ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 109: ยิงตก

 284 Views

เหยินปาเชียนอยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมา

 

หลังจากที่แบกความหวังไว้ 10 นาที ผู้ช่วยชีวิตรายใหญ่ที่สุดของเขาก็หมดสติด้วยลูกระเบิดของตน

 

เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?

 

ไม่ใช่ว่ารัศมีการบาดเจ็บและรัศมีการเสียชีวิตของระเบิดคือ 10 เมตร และ 5 เมตรตามลำดับหรอกเหรอ ?

 

หนิงไฉ่เฉินอยู่ห่างจากลูกระเบิดอย่างน้อย 14 เมตรในตอนที่มันระเบิด เขาจะดวงซวยอะไรปานนั้น ?

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าไม่มีอะไรราบรื่นสำหรับเขาเลย

 

หนิงไฉ่เฉินเป็นคนขี้โม้ เหยินปาเชียนไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะหมดสติไปหลังจากที่โพสท่านั้นเป็นเวลานาน

 

ดาบของเจ้าอยู่ที่ไหน ? ท่าทางอันสุดยอดของเจ้าอยู่ที่ไหน ?

 

ตอนนั้นเอง เหยินปาเชียนกำลังคิดอย่างจริงจังว่าหมาป่าจะไล่ตามเขา หรือลากหนิงไฉ่เฉินที่หมดสติไปถ้าหากเขาวิ่งหนีไปในตอนนี้

 

“เฮ้อ !” เหยินปาเชียนถอนหายใจยาว ๆ ในที่สุด และแล้วเขาก็ใจอ่อน เขาไม่สามารถทนทิ้งหนิงไฉ่เฉินไว้ได้

 

โชคดีที่หมาป่าเหล่านั้นหวาดกลัวในไหวพริบของพวกเขา พวกมันได้ถอยห่างออกไปมาก ในบางครั้ง พวกมันจะเห่าหอน ราวกับพวกมันกำลังสื่อสารกันอยู่ ดูเหมือนว่าเหยินปาเชียนยังคงมีเวลาหลอกล่อมันอยู่บ้าง

 

มีหมาป่าตัวหนึ่งที่ยังคงยืนอยู่ในจุดเดิม มันกำลังจ้องมองมาที่เหยินปาเชียนอย่างดุร้าย

 

หมาป่าตัวอื่นทั้งหมดถอยกลับไปแล้ว แต่แกเป็นเพียงตัวเดียวที่ปฏิเสธที่จะถอยไป แกเกลียดชั้นมากขนาดนั้นเลยเหรอ ? เหยินปาเชียนมองดูหมาป่า เขายกปืนขึ้นแล้วเล็ง

 

ตุบ.. หมาป่าล้มลงกับพื้น

 

“ชั้นยังไม่ได้ยิงเลย แกหลอกชั้นสินะ ?” เมื่อมองเข้าไปใกล้ ๆ เหยินปาเชียนก็ได้รู้ว่าหมาป่าตัวนี้คือตัวที่ถูกลูกธนูของเขาชุบด้วยยาสลบก่อนหน้านี้

 

เพียงแต่ยาสลบนั้นมีผลช้าหน่อยเท่านั้นเอง

 

เหยินปาเชียนหยิบถุงน้ำขึ้นมาแล้วเทน้ำลงบนหัวของหนิงไฉ่เฉิน

 

หลังจากนั้นไม่นาน หนิงไฉ่เฉินก็ตื่นขึ้นมาเพราะน้ำเย็น “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?”

 

เหยินปาเชียนตอบกลับอย่างเยือกเย็น “ดาบของเจ้ายังไม่มาอีกหรอ ?”

 

หนิงไฉ่เฉินโชคดีมากที่เขาไม่ได้ถูกแรงกระแทก

 

“มันหยุดลง แต่มันน่าจะอยู่แถวนี้แล้วล่ะ ข้าจะเรียกมันอีกครั้งนึง” มีเลือดอยู่บนหัวของเขา ทำให้เขาดูเหมือนผู้พลีชีพยังไงยังงั้น เขาดันตัวเองขึ้นมาจากพื้นดินแล้วโพสท่าเดิมอีกครั้ง เขาชี้ไปบนท้องฟ้าแล้วก็ตะโกนสุดพลังเสียง “ดาบจงมา !”

 

เหยินปาเชียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาดีใจที่หนิงไฉ่เฉินไม่เป็นอะไร

 

อย่างไรก็ตาม เขาสนใจดาบของหนิงไฉ่เฉินมากกว่า มันติดตั้งระบบนำทางไว้รึยังไง ?

