ขนาดตัวอักษร

Chapter 2. God’s Secret Shop – 2

 275 Views

<Chapter 2. God’s Secret Shop – 2>
ความลับร้านค้าเทพ

 

 

เดี๋ยวนะ…นี่เขาอยู่ที่ร้านค้าของเทพีแล้วใช่ไหม?

 

 

ลีชินวูพึมพำขณะมองไปรอบตัว เมื่อลีชินวูมาถึงเขาก็เริ่มรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ในอาณาจักรถ้ำบ้าบอนั้นอีกต่อไป แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ามันพิเศษมาก

 

 

รอบตัวของเขามันเป็นพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมเอาไว้ทั้งสี่ด้านปละมีกำแพงสีเงินที่เปล่งแสงอ่อน ๆ ในทั้งสี่ด้านและลีชินวูก็ยิ้มออกเมื่อสายตาไปเห็นด้านหนึ่งบนกำแพงเปล่งแสงออกมามันเขียนว่า ‘ร้านค้า’ และด้านล่างมีใบอนุญาตร้านค้าลับทำให้เขาได้รับอนุญาตให้มาที่นี่ได้

 

 

แต่จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางแสงอ่อนๆนั้นและร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมา และพูดขึ้นว่า

 

 

“ทำไมคุณต้องจ้องฉันนานขนาดนั้น…”

 

ลีชินวูชะงักไปเมื่อเห็นเสียงนั้นดังออกมาจากแสงนั้น และเมื่อเขาเงยศรีษะขึ้นมาอีกทีก็เห็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งที่กำลังยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ผ่านเคาร์เตอร์ที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมๆกัน

 


“… เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า” ลีชินวูเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

 

 

“โอ้ นี่คุณพูดอะไร หมายปองดิฉันหรือคะ? หนุ่มน้อยแต่น่าเสียดายที่ร่างกายของคุณไม่ใช่แบบที่ดิฉันชอบเท่าไหร่”

 

 

“ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก เชื่อสิ”

 

เมื่อลีชินวูพูดจบ เธอคนนั้นก็พูดกับพร้อมหัวเราะ แต่นั้นกลับสร้างความหงุดหงิดให้ลีชินวูแทน เขายอมรับว่าตอนนี้เขายังไม่ตาย แต่เขาต้องการเวลามากกว่านี้ก่อนที่เขาจะยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ที่ดูไม่ต่างอะไรจากคนตายเลยสักนิด!

 

 

และท่าทางของเขาก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นที่เป็นเจ้าของร้านหัวเราะคิกคัก

 

“อ่า ใช่คุณพูดถูกแล้ว มันช่างเศร้าเหลือเกิน”

 

เจ้าของร้านมีความงามที่น่าทึ่งพร้อมกับผมแดงที่กำลังลุกไหม้ ผมสีแดงของเธอมีผมบ๊อบลากลงมาถึงด้านล่างของต้นคอของเธอแล้วค่อย ๆ ส่องแสงและแกว่งไปมาราวกับว่ามันเป็นไฟ

 

 

 

ใช่ ลีชินวูคุ้นกับทรงผมนี้จริงๆ เขาเกือบจะเห็นว่ามีผมสีแดงมาก่อน ในความรู้สึกของเขาคือเหมือนเพิ่งเห็นมันในเร็ว ๆ นี้

 

 

และเมื่อลีชินวูใช้เวลาคิดไม่นาน เขาก็เผลออุทานขึ้นมา…!!

 

 


“คุณคือเทพีงั้นหรอ…”

 

 

 

“ ไม่มีทางที่เทพีจะต้องเป็นเช่นเดิมเสมอไป เพียงผมนี่ดูเหมือนเปลวเพลิงนั้นคุณก็ตอบได้แล้วงั้นหรอ?”

