*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 83: งานยุ่ง

 132 Views

แน่นอนว่าเหยินปาเชียนนั้นไม่รู้ตัวว่ามีอะไรเกิดขึ้นในสถานที่อีกแห่ง นับจากวันนั้น เขาก็งานยุ่งมาตลอด

 

เขาไม่ได้สนใจแม้แต่เรื่องเครื่องทำความเย็นด้วยซ้ำ

 

เมื่อถงเจี่ยประกอบตัวถังส่วนนอกเสร็จแล้ว เหยินปาเชียนก็ส่งเรื่องไปให้ผู้ดูแลฉี

 

สำหรับราคาขายของเครื่องทำความเย็นนั้น 1 ตัวจะขายเป็นเงินอยู่ที่ 15 ตำลึง ยังไงซะ ผู้ที่ซื้อสิ่งของเหล่านี้ก็ต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่มีปัญหาถ้าหากเครื่องทำความเย็นมีราคาแพง

 

เครื่องทำความเย็นเครื่องนี้ทำได้ง่ายมาก แน่นอนว่ามันสามารถทำกำไรให้เหยินปาเชียนได้ ถึงยังไงก็เถอะ เมื่อเข้าสู่ตลาดแล้ว ก็จะมีการลอกเลียนแบบในไม่ช้า

 

ถึงแม้ว่าชาวต้าเย่าจะทำธุรกิจไม่เก่ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้โง่ พวกเขาสามารถหาคนทำเลียนแบบเครื่องทำความเย็นได้อย่างง่ายดาย เพียงเขาวางเงินไว้ใต้เท้า ไม่มีความเป็นไปได้เลยที่พวกเขาจะไม่รู้วิธีก้มหยิบเงิน

 

ถึงแม้ว่าคนต้าเย่าจะโง่ก็จริง แต่ก็ยังมีพ่อค้าเหล่านั้นจากแคว้นอื่นอีก

 

ในตอนนี้ เหยินปาเชียนไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าหลายร้อยตำลึงจะไม่ใช่เงินก้อนเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขาแต่อย่างใด

 

เขาไม่รู้ว่าเครื่องทำความเย็นจะดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก ทันทีที่ผู้ดูแลเอาไว้ในร้านที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ที่ถนนจิ่งหยาง

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ผู้ดูแลฉีสาธิตให้เห็นว่ามันสามารถปล่อยลมเย็นได้ด้วยการใส่ก้อนน้ำแข็งเข้าไป จากเครื่องทำความเย็นทั้งหมด 20 ตัวได้ถูกขายในวันนั้น 7 ตัว ส่วนที่เหลืออีก 13 ตัวถูกขายในวันที่สองจนหมด

 

ยอดขายนั้นดีกว่าที่เหยินปาเชียนคาดไว้

 

ในความเป็นจริง มีบางอย่างที่เหยินปาเชียนไม่รู้ นับตั้งแต่องค์จักรพรรดินีได้รับเครื่องทำความเย็น นางมักใช้มันในระหว่างการประชุมราชสำนัก คนรับใช้ของนางก็เกิดความอยากได้ขึ้นมา

 

เพราะฉะนั้น เมื่อเครื่องทำความเย็นถูกนำมาตั้งโชว์ในร้านของเหยินปาเชียน มันจึงถูกขายจนหมดหลังจากที่มีคนพบเข้า

 

เครื่องทำความเย็น 20 ตัวทำกำไรเป็นเงินเพิ่มอีก 200 ตำลึง ผู้ดูแลฉีรู้สึกทึ่งในผลลัพท์นี้ เขาไปตามหาเหยินปาเชียนแล้วบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทันที

 

เมื่อได้ยินข่าวนี้ เหยินปาเชียนก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขารู้แน่ว่าเครื่องทำความเย็นจะถูกขายหมด แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

 

เขาบอกผู้ดูแลฉีให้กลับไปที่ร้านนั้น แล้วสั่งทำเครื่องทำความเย็นอีก 100 ตัว เขาเชื่อว่าพวกเขาเองสามารถขายเครื่องทำความเย็นอีก 1 ชุดได้

