ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 108: สับขาหลอก

 274 Views

“มหาจักรวรรดิเซี่ยน่ะอยู่ห่างไกลจากต้าเย่ามาก ดาบจะใช้เวลาบินมาที่นี่พอสมควรเลย…” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหยินปาเชียนก็รู้สึกราวว่าอัลปาก้าหมื่นตัวกำลังวิ่งอยู่ในหัวของตน

 

“เจ้าทำให้หมาป่าพวกนี้ออกไปโดยไม่มีดาบไม่ได้รึไง ?” เหยินปาเชียนเห็นว่าหนิงไฉ่เฉินยังคงท่าโพสเดิมไว้ เขาจึงพูดกับหนิงไฉ่เฉินด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลงและดูท่าจะไม่พอใจ

 

การที่ดาบบินกลับมาเองจากมหาจักรวรรดิเซี่ยนั้น ทำให้เขานึกถึงเรื่องอาหรับราตรี แต่เนื่องจากพวกเขาได้มาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เขารู้สึกว่าหนิงไฉ่เฉินคงจะไม่พูดพล่อย ๆ ในตอนนี้หรอก

 

หนิงไฉ่เฉินยังคงท่าโพสเดิมโดยที่มือข้างหนึ่งชี้ไปยังท้องฟ้า ก่อนหน้านี้เหยินปาเชียนคิดว่าท่าโพสนี้ให้ 8 คะแนน แต่ตอนนี้เขาอยากจะตบแรง ๆ ให้สักทีนึง

 

“ท่านผู้รักษาการเหยิน ข้าจะต้องรบกวนท่านให้ยื้อเวลาไว้ก่อน ถ้าไม่มีดาบล่ะก็ ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทั่วไปหรอก” หนิงไฉ่เฉินหันหน้าไปพูดกับเหยินปาเชียน

 

ถ้าหากไม่มีดาบ เจ้าก็ไม่ต่างจากผู้ชายธรรมดาทั่วไปสินะ ?

 

เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรกับคำขอนี้

 

แต่ในขณะนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นและทำได้แค่ถามออกไป “เจ้าจะเอานานแค่ไหนล่ะ ?”

 

“ดูจากระยะทางแล้ว น่าจะใช้เวลาพอ ๆ กับการดื่มชาถ้วยเล็ก 2 ถ้วยน่ะ” หนิงไฉ่เฉินตอบกลับ

 

“แม่งเอ๊ย !” เหยินปาเชียนสบถออกมา นี่เป็นการสับขาหลอกกันชัด ๆ

 

เหยินปาเชียนไม่สนใจหนิงไฉ่เฉินที่ยังคงโพสท่าอยู่ เขายกหน้าไม้แล้วเล็งไปที่ฝ่ายตรงข้ามขณะที่หมาป่าคืบคลานเข้ามาใกล้ พวกมันไม่รีบที่จะจู่โจม หมาป่าที่อยู่ข้างหลังต่างก็เริ่มกระจายตัวและล้อมพวกเขาไว้

 

เหยินปาเชียนลังเล เขาไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มลงมือจู่โจมก่อนและแสดงพลังดี หรือจะถ่วงเวลาไว้และรอหนิงไฉ่เฉินเรียกดาบคืนมาดี

 

ถ้าหากว่าเขาลงมือจู่โจมก่อน เขาอาจทำให้พวกมันตื่นตัว หรืออาจทำร้ายหมาป่าเพื่อลดความกดดันในภายหลัง ในทางกลับกัน ถ้าหากว่าพวกมันล้อมเขาและจู่โจมพร้อมกัน พวกเขาทั้งสองคนก็จะเป็นอาหารให้กับหมาป่าพวกนั้นทันที

 

การรอคอยต่อไปเป็นการให้เวลาอีกฝ่ายเพื่อให้การล้อมรอบสมบูรณ์แบบ ระยะเวลาที่พวกเขาสามารถยื้อได้นั้นขึ้นอยู่กับการดับมอดของกองไฟ

 

ตัวเลือกทั้งสองมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อพวกเขา สักพักเหยินปาเชียนก็ติดอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

แต่ในเวลาไม่ช้า เขาก็กัดฟันเพื่อบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ มันไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดว่า การที่ไม่สามารถตัดสินใจได้หมายความว่าจะดีที่สุดถ้าไม่ทำอะไรเลย

 

ในขณะนี้ ระยะที่พวกมันกระจายตัวเข้ามาใกล้เพียงประมาณ 20 เมตรเท่านั้น

 

เหยินปาเชียนยกหน้าไม้ขึ้น เขาเล็งแล้วยิงออกไป

 

“บรู๋วววววว !” หมาป่าตัวข้างหน้าเปล่งเสียงร้องทรมานในขณะที่ลูกธนูเฉือนแผลที่เต็มไปด้วยเลือดตามตัวของมัน

 

