ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 107: ดาบจงมา !

 347 Views

เหยินปาเชียนเดินกลับไปยังที่ที่เขามา ต้นไม้หลายต้นที่ดึงดูดความสนใจของเขาก่อนหน้านี้ล้วนเต็มไปด้วยงูในขณะนี้ ทำให้เหยินปาเชียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

แสงจากกองไฟไม่สามารถส่องมาถึงตรงนี้ได้เลย เหยินปาเชียนมองไปยังป่าที่มืดสนิท เขาได้ยินเสียงร้องแปลกประหลาดที่ดังออกมาจากสัตว์ป่าที่ตนไม่รู้จัก หลังจากที่ยืนตรงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หันหลังเดินกลับไปที่กองไฟแล้วนั่งลงไป

 

เหยินปาเชียนมองไปที่หนิงไฉ่เฉิน เขาคิดถึงหินก้อนใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม หนิงไฉ่เฉินนั้นสูงเพียง 160 เซนติเมตรเท่านั้น ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะยืนอยู่บนไหล่ของหนิงไฉ่เฉิน เขาก็ยังไม่สามารถขึ้นไปบนก้อนหินได้อยู่ดี เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เหยินปาเชียนก็ได้ละทิ้งความคิดนี้ไป บางทีเขาควรจะอยู่แค่ตรงนี้

 

ในขณะนี้ ท้องฟ้านั้นมืดสนิท เขาคิดว่าเวลาตอนนี้น่าจะประมาณ 3 ทุ่ม มันไม่ปลอดภัยสำหรับเขาที่จะร่อนเร่พเนจรในป่าอีกต่อไป

 

“บรู๋วววววว !” หมาป่าเห่าหอนดังก้องจากระยะไกลไปทั่ว ป่าแห่งนี้น่ากลัวยิ่งขึ้นในตอนกลางคืน

 

เหยินปาเชียนและหนิงไฉ่เฉินนั่งอยู่ข้างกองไฟด้วยความงุนงง เหยินปาเชียนรู้สึกเบื่อหน่าย เขาจึงคุยพูดคุยกับหนิงไฉ่เฉินเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่แล้วหนิงไฉ่เฉินจะเป็นคนพูดและเหยินปาเชียนจะเป็นคนฟัง

 

“เจ้าเชื่อมั้ยว่ามีผีอยู่ในโลกนี้ ?” เหยินปาเชียนถามทันที

 

ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินหนิงไฉ่เฉินพูดถึงการผจญภัยระหว่างเดินทางมายังเมืองหลาน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือโกหก

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขารู้สึกว่าสิ่งที่หนิงไฉ่เฉินพูดมานั้นมีแต่เรื่องบ้าบอคอแตก

 

ในขณะนี้ พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในป่า กำลังปกป้องกองไฟพร้อมกับฟังเสียงเห่าหอนของสัตว์ป่าจากระยะไกล ด้วยเหตุนี้ เหยินปาเชียนจึงนึกถึงคำถามนี้ขึ้นมา

 

หนิงไฉ่เฉินตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งขรึม “มีผีอยู่ในโลกนี้แน่นอนเลยล่ะ ระหว่างทางมาเมืองหลาน ข้าได้เดินผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่มีใครอยู่ในหมู่บ้านเลย หน้าต่างและประตูบ้านทุกหลังถูกปิดตาย ตอนที่ข้าเดินจากหน้าหมู่บ้านไปยังท้ายหมู่บ้าน ข้าสังเกตเห็นว่าไม่มีประตูเปิดเลยซักบาน เมื่อท้องฟ้ามืดลง ชาวบ้านทั้งหมดก็ออกมาจากบ้าน และหมู่บ้านก็เริ่มคึกคักขึ้นด้วยความสับสนวุ่นวาย มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ออกมาต้อนรับข้าซึ่งเป็นคนนอก พวกเค้าเริ่มก่อกองไฟเหมือนกับของพวกเราในตอนนี้แหละแต่ใหญ่กว่า จากนั้นชาวบ้านก็นำอาหารออกมาจากบ้านเพื่อแบ่งปันให้ทุกคน หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนต่างก็รวมตัวรอบกองไฟเพื่อร้องเล่นเต้นระบำกัน ดูจากเสื้อผ้าของพวกเค้าแล้ว ข้าบอกได้เลยว่าพวกเค้าไม่ได้รวย เด็ก ๆ แก้ผ้าวิ่งไปมา แต่ทว่า พวกเค้ายังสามารถนำอาหารออกมาจากบ้านเพื่อแบ่งปันให้ทุกคนได้เนี่ยสิ”