 


“ฮึ…”

 

ลีชินวูรู้สึกกำลังตั้งใจมองคนตรงหน้าอย่างใช้สมาธิ แท้จริงแล้วตอนนี้เธอค่อนข้างดูแตกต่างจากเทพีในความทรงจำของลีชินวู ตามมาตรฐานโลกเทพีสาวาจจะทรงมองทั้งตะวันออกและตะวันตกมีลักษณะทางกายภาพที่แปลกประหลาดอย่างแท้จริง (หูตาปากและจมูก) และดูรูปลักษณ์อาจจะดูเหมือนหญิงสาวอายุเพียง 10 ปี หรือจะเหมือนหญิงชราอายุ 60 ปีในเวลาเดียวกันก็ได้ นั้นยากที่จะบอก

 

 

ในทางกลับกันผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเขาก็แตกต่างจากความทรงจำก่อนหน้านี้ ทรงผมและดวงตาของเธอดูมีพลังและแต่งตัวเหมือนผู้หญิงในช่วงต้นยุค 20 และมีลักษณะทางกายภาพของมาจากตะวันตกเช่นกัน ที่ค่อนข้างจะเร้าใจชายพอสมควร

 

 

ทรงผมของเธอสั้นและดวงตาสีแดงของเธอก็มีความแตกต่างจากของเทพีสาวอยู่ (ดวงตาของพระเจ้าส่องประกายในห้าสีที่แตกต่างกัน)

 

 

 

แต่ถึงยังไงลีชินวูเขาก็ยังเชื่อในสัณชาตญาณของตน มั่นใจในความรู้สึกตัวเอง เพราะเมื่อมองเธอคนนี้ มันมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับเทพีสาว นั้นคือเธอเป็นคนสวยที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือความคล้ายคลึงกันของเธอกับเทพีสาวเท่านั้น

 

 

 

“ดิฉันจะอธิบายก็ต่อเมื่ออยากอธิบาย… ใช่ คุณอาจจะเดาถูก ฉันคิดว่าฉันเองก็เป็นนักบวช มันคือบทบาทที่พระเจ้ามอบให้แก่ฉันคือจัดหาลูกค้า และหาของและจัดการช่วยวีรบุรุษในสิ่งที่พวกเขาต้องการเพื่อตอบแทนในราคาที่เหมาะสม คำสั่งของพระเจ้าเป็นแบบนั้น ดังนั้นดิฉันถือได้ว่าฉันเป็นพ่อค้าและนักบวชในเวลาเดียวกัน “

 

 

 

เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ ลีชินวูก็สนใจฟังยยิ่งกว่าเดิม

 

 

“นั้นหมายความว่า ถ้าผมต้องการอะไร แค่บอกคุณเลยใช่ไหม? หรือคุณจะให้มันฟรี?”

 

 

“คิดไงล่ะ…”

 

เธอคงได้ยินมาหลายเรื่องจากวีรบุรุษคนอื่นจนถึงตอนนี้ เธอจึงยอมหรี่ตาลงและอธิบายให้ชายผู้โง่เขลาตรงหน้าเข้าใจ แม้ว่าเธอจะขี้เกียจมากก็เถอะ

 

“คุณรู้จักว่าคำว่า ‘กรรม’ ใช่หรือไม่ มันมีอยู่ในทุกสิ่งบนโลกใบนี้ เมื่อเจ้าทำสำเร็จ สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือโลกนี้จะให้ทักษะที่พิเศษของเจ้าสมบูรณ์แบบ … แต่เมื่อคุณได้ฆ่าชีวิตผู้อื่น เจ้าอาจจะได้รับกรรมแทน”

 

 

“ถ้าอย่างนั้นเลเวลและสถิติก็เป็นกรรมล่ะสินะ”

 

 

ลีชินวูพูดขึ้นเหมือนเขาจะงงๆกับสิ่งที่คนตรงหน้าพูดออกมา

 

 

ก่อนที่ลีชินวูจะพูดต่อว่า “เป็นเรื่องที่ดีที่คุณควรรีบไป คุณพูดถูกพวกมันเป็นกรรมประเภทหนึ่ง โดยที่ลูกค้าของคุณรวมถึงวีรบุรุษอย่าผมเองก็ต้องลงมาใช้กรรมนั้น ตีเป็นราคาคุณจะได้รับ ‘กรรม’ ที่แตกต่างกลับคืนมา กรรมที่ฉันได้รับ เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับความปราถนาของผม สิ่งที่ผมต้องการคือ … พ้อยของพีเรียม”

