*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

BDC ตอนที่ 36 ลดราคาลงหน่อยได้หรือไม่ (2)

 147 Views

ตอนที่ 36 ลดราคาลงหน่อยได้หรือไม่ (2)

 

“ข้าก็มีแต่เม็ดยากระหายเลือดขวดนี้เท่านั้น” เย่เฉินยักไหล่แบมือ แสดงออกให้เห็นเป็นเชิงว่าอับจนหนทางแล้ว “ผู้อาวุโสสามารถรับมันไปได้เลย หากท่านคิดว่ามันมีมูลค่าเท่ากับสองร้อยหินวิญญาณ”

 

“เจ้าหนุ่ม อย่ามาทำตัวอ้อมค้อมน่า! ตรงไปตรงมาสักหน่อยเถอะ!” ผางต้าห่ายรีบยัดขวดสีดำใบเล็กนั้นใส่อกเสื้อ วางท่าสั่งสอนเย่เฉินอย่างเสแสร้ง

 

“เม็ดยากระหายเลือดนี้มีพิษร้ายแรงเกินไป ข้าจะเก็บพวกมันไว้ก็แล้วกัน แล้วเจ้าก็รับเอาขวดน้ำเต้าทองม่วงใบนี้ไปได้เลย”

 

ได้ยินผู้แซ่ผางกล่าวตอบเช่นนี้แล้ว เย่เฉินก็ยอมลงให้ ทว่าริมฝีปากกลับบิดเบ้เล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าผางต้าห่ายผู้นี้ต้องการเม็ดยาเหล่านั้นแทบตาย ทว่ากลับวางท่าเสแสร้งเป็นคนดีมีศีลธรรม ราวกับว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ตนขาดทุนอย่างใหญ่หลวงเสียแล้ว

 

เย่เฉินหยิบเอาหินวิญญาณจำนวนหนึ่งพันหนึ่งร้อยก้อนออกมาขณะที่ลอบแช่งชักหักกระดูกผางต้าห่ายอยู่ในใจ

 

“ขวดน้ำเต้าทองม่วงใบนี้เป็นของเจ้าแล้ว”

 

“ขอบคุณผู้อาวุโส”

 

เย่เฉินซุกเก็บน้ำเต้าทองม่วงไว้ในอกเสื้อ รีบเผ่นแผล้วออกมาจากหอหมื่นทรัพย์ ด้วยเกรงว่าผางต้าห่ายจะกลับคำและขโมยเอาขวดน้ำเต้ากลับไป

 

ผางต้าห่ายหยิบเอาขวดสีดำใบเล็กนั้นออกมาเชยชมทันทีที่เย่เฉินจากไป

 

“อา เม็ดยากระหายเลือดจากตำหนักกระหายเลือด! ครานี้ข้าได้เจอโชคลาภใหญ่หลวงแล้วจริงๆ” ผางต้าห่ายหัวร่อฮิฮะ ถือขวดสีดำใบเล็กไว้ในมืออย่างทะนุถนอม

 

ฝั่งเย่เฉินนั้น กำลังนั่งขัดสมาธิและหยิบเอาขวดน้ำเต้าทองม่วงออกมาถือไว้ หลังจากกลับไปถึงบนเนินเขาเตี้ยๆ แห่งนั้นแล้ว

 

เขาขยับปลายนิ้วผ่านมีดสั้น โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนขวดน้ำเต้า จากนั้นก็ถูกดูดซับไปอย่างรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม ศาสตร์ลับที่เย่เฉินใฝ่หานั้นกลับไม่ได้ปรากฏขึ้นมา ในน้ำเต้าไม่ได้มีศาสตร์ลับใดๆ ซ่อนอยู่เลย นี่ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง

 

“หนึ่งพันสามร้อยหินวิญญาณของข้า!” เย่เฉินเดาะลิ้น แกว่งขวดน้ำเต้าในมือไปมา รู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงปริมาณหินวิญญาณที่สูญเสียไป “ข้าตั้งใจจะซื้อน้ำยาวิญญาณมาบ่มเพาะสักหลายขวดแท้ๆ แต่กลับต้องมาทุ่มเททรัพย์สมบัติทั้งหมดลงไปที่เจ้าเสียแล้ว”

 

“เฮ้อ!”