 

ในตอนที่หนิงไห่เฉินเล่ามาถึงช่วงนี้ แสงสะท้อนของกองไฟในดวงตาของเขาดูเหมือนจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น มีสีหน้ารำลึกถึงอดีตและรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

 

“พวกเค้าจริงใจจริง ๆ นะ เหล้าที่พวกเค้าชงนั้นเข้มมากเลยล่ะ ข้าหลับไปเมื่อดื่มไปได้เพียงครึ่งแก้วเท่านั้น พอข้าตื่นนอนในเช้าวันที่สอง ข้าก็รู้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ใจกลางหมู่บ้าน หมู่บ้านนั้นถูกทำความสะอาด บ้านทุกหลังถูกปิดตายอีกครั้ง ในตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่พบเห็นใครเลย ในที่สุดข้าก็ออกจากหมู่บ้านนั้นไป หลังจากที่เดินมาได้ครึ่งวัน ข้าก็มาถึงหมู่บ้านอีกแห่ง ในตอนที่ข้ากำลังขอน้ำจากชาวบ้านคนหนึ่ง ข้าบังเอิญถามไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนั้น ทายซิว่าเค้าบอกอะไรกับข้า ?”

 

หนิงไฉ่เฉินหันกลับไปถามเหยินปาเชียน

 

“ทุกคนในหมู่บ้านแห่งนั้นตายไปแล้วสินะ ?” เหยินปาเชียนทาย

 

พอปะติดปะต่อทุกอย่างที่เล่ามา มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นใช่มั้ยล่ะ ?

 

หนิงไฉ่เฉินพยักหน้าอย่างแรงแล้วตอบกลับ “ใช่แล้ว ถูกต้อง เนื่องจากโรคระบาดเมื่อหลายสิบปีก่อนทำให้ทุกคนในหมู่บ้านนั้นเสียชีวิต หมู่บ้านแห่งถัดมาที่ข้าไปถูกสร้างขึ้นโดยผู้รอดชีวิตในหมู่บ้านแห่งนั้น”

 

“นี่เป็นแค่เรื่องเล่าสินะ ?” เหยินปาเชียนมีสีหน้าที่ดูจะไม่เชื่อ เขาเคยได้ยินเรื่องราวดังกล่าวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

 

“ข้าสาบานด้วยชีวิตเลย เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน” หนิงไฉ่เฉินสาบาน

 

เหยินปาเชียนมองไปยังเขาแล้วหันหน้าไป จากนั้นเขาก็หยิบแท่งไม้ขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนลงบนพื้น เพราะการที่เขาเบื่อ เขาจึงฝึกเขียนคำศัพท์ที่ตนได้เรียนรู้จากโลกนี้

 

เขาดูไม่เชื่อคำพูดของหนิงไฉ่เฉินจริง ๆ

 

จากประสบการณ์ เขาเข้าใจว่าคำสาบานเป็นคำที่ไม่น่าไว้วางใจมากที่สุด บางทีผู้คนในโลกนี้อาจจะปฏิบัติต่อคำสาบานอย่างจริงจัง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแตกต่างอะไรเลย

 

“หลังจากนั้น ข้าก็ได้ไปเยือนสุสานที่หมู่บ้านข้างเคียงเพื่อแสดงความเคารพเป็นพิเศษ” หนิงไฉ่เฉินเล่าต่อ

