ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 97: ข้าเกรงว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะได้พบกับฝ่าบาท

 312 Views

หลังจากที่คุยกับตู้ฉางคงแล้ว เหยินปาเชียนก็ได้รู้เกี่ยวกับวัยรุ่นพวกนั้นอย่างสองอย่าง

 

หงเสี้ยนเป็นหลานสาวของหงอู่ สุดยอดผู้แข็งแกร่งอันดับ 9 ของโลก พ่อของเธอมีชื่อว่าหงเฉิง เขาคือพันโทแห่งกองทหารรักษาการณ์ทางเหนือ กองทหารรักษาการณ์ทางเหนือถูกส่งไปประจำการที่ทางตอนเหนือของต้าเย่า ซึ่งเป็นที่ที่ผู้สืบเชื้อสายของแคว้นเฮ่าอาศัยอยู่

 

แถมเธอยังมีพี่น้อง 2 คนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในกองทัพอีกด้วย

 

ส่วนซีเย่หยานั้น พ่อของเขาคือซีว่านกู่ ซีว่านกู่เป็นนายพลผู้พิทักษ์ทางใต้ แถมเขายังเป็นหัวหน้าของหงเฉิงอีกด้วย

 

ส่วนเย่าจึนั้น ชื่อจริงของเธอคือหลิ่วลั่วเหยา แม่ของเธอเป็นเหรัญญิกหลวงในพระคลังหลวง เธอคือผู้รับผิดชอบในการดูแลความมั่งคั่งของแคว้น ขณะที่พ่อของเธอทำหน้าที่เป็นรองเสนาบดีกรมยุทธนาการ ตำแหน่งของแม่ของเธอคือตำแหน่งสำรองขั้นที่ 3 ขณะที่ตำแหน่งของพ่อของเธอคือตำแหน่งมาตรฐานขั้นที่ 4

 

ส่วนตู้ฉางคง เมื่อถึงเวลาที่เขาจะแนะนำภูมิหลังตระกูลของตนแล้ว เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “พ่อของข้าเป็นนายพลผู้คุ้มกันฝ่ายซ้ายล่ะ”

 

เหยินปาเชียนอ้าปากค้าง ตู้ฉางคงเป็นบุตรชายของผู้มีอิทธิพลว่ะเฮ้ย

 

ต้าเย่ามีผู้อารักขาทั้งหมด 5 คน นายพลผู้พิทักษ์คือข้าราชการตำแหน่งสูงสุดในเหล่าผู้อารักขา นายพลผู้พิทักษ์ทั้ง 5 คนจะควบคุมกองกำลังทหารใน 5 ภูมิภาค สำหรับบรรดาผู้ที่อาจได้เป็นนายพลผู้พิทักษ์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่าหงอู่ พวกเขาก็ไม่มีทางพ่ายแพ้ได้โดยง่าย

 

คงไม่ต้องบอกว่าพ่อแม่ของหลิ่วลั่วเหยาก็เป็นบุคคลที่แข็งแกร่งด้วยเช่นกัน แม่ของเธอดูแลเรื่องเงิน ขณะที่พ่อของเธอดูแลเรื่องอุปกรณ์ทางการทหารและจ่ายเสบียงสำหรับทหาร

 

ในขณะเดียวกัน พ่อของตู้ฉางคงคือนายพลแห่งฝ่ายซ้าย เพราะฉะนั้นตำแหน่งของเขาจึงเป็นตำแหน่งสำรองขั้นที่ 3 เขามีกองทัพในควบคุมหนึ่งในสองกองทัพที่คุ้มกันเมืองหลาน และสามารถนับได้ว่าเขาคือนายทหารผู้ช่วยที่เชื่อถือได้ขององค์จักรพรรดินี

 

ในตอนนี้ อย่างน้อยเหยินปาเชียนก็รู้ว่าใครที่เขาทำให้ไม่พอใจในครั้งนี้

 

ตู้ฉางคงกินเนื้อย่างที่เหลืออยู่จนแทบจะไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มช่องว่างระหว่างฟันของเขา การที่จะพยายามไม่ให้ตัวเองหิว เขาสามารถรอจนกว่าจะขึ้นไปบนภูเขาในภายหลังเพื่อหาอาหาร

 

