ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 115: มันคืออะไรเนี่ย ?

 279 Views

ก่อนที่เหยินปาเชียนจะมาถึง ก็มีคนอยู่หลายคนแล้ว ชายหลายคนซึ่งสวมชุดพิธีการสีแดงกับสีม่วงต่างตรงเข้าไปในพระราชวังกันอย่างไม่หยุดหย่อน เหล่าคนรับใช้ได้วางของขวัญไว้ที่ด้านหนึ่ง ลงทะเบียนของขวัญ แล้วรออยู่ข้างนอกพระราชวัง

 

เหยินปาเชียนได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน เมื่อลงทะเบียนและถวายของขวัญแล้ว ผู้ติดตามเหล่านั้นจะพูดเสียงดังว่าของขวัญชิ้นนั้นคืออะไร อย่างเช่น หญ้าดวงอาทิตย์ 13 มัด หรืออาวุธระดับสวรรค์ เป็นต้น

 

เมื่อรอไปได้สักพัก ในที่สุดก็ถึงคราวที่เหยินปาเชียนจะได้ถวายของขวัญของตนแล้ว เขาใช้เวลาไม่นานในการคิดชื่อให้กับของขวัญ มีเพียงข้าราชการของต้าเย่าเท่านั้นที่ถวายของขวัญแด่องค์จักรพรรดินีมากมายนับไม่ถ้วน รวมถึงของขวัญจากขุนนางจากทั้งสามแคว้น จำนวนของขวัญที่ถวายแด่องค์จักรพรรดินีก็จะมากมายมหาศาลเลยทีเดียว

 

ที่ไม่น่าเชื่อว่าจักรพรรดินีจะดูของขวัญจนครบทุกชิ้น อย่างมากนางจะเลือกดูไม่กี่ชิ้นที่นางสนใจ ส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปยังพระคลังหลวง นั่นหมายความว่าขั้นตอนการเขียนชื่อให้กับของขวัญนั้นสำคัญมากทีเดียว

 

ถ้าหากว่าของขวัญของเขาไม่ได้ถูกส่งไปยังจักรพรรดินีล่ะก็ เขาจะไม่สามารถประจบสอพลอนางได้ ของขวัญของคนอื่นอาจเป็นอะไรที่ธรรมดาเนื่องจากมันมีสถานะเป็นของสำรอง ตราบใดที่ของขวัญของพวกเขาไม่ได้แย่ พวกเขาก็ไม่ได้สนใจว่าจักรพรรดินีจะเลือกของขวัญของตนหรือไม่

 

กรณีของเขาแตกต่างจากคนอื่นที่เหลือ

 

เหยินปาเชียนเอ่ยชื่อของขวัญของตน แล้วทุกคนก็มองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาเป็นข้าราชการตำแหน่งสำรองขั้นที่ 6 จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรเกี่ยวกับเขา

 

พวกเขาเพียงแค่รู้สึกว่าเขาถือตัวเล็กน้อย

 

เมื่อลงทะเบียนของขวัญทั้งหมดแล้ว ของขวัญก็จะถูกส่งไปยังพระราชวัง จักรพรรดินีจะดูรายการของขวัญด้วยตัวเอง

 

เหยินปาเชียนโบกมือให้เถ่เตากับเถิงหูหลุ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาสามารถกลับไปก่อนได้ หลังจากนั้นเขาจึงเข้าไปในพระราชวัง

 

ข้างหน้าเขามีคนรับใช้ของวังคอยนำทาง ข้างหน้าเขาไม่ไกล คนอื่นก็มีคนรับใช้ของวังนำทางเช่นกัน เหยินปาเชียนไม่ได้กระวนกระวายใจและได้มองไปรอบ ๆ เขาเดินตามคนรับใช้ไปที่ห้องโถงพระราชวังที่มีขนาดใหญ่โตเกินบรรยาย

 

ณ ตอนนี้ ด้านซ้ายและด้านขวาของห้องโถงพระราชวังเต็มไปด้วยโต๊ะ สิ่งที่ทำให้เหยินปาเชียนพอใจก็คือ มีเก้าอี้ 2 ตัววางอยู่ทุกโต๊ะ มันสบายกว่าการนั่งคุกเข่ากับพื้นแบบที่เขาเคยเห็นในละครซีรีย์ย้อนยุคซะอีก

 

ข้างในนั้นมีผู้คนไม่มาก ทางด้านซ้ายของห้องโถงพระราชวังมีชายร่างยักษ์หลายคนที่ถ้าไม่ผมสั้นก็หัวล้านไปเลย ทุกคนต่างพูดคุยกันและหัวเราะกันเสียงดังลั่น ด้านนั้นของห้องโถงพระราชวังเอะอะตึงตัง ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขา เหล่าขุนนางจากแคว้นอื่นทั้งสามได้มาถึงแล้ว ทุกคนต่างนั่งพักหลับตา

 

การที่เหยินปาเชียนมาถึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก โต๊ะของเขานั้นอยู่ทางด้านซ้ายซึ่งใกล้ทางเข้าที่สุด เมื่อเขาถูกพามาที่โต๊ะ เขาก็ขอบคุณคนรับใช้ จากนั้นเขาก็นั่งที่โต๊ะของตนด้วยความสับสน

