ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 103: เผชิญหน้า

 287 Views

เหยินปาเชียนล้างแค่มือ เขาไม่สนใจคราบเลือดตามตัวเพราะมีไม่เยอะเท่าไหร่ เมื่อสักครู่ ในตอนที่เขากำลังทำอย่างอื่นอยู่ หัวใจของเหลียนเบ่าเฉิงก็หยุดเต้นแล้วเขาก็เสียชีวิตลง เขาไม่ได้กระอักเลือดมากมายออกมาขณะที่เขาเสียชีวิต และด้วยเหตุนี้เองมือของเหยินปาเชียนส่วนใหญ่จึงเปื้อนเลือด

 

อย่างไรก็ตาม มีบาดแผลบนก้นของเหลียนเบ่าเฉิง เขาสามารถบอกคนอื่นได้ว่าเขาเผลอปัดไปโดนเลือดที่ออกจากก้นของเหลียนเบ่าเฉิงติดตามตัวเขา

 

เหยินปาเชียนเติมน้ำจากลำธารใส่ถุงน้ำ น้ำในลำธารในโลกนี้ค่อนข้างสะอาดทีเดียว แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้มากนักถึงแม้ว่าน้ำในลำธารจะไม่สะอาดก็ตาม

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พยายามหาทางกลับไปยังศพ

 

เขาต้องการจะดูว่าใครจะมาเจอศพแล้วจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป

 

แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับใครก็ตามที่พบเห็นเจอศพเพื่อติดตามการฆาตกรรมของเขา ยังไงซะ ด้วยกำลังของเขา มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะฆ่าใครเลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีใครเคยเห็นปืนพกหรือระเบิดมาก่อนเลย ในอนาคตเขาสามารถใช้ระเบิดเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น ส่วนปืนพกนั้น จะไม่มีอะไรผิดพลาดถ้าหากไม่มีใครพบเห็นปลอกกระสุน

 

ศพของเหลียนเบ่าเฉิงและหยานเวยก็ถูกเขาทำให้เสียรูปด้วยเช่นกัน

 

เหยินปาเชียนได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปกปิดการมีส่วนเกี่ยวข้องในการเสียชีวิตของพวกเขา ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้อีกแล้ว

 

ถ้าหากว่าเขามีเวลาพอ เขาก็จะซุกซ่อนศพทั้ง 2 ร่าง ศพของพวกเขาจะถูกสัตว์ป่ากินภายใน 1 วัน แล้วก็จะไม่มีเงื่อนงำที่สามารถพบเห็นได้อีกแล้ว

 

ในตอนแรก เหยินปาเชียนคิดว่าตนจะไม่เสียเวลากลับไปยังบริเวณนั้นมากนัก แต่ทว่า หลังจากที่เดินวนในป่าหลายรอบ เขาก็ยังไม่สามารถหาทางกลับไปได้เลย ในตอนที่เขากำลังวิ่งหนีออกไปจากที่เกิดเหตุเมื่อสักครู่นี้ เขาไม่ได้จดจำสภาพรอบตัวเลย ยิ่งไปกว่านั้น ป่าแห่งนี้ยังมีขนาดที่ใหญ่มากอีกด้วย

 

ระหว่างทางเขาเกือบจะถูกงูกัด ในที่สุดเขาก็ละทิ้งความคิดที่จะกลับไปยังระแวกนั้นไป

 

ในตอนนี้มันค่อนข้างง่ายสำหรับเขาที่จะออกจากภูเขา สิ่งที่เขาต้องทำก็คือเดินไปยังที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากว่าเขาต้องการหาที่ในป่าเพื่อซ่อนตัวและล่าตัวเป้ย มันจะค่อนข้างยากลำบากทีเดียว

 

 

 

หลังจากที่เดินวนไปรอบป่า เหยินปาเชียนก็ได้มาบรรจบที่ลำธารอีกครั้ง ในขณะที่เขาเดิน เขาก้มหน้าลงไปตรวจสอบดินข้างลำธาร ดูเหมือนว่าเขากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

 

