ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 104: บ้าคลั่ง

 320 Views

เหยินปาเชียนเดินเตร่ไปยังต้นไม้ เขาไม่ได้รีบปีนขึ้นไป เขาหันหน้ามองไปที่ฉวนหย่งหลินกับฉวนหย่งเหอ พวกเขาทั้งสองคนทะยานข้ามลำธารกว้าง 2 เมตร แล้วลงตรงที่ก้อนหินขนาดใหญ่

 

เขาชื่นชมคนเหล่านี้อย่างเต็มที่ ทุกครั้งที่เขาเห็นความมีทักษะของพวกเขา

 

เมื่อพิจารณาถึงความจริงที่ว่า เขาจะได้รับทักษะการต่อสู้จากตู้ฉางคงหลังจากที่ตนกลับไป เขาจะสามารถฝึกฝนได้ในตอนนั้น เหยินปาเชียนจึงทำได้แค่ควบคุมความอิจฉาของตนไว้

 

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เหยินปาเชียนอิจฉาก็คือ พื้นที่ว่างบนหินขนาดใหญ่นั้นดูใหญ่มาก และการเกาะอยู่ที่นั่นจะเป็นอะไรที่สะดวกสบายกว่า

 

แต่ทว่า ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองคนจะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ ดังนั้นเหยินปาเชียนจึงหันกลับมาแล้วปีนขึ้นต้นไม้

 

ท้ายที่สุด เมื่อเหยินปาเชียนหันหลังกลับแล้วเตรียมปีนต้นไม้ เขาก็ได้ยินเสียงขู่มาจากข้างบน เขาเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว มีงูหนึ่งตัวซึ่งตัวใหญ่เท่ากับถ้วยชาม มันกำลังมองเขาพร้อมกับแลบลิ้นขู่

 

เหยินปาเชียนรู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีที่เห็นงูอยู่เหนือหัว เขาได้รับประสบการณ์ที่ดีในช่วงบ่ายนี้ และสามารถควบคุมสภาวะจิตใจได้ไม่มากก็น้อย เขาก้าวถอยหลังสองก้าวเล็ก ๆ แล้วยกหน้าไม้ขึ้น เขาเตรียมพร้อมที่จะยิงเมื่อพบว่าไม่ใช่แค่งูเพียงตัวเดียว น่าจะมีงูอยู่หลายตัวที่คลานอยู่ข้างบน โดยตัวที่อ้วนกว่านั้นมีขนาดเท่ากับแก้ว และตัวที่ผอมกว่ามีขนาดเท่ากับนิ้วมือสองนิ้ว

 

ในตอนที่เขาอยู่บนต้นไม้เมื่อครู่นี้ เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีงูอยู่ใกล้ ๆ แต่เมื่อลงไปเพียงไม่กี่นาที เจ้างูก็พาครอบครัวทั้งโคตรมาด้วยและได้เข้ายึดครองพื้นที่ของตน

 

เหยินปาเชียนถอยกลับไปไม่หลายก้าว งูตัวนั้นไม่สนใจเขาอีกต่อไป

 

สถานที่หลบซ่อนที่เหยินปาเชียนอุส่าพบนั้นถูกยึดครองซะอย่างงั้น เขาจะไม่ยอมรับชะตากรรมนี้ เพราะนี่คือต้นไม้ที่เหมาะสมที่สุดในสภาพแวดล้อมเช่นนี้

 

เขายกหน้าไม้ขึ้น เขาเล็งไปที่งูตัวที่ใหญ่ที่สุดแล้วเหนี่ยวไก

 

งูที่ใหญ่ที่สุดถูกตอกลงบนลำต้นของต้นไม้ในทันที มันบิดตัวด้วยความเจ็บปวดทรมาน

 

เขายิงลูกธนูอีกลูกไปที่เจ้างูซึ่งตัวบิดเป็นเกลียว แล้วมันก็เงยหน้าขึ้นสูงขึ้น ดูเหมือนว่ากำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่

 

ส่วนลูกธนูลูกต่อไป เหยินปาเชียนยิงไปยังงูที่อยู่ข้าง ๆ ปรากฏว่าลูกธนูได้เจาะทะลุเข้าหัวของงู ทำให้มันถูกตอกเข้ากับกิ่งไม้

 

โดยสัญชาตญาณ เมื่อตอกงู 2 ตัวเข้ากับต้นไม้แล้ว งูอีกตัวจึงรู้สึกได้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น มันจึงเลื้อยไปตามกิ่งไม้ งูตัวหนึ่งเลื้อยตรงลงมาที่พื้นแล้วหาทางเข้าไปในป่า

 