 

เย่เฉินสะบัดมือคราหนึ่ง เก็บขวดน้ำเต้าใบเล็กกลับเข้าไปในถุงเก็บของ

 

เขากลับไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย ว่ามีประกายแสงสีม่วงทองสว่างวาบขึ้นมาอย่างลึกลับในวินาทีที่เขาวางขวดน้ำเต้ากลับไปในถุงเก็บของ

 

เย่เฉินหยิบเอาม้วนตำราเก่าแก่โบราณออกมาแล้วเริ่มอ่านเนื้อหาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

แก่นแท้ของการสกัดกลั่นสิ่งของนี้นับว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา กว่าเย่เฉินจะทำความเข้าใจกลิ่นอายที่ประกอบอยู่ในม้วนตำราได้ก็เสียเวลาไปถึงเก้าชั่วโมง ชายหนุ่มไม่ยอมวางม้วนตำราลงจนกระทั่งวิธีการสกัดกลั่นนั้นได้ฝังลึกลงในจิตใจของเขาอย่างแน่นหนาแล้ว

 

กระบวนการสกัดกลั่นไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก ทว่าจำต้องใช้สมุนไพรวิญญาณสิบกว่าชนิดเป็นวัตถุดิบ เพียงแต่สมุนไพรเหล่านี้ก็ไม่ได้หายากเท่าไหร่ จึงทำให้เย่เฉินผ่อนคลายลงได้บ้าง

 

ยามนี้ ดวงอาทิตย์ลอยตระหง่านอยู่บนท้องนภาเรียบร้อยแล้ว

 

เย่เฉินเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า หมุนกายโผทะยานขึ้นสูง จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาด้านหลังสำนักเหิงเยว่

 

หากเปรียบเทียบปริมาณพลังปราณในภูเขาวิญญาณ ณ ที่แห่งนี้พลังวิญญาณจะไม่หนาแน่นเท่าใดนัก ทว่าก็ยังใช้เพาะปลูกพืชสมุนไพรได้ดี บรรดาศิษย์สำนักเหิงเยว่หลายคนมักจะมาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวหญ้าวิญญาณกลับไป

 

เย่เฉินเสาะพบสมุนไพรวิญญาณชนิดต่างๆ ดังที่บันทึกไว้ในตำราโบราณขึ้นอยู่ดกดื่นเป็นพุ่มหนา ทั้งยังออกดอกงอกงาม หลังจากค้นหาเช่นนี้ไปหนึ่งชั่วโมง เขาก็เก็บรวบรวมวัตถุดิบจำพวกสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดได้เกือบครบถ้วน

 

เย่เฉินตรวจสอบรายชื่อสมุนไพรทั้งหมดอีกครั้ง แล้วจึงกล่าวขึ้นกับตัวเอง “เหลือเพียงดอกอวี้หลานหิมะ (ดอกแมกโนเลียหิมะ)เท่านั้น”

 

“ดอกอวี้หลานหิมะนี้หาได้ยากยิ่ง บางทีมันอาจไม่ได้เติบโตอยู่ที่นี่ก็เป็นได้” เย่เฉินบ่นพึมพำ กระโจนเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อขุดคุ้ยหาอย่างขะมักเขม้น

 

ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้! ไม่ช้าเขาก็กลับได้พบดอกอวี้หลานหิมะเข้าให้ดอกหนึ่ง

 

ดอกไม้ชนิดนี้มีความอบอุ่นอยู่ตลอดเนื่องเพราะพลังวิญญาณที่หมุนวนอยู่รอบๆ ทั้งตัวดอกเป็นสีขาวหิมะบริสุทธิ์ ยามเมื่อแตะสัมผัสจึงจะรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบ

 

หลังจากเจอดอกหนึ่งแล้ว เย่เฉินก็ยังไม่ได้รีบร้อนจากไป

 

เนื่องเพราะนี่เป็นครั้งแรกในการทดลองสกัดกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกของเขา ดังนั้นจึงเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะล้มเหลวเสียเป็นส่วนมาก เย่เฉินจึงคิดว่าตระเตรียมดอกอวี้หลานหิมะไว้ให้มากหน่อยจะดีกว่า

 

ไม่ช้า เขาก็ได้เจอดอกที่สอง

 

“ข้าช่างโชคดีจริงๆ” เย่เฉินหัวเราะอย่างเบิกบาน หยิบยืมแรงดีดสะท้อนจากก้อนหิน ดึงเอาดอกไม้ออกมา

 

ชั่วขณะที่ปลายเท้าของเขาแตะลงกับพื้นดิน ก็มีเสียงร้องแหลมอย่างไม่พอใจเสียงหนึ่งดังขึ้น

 

“ดอกอวี้หลานหิมะนั่นข้าเป็นผู้พบเห็นก่อน” น้ำเสียงนั้นเย็นชาจองหองอย่างยิ่ง

 

เงาร่างอันงดงามพุ่งวาบออกมาจากดงดอกไม้ ดูไปก็งดงามราวกับดอกโบตั๋นกลางแสงจันทร์

 

คนผู้นี้ดูเหมือนว่าจะเป็นซูชิงเยว่ หญิงงามปากกล้าจากยอดเขาเหรินหยางผู้นั้นนั่นเอง


***************

อ่านแล้วชอบเข้ามากดไลค์นะครับ

แฟนเพจ จักรพรรดิยุทธ์อมตะอหังการ์ BDC –นิยายแปล

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top