โดยปกติแล้ว เหล่าสัตว์จำนวนมากจะมาดื่มน้ำในลำธาร บริเวณที่สัตว์จำนวนมากเข้ามาบ่อย ๆ จะมีรอยเท้าสัตว์จำนวนมากอยู่ นี่คือความรู้รอบตัวที่ใคร ๆ ต่างก็รู้กัน

 

เหยินปาเชียนได้พบบริเวณที่มีรอยเท้าสัตว์จำนวนมาก เขาไม่รู้ว่ามันคือรอยเท้าที่หมาป่าหรือสัตว์ตระกูลแมวทิ้งไว้กันแน่ จากนั้นเขาก็ปีนขึ้นต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้น

 

สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือการรอคอยให้สัตว์มาดื่มน้ำในลำธาร ถ้าหากว่าเขาดวงดีพอที่จะเจอตัวเป้ยล่ะก็ เขาก็สามารถออกจากภูเขาได้ในวันนี้

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนกำลังพยายามวัดดวงในตอนนี้ มันจะดีที่สุดถ้าหากเขาสามารถเผชิญหน้ากับตัวเป้ยได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้ก็ตาม เขาก็ไม่สามารถลงมาจากต้นไม้ได้ และต้องอยู่บนนั้นต่อไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า

 

เมื่อรอคอยอยู่บนต้นไม้ได้สักพัก เหยินปาเชียนก็ได้นึกถึงอะไรบางอย่าง เขามีขวดขนาดเล็กที่เถ่เตาให้มาเมื่อตอนเช้า จากที่เถ่เตาเล่ามา มันสามารถดึงดูดสัตว์ป่าในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างแน่นอน

 

ถ้าเราใช้สิ่งนี้ เราจะสามารถดึงดูดหมาป่าภูเขากับตัวเป้ยได้สินะ ?

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงเรื่องนี้อยู่นาน เหยินปาเชียนก็เก็บขวดใส่กระเป๋า ความเสี่ยงในการใช้ของสิ่งนี้มากเกินไป ถ้าหากว่าเขาเกิดดึงดูดสัตว์ป่าอย่างหมูป่าขึ้นมาล่ะก็ เขาก็จะประสบกับปัญหาหนักทีเดียว

 

 

 

เหยินปาเชียนยังคงรออยู่บนต้นไม้ต่อไป ณ ที่ที่ไม่ไกล อู่ฟางกำลังคิดอยู่ว่าตนควรจะคิดหาวิธีล่อให้เหยินปาเชียนลงมาจากต้นไม้ในตอนนี้หรือไม่

 

จักรพรรดินีได้สั่งการให้ตนทำให้เหยินปาเชียนย้ายที่ถ้าหากเขาพยายามจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง

 

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งในปัจจุบันของเหยินปาเชียนนั้นอยู่ริมตลิ่ง บางทีเขาอาจกำลังเตรียมล่าสัตว์อยู่ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นอู่ฟางจึงไม่สามารถตัดสินใจได้

 

เหยินปาเชียนสัมผัสที่อกและแขน บาดแผลบนร่างกายของเขาทำให้อู่ฟางตัดสินใจได้

 

ทันใดนั้น หูของอู่ฟางก็กระตุก เขาจึงปกปิดการแสดงตัวทันที

 

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ใกล้ ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ได้มีแค่คนเดียว

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็ได้ยินเสียงคนเดินในป่า เขาจึงกลั้นหายใจทันที

 

1 นาทีต่อมา ทั้งสองคนก็เดินออกมาจากป่าไปยังลำธาร

 

เป็นผู้ชายและผู้หญิงแถมทั้งสองคนยังเป็นชนเผ่าอีกด้วย

 

เมื่อเดินไปตามริมตลิ่งแล้ว ชายหนุ่มก็พยักหน้าแล้วพูดออกมา “พวกเราจะรอที่นี่ พวกเราน่าจะล่าสัตว์แถวนี้ได้บ้างแหละนะ”

 

“ทำไมพวกเราไม่เข้าไปในภูเขาให้ลึกกว่านี้ล่ะ ?”