เมื่อเห็นงูหลายตัวหลบหนีไปทั่วทุกทิศอย่างวุ่นวาย เขาจึงไม่ทำอะไรอีก นั่นเป็นเพราะเขาค้นพบปัญหา เขาจึงตอกงูไว้กับต้นไม้สักพักโดยไม่ฆ่าพวกมัน

 

ต้นไม้มีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ที่เจ้างูบิดตัวเพียงเล็กน้อย และเมื่อตอกงูกับต้นไม้หลายตัวแล้ว เหยินปาเชียนก็ไม่กล้าขึ้นไป

 

เหยินปาเชียนครุ่นคิดวนไป มันคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขาที่จะเปลี่ยนสถานที่ เขาหันไปมองทุกทิศทาง โดยหวังจะหาต้นไม้ที่สามารถหลบภัยได้ ต้นไม้ไม่ควรเตี้ยเกินไปเพราะจะไม่ปลอดภัย แล้วก็ไม่ควรสูงและใหญ่เกินไปเพราะมันจะยากที่เขาจะปีนขึ้นไป พื้นที่การมองเห็นควรจะกว้างในระดับหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ต้นก่อนหน้านี้ซึ่งเพิ่งจะถูกยึดครองไปนั้น เป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนกำลังมองหาต้นไม้ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมองตนจากข้างหลัง

 

เขาหันกลับมาอย่างห้าวหาญแล้วเล็งหน้าไม้ไปที่อีกฝ่าย ในวินาทีต่อมา หน้าของเหยินปาเชียนก็ซีดเหมือนแผ่นกระดาษ และเขาก็หันหลังวิ่งหางจุกตูด

 

“ช่วยด้วย !” เหยินปาเชียนตะโกนราวกับว่าเขาเป็นสาวน้อยที่กำลังจะถูกข่มขืน และเรียกร้องความสนใจของพี่น้องฉวนหย่งหลินกับฉวนหย่งเหอ เขาวิ่งไปที่ลำธารแล้วก็กระโดดลงไปทันที

 

ด้านหลังเขาคือเสือเขี้ยวดาบที่มีขนสีน้ำตาลทั้งตัว มันมองดูเหยินปาเชียนด้วยความยั่วเย้าแล้วเดินออกจากป่าอย่างเนิบนาบ

 

เมื่อกระโดดลงไปในลำธาร เขาก็พบกับปัญหาใหญ่ เมื่อดูจากผิวน้ำ ดูเหมือนว่าความลึกของลำธารจะลึกเพียงหัวเข่าเท่านั้น แต่เมื่อกระโดดลงไปแล้วเดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็พบว่าระดับน้ำถึงเอวแล้ว

 

เขาครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายสามารถข้ามลำธารกว้าง 2 เมตรด้วยการกระโจนเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร

 

อย่างไรก็ตาม วิสัยทัศน์ของเสือเขี้ยวดาบไม่ได้อยู่ที่เหยินปาเชียน แต่อยู่ที่ด้านบนยอดหิน จากนั้นมันก็คำรามแล้วถอยกลับเล็กน้อย

 

 

 

ณ บนก้อนหิน ฉวนหย่งหลินไม่สนใจเสือเขี้ยวดาบเลย ในขณะที่ฉวนหย่งเหอเล็งธนูไปที่มัน ทำให้มันรู้สึกว่าพวกเขาอันตรายมาก

 

ฉวนหย่งเหอไม่ได้รอให้เสือเขี้ยวดาบถอยก่อนถึงจะยิงใส่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนไม่เห็นอะไรเลย เมื่อถูกยิงแล้ว เสือเขี้ยวดาบก็มีเสียงเลือดพุ่งออกมา ลูกธนูลูกนั้นได้เจาะขาหลังของเสือเขี้ยวดาบแล้วทะลวงจนล้มนอนกับพื้น

 

ในตอนที่ลูกธนูนั้นถูกยิงออกไปเมื่อครู่นี้ เสือเขี้ยวดาบได้กระโจนไปทางพวกเขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า มิฉะนั้นลูกธนูอาจพุ่งทะลุหลังของมันไปแล้ว

 

เมื่อได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เสือเขี้ยวดาบนั้นจะไม่ถอยอีก มันส่งเสียงคำรามแล้ววิ่งไปที่ข้างลำธาร แล้วมันก็กระโดดขึ้นไปแล้วกระโจนไปทางหินก้อนนั้นทันทีทันใด ในตอนนี้ดวงตาของเสือเขี้ยวดาบนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความโหดเหี้ยม

 

เหยินปาเชียนสบถอยู่ใจพร้อมกับพยายามหลบหนีอย่างลนลาน โชคดีที่เป้าหมายของเสือเขี้ยวดาบไม่ใช่ตน มิฉะนั้นเขาอาจจะไม่สามารถหนีพ้นก็เป็นได้