 

ลีชินวูพูดอย่างไม่เกรงอะไรอีก เพียงเพื่อเขาต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับร้านค้านี่ต่างหาก

 

 

 

หากว่าคำอธิบายนั้นของผู้หญิงคนนี้เป็นความจริงทุกอย่างล่ะก็ แต่ก็หมายถึงว่าความสำเร็จและการฝึกอบรมทักษะ รวมถึงการฆ่าจะช่วยให้เขายกระดับและสถิติของเขาขึ้นได้

 

 

และเจ้าเงินพีเรียมนั้นที่เขาได้รับจากการฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหลายนั้นไม่เคยเสียเปล่า มันก็สามารถใช้ซื้อสิ่งของได้เหมือนเกมส์ทั่วไป

 

 


เมื่อลีชินวูได้ยินว่าพีเรียาคือเงินและเป็น “กรรม” ประเภทหนึ่งด้วยเช่นกัน เขาจึงหยิบเอากรรมส่วนหนึ่งของเขาออกมาจากคลังของเขาและดูมันอย่างละเอียด แต่ตามที่คาดไว้เขาไม่สามารถคิดอะไรออกมาได้ ดูเหมือนกับว่าผู้หญิงตรงหน้าอาจจะคุ้นเคยกับมันมากกว่าเขา

 

“ลูกค้า คุณอาจจะไม่มีความสามารถในการประมวลผลหรือใช้งานในตรงส่วนอื่น ๆในตอนนี้ มันจะมีประโยชน์มากขึ้นกับคุณถ้าคุณเพิ่งซื้อสินค้าจากฉัน”

 

 

 

“ … ก็คุณบอกผมเองว่า เอ่อ ขอถามอีกทีว่าคุณบอกว่าระดับนั้นเป็นกรรมแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน แต่ทำไมผมถึงได้เลเวลเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ผมฆ่าเจ้าพวกตัวประหลาดนั้นล่ะ?”

 

รอยยิ้มของแม่ค้าเริ่มเผยออกมา ระดับคือตัวเลขที่แสดงถึงลีกและยังเป็นมาตรฐานความแข็งแกร่งของโลก และลีชินวูก็พูดถึงมันอย่างคนขี้สงสัย ดังนั้นเธอจึงสงสารเขา

 

“ ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงระดับใด แต่ระดับในโลกที่คุณยืนอยู่ตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถยกระดับได้ง่ายๆหรอกนะ คุณต้องรวบรวมกรรมในระดับที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มเลเวลและตัวอย่างทั่วไปของสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ เป็นเพียงแค่กรรมสถิติ “

 

 

“จากนั้นเป็นระดับ 2 … “

 

 

 

“สถิติทั้งหมดของคุณรวมกันจะต้องกลายเป็น 200 เพียงอย่างเดียวจากร่างกายของคุณ ยกเว้นรายการทั้งหมดหรือบัฟชั่วคราวมันเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจใช่ไหม?”

 

‘200? หมายความว่าไง? ผมควรจะทำอย่างไรและเมื่อไหร่ ‘เป็นสิ่งที่เขาต้องการจะพูด แต่เมื่อเขารวมสถิติทั้งหมดของตัวเอง อยู่ที่ 186 นั่นหมายความว่าเขาสามารถยกระดับของเขาเมื่อเขาเพิ่มสถิติของเขาอีก 14

 

 

“ แต่คุณไม่จำเป็นต้องเร่งรีบในระดับขนาดนั้นหรอก ถ้ามันถึงเวลาคุณจะเห็นเองว่าสิ่งที่คุณทำเพื่อให้ได้ระดับนั้นมีความสำคัญพอ ๆ กับการยกระดับตัวเองไม่ว่าจะโดยฝีมือหรือทักษะพิเศษหรือไอเทมจากการเสริมของคุณให้กับตัวเองในประเภทอื่น ๆ กรรมมีความสำคัญเช่นกัน คุณจะเห็นมันเมื่อคุณได้สัมผัสด้วยตัวคุณเอง… “

 

 

นี่คือข้อความที่ผู้หญิงตรงหน้าจะบอกเขา…

 