 

“พวกเราสู้กับพวกมันไม่ได้หรอก ไม่มีความจำเป็นที่จะทำให้พวกเราต้องเสียเวลาและความพยายาม ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกี้นี้ข้าเห็นรอยเท้าของอ้วนดำ ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างใหญ่เลยนะ ถ้าพวกเราสามารถโค่นมันลงแล้วเอามันกลับไปล่ะก็ จะได้รับการยอมรับไม่มากก็น้อยเลยล่ะนะ” ชายหนุ่มอธิบาย

 

ทั้งสองคนอายุประมาณ 17 ปี ชายคนนั้นตัวสูงใหญ่ เขาถือค้อนคู่ ค้อนนั้นคล้ายคลึงกับโลหะที่ยึดด้วยด้ามจับ ส่วนหญิงสาวคนนั้นดูมีเสน่ห์มาก เธอเหน็บคันธนูขนาดใหญ่และมีดสั้นไว้ที่เอว

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินการสนทนาของพวกเขาแล้ว เขาจึงตกตะลึง เขาไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครบางคนคิดว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่ดีด้วย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันดูเข้าท่า เขาได้รับความรู้นี้จากการดูทีวี ชนเผ่าพวกนี้มีความชำนาญในการล่าสัตว์มากกว่าเขา เพราะฉะนั้น จึงไม่มีเหตุผลสำหรับพวกเขาที่จะไม่มีความรู้นี้

 

ยิ่งไปกว่านั้น อ้วนดำที่พวกเขากำลังพูดถึงมันคืออะไรกันแน่ ? จากน้ำเสียงของชายคนนั้น เหยินปาเชียนเชื่อว่ามันต้องเป็นฉายาของสัตว์ป่าที่น่าสะพรึงกลัวมากอย่างแน่นอน

 

ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีแผนแบบเดียวกับเขา เขาควรจะเปิดเผยตัวเองดีมั้ย ? เขาไม่สามารถรออยู่ที่นี่ไปได้ตลอดใช่มั้ย ? ถ้าหากเขาจะถูกพวกนั้นเจอตัวในไม่ช้าก็เร็ว เขาก็คงจะแนะนำตัวกับพวกนั้นทีเดียวเลย

 

นอกจากนี้ การเผชิญหน้ากับชนเผ่าจะไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงปัจจัยเหล่านี้ เขาจึงเรียกคนสองคนเบา ๆ “เห้ยยย”

 

“ใครน่ะ !” ทั้งสองคนหันมาทันที

 

“เจ้า !” ทั้งสองคนตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกันหลังจากที่ได้เห็นเหยินปาเชียน

 

“ข้าอยู่ที่นี่มาซักพักแล้วล่ะ พอข้าเห็นพวกเจ้าทั้งสองมาถึงที่นี่ ข้ารู้สึกว่าข้าควรทักทายซักหน่อยน่ะ” เหยินปาเชียนอธิบาย

 

“เพราะว่าเจ้ามาที่นี่ก่อน พวกเราจะย้ายไปจุดอื่นเอง” ชายหนุ่มพูดออกมาทันที

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจุดหรอก สิ่งที่ข้าต้องการคือตัวเป้ย แล้วเจ้าก็เอาที่เหลือไปเลย” เหยินปาเชียนพูดออกมาอย่างรวดเร็ว เขาหวังว่าทั้งสองคนจะอยู่ที่นี่เพื่อให้เขาปลอดภัยมากขึ้น

 

หลังจากพูดจบ เหยินปาเชียนก็ถลาลงมาจากต้นไม้แล้วเดินไปหาพวกเขา ตอนนี้เองที่เขาได้รู้ว่าทั้งคู่ดูคล้ายกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นพี่น้องกัน

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เหยินปาเชียนผงกศรีษะให้กับพวกเขา

 

ทั้งสองคนมองไปที่หน้าไม้ในมือของเหยินปาเชียนแล้วถามออกมา “ตัวเป้ยคืออะไรงั้นรึ ?”