 

“เห้ย !” ฉวนหย่งหลินยืนหัวเราะอยู่บนยอดหิน เขาเหวี่ยงค้อนโลหะสองอัน ซึ่งมีขนาดเท่ากับแตงโมสองลูก แล้วกระโดดลงมา ค้อนโลหะสองอันนี้ทำให้หวาดกลัวได้ดี แล้วทุบไปที่หัวของเสือเขี้ยวดาบ

 

แรกเริ่มเดิมที เสือเขี้ยวดาบเตรียมพุ่งขึ้นไปบนหิน แต่เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของฉวนหย่งหลินแล้ว มันก็ขยับตัวไปด้านข้างทันที หลังจากนั้นไม่นาน มันก็อ้าปากอันดุร้ายแล้วก้าวเข้ามาจะกัดที่เอวของฉวนหย่งหลิน เพียงแค่เห็นปากของมันที่เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมแล้ว ใคร ๆ ก็สามารถทำนายผลที่ตามมาจากการถูกมันกัดได้

 

ในขณะเดียวกัน เสือเขี้ยวดาบก็ตบด้วยกรงเล็บคู่หน้าไปที่ตัวของฉวนหย่งหลิน การกระทำเช่นนี้คล้ายกับการกระโจนใส่เขา

 

หลังจากที่วิ่งไปหลาย 10 เมตร เหยินปาเชียนก็หันหน้ามาแล้วได้เห็นภาพทั้งหมด เขารู้สึกเพียงแค่ว่าถ้าหากเสือเขี้ยวดาบกำลังเผชิญหน้ากับตนล่ะก็ ตนจะต้องตัวบิดเป็นเกลียวอย่างแน่นอน

 

ฉวนหย่งหลินไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย เขาพลิกค้อนกลางอากาศได้อย่างง่ายดายซึ่งทำให้เกิดเสียงดัง “หวือ” แล้วทุบไปที่หัวของเสือเขี้ยวดาบดัง “ปัง” เสือเขี้ยวดาบเปล่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด

 

โดยทั่วไป หากใช้ค้อนโลหะขนาดใหญ่เช่นนี้ทุบหัว มันจะต้องถูกทุบเป็นชิ้น ๆ อย่างแน่นอน นอกจากนี้ เหยินปาเชียนได้เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของชนเผ่าโดยถ่องแท้ เขาได้เห็นเหตุการณ์ที่ชนเผ่าได้เตะอีกฝ่ายลอยขึ้นไป 70-80 เมตรเข้ากับกำแพงไม่เพียงแค่ครั้งเดียวหรือสองครั้งเท่านั้น

 

คนอย่างฉวนหย่งหลินซึ่งเป็นบุตรของข้าราชการผู้ทรงอำนาจคนหนึ่ง จะไม่อ่อนแอไปกว่านี้อย่างแน่นอน

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากก็คือ เสือเขี้ยวดาบนั้นมีเพียงเสียงหอนที่น่าสังเวช และฟันร่วงแค่เล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นมันก็ดุร้ายยิ่งขึ้นแล้วทำให้ฉวนหย่งหลินลอยขึ้นไป

 

เสือเขี้ยวดาบนั้นทำมาจากเหล็กรึไงกัน ?

 

นี่คือเสือเขี้ยวดาบจริง ๆ งั้นเหรอ ?

 

ไม่ใช่ดีเซปติคอนส์หรอกเหรอ ?

 

เมื่อมองไปที่การเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองฝ่าย ทำให้เหยินปาเชียนหายใจออกด้วยไอเย็น

 

เหยินปาเชียนถูกข่มขู่โดยสมบูรณ์ เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ในตอนที่เขาเห็นเสือเขี้ยวดาบถูกขังอยู่ในสวนสัตว์ และเขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ นับประสาอะไรเมื่ออยู่คู่กับปัจจัยอื่น ความสามารถในการต้านทานการโจมตีแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัวทีเดียว

 

ฉวนหย่งหลินถูกส่งลอยลงไปในลำธาร ดวงตาของเสือเขี้ยวดาบนั้นเป็นสีแดงก่ำเต็มไปด้วยความรุนแรงและความบ้าคลั่ง หลังจากนั้นไม่นาน มันก็กระโจนไปที่ฉวนหย่งหลิน

 