 

ยิ่งไปกว่านั้น มันใช้เวลาเพียง 10 นาทีจากมหาจักรวรรดิเซี่ยในการบินมาที่นี่ มันบินด้วยความเร็วเหนือเสียงเหรอเนี่ย ?

 

เหยินปาเชียนไม่เชื่อว่าจะมีอาวุธไฮเทคอยู่ในโลกนี้ด้วย

 

โลกนี้กลายเป็นอะไรที่ลึกลับสำหรับเขายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

 

ในที่สุดเขาก็รู้สึกสบายใจเล็กน้อย จนถึงตอนนี้หมาป่าก็ไม่ได้แสดงท่าทีจะจู่โจมแต่อย่างใด พวกมันล้อมรอบพวกเขาจากที่ห่างไกล

 

ทุกอย่างจะต้องขึ้นอยู่กับหนิงไฉ่เฉินแล้วล่ะ

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็เก็บระเบิดลูกสุดท้ายใส่ลงในกระเป๋า

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็ได้ยินเสียงดังมาจากเส้นขอบฟ้า ทำให้เกิดเสียงดังราวกับมีเครื่องบินขับไล่ไอพ่นบินผ่านฟากฟ้า

 

สีหน้าที่มีความสุขปรากฏบนหน้าของหนิงไฉ่เฉิน “ดาบจงมา !”

 

เหยินปาเชียนตกใจ แรงดันอะไรกันเนี่ย ? ใคร ๆ ก็ต้องรู้ว่านี่เป็นเพียงแค่ดาบ ไม่ใช่เครื่องบิน เครื่องบินนั้นสามารถสร้างแรงดันที่ทรงพลังเช่นนี้ได้เพราะมันขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

 

ดาบของเจ้าสร้างแรงดัมหาศาลเช่นนี้ได้ยังไงกัน ?

 

ในขณะเดียวกัน ชนเผ่าหลายคนในภูเขาต่างก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

ฉวนหย่งหลินและฉวนหย่งเหอกำลังนั่งอยู่ในที่ว่างเปล่าในป่า ไม่ไกลจากตรงนั้นมีกองเลือดอยู่ ดูจากเขี้ยวที่คล้ายดาบทั้งสองที่หักอยู่ข้างกองเลือดแล้ว ใคร ๆ ก็สามารถบ่งบอกตัวตนของมันได้ มันคือหมูป่าที่ไล่ตามหนิงไฉ่เฉินอย่างไม่หยุดหย่อนช่วงกลางวันนั่นเอง

 

“เจ้าโง่รึป่าววะ ข้าเตือนเจ้ากี่ครั้งแล้ว ? ตอนนี้เจ้าทุบอ้วนดำจนมันเป็นแบบนี้ แล้วพวกเราจะนำมันกลับไปได้ยังไงเล่า ? พวกเราควรนำหางหรือเขี้ยวทั้งสองที่หักกลับไปดีล่ะ ? พวกเราจะได้หัวเราะกันอีกแล้ว มันเป็นความผิดของเจ้า !”

 

ฉวนหย่งเหอเขกกะโหลกของฉวนหย่งหลินด้วยนิ้วในขณะที่เธอพลุ่งพล่านด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมกัดฟันไปด้วย

 

หัวของฉวนหย่งหลินลดต่ำลงในขณะที่เขาฟังฉวนหย่งเหอ มีบาดแผลเล็กน้อยตามตัวเขา แผลที่ลึกที่สุดอยู่ที่เอว เกือบจะทำให้ตับไตไส้พุงทะลักออกมา

 

ในตอนนั้นเอง เสียงดังสนั่นดังก้องไปทั่วฟ้า สองพี่น้องขมวดคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า มันคืออะไรน่ะ ?

 

ในส่วนลึกของภูเขา หงเสี้ยนพักผ่อนอยู่บนก้อนหิน ด้านข้างเธอมีดาบใหญ่ที่มีด้ามยาว รอบตัวเธอมีซากตัวปา ทุกร่างถูกตัดอย่างทารุณ อย่างไรก็ตาม ตัวปาเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าที่เหยินปาเชียนได้พบมาก

 

เมื่อได้ยินเสียงที่ดังกึกก้องบนท้องฟ้า หงเสี้ยนก็ลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ตอนแรกเธอรู้สึกงุนงง จากนั้นเมื่อเธอนึกถึงเรื่องราวที่เธอได้ยินมาก่อนหน้านี้ ทำให้เธอแสดงสีหน้าตระหนัก “ทาสดาบ ?”