 

หลังจากที่มอบหมายเรื่องนี้ให้กับผู้ดูแลฉีแล้ว เหยินปาเชียนก็ยังคงทำงานที่สำนักหงหลูต่อไป

 

 

 

เมื่อพิธีเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินีใกล้เข้ามา ก็มีผู้คนเข้ามาในเมืองหลานมากขึ้น

 

พวกเขาส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจในต้าเย่า เนื่องจากพวกเขามักจะส่งคาราวานไปยังต้าเย่าอยู่เป็นประจำ พวกเขาจึงมีความแม่นยำมากในเวลาที่ต้องเดินทางไปยังต้าเย่าจากแคว้นของพวกเขา โดยปกติแล้ว พวกเขาจะไปถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนกำหนด

 

ณ ตอนนี้ มีผู้คนกว่า 70 คนได้มาถึงเมืองหลานแล้ว ส่วนใหญ่เป็นขบวนรถม้า นอกเหนือจากของขวัญสำหรับองค์จักรพรรดินีและพระบรมวงศานุวงศ์แล้ว พวกเขายังนำสินค้าจำนวนมากมาด้วย

 

มีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์จนถึงพิธีเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี เหยินปาเชียนเชื่อว่าคนอื่น ๆ จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาต้องพยายามอย่างหนักอีกหลายวันกว่าเขาจะได้พักผ่อนในที่สุด

 

เหยินปาเชียนโยนแปรงเขียนออกไป เหยียดหลัง แล้วก็หาวออกมา

 

เขางานยุ่งมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยังไงซะ มันก็ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา ในปัจจุบัน เขาต้องตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ จัดการกำลังคน และแม้กระทั่งไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่าง ๆ

 

เช่นเดียวกับที่เหยินปาเชียนคาดการณ์ไว้ คนที่มาที่นี่ไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป ไม่มีใครมีจิตใจที่ดีเลย พวกเขาทุกคนเคยกดขี่ข่มเหงผู้คนในแคว้นของตน

 

“เจ้ามองข้าทำไม ?”

 

“แล้วทำไมข้าถึงมองเจ้าไม่ได้ ?”

 

“เห้ยพูดงี้ได้ไงวะ ? ไอ่ซั้ซ ! เล่นแม่งเลย !”

 

ข้อพิพาทส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องแนวนี้

 

ในโลกนี้ มีบุคคลที่น่าเกรงขามเยอะมาก เหยินปาเชียนเพิ่งได้เห็นเมื่อไม่นานมานี้ ขุนนางที่เย่อหยิ่งจอมกดขี่เหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยเสียได้เลยแม้อยู่ในต้าเย่าก็ตาม

 

แม้แต่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ก็มีคนเช่นนี้อยู่มากมายเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในสังคมศักดินาเลย

 

ถึงแม้ว่าจะมีการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่พวกเขาก็ยังไม่สนใจอะไรเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ร้อนระอุ

 

ไม่กี่วันมานี้ เหยินปาเชียนกะแขวนคออีกสามคนให้ตาย เขาได้แขวนคอพวกนั้นทั้งเป็น

 

สงผีคล้องเชือกไว้ที่คอของแต่ละคนแล้วดึงขึ้น ทั้งสามคนดิ้นรนไม่หยุดจนพวกเขาหยุดหายใจ

 

วิธีการดังกล่าวเป็นการข่มขู่เหล่าขุนนางที่เย่อหยิ่งจอมกดขี่ได้เป็นจำนวนมาก

 

ตอนนี้เหยินปาเชียนเป็นเหมือนผีร้ายในสายตาของพวกเขา

 

เหยินปาเชียนนั้นดูเหี้ยมโหดมาก นอกจากนี้ เขายังทำหน้าทำตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเมื่อเขาได้สั่งฆ่าใครก็ตาม หน้าตาที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใสของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

