ขนาดตัวอักษร

Chapter 2. God’s Secret Shop – 1

 309 Views

<Chapter 2. God’s Secret Shop – 1>
ความลับร้านค้าของเทพ

 

หลังจากที่ภารกิจทางเข้าได้เสร็จสิ้นลง ไม่ทันไรลีชินวูก็ต้องเผชิญกับภารกิจต่อไปในทันที นั้นคือการ “แทรกซึมจักรวรรดิ” ฟีงดูไม่ง่ายเลยสักนิด แต่นั้นคือภารกิจเขาไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว

 

 

 

และเมื่อมาถึงจุดนี้ เราจะไม่พูดถึงสิ่งที่เรียกว่าของรางวัลสำหรับภารกิจที่แล้ว ไม่ได้เลย นั้นคือ…แผนที่แบบย่อ

 

 

 

เมื่อลีชินวูได้ศึกษาวิธีการผ่านผู้แนะนำ นั้นทำให้เขารู้ว่าเพียงแค่หลับตาเท่านั้น เขาก็จะสามรรถมองเห็นแผนที่ย่อได้

 

 

 

ฟังดูเจ๋งชะมัด…!!

 

 

นั้นทำให้ขณะนี้ลีชินวูเริ่มลองที่จะ…

 

 

 

“เอาล่ะ ฉันจะเริ่มหลับตา แล้วนะ…โอ้วว”

 

เมื่อเขาปิดตาลง (ซึ่งมองภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่มีลูกตา) แต่กลายเป็นว่านี่คือเรื่องอัศจรรย์อย่างมาก เพราะเขาได้เห็นแล้วว่า มันเป็นจริง! แผนที่นี้ใช้งานยังไง!

 

 

 

และมุนเป็นภาพที่ใช้งานได้ง่ายมาก มันให้ความรู้สึกราวกับว่ามีตาอีกดวงหนึ่งอยู่ตรงกลางหน้าผากขณะที่เขามองจากด้านบนและสแกนทั่วทั้งบริเวณ และภายในพื้นที่นั้นมีเพียงเส้นทางที่ถูกต้องและส่องสว่างจ้า

 

‘… ฉันจะไปไหนล่ะทีนี้’

 

นี่คือคำถามแรกในหัว ไม่มีอะไรที่เขาจะได้รับอีกมากจากการพักที่นี่ ลีชินวูเริ่มจินตนาการว่าเมื่อเขาเปิดตาทั้งสองขึ้นและเริ่มเคลื่อนไหวไปตามเส้นทางที่แผนที่บอกนั้น

 

 


การล้างหรือกวาดล้างจะเริ่มนิ่งเงียบสงบ ภารกิจนี้เขาจำเป็นจะต้องใช้เสียงให้น้อยที่สุด และจากความเงียบไปจนถึงจุดที่มืดที่สุดนั้นมีเพียงเสียงฝีเท้าที่เคลื่อนไหวของเขาดังไปตลอดทาง รอยเท้าของเขามีอากาศที่เงียบกว่ามากอาจเป็นเพราะรองเท้าบูทขนนกที่เขาใส่อยู่ก็เป็นได้

 

 


…มืดกว่าเดิม

 

เมื่อลีชินวูได้เดินทอดยาวไปเรื่อยๆ เขาก็ยังไม่พบสิ่งแปลกปลอมใดๆหรือ ส่วนต่าง ๆ ของทางเดินมากนัก อาจจะเนื่องจากความวุ่นวายก่อนหน้านี้ของเจ้าเทรเชอร์ในการที่จะหลบหนีมัน ทำให้ลีชินวูอาจจะต้องกระโดดสูงบ้างและบางครั้งก็ต้องกระโดดไกล ในที่สุดเขาก็มาถึงจุดที่ชัดเจน: ทักษะ ความว่องไวของผู้เริ่มต้นนั้นสามารถนำมาใช้ควบคู่กับการกระโดดของเขาได้

 

‘ถ้าฉันมีความเชี่ยวชาญในทักษะความว่องไวมากกว่านี้ นั้นหมายความว่าถึงเวลาอีกไม่นานฉันก็จะสามารถวิ่งบนท้องฟ้าแบบโครงกระดูกได้ … ฟังดูเท่ห์เป็นบ้าเลย!’