 

ผู้คนมากมายมีท่าทางเหมือนฉวนหย่งหลิน ฉวนหย่งเหอ และหงเสี้ยนในตอนที่พวกเขาต่างได้ยินเสียงที่ดังกึกก้องบนท้องฟ้า ตู้ฉางคงกำลังถลกหนังงูยักษ์ที่หนาเท่ากับเอวของตนพร้อมกับฮัมเพลง เมื่อเขาได้ยินเสียงนั้น เขาก็มองรอบตัวด้วยความงุนงง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พบที่มาของเสียง

 

 

 

ณ ตีนเขา พลทหารทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า

 

ขุนนางจากแคว้นอื่นต่างก็ออกมาจากรถม้า…

 

บนรถม้าพระที่นั่ง องค์จักรพรรดินีกำลังจะเสวยองุ่น ก่อนที่นางจะหยิบองุ่นหนึ่งเม็ดใส่ปาก นางได้ยินเสียงที่ดังกึกก้องบนท้องฟ้า แล้วนางก็ขมวดคิ้ว

 

“เสียงดังจัง ไปเอาคันธนูของข้ามาซิ”

 

หงหลวนยื่นธนูยาวที่ดูเรียบง่ายแต่โบราณพร้อมกับกระบอกใส่ลูกธนูที่ทำจากหนังสัตว์แก่องค์จักรพรรดินี จักรพรรดินีก้าวลงมาจากรถม้าพระที่นั่ง แล้วเงยหน้าขึ้นตามทิศทางของเสียง ดูเหมือนว่านางสามารถมองเห็นดาบที่บินผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

จักรพรรดินีขว้างกระบอกใส่ลูกธนูที่อยู่ที่หลัง แล้วหงหลวนก็คว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

จักรพรรดินียกธนูยาวขึ้นแล้วดึงสายธนู ในมือของนางมีลูกธนูกระดูกสีขาว ออร่าอันสง่าผ่าเผยเปล่งประกายจากร่างของนาง ทุกคนที่ตีนเขาสามารถรู้สึกได้ถึงออร่าที่ลงบนหัว ทำให้พวกเขาโค้งคำนับในทิศทางของจักรพรรดินีด้วยจิตสำนึก

 

มีเพียงขุนนางจากแคว้นอื่นและพลทหารบางส่วนพยายามที่จะต้านทานออร่า

 

ตุบ.. ตุบ.. ตุบ.. บางคนไม่สามารถต้านทานออร่าได้และคุกเข่าลงกับพื้น

 

นอกเหนือจากไม่กี่คนที่มีความมั่นใจมากที่สุด ทุกคนต่างโค้งคำนับในทิศทางของจักรพรรดินี

 

ณ เวลานี้ จักรพรรดินีไม่เพียงแต่เป็นผู้ปกครองของต้าเย่าเท่านั้น แต่นางยังเป็นถึงสุดยอดผู้ทรงพลังอันดับ 7 ของโลก พระนามว่าฉีจี่เซียวอีกด้วย

 

นี่คือเป็นรูปแบบการเคารพเพื่อโค้งคำนับให้กับสุดยอดผู้ทรงพลังอันดับ 7 ของโลก

 

จักรพรรดินีดึงสายธนูจนสุด คันธนูนั้นตึงคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว จากนั้นนางก็ดีดสายธนู ในตอนที่สายธนูถูกดีด เสียงแหลมแสบแก้วหูก็เข้าไปในหูของทุกคน

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถมองเห็นลูกธนูที่ถูกยิงออกไปและไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย มันหายไปจากมือของจักรพรรดินีแล้ว

 

หลังจากนั้นสักพัก เสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่วฟ้า ราวกับว่าลูกธนูทำให้อากาศแตกตัว และได้ปล่อยแรงระเบิดหลายระลอกผ่านฟากฟ้า

 

หลังจากที่ยิงธนูแล้ว จักรพรรดินีก็กลับไปที่รถม้าโดยไม่ได้เหลียวมอง

 

ณ เวลานี้ ไม่มีอะไรแปลกประหลาดบนท้องฟ้า มีเพียงดาบสีเขียวดูเรียบง่ายที่ด้ามหุ้มด้วยหนัง กำลัลอยด้วยความเร็วสูงอยู่บนท้องฟ้า ในขณะที่ลอยผ่านฟากฟ้า มันจะสั่นสะเทือนและก้องกังวานไปทั่วบริเวณโดยรอบด้วยคลื่นกระแทก ในขณะเดียวกัน ตัวดาบก็ได้ส่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ราวกับว่ามันมีความสุขมากที่เจ้านายเรียกมัน

 

ดาบนั้นมีลักษณะหลงใหลคล้ายคลึงกับหญิงสาวที่กำลังจะได้พบกับแฟนหนุ่ม

 

ในวินาทีถัดไป ลูกธนูที่ทำจากกระดูกสีขาวได้ปรากฏขึ้นด้านหน้า เนื่องด้วยแรงเฉื่อยมหาศาลของดาบ ทำให้มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงลูกธนูได้ทันเวลา

 

“แคร้ง !”

