ขนาดตัวอักษร

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ : ตอนที่ 3 – ความสามารถพิเศษของสัตว์ในตำนาน

 491 Views

เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ : ตอนที่ 3 – ความสามารถพิเศษของสัตว์ในตำนาน

พอได้ยินคำถามของเย่ว์หยาง หญิงงามถึงกับสะดุ้ง

จากมุมมองของนาง ที่ด้านล่างภาพเหมือนของซานเอ๋อ ในคัมภีร์ปรากฏแต่พื้นที่ว่างเปล่า

ไม่มีแม้แต่รูปหรือคำแม้แต่คำเดียว แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้กำลังโกหก เป็นไปได้ว่าทักษะโดยธรรมชาติของเขาทำงานแล้วสินะ? ทักษะโดยธรรมชาติที่นางคงมองไม่เห็นใช่ไหม?

“ซานเอ๋อ! อย่าโกหกซื่อเหนียง เจ้ามีไหม เจ้ามีทักษะโดยธรรมชาติไหม? ซื่อเหนียงมองไม่เห็น มันเป็นทักษะชนิดไหน?” หญิงงามรู้สึกเหมือนหัวใจแทบกระดอนมาอยู่ที่ลำคอ นางถลึงตามองขณะที่จับมือยิ่วหยางเขย่า

“เอ่อ..เป็นการอำพราง, ทักษะโดยธรรมชาติของข้าคือการอำพราง” เย่ว์หยางเอามือลูบหลังหัวตนเองขณะโกหก เขาตระหนักได้ทันทีว่า เขาเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอกจริงๆ

“ถ้าเจ้ามีทักษะโดยธรรมชาติจริงๆ ก็ดีแล้ว โอ..ข้ากลัวมาก”  หญิงงามรู้สึกโล่งใจ

นางเอามือทาบอกตนเองขณะหลับตาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ผู้ใช้คัมภีร์ทุกคนจะปลุกทักษะโดยธรรมชาติของพวกเขาด้วยตนเอง ถ้าซานเอ๋อทำไม่ได้ เขาจะโดนดูถูกและโดนตราหน้าว่าไม่มีอะไรดี ไม่ว่าทักษะโดยธรรมชาติจะเป็นยังไง ก็ยังนับว่าดีที่เขามีมันได้

ทักษะอำพรางของซานเอ๋อที่มองไม่เห็นนี้ อาจเป็นทักษะที่ดีมากก็ได้

ซื่อเหนียงยื่นมือออกมาลูบหัวเย่ว์หยางอย่างสบายใจ “ซานเอ๋อ! ซื่อเหนียงยินดีกับเจ้าจริงๆ ด้วยการอำพรางที่เป็นทักษะธรรมชาตินี้ เจ้าจะประสบผลสำเร็จในอนาคตอย่างแน่นอน”

เด็กหญิงเห็นมารดาลูบศีรษะเย่ว์หยาง จึงยื่นมือน้อยๆ ออกไปที่ศีรษะเขาบ้าง

ทันทีที่มารดาเห็นความซุกซนของเธอ หญิงงามรีบวางเธอลง

หญิงงามสงบจิตใจได้แล้วจึงส่งสัญญาณให้เย่ว์หยางเปิดคัมภีร์อัญเชิญต่อ “เปิดคัมภีร์หน้าต่อไปซิ, ซานเอ๋อ! ดูสัตว์ผู้พิทักษ์ของเจ้า… ชวงเอ๋อ! อยู่นิ่งๆ สิลูก, ให้พี่เค้าเปิดหน้าต่อไป, ทำตัวดีๆ นะ มายืนข้างแม่ตรงนี้ เข้าใจไหม? เอ๊ะ, นี่หมอกหรือ? ขาวโพลนไปหมด.. สัตว์พิทักษ์ของเจ้าเป็นชนิดหมอกหรือ? ก็ไม่เลว แม้ว่าสัตว์ชนิดที่เป็นองค์ประกอบธาตุเติบโตช้า, แต่พวกมันทรงประสิทธิภาพจริงๆ สัตว์รูปแบบแข็งแกร่งและสัตว์รูปแบบนักสู้ ในระดับขั้นต่อไปพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้น ตราบเท่าที่พวกมันไม่ใช่สัตว์รูปแบบพิเศษก็ถือว่ายังดี! ฮืม.. ซานเอ๋อ, สัตว์พิทักษ์ของเจ้าดีจริงๆ นะ”

ซื่อเหนียงปรบมือสบายใจพร้อมกับยิ้มออกมา

ส่วนเย่ว์หยางกลับตะลึงแทน

เพราะสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่หมอกขาว แต่เป็นรูปเงาดำ เงาที่ดูเหมือนจะเป็นเงาของเขาเอง!