 

ขุนนางเหล่านี้เคยเห็นคนกำลังถูกฆ่า บางคนเคยแม้กระทั่งฆ่าคนมาก่อน อย่างไรก็ตาม การกระทำของเหยินปาเชียนยังทำให้สั่นลึกลงในกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาได้เห็นสงผีที่ดูคล้ายสัตว์ประหลาดอยู่ข้างหลังเขา

 

หลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตราบใดที่เหยินปาเชียนและสงผีอยู่ที่นั่น ทุกคนก็จะกระจัดกระจายกันไปเหมือนนกกระจอกแตกรัง

 

ข่าวเหตุการณ์เหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลาน

 

หลายคนรู้อยู่แล้วว่าผู้รักษาการแทนหงหลูผู้ใจดีและอ่อนโยนนั้นดูเหมือนจะเป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมและไร้ความเมตตา

 

ขุนนางจากแคว้นอื่นทั้งสามเกลียดชังเหยินปาเชียนเข้ากระดูกดำ พวกเขาอยากจะฆ่าเขาให้ตาย พวกเขาคิดอย่างไม่หยุดหย่อนว่าพวกเขาจะทรมานเหยินปาเชียนได้อย่างไรถ้าเขาตกอยู่ในกำมือของพวกเขา

 

ถ้าเหยินปาเชียนตกอยู่ในกำมือของพวกเขาจริง พวกเขาจะไม่ปล่อยให้เขาตายอย่างง่ายดาย

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในตอนนี้พวกเขาอยู่ในต้าเย่า พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากมอบตัวให้กับเขา ณ ตอนนี้ พวกเขาทุกคนเชื่อว่าเหยินปาเชียนมีอำนาจมากกว่าพวกเขาในเมืองหลานเสียอีก

 

ในอดีต ทุก ๆ ปีในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี ผู้คนเหล่านี้ก็สร้างปัญหามากมาย อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ จำนวนข้อพิพาทที่เกิดขึ้นลดลงอย่างมาก แม้แต่สำนักรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ยังรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก

 

 

 

ณ ฐานที่มั่นในภูเขา การเดินทางหนึ่งวันจากเมืองหลาน ฉีจี้กำลังใช้มีดแกะสลักหุ่นเชิด ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงไม้ที่บันไดหน้าประตู ชายร่างยักษ์ขี่ม้าเข้ามายังฐานที่มั่น จากนั้นเขาก็กระโดดลงมา แล้วเดินไปหาฉีจี้ “เจ้าเป็นผู้นำชีวิตที่ไร้กังวลมายังที่นี่สินะ”

 

ฉีจี้หัวเราะแล้วตอบกลับ “มันก็ยังดีซะกว่าการจัดการกับไอ้พวกเวรตะไลนั่น ในที่สุดปีนี้ข้าก็ไม่ต้องเห็นหน้าไอ้พวกเวรนั่นแล้ว พระองค์จะให้ข้าเข้าไปในกองทัพ และข้าก็จะยังคงหมดห่วงอยู่ที่นี่”

 

“ตอนนั้นเจ้าควรได้รับชัยชนะในการรบไปแล้ว” หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้จากชายร่างยักษ์ สีหน้าของฉีจี้ก็เริ่มมืดลงในชั่วพริบตา

 

“ที่สำนักหงหลูเป็นยังไงบ้าง ? พ่อหนุ่มนั่นถูกไอ้พวกนั้นทรมานจนตายไปแล้วรึยังเนี่ย ?” ฉีจี้เปลี่ยนเรื่องคุย

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ การแสดงออกทางสีหน้าของชายร่างยักษ์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

“เกิดอะไรขึ้น ?” ฉีจี้ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลังจากได้เห็นการแสดงออกทางสีหน้าของเขา

 

“ฮ่าฮ่า เมื่อไหร่ที่พวกมันเห็นเหยินปาเชียนในตอนนี้ พวกมันก็เหมือนหนูเจอแมวเลยล่ะ”

