่พวกทันจะเริ่มกินกันอย่างหิวโหย ให้ตายสิวะ! แล้วขะเหลือบิ้นส่วนโครงกระดูกให้เขาเก็บไหม!!!

 

 

 

[กวักกกกกกกกก!]

 

ในตอนนี้เองมีเพียงเจ้าเทรเชอร์อีสเตอร์เลเวลLv3 ที่สามารถต้านทานพลังทักษะเสียงแห่งความตายของลีชินวูได้! สิ่งที่ฉลาดมากกว่านั้นคือมันกำลังพยายามที่จะดึงพวกตัวเองที่กำลังปะทะกันไม่หยุดออกจากกันและใช้ร่างของตัวเองกำบังอยู่ระหว่างพวกเขา แต่มันกลับมีผลในทางตรงกันข้าม เมื่อเจ้าพวกนั้นไม่เกรงกลัวมันเลยสักนิด และเริ่มโจมตีมันเองด้วยเช่นกัน

 

 

“สนุกกว่าที่ฉันคิดไว้สะอีก! เอาเลยตีกันเลยพวก!”
[กรักกกก!]

 

 

ในขณะที่พวกเทรเชอร์อีสเตอร์เริ่มต่อสู้กันอย่างเมามันส์ลีชินวูจึงอาศัยจังหวะนั้นทำความสะอาดโครงกระดูกที่เป็นสีเหลืองของเทรเชอร์ที่มีเลเวลแรกจนถึงระดับ 2 เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองทักษะเสียงแห่งความตายด้วยตัวเอง เพรางั้นต้องรีบเก็บเกี่ยวอะไหล่จากสิ่งเหล่านี้ให้มาก เพื่อมีอาวุธเจ๋งๆติดตัวไปใบ้ด้านต่อไป

 


[เด็กใหม่งั้นหรอ … … ?]

 

ยังไม่ทันที่เขาจะเก็บเศษซากทั้งหมดครบ เสียงโครงกระดูกพอลขี้สงสัยก็ดังขึ้นบนหัวเขา

 

 

เดี๋ยวนะ…นี่เขาต้องเล่นละครอีกแล้วเรอะ…?

 

 

 

“ เอ่อ ว่าไงสหายพอล ฉันเป็นห่วงนายแทบแย่ มาทางนี้เร็วพวก”

 

[ขอบคุณ … เข้าร่วมทันที … ]

 

และเมื่อลีชินวูมองไปสบตาพวกมัน ถึงได้รู้ว่านี้ไม่มช่โครงกระดูกพอลธรรมดา แต่เป็นโครงกระดูกนนักรบต่างหาก

 

 

ในขณะนั้นเองลีชินวูหลอกล่อเจ้าโครงกระดูกทหารพวกนั้นเข้ามาใกล้ๆ และวางแผนจะฟันหัวมันด้วยทักษะการระเบิดสายฟ้าเมื่อมันเห็นว่าลีชินวูได้เรียกตัวเขาไปนั้น แม้ในขณะที่เขากำลังรู้สึกงุนงงกับคำพูดของลีชินวูก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องยังติดตามลีชินวูอย่างง่ายดาย

 


ลีชินวูมองผลตรงหน้าอย่างพอใจเมื่อตอนนี้เริ่มมีโครงกระดูกสหายพอลอีกสองสามตัวที่เริ่มเดินตามตัวแรกมาอย่างว่าง่าย นั้นทำให้เขารีบพูดต่อว่า

 

 

“เอาล่ะทุกคน ถ้าใครอยากช่วยฉันให้มาทางนี้! บางทีฉันเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าพวกเราร่วมมือกันล่ะก็ แน่นอนว่าเราจะทำอะไรก็ได้!”

 

 

[ฉันรู้สึกแข็งแกร่งขึ้น… จากเสียงของมือใหม่ … !]
[มาทางนี้เร็วเข้า … !]
[ควักกกกกกก!]

