ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 105: ร่อนเร่พเนจรอีกครั้งหนึ่ง

 350 Views

เมื่อได้เห็นความเดือดดาลของฉวนหย่งหลินแล้ว เหยินปาเชียนก็เริ่มกลัวและวิตกกังวลขึ้นมา ในทางกลับกัน ฉวนหย่งเหอที่ยืนอยู่บนยอดหินนั้น ดูราวกับว่าเธอไม่เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพราะการที่ฉวนหย่งหลินได้กระโดดลงจากก้อนหินเพื่อจัดการกับเสือเขี้ยวดาบ เธอจึงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความงุนงง

 

ในที่สุด เสือเขี้ยวดาบนั้นก็เละจนเหลือแต่เลือดเลอะเทอะจนแทบจะจำไม่ได้ และแล้วฉวนหย่งหลินก็หยุดตีกระหน่ำ เขาเดินไปที่ลำธารแล้วโยนค้อนลงไป หลังจากนั้นเขาก็กระโดดลงไปล้างเลือดและเนื้อของเสือเขี้ยวดาบออกจากร่างกาย

 

เมื่อทำความสะอาดตัวเองแล้ว ฉวนหย่งหลินก็หยิบค้อนขึ้นมาแล้วตะโกนหาฉวนหย่งเหอ “ออกไปจากที่นี่กันเถอะ เสือเขี้ยวดาบมันตายอยู่ตรงนี้ เพราะสัตว์ตัวอื่นสามารถได้กลิ่นเลือดของมันได้จากระยะไกล พวกมันคงจะไม่มาที่นี่หรอก”

 

“ทีหลังเจ้าอย่าทำอะไรน่าขยะแขยงแบบนี้อีกได้มั้ย ?” ฉวนหย่งเหอพูดออกมาด้วยสีหน้ารังเกียจเหยียดหยาม ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังกระโดดลงมาจากก้อนหิน

 

“เอ้า.. ก็เจ้าตัวนี้มันแข็งแกร่งนักหนิ ช่วยไม่ได้นี่หว่า” ฉวนหย่งหลินหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบกลับ

 

“ช่วยไม่ได้งั้นเหรอ ? ข้ายังไม่เคยเห็นใครทุบสิ่งมีชีวิตจนกลายเป็นเลือดเลอะเทอะแบบนี้เลยนะ” เหยินปาเชียนด่าอยู่ในใจ

 

“ข้าเกรงว่าในวันนี้จะไม่มีสัตว์มาที่นี่น่ะ เจ้าควรย้ายไปที่อื่นนะข้าว่า” ฉวนหย่งหลินตะโกนหาเหยินปาเชียน

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาเองก็ไม่ต้องการที่จะอยู่ใกล้ฉวนหย่งเหอ

 

ในตอนแรก เขายังคิดอยู่เลยว่าคนสองคนนี้ใช้ได้ เขาไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะบ้าคลั่งเมื่อพวกเขาเข้าต่อสู้ ถ้าหากมีคนอื่นอยู่รอบ ๆ เหยินปาเชียนคงจะไม่กลัวขนาดนี้ ถ้าหากเขาถูกค้อนของฉวนหย่งหลินทุบเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจล่ะ เขาก็จะตายภายในไม่กี่วินาที

 

ฉากที่ฉวนหย่งหลินต่อสู้ตัวต่อตัวกับเสือเขี้ยวดาบแล้วทุบมันจนเละเป็นเลือดนั้น ทำให้เหยินปาเชียนหวาดกลัวขึ้นมา

 

เหยินปาเชียนเป็นพลเมืองดี ถึงแม้ว่ามือของเขานั้นคร่าชีวิตมนุษย์มา 2 คนแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นพลเมืองดีอยู่ดี

 

เมื่อเขาได้พบคนอย่างฉวนหย่งหลินเข้า เขาก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ๆ ด้วยร่างกายอันบอบบางของตน

 

 

 

หลังจากที่ทั้งสองคนจากไปแล้ว เหยินปาเชียนก็นั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บนพื้น เขารู้สึกว่าตนถูกลวงเข้าแล้ว

 

ในตอนแรก บริเวณนี้เคยเป็นทำเลที่ดีมาก่อน จากนั้นก็ถูกฉวนหย่งหลินกับฉวนหย่งเหอบุกรุก ต่อจากนั้น พวกเขาก็ฆ่าเสือเขี้ยวดาบไป มีความเป็นไปได้มากว่าสัตว์อื่นจะไม่มาใกล้บริเวณนี้อีก ถ้าหากว่าเขาต้องการล่าตัวเป้ยล่ะก็ เขาจะต้องไปหาที่อื่นเดี๋ยวนี้

 

การร่อนเร่พเนจรไปมาทั่วป่าแห่งนี้อันตรายสำหรับเขาอย่างมากทีเดียว

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าตนควรจะอยู่ที่นี่

 