 

เหยินปาเชียนไม่ตอบเขา เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว

 

 

 

ในขณะนี้ นอกจากเสียงสัตว์ป่าเห่าหอนจากระยะไกล เขาก็สามารถได้ยินเสียงกองไฟ

 

หลังจากนั้นไม่นาน หนิงไฉ่เฉินก็สะกิดไหล่เขา

 

เหยินปาเชียนหันกลับไปมองเขา หนิงไฉ่เฉินพูดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มีอะไรบางอย่างกำลังมองมาทางพวกเรา”

 

“ตรงไหน ? เจ้ารู้ได้ยังไง ?” เหยินปาเชียนสับสน เขามองไปรอบตัว ในไม่ช้า เหยินปาเชียนก็เข้าใจแล้วว่าหนิงไฉ่เฉินรู้ได้อย่างไรว่ามีอะไรบางอย่างกำลังมองมาทางพวกเขา นั่นเป็นเพราะเขาเองเห็นพวกมันด้วยเช่นกัน

 

ดวงตาสีเขียวเป็นสิบคู่ส่องสว่างมาจากภายในป่าที่มืดสนิท

 

เหยินปาเชียนค่อย ๆ ยืนขึ้น เขายกหน้าไม้ขึ้นแล้วถามเบา ๆ “พวกมันคือตัวอะไรน่ะ ?”

 

“พวกมันอยู่ใกล้มาก เดี๋ยวจะได้รู้ในไม่ช้านี้แหละ” หนิงไฉ่เฉินทำตามเหยินปาเชียน ถึงยังไงก็เถอะ เหยินปาเชียนมีหน้าไม้อยู่ในมือ แต่มือของหนิงไฉ่เฉินนั้นว่างเปล่า หนิงไฉ่เฉินดึงกิ่งไม้ที่กำลังลุกไหม้ออกมาจากกองไฟอย่างรวดเร็ว

 

เหงื่อหยดลงมาที่หน้าผากของเหยินปาเชียน

 

มันน่ากลัวจริง ๆ ที่ต้องมาเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าในตอนกลางคืน

 

สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ไม่ได้มีสัตว์ป่าแค่ตัวเดียว แต่มันมากันเป็นฝูง

 

ข้างนอกนั้นมืดมาก ไม่มีใครกล้าที่จะร่อนเร่พเนจรในสถานที่แห่งนี้เพราะมันอันตรายมาก งูตัวเดียวก็สามารถคร่าชีวิตพวกเขาทั้งคู่ได้ นอกจากนี้ทั้งคู่ไม่สามารถหนีพ้นสัตว์ป่าเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน

 

“พวกมันกลัวไฟเรอะ ?” เหยินปาเชียนพึมพำกับตัวเอง โดยปกติแล้ว สัตว์ป่ามักจะกลัวไฟ บางทีพวกเขาอาจจะปลอดภัยมากกว่าเมื่ออยู่รอบกองไฟก็เป็นได้

 

นอกจากนี้กองไฟกำลังลุกโชนในขณะนี้ มันทำให้เหยินปาเชียนสบายใจ

 

“พวกมันกำลังจะออกมาแล้ว” ในตอนที่หนิงไห่เฉินพูดจบประโยค ร่างหลายร่างในที่มืดก็เผยตัวออกมา

 

หลายตัวแรกที่ก้าวออกจากที่มืดคือไซบีเรียนฮัสกี้ตัวใหญ่

 

หรือไม่ก็เป็นหมาป่า

 

อย่างไรก็ตาม พวกมันดูเหมือนไซบีเรียนฮัสกี้จริง ๆ

 

ตัวของพวกมันใหญ่กว่าไซบีเรียนฮัสกี้ พวกมันสูงประมาณ 100 เซนติเมตร รูปร่างมันใหญ่มากทีเดียว

 

