*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 180 ภูเขาปู้โจว

 322 Views

เมื่อถังเทียนเดินออกมานอกห้อง แสงอาทิตย์ด้านนอกทำให้เขาต้องหยุดอยู่กับที่  เขาหยุดอยู่ตรงนั้นเงียบๆ และดื่มด่ำความรู้สึกสุดจะพรรณนา

หนทางการฝึกฝนเพื่อให้ได้พลัง ให้ได้ความแข็งแกร่ง  ในที่สุดแล้วเมื่อสรุปลงก็คือเพื่อแสวงหาตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ  ลึกๆ แล้วมนุษยชาติปรารถนาความก้าวหน้า

แรงผลักดันนี้คล้ายกับดวงดาวนับร้อยล้านดวงในสวรรค์วิถี  นับจากวันที่มนุษย์ถือกำเนิดก็มีอยู่ก่อนแล้ว

โลกช่างงดงามอย่างแท้จริง

นัยน์ตาถังเทียนคมเป็นประกายและมีความสุข

หลิงซิ่วถือหอกเงินเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในลานฝึก และเงยหน้าขึ้นมองถังเทียนโดยไม่ตั้งใจ ศีรษะเขามองย้อนแสงอาทิตย์เล็กน้อย เขาถึงกับมีสีหน้าตกใจ  ถังเทียนอยู่ในท่ามกลางแสงอาทิตย์ฉายส่อง เหมือนหลอมรวมอยู่ในดวงอาทิตย์  แม้ว่าจะอยู่ใกล้จนเอื้อมมือถึง เขากลับไม่รู้สึกถึงลมหายใจของถังเทียน

ถังเทียนรู้สึกตัวทันที และตื่นจากสภาพสุดวิเศษนั้น เขาเพิ่งสังเกตเห็นความคงอยู่ของหลิงซิ่ว จึงฉีกยิ้มกว้าง  “ซิ่วซิ่วน้อย  พลังข้าอยู่ในระดับหกแล้วนะ โอว เจ้าต้องฝึกฝนหนักขึ้นอีกนะ พ่อหนุ่มน้อย”

หลิงซิ่วเรียกความรู้สึกกลับคืนมา และทำตัวตามปกติ  ตาสีแดงเพลิงเหมือนมีไฟพวยพุ่ง เขาแค่นเสียง “แพ้เจ้าน่ะหรือ?  ฝันไปเถอะ”

หลังจากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไป

เขาตัดสินใจใช้เวลาทั้งวันเพื่อฝึกพิเศษ

เมื่อถังเทียนปรากฏต่อหน้าประชุมชน ไจ๋เหิงจ้านเป็นคนแรกที่ตรวจพบความเปลี่ยนแปลงของถังเทียน คิ้วหนาของเขาขมวดทันที   เขาพรวดพราดลุกขึ้นยืนและถามอย่างไม่เชื่อสายตา  “อาจารย์ถังบรรลุระดับพลังใหม่ใช่ไหม?”

อาจารย์ถัง….

ถังเทียนชะงักฝีเท้า  ตำแหน่งนี้ทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว  เขาพยายามอ้อมแอ้มตอบ  “แค่เรียกข้าว่าอาเทียนก็พอแล้ว เอ่อ.. ข้าเพิ่งบรรลุพลังระดับหก”

 “ข้าว่าเรียกอาจารย์ถังจะดีกว่า”  ไจ๋เหิงจ้านยืนกราน เขาไม่กล้าเรียกเขาว่าอาเทียน  เพราะครูขององค์หญิงต้องได้รับความเคารพเช่นกัน  เขาประหลาดใจเต็มที่  “อาจารย์ถังอายุเกินยี่สิบห้าแล้วหรือ?  ถึงได้เข้าถึงระดับพลังขั้นที่หกทั้งที่อายุน้อยอย่างนั้น นี่ทำให้พวกเราละอายจริงๆ”