ในตอนแรก เป้าหมายของเขาไม่ใช่การมาที่นี่เพื่อล่าสัตว์ แต่เป็นการหาสถานที่เพื่อพักอาศัยจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ถ้าหากเขาสามารถหาที่พักที่ปลอดภัยได้ล่ะก็ เขาจะไม่คิดอะไรถึงแม้ว่าเขาจะต้องพักค้างคืนในป่า สิ่งที่เขาต้องการคือการออกจากภูเขานี้อย่างปลอดภัย

 

เขาจะปล่อยการล่าสัตว์ให้กับคนอื่นที่เต็มใจล่า

 

หลังจากที่มีส่วนรู้เห็นในการต่อสู้ระหว่างฉวนหย่งหลินกับเสือเขี้ยวดาบแล้ว เหยินปาเชียนก็เข้าใจถึงความอันตรายของป่าแห่งนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

เสือเขี้ยวดาบตัวเมื่อครู่นี้มีขนาดลำตัวยาวอย่างน้อย 3 เมตร มันมีขนาดเล็กกว่าหมูป่าที่เขาเห็นก่อนหน้านี้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มันเคลื่อนที่เร็วมาก ความแข็งแกร่งและความสามารถในการต่อสู้ของมันช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก

 

อย่างน้อยก็ดีแล้วที่มันถูกทุบที่หน้าด้วยค้อนของฉวนหย่งหลินตั้งแต่เริ่ม การโจมตีครั้งต่อไปของฉวนหย่งหลินทำให้มันสูญเสียความสามารถในการต่อสู้

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าปืนพกของตนไม่สามารถต่อกรกับมันได้

 

ถ้าหากฉวนหย่งหลินไม่ปรากฏตัวออกมาล่ะก็ เขาก็คงจะตายไปแล้ว ถึงเสือเขี้ยวดาบจะไม่ใช่มนุษย์ แต่มันก็ไม่โง่พอที่จะให้เหยินปาเชียนยัดระเบิดเข้าไปในปาก

 

ในตอนแรก เหยินปาเชียนเชื่อว่าการมีปืนพกจะทำให้มั่นใจในความปลอดภัยได้ ในตอนนี้ เขารู้แล้วว่าปืนพกใช้ได้แค่กับมนุษย์ระดับล่างเท่านั้น มันใช้ไม่ได้กับหมูป่าและเสือเขี้ยวดาบ

 

ปืนพกนั้นไม่เพียงแต่จะใช้ไม่ได้กับสัตว์ป่าบางชนิดเท่านั้น แต่น่าจะใช้ไม่ได้กับฉวนหย่งหลินด้วยเช่นกัน

 

ถ้าหากเหยินปาเชียนจำไม่ผิด การปัดของเสือสามารถสร้างแรงได้ 1 ตัน เมื่อมองดูขนาดตัวของเสือเขี้ยวดาบแล้ว ความแข็งแกร่งของมันสามารถเทียบได้กับเสือ อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เสือเขี้ยวดาบโจมตีฉวนหย่งหลิน เขาเพียงแค่ลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วกลิ้งลงบนพื้นก่อนที่จะยืนขึ้นราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ยิ่งไปกว่านั้น กรงเล็บของเสือเขี้ยวดาบทิ้งไว้เพียงบาดแผลตื้น ๆ ตามตัวฉวนหย่งหลิน

 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการป้องกันตัวทางกายภาพของฉวนหย่งหลิน ร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากทีเดียว

 

ถ้าหากว่าเขาถูกยิงด้วยปืนพกล่ะก็ กระสุนส่วนใหญ่น่าจะติดอยู่ในกล้ามเนื้อของเขา ปืนจะใช้ไม่ได้กับเขาเว้นเสียแต่ว่าเขาจะถูกยิงเข้าจุดสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น ฉวนหย่งหลินนั้นไม่ใช่คนโง่ ความเร็วของเขาจะต้องเร็วกว่าเหยินปาเชียนอย่างแน่นอน

 

ถ้าหากว่าเหยินปาเชียนใช้ปืนพกกับคนอย่างฉวนหย่งหลินล่ะก็ ตนนั่นแหละที่จะเป็นคนตายไป

 

หากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง เหยินปาเชียนรู้สึกว่าตนจะเป็นคนเริ่มยิงก่อนแล้วจากนั้นฉวนหย่งหลินจะขว้างค้อนใส่ตน กระสุนจะสะกิดฉวนหย่งหลินเหมือนยุงกัด ในขณะที่ค้อนของฉวนหย่งหลินจะทุบเขาจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเลยทีเดียว

 

เขาอาจมีโอกาสถ้าหากว่าเขาใช้ปืนลูกซอง กระสุนจากปืนลูกซองมีพลังมากกว่าปืนพกถึง 2 เท่าด้วยกัน ในระยะประชิดสำหรับมนุษย์ธรรมดาทั่วไปนั้น ความแตกต่างในประสิทธิผลของปืนพกกับปืนลูกซองก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก อย่างไรก็ตาม สำหรับชนเผ่าของโลกนี้ ความแตกต่างจะต่างกันมากมายทีเดียว

 

ถ้าหากเขาใช้ปืนลูกซองล่ะก็ ร่างกายของอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยรูและตายไป

 