 

และแล้วลีชินวูก็สามารถเกลี้ยกล่อมโครงกระดูกนักรบทั้งหลายในบริเวณใกล้เคียงได้และยังทำความสะอาดโครงกระดูกส่วนที่เหลือให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่นานอีกด้วย

 

 

 

ภายใต้การทำร้ายร่างกายของเหล่าโครงกระดูกเลเวล 1 ทั้งหมดที่ได้ตายไปแล้วนั้น ทำให้ลีชินวูเริ่มคำนวนอีกครั้งและคาดว่าจะมีเจ้าโครงกระดูกระดับ 2 ที่มีชีวิตอยู่และยังคงสภาพสมบูรณ์ เพื่อรอผลให้เขารวบรวมนักรบโครงกระดูกทั้งหมดสัก 15 คนมาใช้งานได้

 

 

 

ลีชินวูมองไปยังเหล่าโครงกระดูกทั้งหลายและซากที่ตายแล้วขนาดย่อมๆอย่างใบ้ความคิดก่อนจะเริ่มยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดต่อให้เหล่าสหายพอลที่กำลังติดตามเขาได้ยิน

 

 

 

และเขาจึงเริ่มใช้มือชี้ไปทางพวกเทรเชอร์ที่กัดกินกันอยู่อย่างดุเดือดและตะโกนว่า

 

 


“สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายแบบนั้นต่างหาก ที่กำลังทำลายจักรวรรดิของเรา วันนี้ฉันจะพาพวกนายต่อสู้ไปด้วยกัน! มารวมตัวหนึ่งเดียวกันเถอะ!”

 

 

และนี่คือหนึ่งในคำพูดปลุกใจที่ เอ่อ ที่ลีชินวูใช้ในการสร้างแรงกระตุ้นให้พวกเขา

 

 

เมื่อพวกสหายพอลได้ยินเสียงของลีชินวู แน่นอนว่าพวกเขาเริ่มว่งเสียงร้องออกมาอย่างพอใจ

 

[เอาชนะ … ด้วยกัน … !]
[พลังงาน … กำลังสูงขึ้น!]

[ทักษะการแสดงของคุณ กลายเป็นระดับเลเวล Lv3]

ลีชินวูยิ้มกับการแจ้งเตือนใหม่ของเขา ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะถนัดในเรื่องการสร้างภาพอะไรขนาดนี้ ตั้งแต่ลงมาที่นี้ ลีชินวูก็เริ่มค้นพบว่าตัวเองเป็นคนชั่วร้ายคนหนึ่งเหมือนกัน

 

เอาล่ะไหนๆก็ไหนๆ เขาต้องทำแต้ม!

 

ความรู้ของลีชินวูอีกอย่างที่สำคัญตอนนี้คือนักรบโครงกระดูกทั่วไปมักจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับพลทหารโครงกระดูกสหายพอลหรือจำพวกโครงกระดูกนักยิงธนูทั้งหลายที่เขาเจอไปเพียงไม่กี่ครั้ง

 

และข้อมูลนี้ก็เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับจิตวิญญาณของการต่อสู้ของพวกเขาซึ่งถูกจุดประกายจากคำพูดของลีชินวู

 

และนั้นคือสิ่งที่ลีชินวูเดินแผนไว้!!

 


การทำงานทางความคิดของพวกโครงกระดูกนักรบนั้นยังคงมีจุดอ่อนเกี่ยวกับระบบการบังคับบัญชาที่ค่อนข้างจะเป็นระเบียบและเพียงแค่ลีชินวูแกล้งใช้คำพูดและน้ำเสียงปลุกเร้าพวกเขาอย่างกล้าหาญ นั้นก็สร้างกองทัพที่จงรักภักดีให้เขาได้แล้ว โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรให้มากมาย

 

และนี่คือทักษะที่ลีชินวูเพิ่งเรียนรู้

 

[ควากกกกกก!]

ในเวลาเดียวกันนั้นลีชินวูได้รวบรวมนักรบโครงกระดูกทหารของเขาที่มีการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดในการจัดการกับเจ้าเทรเชอร์

 


[ควากกกกกกกกกกกกกกก!]