“เจ้ารู้เรื่องศิลปะการต่อสู้บ้างมั้ย ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความอยากรู้ เขาอยากจะเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มานานมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลฉีและสงผีรู้แค่ศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ฝึกฝนร่างกายเท่านั้น คนเหล่านี้มักจะเป็นชนเผ่าซึ่งเป็นชนชั้นล่าง

 

ถ้าหากเหยินปาเชียนได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้เหล่านั้นล่ะก็ เขาคงจะตายก่อนที่ร่างกายจะแข็งแกร่งเป็นแน่แท้

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าจะต้องมีตำราศิลปะการต่อสู้มากมายอยู่ในพระราชวังชิงซิน แต่ทว่า ยังมีอีกหลายคำที่เขาอ่านไม่ออก แถมเขายังไม่มีโอกาสที่จะค้นหาชุดหนังสือที่นั่นอีกด้วย เขาเชื่อว่าของดีทั้งหมดต้องอยู่ในชั้นที่ 2 แน่ ๆ ชั้นที่สองนั้นมีหญิงชราคนหนึ่งคอยเฝ้าระวังอยู่

 

ตอนนี้เหยินปาเชียนได้รู้จักบุตรชายของข้าราชการที่ทรงอำนาจแล้ว ความคิดอย่างหนึ่งได้เกิดขึ้นในหัว ข้าราชการขั้นที่ 3 จะมีของดีอยู่ในมือบ้างมั้ยนะ ?

 

“ศิลปะการต่อสู้เหรอ ? ข้าไม่คิดว่าท่านจะสามารถเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ของตระกูลข้าได้หรอกนะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตระกูลข้ามีตำราจากมหาจักรวรรดิเซี่ยอยู่หลายเล่ม ถ้าท่านต้องการล่ะก็ ท่านจะต้องนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนนะ”

 

“ได้เลย ไว้ข้าจะกลับมาหาเจ้าอีกนะ” เหยินปาเชียนรู้สึกดีใจมากที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ต้องมีอะไรที่เขาสนใจอย่างแน่นอน สิ่งที่เขาต้องทำคือการหาสิ่งที่จะแลกเปลี่ยนกับมัน

 

“ที่ปล่อยไฟของท่านดูจะไม่พอ ท่านต้องหาอะไรที่ดีกว่านี้มาแลกกับตำราศิลปะการต่อสู้ของพวกเรา” ตู้ฉางคงย้ำเตือนเขา

 

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะหาอะไรดี ๆ มาให้เจ้าแน่นอน” เหยินปาเชียนพูดออกมาทันที

 

 

 

หลังจากนั้นสักพัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงแตรเดี่ยว

 

“มันเริ่มแล้ว” ตู้ฉางคงบอกเหยินปาเชียนแล้วก็วิ่งไป

 

จากนั้นทุกคนก็เริ่มรวมตัวและยืนด้วยความสับสนอลหม่าน

 

เหยินปาเชียนตามพวกเขาไปและหามุมข้างหลังเพื่อที่จะยืน

 

หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวแล้ว หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะเต็มยศก็มาอยู่ตรงหน้าทุกคน

 

ภายใต้ชุดเกราะนั้น เป็นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เธอก็คือซินเจ๋อนั่นเอง เหยินปาเชียนได้เห็นเธอหลายต่อหลายครั้ง เธอเป็นผู้บัญชาการทหารหลวง

 

“การล่าครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้นแล้ว พระองค์ต้องการเห็นทุกคนแสดงความกล้าหาญออกมา ความกล้าหาญของเจ้าจะถูกตัดสินด้วยเหยื่อที่เจ้าล่า 3 อันดับแรกจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปยังพระราชวังชิงซินชั้นที่ 2 เพื่อไปอ่านชุดหนังสือที่นั่นเป็นเวลา 3 วันด้วยกัน นี่จะเป็นรางวัลและเป็นเกียรติของเจ้าที่จะได้รับมัน”

 

“เพื่อต้าเย่า !” ชาวต้าเย่าทุกคนตะโกนออกมา

 

เสียงตะโกนของคนเพียงไม่กี่ร้อยคนดังก้องเหมือนคลื่นยักษ์สึนามิ แสดงถึงความเต็มเปี่ยมจากเสียงของชนเผ่า

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นคำเพียงไม่กี่คำ เหยินปาเชียนก็ยังคงมีแรงจูงใจอยู่บ้าง “เพื่อเผ่าข้า !”