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ความอยากรู้อยากเห็นของฉีจี้ก็ถูกกระตุ้นทันที เขาถามออกไป “เกิดอะไรขึ้น ? ตอนที่ข้าทำงานอยู่ที่นั่น ไอ้พวกเวรตะไลนั่นเอาแต่สร้างปัญหาให้ข้าทุกวี่ทุกวัน ในตอนนั้น ข้าอยากจะบีบคอพวกแม่งให้ตายไปเลย”

 

ชายร่างยักษ์หัวเราะเสียงดังออกมา แล้วบอกกับฉีจี้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“คราวนี้ไอ้พวกเวรนั่นปอดแหกเป็นบ้า เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกมันเจอเค้า พวกมันก็กลัวแทบตายเลยล่ะ ที่ไหนก็ตามที่เค้ายืนอยู่ ข้อพิพาทก็จะหายไปเอง”

 

ฉีจี้สัมผัสผมสั้น ๆ ของเขาแล้วสบถออกมา “แม่งเอ๊ย ! เมื่อปีที่แล้ว ข้าหักขาคนไป 4 คน แต่ไอ้พวกเวรนั่นก็ไม่เห็นจะสนใจเลย เห็นได้ชัดว่าพวกมันคิดว่าข้าโง่ ในปีหน้า ถ้าพวกมันสร้างปัญหาให้ข้าอีก ข้าจะฆ่าพวกมันด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าพวกมันกำลังจะถวายของขวัญแด่พระองค์ เจ้าไม่คิดว่าข้าอยากจะฆ่าพวกมันบ้างเหรอ ?”

 

ชายร่างยักษ์หัวเราะอีกครั้งแล้วส่ายหน้า จากนั้น เขาก็ตอบกลับ “เจ้าไม่สามารถทำให้พวกมันกลัวได้ เจ้าอาจจะกดขี่ข่มเหงและเจ้าก็ไม่ได้มีความรู้สึกหวาดหวั่นในการฆ่าคน แต่เจ้ายังแตกต่างจากพ่อหนุ่มคนนั้น ตัวเค้านั้นเป็นเหมือนงู ข้าไม่เคยเห็นการกระทำเค้าด้วยตาของตัวเอง แต่ข้าได้ยินมาว่าเค้ามีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ เค้าจะบอกให้สงผีคล้องเชือกไว้รอบคอของพวกมัน แล้วดึงมันขึ้นเพื่อแขวนคอให้ตาย ไม่มีอะไรน่ากลัวในการฆ่าคนด้วยดาบ เค้าสามารถยิ้มและเอาใจเจ้าขณะแทงมีดผ่านทะลุหัวใจของเจ้าได้ มันต้องเป็นการฝังความกลัวลงไปในหัวใจของผู้คนอย่างแน่นอน”

 

ฉีจี้ปามีดในมือของเขาและปักไว้บนกระดานไม้ตรงหน้าเขา เขาไม่อยากเชื่อว่าพ่อหนุ่มที่ดูอ่อนแอนั่นทำงานได้ดีกว่าเขา และเขาก็รู้สึกท้อแท้เล็กน้อย

 

“แม่งเอ๊ย !” ในตอนแรก ข้ายังคิดว่าพ่อหนุ่มนั่นจะถูกทรมานจนตายซะแล้ว ข้ากำลังคิดอยู่ว่าเหตุใดพระองค์ถึงไม่ส่งคนที่น่าเกรงขามมา ข้าไม่คิดว่าพ่อหนุ่มนั่นจะเป็นคนที่น่าเกรงขาม” ฉีจี้สบถออกมา จากนั้นเขาก็ตบต้นขาของชายร่างยักษ์แล้วถามออกมา “เจ้าได้ยินมาจากใคร”

 

“ผู้คนที่มาจากแคว้นเฉินบอกข้ามา” ชายร่างยักษ์หัวเราะเบา ๆ

นิยายทั้งหมด

ตอนล่าสุด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top