 

หลังจากนั้น เขาก็เห็นคนใหญ่คนโตหลายคน แต่ทว่าเขาไม่รู้จักใครในนั้นเลย

 

โดยปกติแล้ว ผู้ชายนั้นถ้าไม่ผมสั้นก็หัวล้าน และมีกล้าม ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงดูแข็งแกร่งและมีเสน่ห์ พวกเธอสวมชุดพิธีการด้วยเช่นเดียวกัน แต่จะดูมีรายละเอียดซับซ้อนกว่าของผู้ชาย

 

แตกต่างกับจีนยุคโบราณ ผู้หญิงในต้าเย่าได้รับอนุญาตให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการ สัดส่วนของผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการในต้าเย่าไม่ได้อยู่ในระดับที่ต่ำ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จักรพรรดินีก็เป็นสุดยอดอันดับ 1 ของต้าเย่า ความแข็งแกร่งของหญิงชนเผ่านั้นเทียบเคียงได้กับชายชนเผ่า

 

อย่างไรก็ตาม ข้าราชการหญิงส่วนใหญ่ดำรงตำแหน่งในกรมพระคลังและกรมขุนนาง ส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีและการสอบขุนนางตามลำดับ มีผู้หญิงน้อยมากที่รับใช้ในกองทัพ

 

แม่ของหลิ่วลั่วเหยาเป็นเหรัญญิกหลวง ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี

 

หลังจากนั้นสักพัก นายว่างเปล่า หนิงไฉ่เฉิน และคนอื่น ๆ ก็มาถึงห้องโถงพระราชวัง เหยินปาเชียนสงสัยว่าหนิงไฉ่เฉินเก็บดาบของเขาไว้ที่ไหนกัน เขามาที่นี่คนเดียว ในขณะเดียวกัน นายว่างเปล่าก็มาที่นี่คนเดียวพร้อมกับผู้คุ้มกันหญิง 4 นาง

 

สิ่งที่ทำให้เหยินปาเชียนประหลาดใจคือ หนิงไฉ่เฉินนั่งตรงกลางห้องโถงพระราชวังไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ในขณะที่หนิงไฉ่เฉินนั่งตรงกลางไปทางด้านหลังเล็กน้อย ทั้งสองแยกจากกันเพียง 7-8 ที่นั่งเท่านั้น

 

 

 

เมื่อเวลาผ่านไป พระราชวังที่ว่างเปล่าก็เริ่มเต็มไปด้วยผู้คน ที่นั่งอันทรงเกียรติทั้งสองด้านของห้องโถงพระราชวังยังคงว่างเปล่า

 

หลังจากนั้น ผู้คนที่มาถึงก็คือคนใหญ่คนโตตามกฎหมาย อย่างเช่น ผู้อาวุโสอันดับสอง ที่ด้านหน้าสุดของห้องโถงพระราชวังมีที่นั่งว่าง 3 ที่นั่ง

 

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าชายที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยก็มาถึง คราวนี้ในส่วนของแขกจากทั้งสามแคว้น เขาคือแขกอาวุโสที่สุด เพราะฉะนั้นเขาจึงนั่งที่นั่งอันทรงเกียรติด้านขวาของห้องโถงพระราชวัง

 

เมื่อเจ้าชายที่เจ็ดเข้าไปในห้องโถงพระราชวังแล้ว เขาก็จ้องมองไปทางเหยินปาเชียน จากนั้นเขาก็พยักหน้าให้กับคนที่มีหน้าตาเหมือนกันกับตน

 

เจ้าชายที่เจ็ดไม่ได้เป็นคนเดียวที่กำลังมองมาที่เหยินปาเชียน ผู้คนที่เดินทางมาถึงหลังจากเขาก็มองตามด้วยเช่นกัน

 

ทั้งนี้มีคน 2 คนที่ดูเหมือนกันไปซะทั้งหมด คนหนึ่งคือเจ้าชายที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ย และอีกคนหนึ่งคือข้าราชการตำแหน่งสำรองขั้นที่ 6 ของต้าเย่า เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ทุกคนให้ความสนใจ

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้เห็นเจ้าชายที่เจ็ด เขาก็รู้สึกอยากจะฆ่าเขาขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากนี้ แรงกระตุ้นนั้นรุนแรงกว่าเดิม ทำให้เขาถึงกับต้องเหล่ตามอง

 

เมื่อเจ้าชายที่เจ็ดและคู่ของเขานั่งที่นั่งอันทรงเกียรติที่ด้านขวาของห้องโถงพระราชวังแล้ว เหยินปาเชียนก็ก้มหน้าลงแล้วจ้องที่โต๊ะตรงหน้า หมัดที่กำแน่นค่อย ๆ คลายออกช้า ๆ

 

หลังจากนั้นไม่นาน ชายชราหลังงอก็กลับเข้ามาในพระราชวัง ร่างกายของเขาดูซูบผอมและอ่อนแอกว่าชนเผ่าทั่วไป ห้องโถงพระราชวังเงียบลงในทันที จากนั้นทุกคนก็ยืนขึ้นแล้วกล่าวทักทายเขา แม้แต่เหล่าพลทหารชั้นผู้ใหญ่ที่หยิ่งผยองและน่าหวาดหวั่นต่างก็ลดเสียงลงเมื่อได้เห็นเขา