 

“ส่วนผู้เข้าร่วมที่มาจากแคว้นอื่น ถ้าเจ้าได้ 3 อันดับแรก เจ้าก็จะได้รับรางวัลเฉกเช่นเดียวกัน” เมื่อซินเจ๋อพูดคำเหล่านี้ออกมา บรรดาขุนนางจากแคว้นอื่นก็รู้สึกตื่นเต้นด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากบุคคลที่แข็งแกร่งอย่างเช่นเจ้าชายที่เจ็ดแล้ว จะมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับโอกาสให้เข้าไปในห้องสมุดหลวงแห่งต้าเย่า

 

“พวกเจ้าทุกคนออกไปได้ แล้วกลับมาพรุ่งนี้ตอนเที่ยง” หลังจากที่ซินเจ๋อประกาศคำสั่งสุดท้าย ทุกคนก็กำมือให้เธอแล้วออกเดินทางกันไป

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นทุกคนจากไปแล้ว เขาก็เดินไปที่นกจ้องเขาแล้วหยิบถุงนอนลงมา เสื้อเกราะกันกระสุน ระเบิด และทุกอย่างยังอยู่ข้างในดี

 

เมื่อสักครู่ ตอนที่เขาได้ยินซินเจ๋อบอกว่า 3 อันดับแรกสามารถขึ้นไปอ่านหนังสือในพระราชวังชิงซินชั้นที่ 2 ได้นั้น ทำให้เขามีแรงกระตุ้นเล็กน้อย

 

ต้องมีของดีอยู่ในพระราชวังชิงซินชั้นที่ 2 อย่างแน่นอน

 

น่าเสียดายที่มีแค่คนในราชวงศ์เท่านั้นที่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในพระราชวังชิงซินชั้นที่ 2 ถึงแม้ว่าเขาจะมีปืนพกก็ตาม เขาก็รู้สึกว่าคงจะไม่แข็งแกร่งเท่าคนพวกนั้น

 

มันจะดีกว่าสำหรับเขาที่จะขึ้นไปบนภูเขาแล้วกลับลงมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหาอะไรมาแลกกับตำราศิลปะการต่อสู้ของตู้ฉางคง

 

ถ้าเขาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตู้ฉางคงได้ล่ะก็ เขาอาจได้รู้จักผู้คนมากมายผ่านตู้ฉางคง

 

เหยินปาเชียนสงสัยว่าถ้วยแก้วจะสามารถจูงใจคนพวกนี้ได้รึเปล่า

 

สิ่งที่เขาต้องการทำก็คือเสิร์ฟเหล้าองุ่นในแก้วสะท้อนแสงให้แก่พวกเขา และพวกเขาก็จะเสนอสมบัติที่มีให้แก่เขา

 

ถึงยังไงก็เถอะ เขามีสิ่งของดี ๆ มากมาย เขาไม่ได้กังวลว่าเขาจะไม่สามารถเอาอะไรที่มีค่าไปแลกกับตำราศิลปะการต่อสู้เหล่านั้นได้

 

เหยินปาเชียนค่อย ๆ นำสิ่งของใส่ลงไป เขาใส่ลูกธนู ยาสลบ มีดรบและอื่น ๆ ไว้ด้านหนึ่ง จากนั้นเขาก็เตรียมใส่เสื้อเกราะกันกระสุน

 

เสื้อเกราะกันกระสุนนั้นไม่ใช่ว่าจะป้องกันได้แค่กระสุนปืนเท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันวัตถุระยะไกลประเภทต่าง ๆ ได้ เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้

 

“นักเล่าเรื่องเหยิน !”