ด้านล่างของเงา มีคำอธิบายไม่กี่บรรทัด เป็นคำอธิบายถึงสัตว์ผู้พิทักษ์ของเขา

เงาปีศาจ: รูปแบบพิเศษ, ระดับ 1, ท่านสามารถควบคุมเงาตนเอง แต่ละเงาจะมีความเข้มแข็งของท่านอยู่ครึ่งหนึ่ง และยังรวมหลายเงาเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มขนาดของมันได้ด้วย

เย่ว์หยางค่อยๆวางมือลงบนภาพเงาปีศาจขณะที่ใต้นิ้วมือเขาเริ่มเรืองแสง

“อย่างนี้นี่เอง..”

ขณะเดียวกัน ความรู้เกี่ยวกับการเรียกสัตว์ผู้พิทักษ์ก็แว่บเข้ามาในใจ

ในทวีปมังกรทะยาน ตราบใดที่ท่านยังฝึกหนัก ท่านอาจจะได้เรียนทักษะการอัญเชิญอย่างหนึ่งหรือสองอย่างหรืออาจทำสัญญากับสัตว์อสูรที่จะเรียกก็ได้ แม้ว่าท่านจะเป็นนักรบธรรมดา แต่เพราะพวกเขาไม่มีคัมภีร์อัญเชิญ จำนวนสัตว์อสูรที่พวกเขาจะเรียกมาได้จึงมีอย่างจำกัด ปกติ นักรบคนหนึ่งอาจทำสัญญากับสัตว์อสูรได้เพียงหนึ่ง มีเพียงนักรบอัจฉริยะไม่กี่คนอาจทำสัญญาได้ถึงสอง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้คัมภีร์ไม่มีข้อจำกัดในการทำสัญญา

ทุกๆ หน้าในคัมภีร์อัญเชิญจะถูกเปิดเพื่อทำสัญญากับสัตว์อสูร จนกว่าจะเต็มทุกหน้า.

แต่ประโยชน์ที่ดีที่สุดของคัมภีร์อัญเชิญไม่ใช่เรื่องข้อจำกัดในการทำสัญญา แต่เป็นเรื่องยอมให้ผู้ใช้คัมภีร์มีสัตว์พิทักษ์เป็นของตนเอง พวกมันจะไม่ตายไม่ทรยศเจ้านายพวกมัน สัตว์พิทักษ์จะเติบโตไปพร้อมกับเจ้านายของตน ไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติม ตราบใดที่ผู้ใช้ยังมีความสามารถในการเพิ่มพลัง หรือว่าคัมภีร์อัญเชิญเพิ่มระดับขึ้นไปอีก สัตว์ผู้พิทักษ์ก็จะแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นด้วย

“เอ๊ะ?”

เย่ว์หยางอยากจะเรียกเงาออกมา เพื่อดูว่ามันดูเหมือนอะไร

แต่ที่ทำให้เขาสับสนคือ เขาเรียกพวกมันออกมาไม่ได้

จากความรู้ที่เขาได้ สาเหตุที่ทำให้การอัญเชิญล้มเหลวเพราะพลังอัญเชิญ (มานา)ของเขาไม่พอ เย่ว์หยางรู้สึกได้ในใจว่าการอัญเชิญเงาปีศาจของเขาอย่างน้อยต้องใช้พลังมากกว่าเรียกสัตว์อสูรทั่วไปถึง 10 เท่า

