ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 111: ลงจากภูเขา

 350 Views

“ภูเขาดาบอยู่ที่ไหนน่ะ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ไม่มีใครรู้เลย ทาสดาบทุกคนเท่านั้นที่รู้ได้ถึงการมีอยู่ของภูเขาดาบ ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนได้พยายามค้นหาว่าภูเขาดาบนั้นอยู่ที่ไหน แต่ทุกคนก็หาไม่เจอ” หนิงไฉ่เฉินตอบกลับ

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าโลกนี้ต้องมีดาวเทียม น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รวย อันที่จริงนี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย เพราะว่าเขารู้สึกว่าตนจะกลายเป็นคนที่รวยในที่สุด

 

แต่เขาจะไปเอาวัตถุขนาดใหญ่มายังโลกนี้ได้ยังไงล่ะ ? อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเอาเตียงของตัวเองมาทุกครั้งที่เคลื่อนย้าย

 

เขาสงสัยว่าเป็นเพราะผ้าห่มและผ้าปูที่นอนหรือไม่ ผ้าปูที่นอนเคลื่อนย้ายไปพร้อมกับเขาทุกครั้ง

 

ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเอาดาวเทียมมาได้ เขาก็ไม่มีแท่นยิงจรวด สถานีควบคุม หรือบุคลากรที่มีทักษะที่จำเป็น แล้วเขาจะยิงดาวเทียมขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ยังไงกันล่ะ ?

 

“ดาบวิญญาณจะเลือกเด็กแรกเกิดเท่านั้นหรอ ?”

 

“ก็ส่วนใหญ่ล่ะนะ แต่ก็ยังมีบางคนที่ถูกเลือกหลังจากที่โตขึ้น แต่กรณีแบบนั้นหายาก”

 

“ดาบวิญญาณมีชีวิตมั้ย ?” เหยินปาเชียนมักจะสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก

 

“พวกมันมีชีวิตเหมือนกัน แต่พวกมันก็ไม่ได้เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไปหรอกนะ พอพวกมันได้รับความเสียหาย ทาสดาบก็สามารถรู้สึกได้เช่นกัน ถ้าพวกมันถูกทำลาย เหล่าทาสดาบก็จะตายด้วยเช่นกัน” ในขณะที่หนิงไฉ่เฉินกำลังลูบไข่มุกสีเขียวเบา ๆ มันก็สั่นเบา ๆ ราวกับว่ากำลังสื่อสารกับเขาอยู่

 

“พอพวกมันได้รับความเสียหาย ทาสดาบก็จะรู้สึกได้เช่นกันงั้นเหรอ ?”

 

“ใช่แล้วล่ะ พวกมันจะถ่ายทอดความรู้สึกให้กับทาสดาบ ตอนนี้ข้าเองก็รู้สึกเจ็บปวดตามร่างกาย” หนิงไฉ่เฉินพูดด้วยสีหน้าเศร้าโศก เหยินปาเชียนเชื่อว่าการแสดงออกทางสีหน้าของหนิงไฉ่เฉินส่วนหนึ่งเกิดจากความเจ็บปวดตามร่างกาย

 

“มีจอมดาบอยู่กี่คนน่ะ ?”

 

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักหรอก โดยปกติจะมีจอมดาบมากกว่า 100 คนในเวลาเดียวกัน ทุกครั้งที่โลกเกิดความวุ่นวาย จะมีจอมดาบถือกำเนิดขึ้นมาอีก จากที่เล่ากันมา 1,000 ปีที่ผ่านมานั้น มีจอมดาบอยู่หลายพันคนในเวลาเดียวกันในโลกนี้ มันเป็นยุคอันงดงามที่วีรบุรุษถือกำเนิดขึ้นมานับไม่ถ้วน แค่คิดถึงก็สามารถทำให้หลงใหลได้เลยล่ะนะ”

 

เมื่อหนิงไฉ่เฉินพูดถึงยุคอันงดงาม ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย เขากำลังเฝ้ารอให้ยุคที่ว่านั้นกลับมาใหม่อีกหน อย่างไรก็ตาม เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้ไข่มุกสีเขียวถูกยิงตก เขาก็ไม่มีอารมณ์จะคิดอะไรอีก แล้วดวงตาของเขาก็มืดมัวลง กลิ่นอายความทุกข์ยากได้ขับออกจากตัวเขา