แม้ว่าจะฟังจนจบ แต่ลีชินวูเองก็ยอมรับว่าเขายังไม่ค่อยเข้าใจกับสถานการณ์ที่ว่าเท่าไหร่นัก

 


ดูเหมือนว่าระดับหรือการอัพเดทไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงจำนวนหรือเลเวลแค่ในโลกนี้ นั่นหมายความว่า … มันอาจหมายถึงการเปลี่ยนภารกิจด้วยไหมนะ? ไม่ว่าในกรณีใดมันจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้แน่ เช่นเดียวกับที่แม่ค้าเมื่อครู่บอกว่าเขาจะรู้แน่นอนเมื่อเขาได้สัมผัสกับมัน ซึ่งลีชินวูตั้งตารอวันนั้นตั้งแต่บัดนี้

 

 

ลีชินวูคิดว่าบางทีเขาอาจจะหลงทางไปชั่วครู่หนึ่ง และแม่ค้าก็เคาะเคาน์เตอร์เพื่อ…

 


“ฉันคิดว่าฉันอธิบายมากพอแล้ว กรุณากลับไปยังจุดที่คุณควรจะยืนด้วยค่ะ เมื่อคุณได้รับกรรมเพื่อแลกกับสินค้าที่คุณต้องการซื้อ แล้วตอนนี้มีอะไรที่คุณจะและเริ่มแลกมันเลยไหม”

 

 

 

“คุณขายอะไรบ้างล่ะ?”

 

 

 

“ฉันขายทุกอย่าง นอกเหนือจากที่ฉันยังไม่มีอยู่ตอนนี้ ก็คือโพชั่นที่เอาไว้เสริมเวทย์”

 

 

 

“อืม …ขอคิดก่อนนะ”

 

ลีชินวูใช้ความคิดเมื่อเขาต้องเริ่มซื้อสินค้าครั้งแรกแล้ว ตอนแรกเขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาต้องการยาปรุงแต่งอะไรมากมายนักเพราะไม่รู้ว่าสภาพโครงกระดูกที่เป็นอยู่สามารถดื่มยาได้หรือไม่ นั่นเป็นเพราะการบาดเจ็บของเขาสามารถหายได้จากการเสริมแรงกระดูก

 

“ถัดไปเป็นหนังสือเวทมนตร์”
“อืม …”

 

หนังสือเวทมนตร์? บางทีเขาอาจต้องการของแบบนี้ในภายหลังก็ได ลีชินวูคิดพลางมองหนังสือตำรามากมายที่อยู่บนชั้นที่ลอยขึ้นมา แต่เขาวิเคราะห์แล้วว่ามันยังไม่จำเป็นตอนนี้ เพราะเขาไม่มี มานามากพอสำหรับเสียงแห่งความตายและเขาสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คิดว่าบางทีเวทมนต์อาจจะมีประโยชน์กับเขา ดังนั้นเขาจะทำยังไงเมื่อต้องเริ่มที่จะเรียนรู้เวทมนตร์?

 

 

ถ้าเขาไม่ได้เรียนรู้การใช้ทักษะการใข้เสียงแห่งความตายของเจ้าเทรเชอร์ล่ะก็ เขาอาจจะไม่คิดถึงมันฒมากขนาดนี้ แต่เนื่องจากเขามีทักษะที่สามารถเปลี่ยนกระแสและทิศทางการต่อสู้ได้แล้ว เวทมนตร์จึงยังไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดเขาในตอนนี้

 


“ แต่คุณจะไม่สามารถซื้อได้ในขณะนี้เนื่องจากคุณมี พีเรียมไม่เพียงพอ แน่นอนเรายังมีอุปกรณ์ที่คุณสามารถสวมใส่ได้”

 

 

 

“อุปกรณ์? อุปกรณ์แบบไหน ? แบบที่ฉันกำลังคิด หรือแบบที่ฉันอยากได้หรอ? เอามาดูสิ… “

 

 

“อ้อ และในที่สุดเราก็มีกระดูกให้คุณ”

 

 

“กระดูก !?”