 

“มันคือหมาป่าที่มีขาหน้าสั้นน่ะ มันแตกต่างจากหมาป่าธรรมดาทั่วไป” เหยินปาเชียนอธิบายอย่างรวดเร็ว เหยินปาเชียนเคยได้ยินคำว่า “ตัวเป้ย” แต่เขาไม่รู้ว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร

 

“หือ..ขาหน้าสั้น..” หญิงสาวพูดออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้ารับรู้เข้าใจ “มีรอยเท้าหมาป่าที่นี่ก็จริง แต่ข้าไม่ค่อยเห็นหมาป่าที่มีขาหน้าสั้นเลยนะ มีโอกาสที่เจ้าอาจจะไม่พบเจอมันเลยก็ได้นะ”

 

“ไม่เป็นไร จะดีที่สุดถ้าหากว่าข้าสามารถเผชิญหน้ากับมันได้ ถึงจะไม่เจอก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงก็เถอะ นับเป็นโชคชะตาที่พวกเราได้พบกันในป่านี้ ถ้าเจ้าไม่อะไรล่ะก็ พวกเราเป็นเพื่อนกันได้นะ”

 

ทั้งสองคนไม่ได้คัดค้านข้อเสนอของเหยินปาเชียน

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนไม่ต้องการสัตว์ป่าตัวอื่นนอกจากตัวเป้ย ทั้งสองคนก็ต้องการล่าสัตว์บางชนิดเพื่อรายงานกลับไปยังเบื้องบนด้วย มันจะดีที่สุดถ้าหากพวกเขาสามารถล่าอ้วนดำตัวนั้นได้

 

“ข้าควรเรียกพวกเจ้าว่ายังไง ?” เหยินปาเชียนถามออกมาเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของตน

 

“ฉวนหย่งหลิน ! ฉวนหย่งเหอ !” ทั้งคู่พูดออกมาพร้อมกัน ผู้ชายคนนั้นคือ ฉวนหย่งหลิน ส่วนผู้หญิงคนนั้นคือ ฉวนหย่งเหอ

 

“ส่วนข้าเหยินปาเชียน !”

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร ท่านผู้รักษาการเหยิน ข้าเห็นเจ้าเมื่อตอนบ่าย ข้าได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้ามาจากกู่จิ่วแล้วล่ะ” ฉวนหย่งหลินพูดออกมา ทัศนคติของเขาต่อเหยินปาเชียนไม่ได้เป็นมิตรหรือศัตรู มันเป็นเรื่องปกติและเหยินปาเชียนก็ไม่ได้สนใจเลย ยังไงซะ เหยินปาเชียนก็คือคนแปลกหน้าในสายตาของเขา

 

“ระหว่างกู่จิ่วกับเจ้าหน้าที่ศาลกู่มีความสัมพันธ์กันยังไงเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา ก่อนหน้านี้เขาก็ได้พบกู่โซ่วมาแล้ว คงไม่ต้องบอกเลยว่ากู่โซ่วคือลูกชายของกู่ต้าสง พวกเขาดูคล้ายคลึงกันมาก ทั้งสองคนเคยพูดถึงกู่จิ่วให้ตนฟังมาก่อน เขาเชื่อว่ากู่จิ่วอาจจะเป็นลูกชายของกู่ต้าสงด้วยเช่นกัน

 

“เค้าเป็นลูกชายคนที่ 2 ของเจ้าหน้าที่ศาลกู่น่ะ” คำพูดของฉวนหย่งหลินได้ยืนยันการคาดเดาของเหยินปาเชียน

 

เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ทักทายกันแล้ว เหยินปาเชียนก็ถามออกมาอีกครั้ง “เจ้าตั้งใจจะทำอะไรน่ะ ? รออยู่ที่นี่เหรอ ?”

 

“พวกเราสองคนจะไปที่ด้านข้างลำธาร พวกเราจะจู่โจมถ้าหากพวกเราเจอเป้าหมายน่ะ” ฉวนหย่งหลินตอบกลับ มีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ในบริเวณที่ฉวนหย่งหลินชี้ไป ดูเหมือนจะสูงประมาณ 3 เมตร และดูเหมือนจะเป็นที่ที่ดีทีเดียว

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการที่จะอยู่กับตน ตนจึงพยักหน้าแล้วตอบกลับ “ถ้างั้นข้าจะรออยู่บนต้นไม้ก็แล้วกัน”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top