“เป็นอะไรไป?” ซื่อเหนียงเห็นเย่ว์หยางมีสีหน้าแปลกใจ จึงถามด้วยความกังวล “เกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่มีอะไร พลังอัญเชิญของข้าไม่พอเรียกสัตว์พิทักษ์ในตอนนี้” เย่ว์หยางส่ายหัวขณะที่มีความคิดแว่บเข้ามาในใจ. เงาปีศาจผู้พิทักษ์นี้น่าจะเก็บไว้เป็นความลับ ถึงเขาจะเรียกมาในเวลาอื่น เขาจะไม่เรียกต่อคนอื่นโดยง่ายแน่

สัตว์พิทักษ์นั้นควรเก็บไว้เป็นอาวุธลับของเขา

“เหรอ? ซานเอ๋อ! เจ้าไม่ต้องกังวลไป การอัญเชิญสัตว์รูปแบบองค์ประกอบธาตุจำเป็นต้องใช้พลังอัญเชิญมาก เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเจ้าเรียกไม่ได้ ก็เพราะยังอยู่ในระดับเริ่มต้น สัตว์ผู้พิทักษ์ของเจ้า จะช่วยให้เจ้าเติบโตอย่างแน่นอน” หญิงงามรีบปลอบเย่ว์หยาง

“แน่นอน, ข้าจะมุ่งมั่นฝึก จะได้เรียกมันออกมาได้เร็วๆ” เย่ว์หยางพูดอย่างนั้นก็จริง แต่ใจคิดไปอีกอย่าง

แม้ความรู้ในความทรงจำของเขา เขารู้ว่าพลังธรรมดาใช้เรียกสัตว์อสูรได้

ถ้าเป็นแค่เรียกสัตว์ประจำธาตุโดยปกติ เย่ว์หยางมั่นใจว่าเขาคงเรียกออกมาได้

อย่างไรก็ตาม เงาปีศาจของเขาต้องใช้พลังอัญเชิญมากกว่าอัญเชิญแบบอื่นถึง 10 เท่า มันมากเกินไป! ตอนนี้เขายังอยู่ในระดับ 1 ถ้าเขาได้ปรับระดับขึ้นสูงกว่านี้เขาเกรงว่าจำเป็นต้องใช้พลังมากตามไปด้วย.. ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ถึงกับแย่นัก เพราะพลังเพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องใช้อยู่ดี สัตว์พิทักษ์ที่เขาเรียกออกมาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เงาปีศาจของยิ่วหยางต้องใช้พลังอัญเชิญถึง 10 เท่าเมื่อเทียบการอัญเชิญทั่วไป พลังที่ได้ก็ต่างกันเหมือนความต่างระหว่างปืนไรเฟิลกับธนู แม้ว่าทั้ง 2 เป็นอาวุธยิงไกล แต่พลังก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ความรู้ยังแว่บผ่านมาในความทรงจำเขาอีก เย่ว์หยางพบว่าข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเงาปีศาจของเขากับสัตว์พิทักษ์ของคนอื่นๆไม่ใช่เรื่องพลังของมัน

แต่เป็นระยะเวลาที่เรียก

สัตว์อสูรที่นักรบทั่วไปเรียกออกมาในแต่ละครั้ง จะหายไปภายในเวลา 1 ชั่วโมง

ในทางกลับกัน ยอดนักรบอาจเรียกมาได้นานถึง 2 – 3 ชั่วโมง

มียอดอัจฉริยะอาจเรียกออกมาได้นานถึง 5 ชั่วโมง แต่คนประเภทนี้หาได้ยาก

เย่ว์หยางเอามือแตะที่ภาพเงาปีศาจในคัมภีร์ แม้ว่าเขายังจะเรียกมันออกมาไม่ได้ แต่เขายังคงรู้สึกได้ถึงพลังของเงา เขารู้สึกได้ถึงพลังที่สั่นสะท้านอยู่ในใจเขา หลังจากรู้สึกถึงเงาได้อย่างใกล้ชิด เขาแปลกใจที่พบว่าเงาของเขาจะอยู่ได้นานถึง 10 วัน ถ้าเขาเรียกออกมาได้

“บัดซบเอ๊ย….” อยู่ๆ เย่ว์หยางสบถขึ้นมาเหมือนเป็นโรคประสาท ความลับนี้ต้องไม่ยอมให้คนอื่นรู้ มิฉะนั้นเขาคงถูกมองเป็นสัตว์ประหลาดและโดนลักพาตัวไปทดลองในห้องแล็บฯ แน่