 

ขณะที่เขาเดินผ่านทางเดินต่อไปบรรยากาศในทางเดินเปลี่ยนก็เริ่มเปลื่ยนแปลงในเวลาไม่นาน

 

 

ในตอนแรกดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่ต้องทำใจเดินผ่านหินและทรายเป็นจำนวนมาก แต่ในตอนนี้นั้นเขาคิดว่าตนเองสามารถมาถึงพื้นที่ปัจจุบันนี้เป็นที่แรกที่มีเส้นทางที่ชัดเจน

 

‘นี่คือจักรวรรดิที่แท้จริง … ฉันเห็นกำแพงนั้น’

 

 

 

ลีชินวูไม่คิดว่านี่คือการเดา

 

 

 

แต่เขาเห็นสถานที่ตรงหน้าแล้วก็พอเดาได้ มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

 


เนื่องจากลีชินวูคิดว่ามันมีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างทางเดินภายนอกและจักรวรรดิใต้ดินอยู่มาก: *กำแพงปราสาท จากคำอธิบายของภารกิจนั้น แน่นอนว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับพลทหารพอลตรงนั้นอีกครั้ง แม้จะรำคาญแค่ไหนก็ตาม …

 

 

ใจจริงแล้วเขาไม่คิดว่าเขาจะแพ้ หุ่นทหารโครงกระดูกนั้นสองสามคนในตอนนี้หรอก แต่เขาไม่สามารถหยุดคิดและยับยั้งความเครียดได้ตราบใดที่เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีกี่คนที่อยู่ตรงนั้น

 

 

และเมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงลีชินวู…

 


[หยุด…]

 

เมื่อลีชินวูเริ่มเข้าใกล้ภารกิจมากขึ้น ก็มีพลทหารโครงกระดูกตนหนึ่งที่ค่อนข้างน่าประทับใจ เขายืนอยู่บนยอดกำแพงปราสาทและกำลังเล็งไปที่ลูกธนูกระดูกไปทางร่างของลีชินวู บ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะกำจัดผู้บุกรุกแค่ไหน

 

 

ถึงกระนั้นแต่ตัวของพวกเขาก็ยังเล็ก ในไม่ช้าพวกเขาก็เปิดเผยเหตุผลที่กำลังสงสัยอยู่นั้นเอง

 

[เจ้าถูกสัตว์ประหลาด … ตามล่ามางั้นหรอ … ?]

 

 

 

เขาถามขณะลดธนูลง

 

 

“ใช่ๆ พวกนายเข้าใจถูกแล้วล่ะ!ทุกคนตายหมด เหลือแค่ฉันตอนนี้… “

 

ตอนนี้เขาสามารถเริ่มการแสดงที่สะบัดของสวิตช์ ส่วนหนึ่งของทหารที่ปกป้องกำแพงนั้นอาจถูกส่งไปตามล่า เทรเชอร์อยู่ก็เป็นได้!

 

 

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ ลีชินวูนั้นได้สร้างเรื่องยุ่งยากมากมายนั้นทำให้เขาได้มองการณ์ไกลแล้วว่าการตายของพวกนั้นต้องมีผลในอนาคตอย่างแน่นอน

 

 

และมันก็มาถึงแล้ว

 

 

นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ลีชินวูต้องพูดต่อ

 


“ พอลได้โปรดเปิดประตูปราสาทให้ฉันด้วย ฉันต้องกลับไปทำหน้าที่ปกป้องทุกคนเช่นกัน”

 

 

เหล่าโครงกระดูกมีสีหน้าไม่ไว้วางใจลีชินวูเท่าไหร่นัก แต่ก็ตัดสินใจพูดว่า

 