 

เสียงที่ดังและคมชัดเกิดจากการชนกันระหว่างลูกธนูกับดาบ

 

หลังจากที่ตีลังกาอยู่กลางอากาศไม่กี่ครั้ง ดาบก็ตกลงมาจากท้องฟ้า ขณะที่มันกำลังจะกระแทกกับพื้น มันก็ทำให้ตัวมันเองสั่นคลอนอย่างมั่นคง หลังจากที่ส่งเสียงคร่ำครวญ มันก็บินสั่นไปยังภูเขา เมื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมของมันที่ผ่านมา มีลักษณะเป็นเหมือนหญิงสาวที่กลับบ้านหลังจากแต่งงานกับเจ้าของที่ผู้ร่ำรวย ในขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นเหมือนลูกสะใภ้ของครอบครัวที่ถูกรังแกในหมู่บ้าน

 

 

 

ในขณะเดียวกัน เหยินปาเชียนยังคงรอดาบของหนิงไฉ่เฉินที่จะลงมาจากท้องฟ้าด้วยออร่าดาบอันงดงาม เขาได้พิจารณาแล้วว่าควรจะกอดขาของหนิงไฉ่เฉินหรือไม่

 

ดูจากลักษณะของมันแล้ว หนิงไฉ่เฉินคือตัวละครหลัก

 

ในขณะนี้ มีแรงระเบิดเกิดขึ้นหลายครั้งบนท้องฟ้า จากนั้นเสียงของดาบที่ดังลั่นก็หายไป

 

ดาบอันงดงามที่เหยินปาเชียนคาดหวังไว้ก็ยังไม่เห็นเลย

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?” เหยินปาเชียนถามโดยไม่รู้ตัว

 

สีหน้าที่ดูสับสนก็ปรากฏบนหน้าของหนิงไฉ่เฉินด้วยเช่นกัน “แปลกแฮะ ทำไมถึงยังไม่มาล่ะเนี่ย ?”

 

“สับขาหลอกนี่หว่า” เหยินปาเชียนอดไม่ได้ที่จะว่าเขา

 

หน้าของเขาดูสับสน หนิงไฉ่เฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ?

 

โชคดีที่หมาป่ายังไม่แสดงท่าทีจะจู่โจม หลังจากนั้นไม่กี่นาที ดาบก็ตกลงมาจากท้องฟ้า มันสั่นคล้ายกับคนเมาแล้วขับยังไงยังงั้น

 

“นี่คือดาบที่ติดตั้งระบบนำทางเหรอ ? แต่ทำไมดูเหมือนว่ามีบางอย่างผิดปกติล่ะ ? ถึงมันจะไม่ได้มีออร่าดาบอันงดงาม แต่อย่างน้อยก็น่าจะพุ่งทะยานผ่านฟากฟ้า เหมือนแสงไอเย็นใช่มั้ยล่ะ ? ทำไมมันดูเหมือนว่ามันเมาเลยล่ะ ?” ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจของเหยินปาเชียน

 

ดาบนั้นบินมายังมือที่ชูขึ้นของหนิงไฉ่เฉินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เมื่อหนิงไฉ่เฉินเห็นว่ามีรอยร้าวเล็กน้อยบนดาบ ความเจ็บปวดก็ปรากฏบนหน้าของเขา

 

เมื่อดาบตกลงในมือของเขา มันก็ส่งเสียงคร่ำครวญราวกับว่ากำลังบอกหนิงไฉ่เฉินถึงการเผชิญหน้าอันน่าสลดใจ

 

เมื่อเห็นเช่นนี้ น้ำตาได้ไหลรินลงบนแก้มของหนิงไฉ่เฉิน

 

เมื่อได้เห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของหนิงไฉ่เฉิน เหยินปาเชียนก็อดถามไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ?”

 

“ไข่มุกสีเขียวบอกว่ามันถูกใครบางคนยิงตกลงมาน่ะ !” หนิงไฉ่เฉินร้องไห้พร้อมกับถือดาบไว้ในมือ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top