กู้เสวี่ยเม้มปากและพยายามกลั้นหัวร่อ

ถังเทียนบอกตามตรง  “ปีนี้ข้าสิบเจ็ดขวบ”

สีหน้าของไจ๋เหิงจ้านชะงักค้าง และอีกสองสามคนก็เช่นกัน พวกที่เพียงแต่ได้ยินว่าบุรุษที่น่ากลัวนี้เป็นครูขององค์หญิง  แต่หลังจากได้พูดคุยกันแล้ว พวกเขาประหลาดใจกันทุกคน

นักสู้ระดับหกในวัยสิบเจ็ดปี……

สายตาพวกเขาที่มองดูถังเทียนคล้ายกับว่ากำลังดูสัตว์ประหลาด  เป็นนักสู้ระดับหกตอนอายุสิบเจ็ดปี ทำได้ยังไง ถ้าเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาด?

และยังคิดไม่ถึงเลยว่าตัวประหลาดอย่างนั้นยังมีเกราะชั้นเงินและพลังสายเลือดคู่  ทุกคนตะลึง ทั่วทั้งห้องโถงแทบไม่มีใครกล้าระบายลมหายใจ

สายตาที่จ้องมองถังเทียน เปลี่ยนจากสงสัย ตรวจสอบเป็นยำเกรงและนับถือทันที

มิน่าเล่า เขาถึงได้เป็นครูขององค์หญิงหมิงจูได้…

ทุกคนสบายใจ

นัยน์ตาขององค์หญิงหมิงจูเป็นประกาย  อายุสิบเจ็ดปีก็เป็นนักสู้ระดับหกเสียแล้ว หาได้ยากจริงๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงการผจญภัยที่กำลังจะมาถึง สายตาของเธอเป็นประกายมากขึ้น  และหัวใจเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังมากขึ้น

เมื่องานเลี้ยงจบลง  เด็กหญิงเริ่มวางแผนเดินทางผจญภัย

ตามที่ได้สัญญาไว้ก่อนหน้านั้น  ถังเทียนยังเยือกเย็นอยู่มาก  “เจ้าต้องการจะไปที่ไหน?”

 “เขาปู้โจว”  เด็กหญิงเสียงดังร่าเริง และโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น  ไจ๋เหิงจ้านและชิงหลวนที่อยู่ด้านข้างมองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้  ตอนแรกเมื่อพวกเขาพบว่าองค์หญิงน้อยลอบหนีออกมา พวกเขากังวลอย่างหนัก  แต่พวกเขาไม่กล้ากระโตกกระตาก  และค้นหาไปตามทาง  โชคดีที่พวกเขาพบองค์หญิงในไม่ช้า

 “ภูเขาปู้โจว?”  สีหน้าของกู้เสวี่ยประหลาดเล็กน้อย

 “เจ้ารู้จักที่นี่ด้วยหรือ?”  ถังเทียนสงสัย  “มีอะไรพิเศษหรือ?”

 “อืม.” กู้เสวี่ยพยักหน้า  สีหน้าของนางเคร่งขรึม  “นั่นเป็นสถานที่น่ากลัว  ภูเขาปู้โจวใหญ่โตมาก  ทุกคืน  จะมีเสียงประหลาดให้ได้ยิน  ไม่มีใครรู้ว่าเสียงนั้นดังมาจากไหน เคยมีคำเล่าลือว่า มียอดฝีมือคนหนึ่งอยู่อย่างสันโดษบนภูเขาปู้โจว ข่าวลือนี้แพร่หลายมานานแล้ว  นอกจากนี้เคยมีบางคนต้องการจะสำรวจภูเขาปู้ซาน แต่มักจะมีคนหายสาบสูญที่นั่นเสมอ  อันตรายมาก”

ถังเทียนหันไปถามเด็กหญิงด้วยความสงสัย  “เพราะอะไรเจ้าถึงอยากสำรวจสถานที่นี้?”