[รอสักครู่ก่อน … รออีกแค่นาทีเดียว … ]

 

ดูเหมือนว่าภารกิจนี้จะราบรื่นและง่ายกว่าที่คิด

 

 

 

ลีชินวูยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ยังไงก็ตาม ใครจะหลอกใครยังไง ต้องติดตามหลังจากที่ลีชินวูได้เข้าไปด้านในก่อน

 

 

แต่ระหว่างที่พลทหารพอลกำลังจะตัดสินใจเปิดประตูให้ลีชินวู เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า…

 

[เดี๋ยนะ…ข้าไม่เคยเห็นว่า … คนทั่วไปจะมีหอกลักษณะที่พิเศษแบบนี้มาก่อน … ]

 

 

“เอ่อ… มันก็เป็นแค่ของที่นักล่าสมบัติทิ้งไว้น่ะ”

 

ลีชินวูผู้ซึ่งกำลังวางแผนจะลอบเข้าไปข้างใน รีบคิดคำตอบที่ดูน่าเชื่อถือมากที่สุดอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะตื่นเต้นกับการเข้าไปด้านในนั้นมากแค่ไหน ดูเหมือนไม่มีหัวใจ อต่ชีพจรกลับเต้นเร็วมาก

 

[ข้าคิดว่า … ข้านะรายงานต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้า … ]

 

 

“ฮะ?”

 

 

[ข้าจะ … รายงานมัน]

ยังไม่ทันที่ลีชินวูจะตอบอะไร พลทหารพอลตัวนั้นก็กำลังจะยกเลิกแผนที่จะเปิดประตูให้เขา และจะหมุนตัวจากไป นั้นทำให้ลีชินวูอ้าปากค้าง เขาไม่คิดว่าเจ้าพวกนี้จะฉลาดขนาดที่ว่าเห็นความผิดปกติก็ต้องรีบรายงานผู้บังคับบัญชาขนาดนี้

 

 

นี่มันยิ่งกว่าคำว่าเข้มงวดรึเปล่า?

 

 

ตอนนี้ดูเหมือนว่าลีชินวูต้องหาทางทำอะไรสักอย่างแล้ว

 

 


“เฮ้พอลเดี๋ยวก่อน เรื่องนี้ฉันจะด้วยตัวเองก่อนอื่นนายรีบเปิดประตูให้ฉันก่อน”

 

 

[ไม่ได้ ต้องรายงาน … ก่อน … ]

 

ลีชินวูแทบกุมขมับ! เกิดอะไรขึ้นกับมันวะ!|

 

 

เกิดเรื่องขึ้นตั้งเยอะแยะไม่เห็นพวกมันจะสนใจ อยู่ๆมันจะมาสนใจกะอีแค่อาวุธใหม่ของเขาทำไมกัน

 


“ฉันแค่บอกว่า ฉันจะเป็นคนรายงาน! ด้วยัวเองน่ะ นายเข้าใจไหม!”

 

เมื่อความงุ่นง่านเริ่มเกิดขึ้นกับลีชินวู นั้นทำให้เขาไม่อยากหลบซ่อนอีกต่อไป ถ้าหัวหน้าคนนั้นมาถึงเขาจะต้องตายอย่างน้อยหนึ่งครั้ง! เขาคลิกที่ลิ้นของเขาและวิ่ง ทหารโครงกระดูกจึงตกใจและรีบเล็งธนูไปที่ลีชินวูที่เปลื่ยนแผนกะทันหัน



[เจ้า… กำลังต่อต้านจักรวรรดิหรือไม่]

 

 

 

[เจ้ากำลังพยายามที่จะยักยอกหรือไม่?]

 

 


[มันเสียหาย  … หรือไม่]

 

“วิ่ง!”