เหนือซากปรักหักพังของอาคารที่ถูกทำลายในตอนนี้เหลือเพียงแค่คนเพียวเท่านั้นที่ได้รับรางวัลจากเทรเชอร์อีสเตอร์เลเวล Lv3 และทุกคนต่างร้องออกมาในฐานะผู้ชนะ

 

หลังจากที่ทหารนักรบโครงกระดูกส่วนหนึ่งที่ถูกเจ้าเทรเชอร์ฉีกออกไปครึ่งหนึ่งแล้วกินซากศพของพวกเขาไม่ต่างอะไรจากผู้ที่ถูกทอดทิ้งคนอื่น ๆ มันอาจจะดูน่าสงสาร แต่สำหรับลีชินวูเขาไม่ได้แปลกใจอะไรมากเพราะเขารู้มาครึ่งทางแล้วว่าผลมันจะเป็นยังไง

 


เมื่อเห็นว่านักรบส่วนหนึ่งที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ต่างอาลัยอาวรณ์กับซากศพของเพื่อนที่ตายไป ทำให้ลีชินวูต้องรีบไปปลอบใจพวกเขาสะหน่อย

 

“จริงๆ ฉันอยากจะช่วยพวกเขาให้ได้มากกว่านี้นะ แต่ถ้าฉันไม่ฆ่ามันก่อนพวกนายอาจจะตายเยอะกว่านี้ก็ได้ ทุกคนก็ได้รับบาดเจ็บเพราะต่อสู้กับมันเหมือนกัน พวกนายอย่าคิดมากเลยน่า”

 

[รายงานไปยัง … ผู้บังคับบัญชา … !]
“ใจเย็นๆ ใช่ๆๆ ฉันเข้าใจแล้ว แต่เราต้องลงไปจัดการไอตัวที่เหลือก่อนสิ”

 

 

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีหัวหน้าผู้บังคับบัญชาที่เอาไว้คอยรายงานจริงๆแต่เหล่านักรบโครงกระดูกยังคงมักพูดถึงผู้บังคับบัญชาของตัวเองตลอด ลีชินวูจึงต้องเอาใจพวกเขาอย่างช่วย/มาได้ พราะตอนนี้ภารกิจเขายังไม่จบ เจ้าพวกนี้ต้องฟังเขาก่อน

 

 

 

ลีชินวูเริ่มยกดาบขึ้นสูงขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้มันเป็นการยั่วยุต่อเจ้าพวกเทรเชอร์อีสเตอร์

 

 

 

แม้จะมีฝุ่นหนาปกคลุมไปทั่วทุกบริเวณ เนื่องจากความโกลาหลที่เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งจากการทำสงครามกันเมื่อครู่ แต่กระดูกของลีชินวูจากทักษะการระเบิดสายฟ้ายังคงฉายแสง แม้ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นหอกกระดูกก็จริง แต่ใบมีดยังคงเปล่งประกายด้วยแสงซึ่งเป็นภาพที่ลึกลับอย่างแท้จริง

 


[กวักกกกกกกกกก!]
[ขณะนี้เทรเชอร์อีสเตอร์ Lv3 กำลังใช้ทักษะเสียงแห่งความตาย แต่มันล้มเหลวเนื่องจากขาดมานา!]

 

 

“จังหวะดีเนอะ พวกเรารีบไปกันเถอะ!”

 

 

[ข้าเข้าใจแล้ว!]
[ปกป้องจักรวรรดิ … ! นั่นเป็นความประสงค์ของ …นายพลซีกราน… !]

 

 

ลีชินวูฟังแล้วเผลอยิ้มแห้งให้กับจุดประสงค์ของพวกเขา บางทีนายพลอะไรนั้นถึงแม้จะมีหรือไม่มีอยู่จริง แต่ก็มีอิทธิพลกับพวกทหารพอลเหล่านี้ชิบเป๋ง จนลีชินวูคิดว่าบางทีเขาต้องเข้ารับการบำบัดในเร็วๆนี้

 

 

 

 

ระหว่างที่ลีชินวูกำลังพาทักที่เหลือลงมาจัดการกับเทรเชอร์ตัวที่เหลือ เขาก็ตะโกนและพูดขึ้นว่า “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าผู้บังคับบัญชาของพวกนายทำอะไรอยู่ แต่ฉันได้ยินมาว่าพวกมันกำลังมีแผนการทรยศกบฏ!”