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินเสียงนี้ เขาก็ตกใจ ซินเจ๋อกำลังยืนอยู่ข้างหลังเขา

 

“พระองค์ทรงต้องการเสวยเนื้อหมาป่าภูเขา และพระองค์ต้องการให้นักเล่าเรื่องเหยินนำเอาเนื้อของมันกลับมา เมื่อเจ้าพบแล้วก็กลับมาได้”

 

ท้องของเหยินปาเชียนปั่นป่วน เนื้อหมาป่าภูเขาเหรอ ? ไม่ใช่ว่าจะบอกให้เขาไปล่าหมาป่าในภูเขานะ ? ถ้านางอยากจะกินจริง ๆ ทำไมนางถึงต้องมาขอให้เขาเอาไปให้นางด้วยล่ะ ? ถ้าเขาไม่สามารถหามาได้ล่ะก็ นั่นหมายความว่าเขาต้องอยู่บนภูเขาทั้งคืนเลยหรอเนี่ย ? นี่เป็นการลงโทษกันชัด ๆ เป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหงเสี้ยนและหลิ่วลั่วเหยาสินะ ? เขาไม่น่าจะถูกลงโทษเพราะเรื่องนี้ น่าจะเป็นเพราะปัญหาที่ตู้ฉางคงผู้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมเลือดร้อนหน้าโง่ก่อให้เขา

 

“พระองค์ยังตรัสอีกว่าหมาป่าภูเขาจะไม่อร่อยถ้าหมาป่าภูเขาตัวใหญ่เกินไป หมาป่าภูเขาตัวเล็กขาหน้าสั้น ๆ น่ะจะมีรสชาติที่ดีที่สุด”

 

จะถือว่าโชคดีมั้ยที่ได้เจอกับหมาป่า นี่พระองค์กำลังจะบอกให้เราไปหาฝูงหมาป่าหรอเนี่ย ?

 

พระองค์ไม่รู้ขนาดตัวของเรารึไงกัน ?

 

ถ้าเจอพวกหมาป่าล่ะก็ เราจะกลายเป็นอาหารของหมาป่าเองน่ะสิ

 

“ข้ามีเรื่องต้องบอกกับพระองค์ ช่วยให้ข้าได้ทูลแจ้งให้พระองค์ทรงทราบทีสิ” เหยินปาเชียนบอกกับซินเจ๋อ

 

“ข้าจะถ่ายทอดคำพูดของเจ้าให้กับพระองค์ เจ้ารอคำตอบของพระองค์ตรงนี้” ซินเจ๋อกลับไปที่รถม้าพระที่นั่งของจักรพรรดินี

 

ขณะที่รอจักรพรรดินีเรียกตัวเขา จิตใจของเหยินปาเชียนก็ล่องลอยไปทั่ว ฝูงหมาป่า ? ขาหน้าสั้น ๆ ? ใช่ตัวเป้ยรึเปล่านะ ? มันมีอยู่ในโลกนี้ด้วยเหรอเนี่ย ? เราจะล่ามันได้จริง ๆ เหรอ ?

[ตัวเป้ย เป็นสัตว์ในตำนานจากคติชนวิทยาจีน ตัวเป้ยนั้นเหมือนหมาป่ามาก ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างสัตว์สองชนิดนี้คือ หมาป่าจะมีขาด้านหน้ายาวและขาหลังสั้น ในขณะที่ตัวเป้ยจะมีขาหน้าสั้นและขาหลังยาว จุดร่วมคือ หมาป่าและตัวเป้ยนั้นตัวจะแกว่งไปมา]

 

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีเป้าหมายในการล่าสัตว์เลย แต่มันก็ไม่ได้ง่ายสำหรับเขาเลยที่จะเดินเล่นในภูเขาแล้วมีชีวิตรอดกลับมา ด้วยการบอกให้เขาไปหาหมาป่าเช่นนี้ จักรพรรดินีหมายจะเอาชีวิตของเหยินปาเชียนอย่างเห็นได้ชัด

 

หลังจากนั้นไม่กี่นาที เหยินปาเชียนก็ถูกเรียกตัวไปที่รถม้าพระที่นั่งขององค์จักรพรรดินี นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเฉื่อยชา “เจ้าต้องการจะบอกอะไรข้า ?”

 

“ข้าเกรงว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะได้พบกับฝ่าบาท เพราะงั้นข้าจึงอยากจะพบกับฝ่าบาทเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าข้าจะถูกสัตว์ป่ากิน ข้าก็จะตายไปโดยไม่เสียใจเลย” ใบหน้าของเหยินปาเชียนดูเศร้าสร้อย

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top