 

ลีชินวูไม่ได้ใช้แผนปกปิดตนเองอีกแล้ว นั้นทำให้เขาต้องเริ่มออกวิ่งตอนนี้ และเขาก็ไม่สนใจสิ่งที่โครงกระดูกพูดและกระโดดในขณะที่ใช้ความว่องไวของเขาและเกาะติดกับกำแพงปราสาท

 

 

 

น่าแปลกที่มันเป็นไปได้ที่เขาจะกระโดดสูงไกลได้ถึง 2 ม.
แม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับการสอนเท่านั้น แต่เขาคิดว่าเขาเหนือมนุษย์แล้วและรู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป

 

 

[จู่โจม … การปิดล้อม]
[ขอแรงด้วย]

 

ไม่นานหลังจากนั้น ทหารโครงกระดูกก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ลีชินวูมีความผิดปกติจากโครงกระดูกทั่วไป

 

 

 

พวกมันจึงรีบระบุว่าเขาเป็นศัตรูและเริ่มเล็งและยิงธนูที่เขา แม้ว่าเขาวางแผนที่จะโดนพวกเขาสักสองสามคน แต่เมื่อลูกธนูเข้ามาใกล้เขามือของเขาถือหอกกระดูกขยับตัวเอง

 

 

 

‘ฮะ!?’

 

 

มันเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ทันทีที่เขาจับวิถีลูกธนูด้วยตาเปล่าเขาก็เหวี่ยงหอกกระดูกและสัญชาตญาณลูกธนูสองลูก! ลูกศรที่เขาไม่สามารถบล็อกไหล่ของเขาได้ แต่ความเสียหายนั้นน้อยมาก

 

[คุณได้เรียนรู้ทักษะแฝงการป้องกันอาวุธของผู้เริ่มต้น ระดับ 1]

 

 

 

นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อเขาคิดว่าเขาต้องการที่จะหยุดโครงกระดูกจากการยิงธนูของพวกเขาอีกครั้ง นั้นทำให้เขาเปิดปากของเขาและส่งเสียงกรี๊ด

 

“กรากกกกกก!”

 

[คุณได้เรียนรู้ทักษะการใช้งาน เสียงแห่งความตาย ระยะเริ่มต้น Lv1]

 

 

 

[โดยการใช้เสียงความตายนั้น ศัตรูในพื้นที่ทั้งหมดได้ตกลงไปในสถานะที่คลั่งไคล้และปวดหัวอย่างหนักไปชั่วขณะ]

 

 


เขายังไม่รู้ว่าเขาต้องเรียนรู้การป้องกันอาวุธของผู้เริ่มต้นได้ยังไง แต่ที่มาของเสียงแห่งความตายนั้นชัดเจน มันเป็นทักษะพิเศษของเทรเชอร์อีสเตอร์! เขาต้องการที่จะเรียนรู้การคำรามให้ก้องกังวาน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้ามกับความคาดหวังของเขา

 

 


[เจ้า ..ไอ้ … เจ้าเข้ามาแทรกซึมข้างในเมื่อไหร่ … !]
[ข้าจะฆ่าแก…!]

 

 

เขารู้สึกวิงเวียนชั่วครู่เนื่องจากเขาใช้เสียงแห่งความตายกับระดับมานาต่ำเกินควร แต่เอฟเฟกต์และผลลัพธ์ของมันกลับช่างน่าประหลาดใจ เมื่อพลทหารโครงกระดูกปฏิบัติต่อกันเหมือนเป็นศัตรูและเริ่มการโจมตีกัน!

 

 

 

ลีชินวูเล็งหาโอกาสนั้นพยายามอย่างหนัก และคลานขึ้นไปบนกำแพง และตอนนี้เขารู้สึกเมาเพราะการใช้มานา อย่างไร้เหตุผล แต่เขาก็ต้องกัดฟันแน่นเพื่อทนความเวียนหัว

 

[แล้วเจ้าผู้ชายคนนั้นล่ะ?]

 


“ฉันอยู่ข้างหลังคุณเขา”

 

 

[ฮึ!?]

 

เมื่อถึงเวลาที่พลทหารพอลได้หลบหนีจากอาการเจ็บป่วยลีชินวูก็วิ่งขึ้นไปอยู่บนกำแพงปราสาทแล้ว!