 “นี่คือหนึ่งในการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!”  เด็กหญิงเชิดหน้าพูดด้วยความภูมิใจ  “ครั้งหนึ่ง ข้าบังเอิญมาทำการบันทึกภูเขาปู้โจวไว้ในหนังสือท่องเที่ยว  คนที่เขียนหนังสือไว้ได้สำรวจภูเขาปู้โจวด้วยตนเอง และเขียนเรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่องไว้ข้างใน  เขาสงสัยว่าอาจมีสมบัติอยู่ที่นั่น  เขาสืบค้นข้อมูลอย่างเต็มที่  ในประวัติศาสตร์  ครั้งหนึ่งมียอดฝีมือผู้น่ากลัวใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างสันโดษ  และยอดฝีมือผู้นั้นได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจ  ดังนั้นเขาจะร้องไห้โศกเศร้าทุกคืน เขาเป็นคนตั้งชื่อภูเขานี้ว่าปู้ซาน”

 “มีสมบัติ? ถังเทียนอึ้ง

 “อืมม เป็นไปได้มาก เพราะนักสู้คนนี้ไม่ใช่เด็ก  ดังนั้นเขาอยู่มาตามลำพังตลอดชีวิตที่นั่น”  เด็กหญิงเตรียมการมาดีมาก “ข้าแค่ต้องการสำรวจภูเขาปู้ซาน  เจ้าไม่มีวันรู้ อาจมีสมบัติลับอยู่ข้างในก็ได้”

เมื่อเธอพูดถึงเรื่องนี้  ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน

 “เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”  ถังเทียนถามอย่างอดทน  เขาเพิ่งบรรลุระดับที่หก และเขาต้องการอวดพลังของเขา

 “ได้ทุกเมื่อ!” เด็กหญิงกระโดดตะโกนลั่นอย่างร่าเริง และโลดเต้นตลอดเวลา

※※※※

ถังเทียนและกลุ่มเดินทางมาถึงเชิงเขาสูงตระหง่าน  นี่เป็นภูเขาแห้งแล้งเต็มไปด้วยหินระเกะระกะ มีวัชพืชขึ้นรก  ดูๆ ไปมีแต่ความแห้งแล้งไม่มีความสวยงามแม้แต่น้อย

 “นี่คือภูเขาปู้โจว?” ถังเทียนสงสัย  ภูเขามหึมานี้ มองดูแต่ไกลไม่มีความแปลกแม้แต่น้อย  เขาก้มลงหยิบหินน้ำตาลขึ้นมาจากพื้น  หินหนัก และหนักมากเสียด้วย แต่สิ่งที่กระตุ้นความสนใจของถังเทียนก็คือ หินนี้สามารถรบกวนปราณเที่ยงแท้ในตัวเขาได้

ถังเทียนตื่นเต้น  “หินนี่ประหลาดแท้!”

คนอื่นๆ เก็บหินน้ำตาลขึ้นมาและถือไว้ในมือ หลิงซิ่วและพวกที่เหลือสีหน้าเปลี่ยนกันทุกคน สายตาทุกคนมองไปที่ภูเขามหึมาที่อยู่ต่อหน้าพวกเขา และสีหน้าพวกเขาดูไม่ดี  โดยเฉพาะไจ๋เหิงจ้านและชิงหลวนมีท่าทีลังเลทันที

 “คุณหนู, ที่นี่มีบางอย่างแปลกประหลาด!”