เมื่อได้ยินคำว่ากระดูก ลีชินวูก็สนใจทันที…!! ขณะที่เขากำลังจะซื้ออุปกรณ์ก็เผลอหยุดเคลื่อนไหวและพูดคุยทันทีโดยไม่ลังเล พวกเขาขายกระดูกด้วยงั้นเหรอ? ถ้าเขาพูดถูกและพวกขายกระดูกที่เขาคิดอยู่ล่ะก็ มันคงจะดีมากต่อเขาแน่ๆ เขาสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงขายของแบบนี้และเขาก็ก้มศีรษะลงในขณะที่สีหน้าของแม่ค้าก็ไม่สู้ดีนัก

 

“มีกระดูกกระจัดกระจายไปทั่วจักรวรรดิดังนั้นจึงไม่มีทางที่ร้านค้าของเราจะไม่ขายพวกเขาสินค้าที่วีรบุรุษจำเป็รต้องใช้ ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จะขายของเหล่านี้ให้ฉันในราคาที่ถูก”

 

 

 

“เธอไม่ได้ล้อเล่นแน่นะ?”

 

เนื่องจากตอนนี้เขาไม่มีอะไรที่จะคุ้มค่าในการซื้อตอนนี้ บางอย่างที่เขาเห็นยังไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลย แต่มันจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตอนนี้เขามีสินค้าคงคลังที่สามารถเก็บของได้มาก

 

 

ตัดสินใจว่าเขาจะหยิบของที่อาจจะยังไม่ต้องการตอนนี้ แต่อาจจะต้องการในอนาคตและพยักหน้า และเขาบอกเธอถึงประเภทของรายการที่เขาต้องการ

 

“เอากระดูกไอเทมให้ผมดูหน่อย ผมอยากเห็น”

 

 

“ฉันรู้ว่าแล้วว่าคุณต้องการอะไร ดังนั้นฉันจะเตรียมพวกมันไว้ให้”

 

เขาไตร่ตรองระหว่างอุปกรณ์และกระดูก แต่ความแข็งแกร่งส่วนใหญ่มาจากทักษะการเสริมกำลังกระดูกของเขาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงต้องพิจารณาสถานะของพวกมันเป็นพิเศษ

 

 

แน่นอนว่าเขาคิดว่ากระดูกนั้นดีกว่าเนื่องจากพวกเขาเพิ่มความสามารถของเขาอย่างถาวรมากกว่าอุปกรณ์ที่เขาจะต้องเปลี่ยนในที่สุด แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะประสบการณ์ของเขากับการเสริมกระดูกและความสามารถที่หลากหลายที่เขาสามารถทำได้ และมันมีประโยชน์

 

 


‘แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ในการเพิ่มทักษะ แต่ฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าความทรงจำของเจ้าของดั้งเดิมในกระดูกนั้นจะส่งผลกระทบอะไรต่อความสามารถในการต่อสู้ของฉันรึเปล่าเนื่ยสิ…’

 

 

 

ลีชินวูเขาคิดว่าตัวเองรู้ดี เหตุผลที่เขาที่ไม่ได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ใด ๆ บนโลกนี้สามารถไปได้ไกลและต่อสู้อย่างมีเหตุผลกับเจ้าเทรเชอร์เพราะเขาได้รับประสบการณ์การต่อสู้ทางอ้อมจากการดูดซับกระดูกโครงกระดูกของทหาร

 

ความสามารถที่แท้จริงของการเสริมกระดูกไม่เพียงเพิ่มสถิติหรือการได้มาซึ่งทักษะพิเศษเท่านั้น แต่มันยังเป็นการสืบทอดประสบการณ์โดยธรรมชาติและความทรงจำที่มีของเจ้าของร่างโครงกระดูกนั้นด้วย หากเขายังคงรวบรวมสิ่งเหล่านี้ในที่สุดมันก็จะกลายเป็นจุดแข็งของเขาและไม่มีใครอื่นที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ถือว่าการมาในครั้งนี้ เขาไม่ธรรมดาจริงๆ

 

“โอ้ ลูกค้าคุณมี 3,420 พีเรียมในตอนนี้ … ฉัน เอ่อ จริง ๆ แล้วไม่ได้คาดหวัง แต่คุณนำมันมาด้วยค่อนข้างมากใช่ไหมล่ะ ลองดูกระดูกที่คุณสามารถซื้อด้วย เงินตอนนี้สิ … ที่นี่คุณสามารถซื้อหนึ่งในสองอย่างนี้ “

 

 

 

“…ฮะ?”