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนถูกเติมเต็มด้วยจินตนาการและความคาดหวังในโลกนี้ หนิงไฉ่เฉินยังคงเศร้าโศกต่อไป

 

ชนเผ่าบนภูเขายังคงดำเนินการในสิ่งที่พวกเขากำลังทำต่อไป บางคนไม่รู้ว่าเสียงนั้นคือเสียงอะไร และคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร ชนเผ่านั้นไม่รู้จักสิ่งของส่วนใหญ่ที่ผลิตในมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

 

 

ณ ตีนเขา ทุกคนได้กลับไปพักผ่อน คนส่วนใหญ่รู้ว่าเสียงนั้นคือเสียงอะไร แต่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไรหลังจากที่ฉีจี่เซียวยิงธนูออกไป คนพวกนั้นเชื่อว่ามีใครบางคนกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่

 

จักรพรรดินีกำลังนอนเอนหลังอยู่บนพระที่นั่งในรถม้า ข้างใต้นางมีสัตว์ตัวใหญ่ซ่อนตัวอยู่ ชิงยวนกำลังนวดฝ่าเท้า ส่วนหงหลวนกำลังนวดไหล่ให้นาง ในขณะเดียวกัน จักรพรรดินีก็ถือขวดไวน์ยกขึ้นดื่มเอง

 

“ฝ่าบาท เมื่อครู่นี้คือเสียงอะไรหรือเพคะ ?” หงหลวนถามอยางนุ่มนวล ในฐานะที่เป็นคนรับใช้ขององค์จักรพรรดินี เธอจึงค่อนข้างมีความรู้ แต่เธอก็ยังอยากรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เป็นอย่างมาก

 

เมื่อได้ยินคำถามของหงหลวน หูของชิงยวนก็กระดิกเช่นกัน

 

“ก็แค่แมลงตัวเล็กน่ะ เสียงมันดังจนน่ารำคาญ” จักรพรรดินีตอบอย่างเฉยเมย

 

เมื่อชิงยวนกับหงหลวนเห็นว่าองค์จักรพรรดินีไม่ได้พูดต่อ พวกเธอก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มอีก

 

ถ้าหากหนิงไฉ่เฉินกับไข่มุกสีเขียวได้ยินคำพูดของจักรพรรดินี พวกเขาก็จะรู้สึกเสียใจอีกครั้ง

 

ถ้าหากไข่มุกสีเขียวไม่ได้เด่นและหยิ่งผยองแบบนี้ มันก็คงจะไม่ตกอยู่ในสภาพแร้นแค้นเช่นนี้

 

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือดาบก็ควรจะสุขุมบ้างในบางครั้ง

 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดทั้งคืน หลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน เหยินปาเชียนนั้นเหนื่อยล้า เมื่อเพิ่มกิ่งไม้เข้าไปในกองไฟแล้ว เขาก็ไม่สนใจหนิงไฉ่เฉิน ทั่วร่างกายของเขาเจ็บปวดและนอนอยู่บนพื้น

 

พื้นที่อยู่ใต้ร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยก้อนกรวดทั้งหมด หลังจากที่นอนลงไปได้สักพัก ทั่วร่างกายของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด มันแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันทำให้เขาเหนื่อยล้ามากเพียงใด

 

ทั้งจิตใจและร่างกายของเขาอ่อนล้า

 

 

 

เหยินปาเชียนตื่นขึ้นมาเพราะความหนาวเหน็บ สามารถมองเห็นแสงส่องออกมาจากขอบฟ้า มีหมอกสีขาวลอยวนอยู่รอบตัว เขาลุกขึ้นนั่งบนพื้น เขารับรู้ได้ถึงความชื้นในอากาศที่ทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่ม กองไฟก็ดับเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่เขารู้สึกเหน็บหนาวขนาดนี้

 

อีกด้านหนึ่ง หนิงไฉ่เฉินกอดดาบของตนโดยไม่หลับตา แต่ทว่า คิ้วของเขายังคงขมวดแน่น

 