ไจ๋เหิงจ้านพยายามอย่างดีจนถึงที่สุด

เด็กหญิงทำหน้ามุ่ย  “ถ้าไม่มีอะไรแปลกเราจะสำรวจไปเพื่ออะไร?”  เธอชะงักแล้วพูดต่อ  “หินสีน้ำตาลนี้เรียกว่าไมกาน้ำตาล (หวินอิง) แต่คุณภาพของมันยังเป็นระดับธรรมดา ไมกาน้ำตาลที่คุณภาพดีต้องมีลักษณะโปร่งแสงเกือบครึ่ง และราคาแพงมาก  พี่เสวี่ย  อาจมีโอกาสทำเหมืองแร่ที่นี่ได้ด้วยนะ”

กู้เสวี่ยสนใจทันที  แร่ไมกาน้ำตาลบริสุทธิ์ราคาแพงมาก  ถ้าพวกเขามีเหมืองแร่ผลิตไมกาคุณภาพดีออกมา  อย่างนั้นตระกูลกู้จะไม่มีทางขาดแคลนเงินอีกเลย  ที่สำคัญที่สุด ภูเขาปู้โจวรกร้างไร้เจ้าของ  สถานที่นี้ไม่ได้เป็นของตระกูลใดทั้งนั้น

 “ถ้าเป็นจริง  นั่นนับว่าเยี่ยมจริงๆ”  กู้เสวี่ยยิ้ม  “ถ้าเราสามารถหาพบได้จริงๆ  นั่นเป็นเพราะความสามารถของทุกคน  และทุกคนก็ต้องมีส่วนแบ่งด้วย”

เด็กหญิงประหลาดใจ  พื้นฐานของกู้เสวี่ยยังแย่กว่าเธอ  แต่ความฉลาดของกู้เสวี่ยทำให้เด็กหญิงทึ่ง  เด็กหญิงได้เห็นเรื่องราวและข้อพิพาทมาทุกเรื่องและจะมีความอ่อนไหวในเรื่องพื้นที่เช่นนั้น  ถ้าจะมีเหมืองไมกาน้ำตาลของทุกคนในปัจจุบันนี้จริง  ก็คงมีแต่ตระกูลกู้ที่มีความสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ เพราะลำพังกองกำลังท้องถิ่นอย่างตระกูลกู้ก็มีความสามารถสร้างเหมืองได้  และทุกคนจะไม่ยอมสู้กับตระกูลกู้ เพราะตระกูลกู้มีถังเทียน

นอกจากนี้ ด้วยความมั่งคั่งของรัฐบาลอู่โหว  เหมืองไมกาน้ำตาลก็เป็นเหมือนถั่วลิสงสำหรับเด็กหญิงเท่านั้น  แต่กู้เสวี่ยกลับยื่นข้อเสนอให้ก่อน ซึ่งทำให้เด็กหญิงรู้สึกชื่นชมมาก

 “ขอบคุณพี่เสวี่ย”  เด็กหญิงยิ้มหวาน

ไจ๋เหิงจ้านตื่นเต้น  เขาแตกต่างจากชิงหลวน  ชิงหลวนกำพร้ามาตั้งแต่เด็กและถูกมองว่าเป็นสมาชิกที่แท้จริงของสถาบัน  ดังนั้นปัญหาเรื่องเงินจึงไม่มีผลกับนาง  ขณะที่ไจ๋เหิงจ้านมีตระกูลของตัวเองต้องดูแล  ดังนั้นหน้าที่ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือทำให้ตระกูลของเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ตระกูลก็มีความต้องการใช้เงินเพิ่มขึ้นเช่นกัน  ถ้าพวกเขาสามารถพัฒนาแหล่งรายได้ที่มั่นคงได้  นั่นนับเป็นข่าวดีของตระกูล  อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกทึ่งต่อการต้อนรับขับสู้ของกู้เสวี่ยด้วยเช่นกัน  ถ้าคำพูดนี้กล่าวโดยคนแก่คร่ำครึหัวโบราณที่ผ่านเรื่องราวในโลกกว้างมามาก  เขาคงไม่แปลกใจเท่าใดนัก  แต่กู้เสวี่ยยังอายุน้อยมาก  ก็มีเหตุผลมากเสียแล้ว  อนาคตตระกูลกู้จะต้องยิ่งใหญ่แน่นอน!