 

 

 


[กวากกกก!]

 

 

พวกเหล่าทหารนักรบพอลต่างเริ่มสนใจในคำพูดของลีชินวูด่อนจะรีบเร่งสปีดเพื่อลงจากคุกด้านบนให้เร็วขึ้นและรีบพีงเป้าไปหาเจ้าพวกเทรเชอร์อีสเตอร์ทันที

 

 

 

และใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าเทรเชอร์อีสเตอร์ก็ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าภัยกำลังจะมาเยือนเมื่อการใช้ทักษะเสียงแห่งความตายไม่สำเร็จ นั้นทำให้มันเริ่มเกรงกลัวต่อกองทักที่กำลังทยอยมาข้างหน้า โดยมีลีชินวูเป็นแม่ทัพ

 

 

 

แต่วินาทีนี้ไม่มีทางเลือกอีกต่อไป มันจึงคำรามออกมาเสียงดังและวิ่งด้วยพลังทั้งหมดของมันเข้าไปหากับกองทัพของพวกเขา ความเร็วนั้นไม่ต่างอะไรจากหัวรถจักรรถไฟที่ถูกเร่งความเร็ว!

 

นักรบทหารโครงกระดูกต่างพยายามที่จะเข้าหาเจ้าเทรเบอร์อีสเตอร์อย่างไม่เกรงกลัว แต่ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ถ้าความแข็งแกร่งไม่มากพอก็จะถูกฉีกเป็นชิ้นๆและทำให้ความพยายามกลายเป็นเรื่องที่โง่เขลาทันที …

 

สงสัยต้องให้แม่ทัพอย่างลีชินวูเตือนสติสักหน่อยแล้ว

 

 

 

“พวกนายควรจะรู้จักการหลบหลีกบ้างนะ ไม่ใช่เอาแต่โจมตีอย่างเดียว การที่พวกนายปลอดภัยนั้นและเอาตัวรอดได้ นั้นสิถึงเรียกว่าการปกป้องอาณาจักร!”

 

[โอ้โอ้โห … !]
[ข้าจะทำตาม … คำพูดของเจ้า!]

 

ลีชินวูเตือนสติพวกนักรบทั้งหลายและกลับมาเริ่มใช้การเคลื่อนไหวแบบสปริงอีกครั้ง และกระโดดขึ้นไปบนอากาศ คำที่ลีชินวูโพล่งออกมาดูเหมือนจะเป็นการกระตุ้นความรู้สึกความเป็นนักรบของทหารโครงกระดูกทุกคน ในขณะที่ตอนนี้พวกเขาเริ่มรู้จักรอคอยและเปลี่ยนความคิดและเริ่มที่จะหัดหลบหลีกการโจมตีของเจ้าเทรเชอร์

 

 

แต่ถึงจะเริ่มหัดไลบหลีกตามที่ลีชินวูบอกแล้ว แต่แน่นอนว่ามีบางคนที่ไม่สามารถหลบการโจมตีกับความเร็วของเทรเชอร์อีสเตอร์เลเวล3ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงถูกโจมตีที่ด้านหน้า มีส่วนหนึ่งที่โดนโจมตีอย่างหนักแต่ยังไม่ตายและได้ฝังดาบของตัวเองลงในผิวหนังของเจ้าเทรเชอร์อีกด้วย เพราะอะไรนะหรอ

 

 

 

ก็เพราะ ‘แม้ว่ามันดาบของพวกเขาจะเน่าเสีย แต่ก็ยังเป็นปลาเฮอริ่ง’ [1]; มันคุ้มค่าที่รอดชีวิตมาได้นานขนาดนี้!