เหยินปาเชียนยืนขึ้นบนพื้นแล้วเขี่ยด้านในกองไฟเล็กน้อย ไม่มีประกายไฟเกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว เหยินปาเชียนขี้เกียจจุดไฟอีก เขาจึงกอดตัวเองให้อบอุ่นจนกว่าจะถึงตอนเช้า เมื่อเหยินปาเชียนนึกถึงความจริงที่ว่าเขากำลังจะลงจากภูเขาในไม่ช้า เขาก็ดีใจมาก และแล้วค่ำคืนที่อันตรายที่สุดในชีวิตเขาก็ได้ผ่านพ้นไปในที่สุด

 

เมื่อผ่านไป 1 ชั่วโมง หนิงไฉ่เฉินก็ตื่นขึ้นด้วยเช่นกัน

 

เขาดูเป็นปกติมากขึ้นหลังจากที่เขาตื่น อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มีสีหน้าเศร้าโศกอีกแล้ว

 

“รออีกนิดนึงนะ พวกเราจะจุดไฟแล้วทำอะไรกินกัน จากนั้นพวกเราก็เตรียมลงจากภูเขาในตอนบ่ายได้” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

หนิงไฉ่เฉินพยักหน้าแล้วกอดดาบของตนต่อไป

 

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว หมอกในภูเขาก็จางลงเล็กน้อย เหยินปาเชียนเดินไปหยิบกิ่งไม้มา

 

ในตอนที่พวกเขาจุดไฟและย่างเนื้อสัตว์ ก็ถึงเวลา 8 โมงเช้าแล้ว ทั้งคู่รับประทานอาหารเช้าอย่างง่ายแล้วเตรียมลงจากภูเขา

 

เหยินปาเชียนกำลังถือหน้าไม้ในมือข้างหนึ่ง และถือกิ่งไม้ในมืออีกข้างหนึ่ง กิ่งไม้เอาไว้ให้เขาตีหญ้าเพื่อไล่งูออกไป ในขณะเดียวกัน หนิงไฉ่เฉินก็เดินตามหลังเขาพร้อมถือดาบวิญญาณด้วยแขนทั้งสองข้าง คล้ายกับเรื่อง The Sunset Warrior

 

 

 

พวกเขาเดินเลาะไปตามลำธาร เมื่อพวกเขาเห็นซากเสือเขี้ยวดาบถูกบดขยี้ เหยินปาเชียนก็กวาดสายตา จากนั้นเขาก็ได้ใช้กิ่งไม้ปัดเนื้อที่ชุ่มเลือดออกไป แล้วหยิบสิ่งของออกมาอย่างระมัดระวัง

 

เมื่อหนิงไฉ่เฉินเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเหยินปาเชียน สีหน้าขยะแขยงปรากฏขึ้นบนหน้าของเขา

 

เหยินปาเชียนไม่สนใจแต่อย่างใด

 

ถ้าดูไม่ผิดมันน่าจะเป็นกระเจี๊ยวเสือสินะเนี่ย ? กระเจี๊ยวเสือเขี้ยวดาบนั้นเหมือนกับกระเจี๊ยวเสือสินะ ?

 

เหยินปาเชียนรู้สึกดีใจที่มันไม่ได้ถูกทุบ

 

เขาสามารถเอากลับไปให้เฉินชิ่ง ชายคนนั้นต้องการสมบัติชิ้นนี้

 

ในตอนนั้นเอง เหยินปาเชียนก็ไม่ได้อาฆาตและขมขื่นอีกเลย เขาได้คิดเรื่องอื่นไปแล้ว เขาเอากระเจี๊ยวเสือไปที่ลำธารแล้วล้างจนสะอาด จากนั้นเขาก็พยายามคิดหาวิธีที่จะเอามันกลับไป

 

เขาไม่สามารถถือด้วยมือของตนได้เพราะมือเต็มแล้ว เขาไม่สามารถเอาใส่กระเป๋าคาดเอวได้เพราะมันจะเปื้อนด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในกระเป๋า

 

“เจ้าช่วยข้าเอามันลงจากภูเขาได้มั้ย ? มือของข้าเต็มแล้วน่ะ” เหยินปาเชียนถามหนิงไฉ่เฉินด้วยรอยยิ้มบนหน้า

 