เหยินปาเชียนบรรจุลูกธนูใส่หน้าไม้อย่างรวดเร็วแล้วเล็งอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน หมาป่าเหล่านั้นก็รุดหน้าเข้ามาอีกหลายเมตร

 

เขายิงลูกธนูอีกดอก พุ่งไปโดนอกของมันและทำให้มันกรีดร้องออกมา เมื่อมองไปที่ด้ามที่ยื่นออกมาจากหมาป่า มันได้เจาะเข้าไปในลำตัวเพียงประมาณ 4-5 เซนติเมตรเท่านั้น ดูไม่มีท่าทีว่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการต่อสู้ของหมาป่าแต่อย่างใด

 

หมาป่ายิ่งดุร้ายขึ้นหลังจากที่ลูกธนูทั้งสองดอกถูกยิงออกไปแล้ว

 

เมื่อเห็นหมาป่าตัวที่เหลือเข้าล้อมรอบเขาจากทั้งสองด้าน เหยินปาเชียนก็ได้เล็งปืนพกไปที่พวกมันทันที เขาใช้มืออีกข้างโยนหน้าไม้ลงบนพื้น แล้วหยิบซองกระสุนสำรองออกจากกระเป๋า

 

“ป๊อก !” “ป๊อก !” “ป๊อก !”

 

ภายใต้ฉากกลางคืน ผืนป่าแห่งนี้ดังก้องไปด้วยเสียงกระสุนปืนที่คมชัด หมาป่าสองตัวมีเลือดพุ่งออกมาจากลำตัว พวกมันโหยหวนและกรีดร้องออกมาแล้วถอยกลับไปเล็กน้อย ขนาดวงรอบได้ขยายออกไปนิดหน่อย

 

เป็นผลให้เหยินปาเชียนนั้นรู้สึกดีที่ตนจะตัดสินใจถูกแล้ว

 

ตราบใดที่พวกมันไม่ได้จู่โจม หากเขาจะหยุดพักสักแป๊บก็คงไม่เป็นไร

 

 

 

การดื่มชาถ้วยเล็ก 2 ถ้วยนั้นใช้เวลาประมาณ 10 นาที ส่วนตอนนี้ก็ผ่านไปแล้ว 2 นาที เขาหวังว่าหนิงไฉ่เฉินจะไม่ปล่อยให้เขาเดินโซเซเมื่อถึงเวลา

 

มิฉะนั้นแล้ว เขาจะฆ่าหนิงไฉ่เฉินก่อนที่ตนจะตายไป

 

เหยินปาเชียนมองไปที่หมาป่ารอบตัวเขาอย่างถี่ถ้วน ถ้าหากว่าพวกมันใกล้เข้ามาเล็กน้อย เขาจะยิงทันทีเพื่อบังคับให้พวกมันถอยกลับไป

 

ถึงแม้ว่าหมาป่าทั้งหลายจะยังคงประหลาดใจในกระสุนปืน แต่มีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่นอนครวญครางหมดแรงอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด หมาป่าตัวนั้นถูกยิงเข้าโดยบังเอิญและบาดเจ็บที่คอ

 

ส่วนหมาป่าตัวที่เหลือ กระสุนปืนถูกสะกัดกั้นและไม่ได้เป็นอันตรายถึงตาย

 

ผ่านไปไม่กี่นาที เหยินปาเชียนเหงื่อไหลพรากออกจากหัว หมาป่าพวกนี้สลับตัวกันและดูเหมือนจะกำลังทดสอบเขาอยู่ ไม่กี่นาทีถัดไป พวกมันก็เริ่มฉลาดขึ้นแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่เขายกปืนขึ้น พวกมันจะกระโดดไปด้านข้าง

 

“อีกนานแค่ไหนถึงจะมาเนี่ย ?” เหยินปาเชียนอดถามหนิงไฉ่เฉินไม่ได้

 

“ใช้เวลาดื่มชาเพิ่มอีก 1 ถ้วย อดทนไว้ก่อนท่านผู้รักษาการเหยิน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่าน ไม่เพียงแต่ชีวิตของท่านเท่านั้น แต่ชีวิตของข้าก็อยู่ในมือของท่านด้วยเหมือนกัน” หนิงไฉ่เฉินให้กำลังใจเขา

 

“ไม่จำเป็นต้องพูดให้กำลังใจสร้างแรงจูงใจก็ได้” เหยินปาเชียนบ่นอย่างหงุดหงิดพร้อมกับยกปืนเพื่อยิงอีกนัด

 

“ความอดทนของพวกมันดูท่าจะน้อยแฮะ” เหยินปาเชียนพูดออกมาพร้อมกับเปลี่ยนซองกระสุน

 

เขาสามารถรู้สึกได้ว่าหมาป่ากำลังกระสับกระส่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

หมาป่าเดินด้อม ๆ มอง ๆ ลดตัวลงแล้วคำรามออกมาจากลำคอ ทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกว่าพวกมันกำลังเตรียมจู่โจมแล้ว