 

แม่ค้านำกระดูกสองชิ้นออกมาและวางไว้บนเคาน์เตอร์แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเธอนำพวกมันออกจากที่ใด มันทั้งคู่มีขนาดที่ใหญ่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าที่นี้นำมันมาจากส่วนใดของโครงกระดูก หนึ่งในนั้นเป็นสีแดงย้อมเล็กน้อยและอีกอันเป็นสีน้ำเงินย้อม

 

 

เมื่อเขาเห็นกระดูกทั้งสองลีชินวูก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

 

 

 

“… มันเป็นเมทริกซ์หรอ?”

 

 

 

แต่เมื่อลีชินวูถามขึ้น แม่ค้าเพียงยิ้มและเอ่ยประโยคที่เขาไม่เข้าใจออกมา “คุณจะไม่ตื่นขึ้นจากความฝัน เพียงเพราะคุณเลือกกระดูกสีแดง แต่หลังจากที่คุณเลือกแล้วทั้งหมดคือความจริง”

 

 

 

“ ไม่ๆ เดี๋ยวก่อนนะ ไหนบอกว่าผมจะซื้อกระดูกได้หลายอันไม่ใช่หรอ? เพราะผมต้องการได้รับประสบการณ์ให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

 

 

“คุณสามารถซื้อได้เพียง 1 โครงกระดูกเท่านั้น ฉันเพียงแค่แนะนำว่าคุณไม่ควรซื้อมากกว่า1 ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเสียใจ”

 

ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีทางเลือกนอกจากเลือกหนึ่งในสองกระดูกนั้น เพราะไม่แน่แม่ค้าอาจจะมีเจตนาเตือนเขาจริงๆ ถ้าอย่างนั้นเขาต้องได้รับข้อมูลมากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ และกำลังจะเลือก จู่ๆแม่ค้ากลับส่ายหัวของเธอและพูดต่อว่า

 

“ข้อมูลรายการยังเป็นกรรมลูกค้า คุณไม่มีพีเรียมมากเพียงพอที่จะรับข้อมูลเกี่ยวกับกระดูกเหล่านี้และซื้อมันได้”

 

 

“อะไรนะ!? …”

 

ไหงเป็นงั้น?

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นแค่นักบวชที่ช่วยวีรบุรุษภายใต้คำสั่งของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นนักต้มตุ๋นแทน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ให้ข้อมูลกับกระดูกไม่ว่าเขาจะทำอะไร หากกระดูกทั้งสองมีราคาเท่ากันศักยภาพก็จะเหมือนกัน … ถ้าเป็นแบบนั้น …

 

“หมายความว่าไง ราคาไม่เทากันหรอกหรอ?”

 

 

 

“สีฟ้าแพงกว่านิดหน่อยราคา 3,350 พีเรียม”

 

เขาจะเหลือแค่ 70 พีเรียมถ้าเขาตัดสินใจซื้อมัน … แต่เมื่อเขาวิเคราะห์แล้ว เขาคิดว่าเขาได้คำตอบว่า

 

“ผมคิดแล้ว ผมจะเลือกอันนั้น”

 

“ดูจะเป็นทางเลือกที่เป็นลูกผู้ชายสุดๆไปเลยนะ ถือว่าเลือกได้ดี”

 

เมื่อลีชินวูตัดสินใจแล้วนั้น แม่ค้าเพียงแค่ยิ้มและจำนวนเงิน Perium ของเขาก็หายไปจากสินค้าคงคลังของเขาโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องส่งเงินให้เธอ เมื่อเขาเห็นกระดูกสีน้ำเงินแทนที่เงินในรายการของเขา ลีชินวูก็แอบตื่นเต้น จากนั้นพ่อค้าก็ปรบมือให้กับการตัดสินใจกับเขา

 

“ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะแยกทางกันถ้าคุณต้องเจองานหนักในภารกิจของคุณ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเห็นฉันอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ฉันจะบอกคุณถึงสิ่งหนึ่งที่คุณเพิ่งตัดสินใจไป คุณจะเข้าใจเมื่อคุณเจอรากฐานเป็นสิ่งสำคัญ”

 

 

“ฐาน…?”