ฉวนหย่งหลินตกลงไปในลำธารและร่างกายของเขาก็จมอยู่ในนั้น เขาใช้ขาทั้งสองเหยียบน้ำแล้วยกค้อนขึ้นสูง แล้วก้าวเข้าหาเสือเขี้ยวดาบแล้วทุบมันอีกครั้ง เขาแสดงความรู้สึกไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่าเขาจะหันหน้าไปทางภูเขาเบื้องหน้า เขาก็จะยังคงพยายามบดขยี้มันอย่างรุนแรง

 

“ตุบ” ฉวนหย่งหลินถูกส่งให้ลอยขึ้นไปอีกครั้ง เสือเขี้ยวดาบคำรามอย่างน่าสังเวชเมื่อมันถูกทุบเข้าให้ คราวนี้ค้อนทุบไปที่หัวและตาของมันโดยตรง ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แล้วก็ระเบิดอารมณ์ทันที

 

ในตอนนี้ ดวงตาของทั้งฉวนหย่งหลินและเสือเขี้ยวดาบนั้นเป็นสีแดง พวกเขาปะทะกันอีกครั้งและเสือเขี้ยวดาบถูกจู่โจมจนบ้าคลั่ง บ้าคลั่งโดยแท้จริง ส่วนฉวนหย่งหลินนั้น เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาอาจจะตกตะลึงอยู่ก็เป็นได้

 

เขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากมาย ทำไมดวงตาของเขาถึงเป็นสีแดงด้วยความโกรธล่ะนั่น ?

 

ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอีกครั้ง ทันใดนั้น เสือเขี้ยวดาบได้หันกลับมา ใช้หางของมันเป็นแส้ฟาดไปที่ตัวของฉวนหย่งหลินและส่งเขาลอยขึ้นไป กระดูกหางของมันเองก็ถูกทุบด้วยค้อนของฉวนหย่งหลิน และได้ยินเสียงคำรามที่น่าสังเวชอีกครั้ง

 

ในตอนนี้ เขาไม่แน่ใจแล้วว่าฉวนหย่งหลินหรือเสือเขี้ยวดาบที่ดูเหมือนสัตว์ป่ามากกว่ากัน

 

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ฉวนหย่งหลินให้เหยินปาเชียนก็คือ ข้าไม่สนใจที่จะหลบหลีก ไม่สนใจกลอุบาย ไม่สนใจทักษะ ข้าไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ ข้าต้องไม่กลัวที่จะฆ่ามัน สิ่งที่ข้าต้องทำก็คือเหวี่ยงค้อนแล้วทุบมันไป

 

ในระหว่างการเผชิญหน้าครั้งที่ 4 ฉวนหย่งหลินใช้ค้อนทุบบนหัวของเสือเขี้ยวดาบอย่างหนักพร้อมกับตะโกนออกมา ก่อนที่เสือเขี้ยวดาบจะเปล่งเสียงครวญครางออกมาได้ มันก็ถูกทุบลงบนพื้นอีกครั้ง ร่างของมันกระตุกเล็กน้อย มันอาจถูกทุบจนตายก็เป็นได้ อย่างน้อยที่สุดหัวของมันก็น่าจะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าแม้กระทั่งดีเซปติคอนส์ก็ยังพังหลังจากถูกทุบด้วยค้อน 2 อัน นับประสาอะไรกับสัตว์ตัวนั้นซึ่งเป็นเพียงเสือเขี้ยวดาบเท่านั้น

 

ฉวนหย่งหลินถูกส่งลอยไปพร้อมกับร่างที่กลับหัวอีกครั้ง เขาตีลังกาบนพื้นก่อนที่จะกระโดดขึ้นไป จากนั้นเขาก็กลับไปที่ด้านข้างเสือเขี้ยวดาบ แล้วเหวี่ยงค้อนทุบหัวของมันซ้ำไปซ้ำมา

 

“ตุบ !” “ตุบ !” “ตุบ !” “ตุบ !”

 

เหยินปาเชียนมองดูเขา ดูราวกับว่าเขากำลังตีเหล็กยังไงยังงั้น พื้นผิวของพื้นดินก็สั่นสะเทือนเช่นกัน เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน

 

หลังจากที่ใช้ค้อนทุบหัวของเสือเขี้ยวดาบไปหลายครั้ง มันก็ถูกทุบจนเป็นชิ้น ๆ ถึงแม้ว่าชิ้นส่วนสีแดงและสีขาวจากหัวของมันจะพุ่งไปทั่วทุกที่ ฉวนหย่งหลินก็ยังคงเหวี่ยงค้อนไปที่ตัวของมันต่อไป การเหวี่ยงค้อนทุกครั้งเป็นการผลิตเนื้อบด และจากสิ่งที่เขาเห็น ดูราวกับว่ามันจะกลายเป็นซอสเนื้อบดยังไงยังงั้น

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top