หลังจากที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้สักพัก เหยินปาเชียนก็หันหลังกลับไปมองดูก้อนหินขนาดใหญ่ ตนสงสัยว่าเขาจะทำได้อย่างไรกัน

 

เมื่อก่อนหน้านี้สักพัก เขาได้เห็นหินก้อนนี้แล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะอยู่บนต้นไม้

 

มันง่ายมากสำหรับฉวนหย่งหลินกับฉวนหย่งเหอที่จะขึ้นไปอยู่บนนั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับเหยินปาเชียนที่ไม่มีทักษะการปีนเขา มันยากมากทีเดียว

 

เหยินปาเชียนเดินวนรอบก้อนหิน 2 รอบ หินนั้นมีความสูงประมาณ 3 เมตร ไม่มีขอบให้เขาจับหรือเหยียบเลย

 

ในที่สุด เหยินปาเชียนก็ตัดสินใจ เขาก้าวถอยหลังไปหลายก้าวแล้วพุ่งเข้าไป เขาใช้แรงผลักดันกระโดดขึ้นไปบนก้อนหินแล้วพยายามปีนขึ้นไป แต่ทว่า ในขณะที่มือของเขาแตะก้อนหินซึ่งมีพื้นผิวเอียง เขาก็ลื่นลงไปเกือบจะในทันที

 

เหยินปาเชียนเปลี่ยนทิศทางแล้วพยายามปีนหินอยู่หลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวในที่สุด

 

เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับว่านักปีนผาหินในทีวีนั้นทำให้ดูเหมือนง่าย ตอนนี้เขากำลังทำมันจริง ๆ เขาก็รับรู้ว่าระดับความยากนั้นถึงขั้น “ยากนรก” เลยทีเดียว

 

“เฮ้อออ ! ” เหยินปาเชียนถอนหายใจ เขาไม่มีทางเลือกนอกจากเดินต่อไปจนถึงต้นน้ำลำธาร ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มองไปรอบ ๆ เพื่อหาที่หลบภัย

 

ถึงแม้ว่าฉวนหย่งหลินได้บอกว่าจะไม่มีสัตว์มาที่นี่ แต่เขาก็ยังต้องหาที่หลบซ่อนอยู่ดี

 

 

 

ณ เวลานี้ ดวงอาทิตย์ก็เริ่มตกดินแล้ว มันใกล้เวลากลางคืนมากขึ้นไปทุกที

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาตนควรจะหาที่หลบซ่อนก่อนถึงเวลากลางคืน ในเวลากลางคืน จะมีสัตว์นักล่าอยู่ในป่าเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น วิสัยทัศน์จะลดลงในที่มืด ทำให้อันตรายมากกว่าเวลากลางวัน

 

ถ้าเป็นไปได้เหยินปาเชียนหวังว่าตนจะพบรอยแตกขนาดเล็กให้หลบซ่อน เขาต้องการค้นหาที่ที่สัตว์ป่าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้

 

ระหว่างทาง เขาไม่สามารถหาที่ที่เหมาะสมได้เลย

 

อย่างไรก็ตาม มีต้นไม้ไม่กี่ต้นที่เหมาะสมที่จะหลบซ่อน

 

เหยินปาเชียนเดินไปที่ต้นไม้ต้นที่ใกล้ที่สุด หลังจากที่ขว้างก้อนหินใส่ต้นไม้ไปหลายก้อนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีงูอยู่ เขาจึงปีนขึ้นไปดู เขารู้สึกสบายใจ เขาลงจากต้นไม้แล้วตรวจสอบสภาพแวดล้อม ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นพุ่มไม้กำลังขยับ เขาจึงกลั้นหายใจทันที หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีหัวขาว ๆ ปรากฏตัวออกมาจากพุ่มไม้ เมื่อมันเห็นเหยินปาเชียน มันจึงส่งเสียงคำรามใส่เขาทันที

 

เหยินปาเชียนเหนี่ยวไกหน้าไม้โดยไม่ลังเล และลูกธนูก็ปักไปที่หน้าอกของสิ่งมีชีวิตตัวนั้น

 

จากนั้นเหยินปาเชียนก็รีบวิ่งไป

 

แล้วมันก็เป็นตัวปาอีกเช่นเคย

 

ทำไมในป่าแห่งนี้ถึงมีตัวปาเยอะจังเลยอ่ะ ?

 

เหยินปาเชียนวิ่งไปจนถึงลำธาร ตัวปา 4 ตัววิ่งไล่เขาราวกับหมาบ้า พวกมันน้ำลายไหลไม่หยุดในขณะที่วิ่งไล่เขา ราวกับว่าพวกมันเห็นเขาเป็นอาหารมื้อค่ำ

 

เหยินปาเชียนมีความคิดเช่นเดียวกับพวกมัน เขาใช้มือขวาหยิบปืนออกมาแล้วยิงออกไปหลายนัด เขายังมีเวลาและพลังพอที่จะเปลี่ยนซองกระสุนใหม่

 

ปืนพกอาจใช้ไม่ได้กับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ แต่มันก็มีพลังเพียงพอที่จะรับมือกับตัวปาได้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top