 

 

 

ไม่มีทางที่ลูกศรจะมีผลในระยะใกล้ ลีชินวูขว้างของ Lv2 หอกกระดูกแบบทรงพลังหรืออาวุธของกระดูกออกมาอย่างเลือดเย็น และใช้มันทุบหัวพวกมันด้วยการโจมตีในครั้งเดียว และพลทหารพอลเริ่มล้มลงทีละคน

 

 


[คุณสามารถไล่ล่า พลทหารอาเชอร์แล้ว]
[คุณสามารถไล่ล่า พลทหารอาเชอร์แล้ว]

 

ช่วงเวลาไม่นานหลังจากนั้น กำแพงปราสาทก็เงียบลง ลีชินวูจึงนำลูกธนูที่ยื่นออกมาที่ไหล่จากซากพลทหารพอลที่นอนตายอยู่และถอนหายใจออกมา

 

 

 

แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเขา แต่เขาก็ยังมีรอยยิ้มแห่งชัยชนะอยู่

 

 


“… นี่มันอะไรกัน?”

 

 

ลีชินวูอุทานขึ้นมา เมื่อเขามองเห็นความผิดปกติบางอย่างบนยอดเขา

 


หลังจากที่เขาปีนขึ้นไปบนยอดกำแพงปราสาทในที่สุดเขาก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่ไกลออกไปได้และพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่แค่ในรูถ้ำตลอดไป

 

 

 

เนื่องจากกำแพงปราสาทยังคงไม่บุบสลายเขาคิดว่าเมืองในนั้นจะอาจจะดูเหมือนมาจากยุคกลาง … แต่มีสายตาที่แตกต่างออกไปเบื้องหน้าราวกับราวกับว่ามันเยาะเย้ยความไร้เดียงสาของเขา

 

“นี่คือโลกปีศาจหรืออะไรกันแน่… “

 

เมื่อลีชินวูมองออกไปยังพื้นที่ตรงหน้า นั้นทำให้เขาเกือบเผลออุทานออกมา

 

 

นี่คืออาณาจักรที่ว่านั้นหรอ?

 

 

อย่างไรก็ตามอาคารทั้งหมดที่ลีชินวูเห็นก็ผุกร่อนและผุพังไปตามกาลเวลา แต่เพราะเกิดเหตุผละสงครามขึ้นหลายครั้งนั้นทำให้ตอนนี้พวกมันดูเหมือนจะ… ถูกทำลายไปแล้วบางส่วนโดยไม่มีอาคารที่เหมาะสมเหลืออยู่

 

 

ทางเข้าเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงสมบูรณ์อยู่อย่างน่าแปลกใจ เมื่อเขามองไปข้างหน้านั้น เขาเห็นที่ราบที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าหนาและทะเลทรายปะปนกัน ถ้านี่เป็นเหมือนเกมส์มันก็เหมือนกับว่านักพัฒนาได้ลองใช้ทั้งแผนที่ทะเลทรายและแผนที่ราบในเวลาเดียวกัน แต่แผนที่ทั้งสองนั้นปะทะกันและเกิดความล้มเหลว

 

 


“ใครคือผู้บังคับบัญชาของที่นี้กันแน่?”

 

 


ลีชินวูเกาหัวอย่างสงสัย ไม่มีทางที่เขาจะรู้ว่าตอนนี้มีระบบทหารหรือทัพที่ใหญ่ขนาดไหนหลงเหลืออยู่ที่นี่ เพราะบางทีโครงกระดูกที่นี่อาจเป็นเพียงแค่วิญญาณติดอยู่ในอดีตและไม่ได้ไปไหน

 

 


และสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญต่อจากนี้อาจจะเป็นแบบนั้น แม้ว่าเขาคิดว่าตัวเองกำลังสนทนากับพวกเขา แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่มีการพูดคุยจริงๆเกิดขึ้น พวกเขาก็เป็นแค่วิณญาณเท่านั้น