 

เหยินปาเชียนกัดฟันและหยิบระเบิดมือออกมา เขาลังเลที่จะใช้มันเพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้คนนำไปเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของเหลียนเบ่าเฉิง

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันนั้นเลวร้ายมาก ซองกระสุนหนึ่งซองถูกใช้ไปแล้ว ถ้าไม่นับหมาป่าตัวนั้น ตัวที่เหลือได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย ถ้าหากว่าหมาป่าที่เหลือ 13 ตัวเข้าจู่โจมพร้อมกันล่ะก็ เขาจะถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ในทันที

 

ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาทำได้แค่พึ่งระเบิดเท่านั้น เพราะไม่เพียงแต่จะฆ่าหมาป่าได้หลายตัว แต่ยังทำให้พวกมันกลัวจนยอมจำนนอีกด้วย

 

ส่วนเรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถอยู่รอด ณ ตอนนี้ได้ล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงอนาคตเลย

 

เหยินปาเชียนถือปืนพกไว้ในมือข้างหนึ่งและระเบิดมืออีกข้างหนึ่ง เขากำลังจนมุมด้วยหมาป่าในอีกไม่กี่นาที ทุกนาทีคือความทรมานสำหรับเขา หลายต่อหลายครั้งเขารู้สึกว่าหมาป่าจะเข้ามาฉีกเขาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในวินาทีถัดไป

 

“ดูท่าทางจะรอไม่ได้แล้วล่ะ” เหยินปาเชียนคิด ยังเหลืออีกสี่นาที ถ้าหากหมาป่าพุ่งเข้าใส่เขาในวินาทีถัดไป เขาจะไม่มีเวลาปาระเบิดออกไปถึงแม้ว่าเขาต้องการก็ตาม

 

“ข้าจะสู้กับพวกมันเอง ให้มันโผล่หัวออกมา ข้าต้องผ่านครั้งนี้ไปก่อน” เหยินปาเชียนคิด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจอ้าปาก แล้วใช้ฟันกรามคาบสลักนิรภัย

 

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ปาระเบิดไปทางด้านซ้ายซึ่งห่างออกไปอีก 10 เมตร มันตกลงใกล้กับหมาป่า 3 ตัวซึ่งในตอนแรกมันก็ให้ความสนใจและจากนั้นมันก็ไม่สนใจ

 

หนิงไฉ่เฉินนั้นอยู่ทางซ้ายมือของเขา ถ้าหากหมาป่าพุ่งเข้าหาทางนั้น หนิงไฉ่เฉินก็จะได้รับผลกระทบจากการจู่โจม เหยินปาเชียนตั้งความหวังทั้งหมดไว้ที่หนิงไฉ่เฉิน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเช่นนั้น

 

เมื่อปาระเบิดไปแล้ว เหยินปาเชียนก็เอามือครอบหู เขาอดคอแล้วนับในใจ

 

“1..2..3..4..”

 

“ตู้มมม !”

 

พอนับถึง 5 ระเบิดลูกนั้นก็ระเบิด ก่อให้เกิดการระเบิดเป็นวงกว้าง หมาป่าสองตัวถูกระเบิดราวกับกระสอบทรายที่เต็มไปด้วยรูและเศษปลิวว่อนไปทั่ว ลำตัวของมันถูกปกคลุมไปด้วยเลือดและดูท่าทางพวกมันจะตายแล้ว

 

หมาป่าอีกตัวซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยได้รับบาดแผลจำนวนมาก มันนอนส่งเสียงร้องคร่ำครวญอยู่กับพื้นอย่างไม่หยุดหย่อน

 

หมาป่าตัวที่เหลือต่างหวาดกลัวจากการระเบิดและได้วิ่งถอยกลับหางจุกตูด

 

อย่างไรก็ตาม การตายของหมาป่าสองตัวและอาการบาดเจ็บสาหัสที่เกิดขึ้นกับหมาป่าตัวหนึ่งทำให้พวกมันคิดที่จะล่าถอย

 

เหยินปาเชียนไม่สามารถสนใจกับหมาป่าได้อีกต่อไป เพราะว่าหนิงไฉ่เฉินที่อยู่ข้างเขายังคงท่าโพสเดิมและได้ล้มลงไป

 

ในตอนนั้นเอง เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าตนได้ทำผิดพลาดไป เขายังคงพึ่งพาหนิงไฉ่เฉินและหวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไร

 

ในขณะเดียวกัน เลือดสด ๆ ได้ไหลลงมาจากหัวของหนิงไฉ่เฉิน

 

เมื่อสักครู่นี้ ก้อนหินที่มีขนาดเท่ากับไข่ห่านได้กระทบเข้ากับหัวของหนิงไฉ่เฉินหลังจากการระเบิด ทำให้เขาหมดสติในทันที

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top