 

“ทักษะระเบิดสายฟ้า!”

 

 

ลีชินวูเรลรียกใช้ทักษะอีกอันหนึ่งของเขาที่แข็งแกร่งไม่แพ้กับหอกกระดูกสายฟ้าหรือเสียงแห่งความตายออกมาใช้เพื่อช่วยเหลือเหล่าพลทหารนักรบโครงกระดูกทั้งหลายที่ดูเหมือนจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่า การต่อสู้ของพวกเขาเป็นรองอยู่พอสมควร

 

ลีชินวูมุ่งเป้าไปที่ช่วงเวลานั้นและเลือกที่จะใช้ทักษะนี้ในการโจมตี เนื่องจากมันเพิ่มขึ้นจนสุดความสามารถเขาจึงเล็งไปที่หัวของมันให้ขาดทีเดียวและตกลงมา เขาใช้อาวุธของตนเจาะเข้าไปในหัวกะโหลกของมัน แรงกดนั้นแรงราวกับฟ้าผ่านั้นเป็นสัณญาณที่บ่งบอกว่าลีชินวูได้ใช้ทักษะนี้สำเร็จแล้ว

 


[การโจมตีที่สำคัญ!]
[กวากกกกกกกกกกกกก!]

 

 

แม้ว่าทักษะการระเบิดสายฟ้าจะไม่ได้แข็งแกร่งหรือมีพลังโจมตีเท่ากับเสียงแห่งความตายหรือพลังล้างแค้นของเขาก่อนหน้านี้ที่ใช้กำจัดพวกมันหลายตัวในคราวเดียว แต่การใช้ทักษะที่ดูธรรมดาในเวลาที่เหมาะสมก็ถือเป็นการใช้ทักษะและความฉลาดในการเดินเกมส์ของลีชินวู นี่ต่างหากคือสิ่งสำคัญสำหรับเขา

 

 

ตอนแรกลีชินวูคิดว่าการระเบิดสายฟ้าจะไม่มีอะไรมากไปกว่าความสามารถในการตอบโต้ศัตรูระยะประชิด แต่เมื่อเขาปะทะกับศัตรูด้วยอาวุธที่ไม่ได้แข็งแรงอะไรมากนัก หลังจากการประสานกันระหว่างการเคลื่อนไหวของร่างกายและมานาของเขาแรงระเบิดที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าคือน่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

และแม้ว่าความสามารถนั้นจะอยู่ในอันดับที่ต่ำอยู่ แต่ในตอนนี้หลังจากผ่านดันเจี้ยนเขาก็คุ้นเคยกับร่างกายและทักษะของตัวเองมากขึ้น และลีชินวูยังไม่ลืมที่จะฝึกฝนให้พร้อมด้วยเทคนิคและความแข็งแกร่ง ดังนั้นการโจมตีด้วยดาบของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะออกแรงคล้ายกับสายฟ้าในการล้มเจ้าเทรเชอร์ลงสักที

 


“งั้นเจออีกหนึ่งเลยเป็นไง!”
[กวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!]

 

เมื่อลีชินวูเริ่มใช้ดาบสั้นของเขาแทงลงไปที่ข้างลำตัวของมันอีกครั้ง เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะแปลภาษาของมันออกว่ามันกำลังรู้สึกเจ็บขนาดไหน

 

อาวุธของเขาเปล่งประกายแสงและจากนั้นลีชินวูรีบหลบการพุ่งของเลือดที่เน่าเสียที่กระจายออกมาจากบาดแผลของมันเขารีบใช้ทักษะสปริงในการกระโดดอีกครั้งเพื่อหาที่หลบหนีจากมัน ก่อนจะลงพื้นอย่างปลอดภัยบนพื้นดิน

 

ในขณะนั้นเองลีชินวูก็ยังคงเห็นนักรบโครงกระดูกบางส่วนที่ไม่สามารถหลบหนีจากการโจมตีของเทรเชอร์อีสเตอร์ได้และถูกบดขยี้จนตายไปหลายคน

 

ลีชินวูรีบส่งเสียงเตือนอีกครั้ง

 

 

“ เฮ้! นายใช้ดาบนั้นในการต่อสู้มันไม่ได้หรอกนะ ทางที่ดีไปหลบอยู่หลังเสานั้นกว่า!”