ใบหน้าของหนิงไฉ่เฉินกระตุก เขารู้สึกว่าสมองของตนเหมือนกลองที่สั่นสะเทือนในขณะนี้

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นสีหน้าที่ไม่เต็มใจบนหน้าของหนิงไฉ่เฉิน เขาจึงฉีกผ้าจากเสื้อออกมาชิ้นนึงเพื่อห่อกระเจี๊ยวเสือ แล้วยัดไว้ในกระเป๋าคาดเอว เขาทนทิ้งมันไปไม่ได้

 

เสื้อผ้าผ้าของเขาได้รับความเสียหายในหลายที่ขณะที่เขาเดินทางผ่านป่า นอกจากนี้เขายังฉีกผ้าออกมา 2 ชิ้น ในตอนนี้เอง เขาดูราวกับเป็นขอทานยังไงยังงั้น เขาและหนิงไฉ่เฉินที่แต่งตัวมอมแมมเป็นเหมือนพี่น้องที่ผ่านช่วงเวลาที่ลำบาก

 

การลงเขานั้นง่ายกว่าการขึ้นเขามากทีเดียว หลังจากที่เดินไปได้สักพัก พวกเขาก็เริ่มเห็นคนอื่น ตู้ฉางคงวิ่งหนีออกมาจากป่าพร้อมด้วยคทาบนหลังพร้อมกับมีลูกบอลอยู่ในมือเหนือหัว ความเร็วในการวิ่งของเขานั้นเร็วมาก ก่อนที่เหยินปาเชียนจะพูดอะไรสักอย่าง ตู้ฉางคงก็หายไปจากสายตาเขาแล้ว

 

 

 

หลังจากนั้นสักพัก เหยินปาเชียนก็เห็นใครบางคนวิ่งออกจากป่าพร้อมกับยกซากเสือเขี้ยวดาบไว้เหนือหัวเช่นกัน เสือเขี้ยวดาบนั้นตัวใหญ่กว่าตัวที่เขาเห็นเมื่อวานนี้ แต่ทว่า หัวของมันถูกทุบซะจนสภาพดูเหมือนขนมข้าวซอยตัดยังไงยังงั้น

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นทหารม้าและรถม้าจากขอบป่าแล้ว ดวงตาของเขาก็เริ่มมีน้ำตาซึม ในที่สุดเขาก็ออกมาจากป่านรกนั่นได้แล้ว

 

บนที่ว่างตีนเขา มีเหยื่อหลายคนนอนอยู่บนพื้น และยังมีคนคอยจดบันทึกเหยื่อด้วย

 

หนิงไฉ่เฉินกับเหยินปาเชียนก้าวออกจากป่ามือเปล่า แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจพวกเขาแต่อย่างใด

 

ข้างหลังพวกเขาคือฉวนหย่งเหอกับฉวนหย่งหลิน ฉวนหย่งเหอมีสีหน้าที่ทุกข์ใจ ในขณะที่ฉวนหย่งหลินฝืนยิ้มออกมา

 

พวกเขาทั้งคู่ก็มามือเปล่าด้วยเช่นกัน มีบาดแผลเล็กน้อยตามตัวของฉวนหย่งหลิน เอวของเขาเปื้อนเลือดสีแดงเข้ม

 

เหยินปาเชียนหันกลับไปมองอีกครั้ง คงไม่ต้องบอกว่าฉวนหย่งหลินจะต้องทุบเหยื่อจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกแล้ว

 

เหยินปาเชียนไม่สนใจพวกนั้น เขาไปรายงานกับองค์จักรพรรดินีด้วยสภาพที่น่าสังเวช

 

เนื่องจากเขาถูกส่งตัวไปยังภูเขาให้อยู่บนนั้นข้ามคืนเพื่อเป็นการลงโทษ เขาควรทำให้ตัวเองน่าสงสารยิ่งขึ้นเพื่อเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยไม่สามารถเอามันกลับมาได้…” เหยินปาเชียนเริ่มร้องไห้ทันทีที่เขาเห็นองค์จักรพรรดินี

 

“โอ้ว ? แล้วทำไมข้าถึงได้ยินเรื่องการสังหารโหดของผู้รักษาการเหยินล่ะ ?” เสียงอันเยือกเย็นขององค์จักรพรรดินีออกมาจากภายในรถม้าพระที่นั่ง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top