 

ผู้ชายคนนี้คือผู้อาวุโสสูงสุด ฉีชิง เป็นเพราะเขาซึ่งตระกูลฉีมีสมาชิกที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการในพระราชวังเป็นจำนวนมาก

 

ยกตัวอย่างเช่น ฉีหู่ และฉีว่านซาน เป็นต้น

 

ฉีชิงสวมชุดพิธีการสีแดงเข้ม ดูเป็นพิธีรีตองมาก หากไม่ใช่เพราะแผลเป็นบนใบหน้า เขาก็จะดูเหมือนชายชราข้างถนนทั่วไป

 

ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสรอง เจ๋อโค่วไห่ สวมชุดพิธีการสีแดงด้วยเช่นกัน เขาเข้าไปในห้องโถงพระราชวังหลังจากฉีชิงทันที เมื่อพวกเขาเข้ามาถึง เสียงดังวุ่นวายภายในพระราชวังก็ลดลงและทุกคนก็เงียบลง

 

ทั้งสองคนนั่งที่นั่งอันทรงเกียรติที่ด้านซ้ายของห้องโถงพระราชวัง ยังมีที่นั่งอันทรงเกียรติที่ยังว่างอยู่อีก 1 ที่

 

แม้แต่เหยินปาเชียนก็รู้ว่าที่นั่งนั้นมีไว้ให้ใครนั่ง

 

และหลังจากนั้นไม่กี่นาที ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาธรรมดาดูภูมิฐานเข้ามาในห้องโถงพระราชวัง ทุกคนต่างเงียบลง สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นแม้ตอนที่ผู้อาวุโสอันดับสองเข้ามาถึง

 

ทุกคนยืนขึ้นทำความเคารพสุดยอดผู้นี้

 

“เซอร์หงอู่ !” ทุกคนทักทายเขาด้วยความพร้อมเพรียง โดยเฉพาะพลทหารชั้นผู้ใหญ่ เสียงของพวกเขาดังที่สุด

 

ทางด้านขวาของห้องโถงพระราชวัง เหล่าขุนนางจากทั้งสามแคว้นขยับสายตามายังผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดในต้าเย่า ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นในตัวหงอู่

 

หลังจากที่หงอู่นั่งลงบนเก้าอี้ของตนแล้ว พระราชวังก็เงียบลงกว่าเดิม ทุกคนต่างรู้กันว่างานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

 

ในตอนนี้ เหยินปาเชียนปรับเปลี่ยนความคิดของตนเองอีกครั้งแล้วมองไปยังฝั่งตรงข้าม คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาคือเหล่าหนุ่มหล่อ ซึ่งมีหลายประเภทด้วยกัน มีทั้งหน้าตาหล่อเหลา ร่าเริงแจ่มใส ดูอ่อนหวาน และดูหม่นหมอง…

 

ถ้าหากว่าพวกเขาเหล่านี้อยู่ในแคว้นอื่นล่ะก็ พวกเขาอาจจะสามารถดึงดูดหญิงสาวที่หลงใหลได้หลายคน และได้พบเจอคู่หมั้นที่เหมาะสมก็เป็นได้

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยบุคลิกที่เย็นชาขององค์จักรพรรดินีและความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า เหยินปาเชียนรู้สึกว่าผู้คนเหล่านี้ไม่มีโอกาสเลย

 

ถึงยังไงก็เถอะ จักรพรรดินีก็ไม่ใช่หญิงสาวอายุ 15 ปีที่ไม่เคยเจอผู้ชายมาก่อน ไม่มีใครทำให้นางหลงใหลได้ด้วยหน้าตาเพียงอย่างเดียว

 

ถึงแม้ว่าดวงตาของพวกเขาสามารถปล่อยไฟฟ้าได้ มันก็ไร้ประโยชน์กับจักรพรรดินีอยู่ดี

 

เหยินปาเชียนเหนียมทันทีที่เห็นหนุ่มหล่อฝั่งตรงข้าม

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนกำลังทดสอบหนุ่มหล่อและได้ปล่อยให้จินตนาการของตนดำเนินไปอย่างดุเดือด คนรับใช้ก็เข้ามาในห้องโถงเพื่อเสิร์ฟอาหาร

 

คราวนี้ห้องโถงพระราชวังเงียบลงโดยสมบูรณ์แล้ว

 

มันเงียบจริง ๆ

 

เมื่อทุกคนได้เห็นอาหารแล้ว ทุกคนต่างก็คิดว่า “มันคือเชี่ยอะไรเนี่ย ?”

 

เมื่อหงอู่ได้เห็นอาหารตรงหน้าแล้ว หน้าของเขาก็อดกระตุกไม่ได้

 

นี่พระองค์ทรงถูกกดดันจนถึงจุดที่ต้องการให้ทุกคนล้มฟุบคาที่เลยเหรอเนี่ย ?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top