 

[ฮึ … ข้าเป็นนักรบนะ ในฐานะของข้า … ! ข้าจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับมัน!]

 

[หลีกเลี่ยงมัน…! เจเาต้องหลีกเลี่ยงการโจมตีเพื่อให้เจ้านั้นสามารถปกป้องอาณาจักรของเราได้ … !]

 

[แค่นี้พวกเราก็เป็นนักรบที่น่าภาคภูมิใจของจักรวรรดิแล้ว … !]

ความตั้งใจจริงที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของเหล่านักรบโครงกระดูกนั้นคือ ‘มันยากสำหรับพวกเขาที่จะเอาชนะเจ้าเทรเชอรตัวเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำตัวเป็นคนขี้ขลาดได้!’

 

 

คำพูดของลีชินวูก็ยังพอมีผลกับพวกเขาอยู่เมื่อเหล่านักรบทหารเริ่มรู้จักหาที่หลบภัยและค่อยให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าโจมตี นั้นทำให้เขารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากทีทได้สร้างสิ่งดีดีขึ้นมาเรื่องหนึ่งแล้วหลังจากลงมาที่นี้

 

 

 

ตอนนี้ทุกคนต่างช่วยกันสู้จนยิบตา ไม่มีใครคนไหนที่ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ลีชินวูพูดขึ้น พวกเขาคิดว่ารำพํกของลีชินวูแท้จริงคือจิตวิญญาณของนักรบโครงกระดูก การปลุกเร้ากำลังเพิ่มขึ้น ส่วนตัวลีชินวูเองเขาเพียงคิดสั้น ๆ ว่า ‘นี่เป็นความรู้สึกของการเป็นผู้นำทางศาสนาของศาสนาอะไรเทือกนั้นรึเปล่าวะ?’

 

 


‘ไม่ว่าในกรณีใดฉันต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะได้รับมานา เรามามากกว่าครึ่งทางแล้วตอนนี้ … ! ‘

 

 

ลีชินวูรีบกลับมาตรวจสอบสภาพของเศษซากของเจ้าเทรเชอร์อีสเตอร์ รวมถึงเหล่าสภาพของสหายพอลและนักรบโครงกระดูกที่ตายไป เพื่อคำนวณอย่างละเอียดว่าเขาควรจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไร

 

 

 

เมื่อเหล่านักรบยังคงยืนนิ่งหน้าลำตัวของเทรเชอร์อีสเตอร์อยู่นั้น ลีชินวูก็ไม่รอช้ารีบไปเช็กว่ามันยังมีชีวิตอยู่ไหมโดยการยั่วยุมันกลด้วยดาบสั้นตรงหน้า แกว่งไปมาให้เกิดแสงระยิบระยับให้ดึงดูดความสนใจมัน กลังจากที่นอนแน่นิ่งไปพักหนึ่งเพื่อฟื้นพลัง ไม่นานมันก็ลืมตาโพลงขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะคำรามออกมา ทำให้ลีชินวูต้องผลักร่างของโครงกระดูกนักรบที่เหลือให้ออกไปอย่างปลอกภัย

 


[กวากกกกกกก… !]

 

การต่อสู้มันชักจะยาวนานเกินไปสำหรับเขา เมื่อลีชินวูเริ่มจะหงุดหงิด และจำใจต้องสวมรอยเป็นผู้นำที่เสียสละเอาตัวเองไปบังพื่อนที่เหลือไว้และ บล็อกการโจมตีของเทรเชอร์อีสเตอร์และโจมตีด้วยดาบของเขาอย่างรุนแรง ทันทีที่เขาผ่าท้องเน่าของเทรเชอร์ก็ไอออกมาอย่างรุนแรงและพ่นก้อนเลือดตามมาด้วยแน่นอนว่าไม่ใช่เลือดดี แต่เป็นกลิ่นเลือดเน่าๆอีกตามเคย

 

 


“ตอนนี้พวก! เอาแก๊งค์เราขึ้นเขา!”