“พี่เสี่ยวซาน, “บัดซบ” หมายความว่าไงเหรอ?” เด็กหญิงทำตาปริบๆ อยากรู้อยากเห็นถามด้วยความไร้เดียงสา

“อา..มันเป็นความสามารถพิเศษของสัตว์ในตำนานที่แข็งแกร่งมาก เมื่อถูกปล่อยออกมา มันจะข่มขู่ศัตรู จนอาจทำให้ศัตรูเป็นบ้าได้, คลั่ง, มันจะทุบอกพวกเขาอย่างแรง จิกผมของคนกระทืบเท้าพวกเขา จับหัวกระแทกฝาผนังและทำอย่างอื่นที่ท้าทายผู้คน นี่เป็นความสามารถที่มีผลมากต่อสุภาพสตรี แต่ไม่มีผลกับคนที่หนังหนาหรือมีการป้องกันทางจิตสูง..เจ้ารู้ไหม สัตว์ในตำนานชนิดนี้ปกติจะอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในทะเลทราย มันชอบกินหญ้าอย่างสบายอารมณ์ภายใต้แสงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชอบนอนในร่องลึกกินหญ้าเติบโตในพื้นที่นั้น แล้วทำไมมันถึงทรงพลังนัก? มันทรงพลังมาก มากกว่าสัตว์อสูรในตำนาน อย่างเช่นปูสวรรค์ไร้เทียมทาน มันไม่เคยพ่ายแพ้ใคร  มันอาจเทียบชั้นได้กับสัตว์อสูรในตำนานอย่างตะกวดชาร์คและผีเสื้อเหิน เอาล่ะ ข้าชักจะอธิบายมากไปแล้ว มันไม่ดีนะถ้าเราคุยรายละเอียดมากไป”

เย่ว์หยางอธิบายให้เด็กหญิงผู้อยากรู้อยากเห็นอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

หญิงงามคิดว่าเด็กคนนี้กังวลเกินไปที่เขาเผลอพูดเหลวไหลในตอนแรก

แต่หลังจากเห็นเขาอธิบายอย่างซื่อสัตย์จริงใจ นางแทบเชื่อโดยสนิทใจว่า สัตว์อสูรในตำนานชื่อประหลาดอย่างนั้นมีอยู่ในโลกนี้จริงๆ

แน่นอน นางรู้ดีว่าสัตว์อสูรในตำนานใช่ว่าจะอัญเชิญกันได้ง่าย แม้แต่ผู้อัญเชิญระดับสุดยอดยังอัญเชิญสัตว์อสูรในตำนานได้ไม่กี่ชนิด ประสาอะไรกับเด็กเริ่มฝึกระดับ 1 ดังนั้นจึงต้องมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า

นางรีบเตือนเย่ว์หยางว่า “ซานเอ๋อ! สัตว์ในตำนานเหล่านี้ทรงพลัง ดังนั้นพวกมันจะไม่ทำสัญญากับผู้อัญเชิญอ่อนแอ ตอนนี้อย่างเพิ่งคิดถึงเรื่องนั้น เจ้าจงฝึกทักษะการอัญเชิญให้ดีก่อนและตั้งใจเพิ่มระดับพลังอัญเชิญให้ได้ … ปีนี้อาจจะช้าเกินไป แต่ปีหน้า ลุงของเจ้ากับข้าจะส่งเจ้าเข้าโรงเรียน เจ้าควรพากเพียรให้มาก  ข้ารู้ว่าเจ้าจะประสบความสำเร็จในอนาคตได้”

“ครับ, ครับ” เย่ว์หยางปาดเหงื่อออก โชคดีที่นางไม่ได้ยินคำสบถของเขา ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนตบปากแน่

หลังจากส่งซื่อเหนียงผู้อารมณ์ดีและเด็กหญิงที่ไม่ค่อยเต็มใจออกไปแล้ว ในที่สุดเย่ว์หยางถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เขาปกปิดสถานะตนเองได้แล้ว นางคงนึกไม่ถึงนะว่าเขาคือตัวปลอม

อย่างไรก็ตาม จะเกิดอะไรขึ้นกับเขาในอนาคตข้างหน้า?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top