 

 

“ฮะ …”

 

และจู่ๆลีชินวูก็รู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์ที่เขาถูกทิ้งไว้ก่อนหน้านี้คืออะไร เขาเข้าใจแล้ว จึงได้ถอนหายใจเบา ๆ แล้วยักไหล่

 

 

 

ก่อนที่เขาจะมาที่นี่เมื่อตอนนั้นเทพีบอกเขาว่าเธอต้องการให้เขาทำให้สถานที่แห่งนี้บริสุทธิ์ ในตอนนั้นเขาแค่คิดว่า ‘ฉันไม่สนใจหรอกว่าจริงๆที่นี้เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าฉันสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งก็ถือว่าคุ้มแล้ว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกเหมือนเขาต้องการแก้ไขสถานที่นี้แบบจริงจัง เพร่ะอย่างน้อยก็เพื่อกำจัดความไม่สบายใจของตัวเอง’

 

 

‘ก่อนอื่นมารับของขวัญสิ’

 

คำนั้นจู่ๆก็ดังขึ้นมา นั้นทำให้ลีชินวูหลุดออกจากภวังค์และนึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้รวบรวมพีเรียมพ้อยน์ที่กระจัดกระจายอยู่บนกำแพงปราสาทรวมถึงกระดูกของพลทหารโครงกระดูกอาเชอร์และธนูกระดูกและอาวุธลูกศรกระดูกมาเยอะอยู่พอสมควร

 

 

 

และเรื่องน่าประหลาดใจก็เกิดขึ้น ที่กระดูกนิ้วของพวกเขานั่นยังคงอยู่และเมื่อเขาเสริมระดับกำลังหรือเลเวลของตัวเอง ก็พบสิ่งเดียวกัน

 

 

 

[คุณได้เสริมกระดูกนิ้ว ในทักษะด้านความว่องไวของคุณเพิ่มขึ้น 1 ระดับและทำให้ได้รับความทรงจำและประสบการณ์ของ พลทหารโครงกระดูกอาเชอร์เป็นบางส่วน]

 

 

 

เมื่อลีชินวูได้สัมผัสกับความทรงจำของใคร ข้อความบางอย่างที่เจ้าของโครงกระดูกนั้นฝากไว้หรือข้อความในความทรงจำที่เขามักนึกถึงจะดังขึ้นทันที…

 

 

 

[ทำไมเจ้าต้องวางแผนทำเช่นนี้? … เดี๋ยวก่อน!เดี๋ยวก่อน ข้าจะเรียนวิชาธนู! บ้าจริง ข้าพูดว่าข้าจะเรียนรู้มัน! – เด็กชายนิรนาม]

 

เมื่อเสริมสร้างเสร็จ เสียงนั้นก็จบลง…

 

 

 

เมื่อเปรียบเทียบกับกระดูกขาของเขาซึ่งเขาได้เสริมให้ถึงขีด จำกัดแล้วในตอนนี้ และนั้นหมายความว่าเขาไม่สามารถเพิ่มความว่องไวเมื่อใไหร่ก็ตามที่เขาอยากเสริมอีก เพราะกระดูกนิ้วมือและความว่องไวของเขานั้นจะเพิ่มขึ้นจากความน่าจะเป็นแทน

 

 

 

[คุณได้รับโบว์สั้นระดับหนึ่ง Lv1]
[คุณได้เรียนรู้การยิงธนูระดับเริ่มต้นระดับ 1]

 

“ถูกต้องแล้ว ฉันก็คาดหวังให้มันเป็นแบบนั้น”

 

ลีชินวูมองแถบสถานะของเขาที่เกิดการเปลื่ยนแปลงจากการเสริมกระดูก และรีบใช้แผนที่ค้นหาทั่วทั้งบริเวณและยังใช้กระดูกนิ้วทั้งหมดที่เขาเก็บมา เพื่อเสริมกำลังของตัวเอง เป็นผลให้แม้จะไม่มีเอฟเฟกต์ของรองเท้าบูทเฟเธอร์ แต่ความคล่องแคล่วของเขาก็เพิ่มขึ้นถึง 62 และพลังธนูก็เริ่มมีระดับเริ่มต้นของเขา เพิ่มขึ้นเป็น Lv2 แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ยิงลูกศรเดียวก็ตาม