 

 

[กวากกกกกกกก!]
[เพื่อเกียรติ … แห่งอาณาจักร!]

 

 

ในขณะที่มันกำลังจะตายพวกเขาจะต้องรีบเร่งกว่านี่เพื่อรอแผนที่ดีกว่าของลีชินวู ! ลีชินวูรีงจับมือของเขาส่งสัญญาณและ ใช้ให้นักรบโครงกระดูกบางส่วนพุ่งไปที่เจ้าตัวกินสมบัติน่าขยะแขยงนั้นให้มันได้กลายเป็นความยุ่งเหยิงและดาบของ มีส่วนในการใช้ทำอาวุธของมัน

 

[กวักกกกกกก… !]

 

 

เทรเชอร์อีสเตอร์ยังคงพ่นเลือดออกมาอีกก้อนหนึ่งแม้มันจะเจ็บปวดจากบาดแผลที่ลีชินวูทำ

 

 

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะอยู่ในสภาพที่อันตรายแค่ไหนถ้ายังไม่ได้เยียวยา! ลีชินวูอาศัยช่วงจังหวะแบบเดิมโดยชูดาบขึ้นแล้วตะโกนออกไป ตอนนี้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลของการต่อสู้ที่ยาวนานและน่าสังเวชของพวกเขาสะที!

 

 

 

“เราไปถึงแล้ว!เอาล่ะ ฆ่ามัน!”

 

 

[ฆ่ามัน!]
[ถ้าข้าอยู่กับเจ้า … เข้าเข้าไปได้ทุกที่!]

 

น้กรบโครงกระดูกส่วนหนึ่งรีบเข้าหาไปทางด้านหลังของลีลินวูเพื่อหลบหลีกภัยในขณะที่พูดคำที่รู้สึกเป็นภาระกับเขา อย่างไรก็ตามการพูดคุยเกี่ยวกับข้อสรุปก่อนนี้กลายเป็นการคำนวณผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลีชินวูในการต่อสู้ครั้งนี้

 


[กรากกกกกกกกกกก!]

 

 

เจ้าเทรเชอร์มันยังคงไม่หยุดที่จะพ่นก้อนเลือดออกมามากมายและมันใช้ดวงตาที่เน่าเสียและจ้องมองมาที่พวกเขา ทันทีหลังนั้นภายในเลือดก็กลายเป็นเปลวไฟ …

 

 

“โอ้!! เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน ไม่นะ ไม่ๆๆๆ… “

 

ลีชินวูเริ่มพุมพำขึ้นมาอย่างกังวลขณะที่มองไปยังร่างของเทรเชอร์ระดับเลเวลสามที่เขากำลังฟันมันไปเมื่อกี้ ไม่น่าเชื่อว่าเลือดของมันจะมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นได้ด้วย

 

 

 

นี่มันอะไรกันเนื่ย…!??

 

 

พวกทหารนักรบโครงกระดูกที่เหลือรีบป้องกันตัวเองโดยตั้งแถวเป็นแนวที่ด้านหลังของลีชินวู

 

 

เพราะตอนนี้เลือดของเจ้าเทรเชอร์กำลังระเบิดในแบบที่รุนแรงมากกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ทั้งหมด!

 

ผิดแผนนน!!!

โปรดติดตามตอนต่อไป……

 


[1] T / N: มันเป็นการบอกว่าหมายถึงสิ่งที่ดี แต่เดิมจะไม่เสื่อมสภาพ / และ / หรือธรรมชาติ / ความสมบูรณ์ของใครบางคนจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยพื้นฐานแล้วเขาพูดว่าพวกเขายังคงมีทักษะของพวกเขาแม้หลังจากที่พวกเขาได้เสื่อมสภาพไปเป็นโครงกระดูก

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top