ไจ๋เหิงจ้านหัวเราะ  “อย่างนั้นเราก็ต้องช่วยกันหา!  แม้แต่ข้าก็ติดเบ็ดเสียแล้ว!”

มีแต่เพียงหลิงซิ่วที่ดูเหมือนไม่สนใจ  เขาคอนหอกเงินของเขาไว้บนบ่า  สีหน้าไม่ยินดี  ความจริง เขาไม่ต้องการจะตามมาด้วย  เพราะการบรรลุพลังนักสู้ระดับหกของถังเทียนทำให้เขาคร่ำเคร่งเป็นพิเศษ ดังนั้นในช่วงไม่กี่วันมานี้เขาจึงฝึกฝนอย่างหนัก

ในเวลาอย่างนี้ การไปผจญภัยกับเด็กหญิงน้อยเป็นการสูญเสียเวลาเปล่า

แต่ถังเทียนยืนยันให้เขามาด้วยกัน และเขาค่อนข้างจะจนปัญญากับการเล่นตลกของถังเทียน   เจ้าหมอนี่หน้าด้านบัดซบ  มีทางเป็นไปได้จะทำให้เขาเสียหายระหว่างฝึกฝนมากกว่า

 “หืม?”  สายตาของหลิงซิ่วจ้องเขม็งทันที

ทุกคนถูกเสียงอุทานของหลิงซิ่วดึงดูดทันทีและหันไปดูรอบๆ หลิงซิ่วแบกหอกเดินตรงไปที่พุ่มไม้หนา  พุ่มไม้นั้นดูเหมือนปกติธรรมดาและเติบโตอยู่บนทางลาดชัน

หลิงซิ่วใช้หอกปัดป่ายพุ่มไม้ออกและเผยให้เห็นบันไดหินที่ถูกทิ้งร้าง

ทุกคนมารวมตัวกันทันที

 “เอ่, มีบันไดหินที่นี่ด้วยหรือ?”  ถังเทียนประหลาดใจ  “ดูเหมือนมีใครบางคนอยู่อาศัยที่นี่มาก่อน และทำบันไดหินนี่ไว้

หลิงซิ่วโอบหอกเงินและก้มลงตรวจดูอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้น ม่านตาของเขาหรี่แคบและพูดด้วยเสียงต่ำ “บันไดหินนี่ถูกกระบี่เจาะ”

ถังเทียนตะลึงและขยับเข้าไปใกล้ “เออ, จริงด้วย  คนผู้นี้น่ากลัวมากจริงๆ  ถึงกับใช้กระบี่เจาะหินเพื่อใช้เป็นที่หยั่งเท้าได้”

รอยกระบี่สามารถมองเห็นได้บนบันไดหิน

ทันใดนั้นหลิงซิ่วถือหอกและแทงตรงไปที่หินน้ำตาลใกล้ๆ

ติง!

ประกายไฟพุ่งกระจายไปทุกทิศ และเหลือไว้เพียงเหลือไว้แต่เพียงหลุมตื้นๆ เท่านั้น

ฟู่….

ทุกคนปากอ้าค้าง และรู้ดีถึงความกล้าหาญของหลิงซิ่ว  แม้แต่หน้าของหลิงซิ่วก็ดูย่ำแย่ เพราะความแข็งของหินน้ำตาลแข็งมากกว่าที่เขาคิด สามารถสกัดบันไดทีละขั้นโดยใช้กระบี่สกัดบนหินน้ำตาล ต้องเป็นเรื่องที่ท้าทายถึงเพียงไหน

นักสู้ผู้สกัดบันไดหินเหล่านี้น่ากลัวกว่าพวกเขาทุกคนมากนัก

ขณะที่พวกเขามองไปที่บันไดหินกลางพุ่มไม้ ทันใดนั้นทุกคนตระหนักได้ว่า การผจญภัยครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top