 

เขาพูดต่อโดยยังไม่หยุดที่ระดับต่อ ถัดไปคือคันธนูกระดูก

 

[โบว์สั้นโบน +4]
[Lv1]
[ความทนทาน: 220/220]
[พลังโจมตี: 20 – 25]

 

“นี่ไม่เลวเลยแฮะ”

 


แม้ว่าพลังโจมตีของมันนั้นอาจจะเพิ่งเทียบได้กับ Lv2 หอกกระดูกระดับสอง แต่เขาก็คิดว่าตัวเองสามารถรู้สึกมั่นใจขึ้นมาว่าตอนนี้เขาได้รับวิธีการโจมตีจากระยะไกลผ่านการเสริมระดับแล้ว และจะรู้สึกดีขึ้นเนื่องจากมีลูกศรเกือบ 200 ลูกถูกเก็บไว้ในกำแพงปราสาทนั้น

 

[ภารกิจเสร็จสมบูรณ์!]

 

 

 

[ในขณะนี้คุณได้รับสินค้าคงคลัง คุณสามารถเปิดและปิดได้โดยการตะโกนคำสั่งเลือกคำสั่งคลัง เพื่อเก็บไอเทอมของคุณ]

 

 

[คุณได้รับใบอนุญาตให้เข้าถึงร้านค้าลับของเทพี คุณสามารถเปิดมันได้โดยตะโกนคำสั่งว่า ร้านค้า]

 

“เจ๋งดีนิ!”

ลีชินวูรู้สึกตื่นเต้นที่เขาสามารถเลือกอะไรได้บ้างหลังจากที่เขสต้องทนกับชิ้นส่วนขาดๆเกินๆมาสักพัก

 

 

ต่อมาหลังจากที่เขาเก็บรวบรวมข้าวของเสร็จแล้วก็ได้ทำการไต่กำแพงลงมาโดยไม่คิดมากและวางเท้าของเขาเหยียบในดินแดนของจักรวรรดิ เมื่อเขาทำสำเร็จ ลีชินวูก็เห็นอะไรบางอย่างเดินไปมาอยู่ตรงหน้า

 

ขณะนี้ลีชินวูคิดว่าเขากำลังหลงทาง ดังนั้นเขาจึงลืมไปว่าเขาอยู่ในระหว่างภารกิจเควสต์ ลีชินอูจึงพยายามให้กำลังใจตัวเองว่าคงจะไม่มีพลทหารพอลหรือตัวอะไรแปลกๆมาดักรอเขาอยู่หรอกนะ เพราะความจริงคือท้ายที่สุดเขาไม่สามารถพกลูกธนูได้ทั้งหมด 200 ลูกพร้อมกัน

 

และนี่อาจะเป็นโอกาสทองที่เขาจะเก็บของเพิ่มล่ะ!

 

 

 

ลีชินวูจึงเริ่มลองของ โดยตะโกนว่า …”สินค้าคงคลัง!”

 

และเมื่อพูดจบก็มีหน้าต่างโปร่งใสคล้ายๆตารางหมากรุกปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา อย่างที่ลีชินวูเคยเห็นในเกมส์และสินค้าหรือไอเทมเหล่านี้ลีชินวูลองวิเคราะห์แล้วมันอาจจะเป็นสินค้าคงคลังที่ใช้งานง่ายและเมื่อเขาสัมผัสหน้าต่างมือของเขาถูกดูดเข้าไปอย่างไร้พลัง และนั้นสร้างความตกใจให้กับลีชินวูเป็นอย่างมากและเมื่อรู้ตัวก็รีบดึงมือออก และพบว่ามือของเขายังคงสบายดี

ว้าว มาถึงก็เซอร์ไพรส์อีกแล้ว…

 

 

 

ลีชินวูห่อปากและมองมือตัวเองด้วยความตื่นเต้น

 

 

และเมื่อเปิดเข้าไปในคลัง เขาก็เกิดคำถามอีกว่า

 

 

‘จะใช้งานได้จริงไหมวะ!?’