 

 

 

“จากนั้นฉันจะพบคุณอีกครั้ง”

 

เธอพูดอย่างยิ้มแย้มและแม้ว่าลีชินวูจะสับสนกับคำพูดนั้นยังไง เขาไม่อยากจะคิดว่าเธอจะเป็นแค่แม่ค้าทั่วไป ในขณะนั้นพื้นที่โดยรอบตัวของเขาก็พังลงทันทีและเขาก็กลับไปยังสถานที่ที่เขายืนอยู่ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ามาในร้านค้า

 

“…”

 

พูดตามตรงเขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย สองสามวันที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้สนทนากับคนอื่นเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะอยากเจอเทพีนั้นสักแค่ไหน แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาสามารถคุยกับเธอได้นั้นเป็นเรื่องยากมาก จนกว่าเขาจะผ่านภารกิจทั้งหลายนี้ไป

 

รวมถึงความรู้สึกที่เขายังอยากจะติดต่อกับคนในครอบครัว


“ไม่ … อย่าลบ”

 


สิ่งเดียวที่สามารถผลักดันลีชินวูไปข้างหน้าในขณะนี้คือความคิดบวก หากเขาไม่คิดบวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาส่ายหัวจนคอของเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ จากนั้นจึงเอากระดูกออกจากสินค้าคงคลังของเขาเพื่อปัดความคิดบ้าๆออกไป

 

“การเสริมกระดูก”

 

[คุณต้องการใช้กระดูกเพื่อเสริมสร้างกระดูกของคุณเองหรือไม่? คุณสามารถเสริมกำลังกะโหลกของคุณ โปรดเลือก]

 

หะ?

 

 

ลีชินวูแปลกใจนิดหน่อย เพราะเขาไม่เคนเสริมกระดูกตรงหัวกะโหลกมาก่อน  นั้นค่อนข้างจะแปลกใหม่สำหรับเขา

 

 

แต่…ลองดูก็ไม่เสียหายนิจริงไหม?

 

 

“เอาล่ะ เสริมกำลัง”

 

เขาดำเนินการเสริมแรงโดยไม่ลังเลแล้วกระดูกสีน้ำเงินในมือของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกันเขารู้สึกถึงบางอย่างที่หัวของเขา

 

“ฮึ…”

 

[ขณะนี้คุณได้เสริมหัวกะโหลกของคุณแล้ว เวทย์มนตร์เพิ่มขึ้น 7 ระดับ คุณได้รับส่วนหนึ่งของความทรงจำและประสบการณ์]

 

 

 

[ฉันไม่เข้าใจคนของคุณ การวิจัยนี้จะนำเราไปสู่ความพินาศ – ???]

 

เมื่อส่วนหนึ่งของความทรงจำของเจ้าของกระดูกไหลเข้ามาในหัวของลีชินวู เมื่อนั้นเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ‘ฐาน’ ที่แม้ค้าคนนั้นบอกเขาคืออะไร ลีชินวูเคยคิดว่าเขาไม่รู้จักหรือรู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย แต่เมื่อเขาได้ชิ้นส่วนนี้มา มันถือได้ว่ามันเป็นความสามารถในการใช้พลังงานที่เป็นฐานของการมีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้

 

[คุณได้รับสกิลติดตัว คือทักษะการมีมิตรภาพแฝง Lv1 เพื่อเพิ่มอัตราการฟื้นฟูเวทมนต์]

 

นี่เขาได้ใช้เวทมนตร์แล้วหรอ?

 

 

หลังจากที่ได้เสริมกำลังโครงกระดูกที่ศรีษะของตัวเองเรียบร้อย อาการไมเกรนที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็หายไป

 

 

เขาคิดว่ามีเพียงความตายในโลกนี้ที่จะทำลายเวทมนตร์ได้ แต่สิ่งที่อาจจะคงอยู่ไปตลอด นั้นก็คือ

 

เจ้าพลังมานา…

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top