ดวงตาของพวกมันดูเหี้ยมโหด ปากของพวกมันอ้าออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมของพวกมัน ดูเหมือนว่าพวกมันเห็นเหยินปาเชียนกับหนิงไฉ่เฉินเป็นอาหารมื้อค่ำ

 

“หนิงไฉ่เฉิน ถ้าเจ้ามีอาวุธลับล่ะ เอาออกมาเลย ตอนนี้พวกเรามีกันแค่สองคนเท่านั้น เจ้าหยุดทำตัวอ่อนแอได้แล้ว” เมื่อเหยินปาเชียนเห็นหมาป่าก้าวออกมาจากที่มืดทีละตัว มืออีกข้างก็เอื้อมไปแตะปืนพก

 

หนิงไฉ่เฉินพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านผู้รักษาการเหยิน ท่านจัดการกับพวกมันไม่ได้เหรอ ?”

 

“เจ้าคิดอะไรอยู่เนี่ย ? เจ้าดูไม่ออกหรอว่าข้าไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาก่อนน่ะ ?” เหยินปาเชียนพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด “ข้าจัดการพวกมันไม่ได้แม้ซักตัวหรอก ตอนนี้ชีวิตของพวกเราขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่สามารถทำอะไรได้ล่ะก็ คืนนี้พวกเราจะได้เป็นอาหารมื้อค่ำแน่”

 

“เอาล่ะ เข้าใจแล้ว” หนิงไฉ่เฉินพยักหน้า

 

จากนั้นหนิงไฉ่เฉินก็เหยียดหลังแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้น จากนั้นเขาก็เปิดฝ่ามือแล้วชี้ขึ้นไปยังท้องฟ้า แล้วตะโกนออกมา “ดาบจงมา !”

 

กลิ่นอายอันน่าทึ่งถูกขับออกจากร่างกายของเขา

 

เมื่อได้เห็นหนิงไฉ่เฉินทำอะไรบางอย่างในท้ายที่สุด เหยินปาเชียนก็รู้สึกดีใจมาก หนิงไฉ่เฉินแกล้งทำเป็นอ่อนแอจริง ๆ ด้วย การที่มีหนิงไฉ่เฉินอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนว่าในคืนนี้เขาจะปลอดภัยแล้ว

 

เหยินปาเชียนรู้สึกดีใจมาก เขาถึงกับต้องดูท่าโพสของหนิงไฉ่เฉินครั้งที่สอง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับว่าหนิงไฉ่เฉินดูเท่มากทีเดียว ใบหน้าของเขาตั้งมั่น หลังเหยียดตรง มือยกขึ้นพร้อมกับตะโกนว่า “ดาบจงมา !”

 

ถ้าหากไม่นับเสื้อผ้าของหนิงไฉ่เฉิน เหยินปาเชียนจะให้คะแนนท่าโพสของเขา 8 คะแนนเต็ม 10

 

เขาจะให้คะแนนเต็มแก่หนิงไฉ่เฉินก็ต่อเมื่อเขาฆ่าหมาป่าพวกนี้แล้ว

 

หนึ่งนาทีผ่านไป…สองนาทีผ่านไป…หมาป่ามากกว่าสิบตัวได้ก้าวออกมาจากป่า อย่างไรก็ตาม พวกมันไม่รีบจู่โจมเหยินปาเชียนกับหนิงไฉ่เฉิน เหยินปาเชียนสงสัยว่าพวกมันกลัวกองไฟหรือพวกมันแค่ไม่รีบกันแน่

 

หนิงไฉ่เฉินยังคงโพสท่าต่อไป

 

“เกิดอะไรขึ้นหรอ ?” เหยินปาเชียนสับสน

 

“มหาจักรวรรดิเซี่ยน่ะอยู่ห่างไกลจากต้าเย่ามาก ดาบของข้าจะใช้เวลาบินมาที่นี่พอสมควรเลยล่ะ…”

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว เหยินปาเชียนแทบจะกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top