 

จากนั้นลีชินวูจึงคว้าลูกธนูและใส่เข้าไปในคลัง ลูกศรกระดูกถูกดูดไปข้างในทันทีและมีไอคอนรูปลูกศรปรากฏอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส เครื่องหมาย x1 ติดกับมันคือโบนัส

 

 

เริ่มน่าสนุกแล้วสิ…

“มาดูกัน ว่าแกจะเด็ดแค่ไหน”

 

ไม่รอช้า ลีชินวูรีบลองสัมผัสคลังสินค้าที่ว่านั้นทันที เขาจึงผลักลูกธนูเข้าไปในคลังของตัวเอง จากนั้นสัญญาณจึงพุ่งสูงสุดเป็น x189 เขายังไม่แน่ใจอย่างแน่นอน แต่เขารู้สึกว่าเขาสามารถเก็บของชิ้นเดียวกันไว้ข้างในได้

 

 

 

ตราบใดที่พวกเขาเหมือนกัน เนื่องจากสินค้าคงคลังแบ่งออกเป็นกล่องหมากรุกปัจจุบันมีเพียง 10 กล่องเมื่อเขาตระหนักว่าพวกเขาสามารถกองซ้อนเขาก็โล่งใจมากกว่าเล็กน้อย

 

“เอาคันธนูมา … อ้าเงินด้วย”

 

เมื่อเขาโยนกระเป๋าเงินเข้าไปข้างในกระเป๋าหายไปที่ไหนสักแห่งและไอคอนเหรียญดำปรากฏขึ้นด้านล่างสินค้าคงคลังพร้อมกับจำนวนเงิน 3,420 และเมื่อได้รับเงินมา เขาต้องชมเชยอย่างซื่อสัตย์ว่ามันเป็นธรรมชาติมาก

 

“ดี!จากนั้นก็ ปิด!”

 

ลีชินวูคิดว่าเมื่อพูดปิดปึป คลังของเขาจะปิดทันที แต่กลับกลายเป็นว่ามันดันไม่ปิดสะงั้น

 

เขาคิดว่าคงปิดถ้าเขาพึมพำ ‘คลัง’ และเมื่อเขาทำยัดมันลงไปสินค้าคงคลังก็หายไปอยู่ในคลังทันที

 


ลีชินวูก็มีความคิดและเขาก็พึมพำสินค้าคงคลังในหัวของเขาโดยไม่พูดออกมาดัง ๆ สินค้าคงคลังจึงเปิด ด้วยสิ่งนี้เขาจะสามารถเปิดและปิดคลังเก็บสินค้าท่ามกลางการต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย

 

‘จากนั้น ขึ้นต่อไป … ‘

 

ด้วยสิ่งนี้นั้นทำให้ลีชินวูเริ่มเข้าใจสินค้าคงคลังอย่างสมบูรณ์ เขาจึงรีบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งและพึมพำคำสั่งของรางวัล และมันก็คือ “คำสั่งร้านค้า”นั้นเอง

 

“ร้านค้า!”

 

 

เมื่อพูดจบในขณะนั้นเองจู่ๆพื้นที่โดยรอบตัวของลีชินวูก็บิดเบี้ยวไป ในขณะเดียวกันจิตสำนึกของเขาให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งหายไปที่ไหนสักแห่ง เขาพยายามเปิดตาของเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ …

“กูเตน มอร์เกน, จากพลทหารโครงกระดูกนายหนึ่ง”

 

ลีชินวูคิดว่า…

 

ตอนนี้เขามาถึงที่ร้านลับของเทพีแล้ว

 

เจ๋งเป็นบ้าเลย!!

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top