*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

BDC ตอนที่ 33 หอว่านเป่า (1)

 159 Views

ตอนที่ 33 หอว่านเป่า (1)

 

เย่เฉินลอบออกไปจากสวนวิญญาณย่อย แทรกตัวผ่านพุ่มไม้หนาทึบเข้าไปในป่า แล้วทรุดกายนั่งขัดสมาธิลงบนโขดหินขนาดใหญ่

 

กร๊อบ!

 

กร๊อบ!

 

ผ่านไปเพียงครู่เดียว กระดูกของเขาก็หดตัวกระแทกเข้าหากันดังกรอบแกรบ

 

หลังจากสกัดกลั่นร่างกายไปถึงสามชั่วโมงเต็มๆ ร่างของเย่เฉินก็อาบย้อมไปด้วยหยาดเหงื่อ โซเซราวกับจะล้มพับไปได้ทุกเมื่อ เขาค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับความเจ็บปวดเสียดแทงที่แล่นปราดไปทั่วราวกับจะฉีกกระชากร่างกายของเขาออกจากกัน

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากการสกัดกลั่นร่างกายนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง เย่เฉินรู้สึกได้ว่าร่างกายของตนนั้นแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า หลังจากทำการสกัดกลั่นด้วยการฝึกฝนศาสตร์ลับผลาญฟ้าไปแล้วรอบหนึ่ง พละกำลังที่เก็บสะสมไว้ในกล้ามเนื้อนั้นก็ทำให้เขาแตกตื่นยินดีขึ้นมา

 

เย่เฉินนั่งอาบแสงจันทร์และแสงดาวอันนวลผ่อง สูบกลืนพลังวิญญาณบริสุทธ์ที่ล่องลอยอยู่ในภูเขา หลังจากที่ควบรวมพลังกายขึ้นมาเคลือบคลุมร่างไว้เรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เขาก็กระโดดลงมาจากหินใหญ่ก้อนนั้น

 

จากนั้น เขาก็เริ่มฝึกฝนทักษะต่อสู้ในระยะประชิดที่ได้บรรยายไว้ในแบบฉบับอสูรประชันเล่มนั้น เมื่อผสมผสานเข้ากับร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานแล้ว พลังโจมตีของเย่เฉินก็นับว่าแกร่งกร้าวอย่างยิ่ง

 

ลำแสงแรกแห่งทิวาเริ่มเฉิดฉายขึ้นมาทางทิศตะวันออก ขณะที่เย่เฉินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

 

ยามเช้าตรู่เช่นนี้ พลังวิญญาณจะหนาแน่นที่สุด อีกทั้งกลิ่นอายของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั้นก็จะสดใหม่และบริสุทธ์ที่สุด เมื่อเย่เฉินปีนไต่ขึ้นไปถึงบนยอดเขาวิญญาณแห่งสำนักเหิงเยว่ ก็มีศิษย์หลายคนเดินออกจากที่พักมาก่อนแล้ว

 

“เย่เฉิน!”

 

ทุกสายตาของบรรดาศิษย์ที่นั่งขัดสมาธิกำหนดลมหายใจอยู่บนก้อนหินต่างก็เหลือบมองมาที่เขาอย่างพรั่นพรึง

 

ยามนี้ เหล่าศิษย์ส่วนใหญ่ต่างก็ไม่กล้าดูหมิ่นดูแคลนศิษย์ฝึกหัดคนใหม่ผู้นี้อีกต่อไป หลังจากการประลองที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ชื่อเสียงของเย่เฉินก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งสำนัก ถึงจิตใจอันแข็งกร้าวไม่ยอมผ่อนปรนยามที่ท้าทายเก่อหงต่อหน้าธารกำนัลในยามนั้น

 

“เจ้าหนุ่มนี่เป็นที่จับตามองก็เพราะการประลองเมื่อวานนี้ ทว่าต่อไปภายภาคหน้า เขาต้องได้รับความทุกข์อย่างแสนสาหัสแน่นอน”

 

ศิษย์จำนวนมากพากันซุบซิบนินทาขณะที่ชี้ไม้ชี้มือมายังเย่เฉิน

 

“เก่อหงจะกล้ำกลืนความแค้นครั้งนี้ไปได้อย่างไรกัน”

 

“จะว่าไปแล้วข้าก็นึกขึ้นมาได้ ศิษย์สายตรงคนหนึ่งของท่านเก่อหงเพิ่งออกมาจากการกักตนฝึกวิชา ดูเหมือนจะเลื่อนระดับไปได้เรียบร้อยแล้ว เขายังกล่าวข่มขู่อีกด้วยว่าจะทำให้เย่เฉินต้องกลายเป็นคนพิการ”

 

“จริงหรือนี่ เช่นนั้นก็คงจะมีเรื่องราวน่าสนุกให้ชมดูกันอีกแล้ว”

 

ขณะที่บรรดาศิษย์รอบๆ พากันแอบหัวร่อต่อกระซิกกันเบาๆ นั้น เย่เฉินก็เดินผ่านพวกมันไปอย่างไม่แยแส บนบ่าแบกดาบหนักเอาไว้ ด้วยประสาทการได้ยินอันเฉียบคมจนน่าอัศจรรย์ ชายหนุ่มจึงสามารถรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจไว้ได้ไม่น้อย

 

“ศิษย์สายตรง” ประกายตาของเย่เฉินพลันสว่างวาบ ตระหนักดีว่าวันเวลาต่อจากนี้คงยากจะมีชีวิตอันสงบสุขดังเดิมได้อีก

 

แม้ว่าจะเป็นตอนที่มาถึงที่นี่ใหม่ๆ เขาก็ได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับเก่อหงมามาก ว่าคนผู้นี้เป็นพวกจดจำความแค้นฝังใจ และจะหาทางแก้แค้นศัตรูทุกวิถีทาง เก่อหงจะต้องขวนขวายหาทางโต้กลับเขาโดยไม่เลือกวิธีการอย่างแน่นอน

 

“ข้าคงต้องรีบเลื่อนระดับพื้นฐานฝึกตนของตัวเองเสียแล้ว” เย่เฉินพึมพำขณะที่เร่งฝีเท้าขึ้นมา

 

หลังจากหักเลี้ยวซ้ายขวาอยู่หลายครั้ง ชายหนุ่มก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตำหนักหลังหนึ่ง

 

ตำหนักหลังนี้ดูใหญ่โตโอ่อ่าอย่างยิ่ง รูปทรงตัวตึกเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวกว่าหมื่นจ้าง(1 จ้าง ≈ 3.3 เมตร) ข้างหน้ามีป้ายจารึกตัวอักษร ‘หอว่านเป่า’(หมื่นทรัพย์) ผนึกแน่นอยู่ด้านบน

 

หอว่านเป่านี้เป็นร้านค้าซึ่งขายสิ่งของเครื่องใช้จิปาถะต่างๆ อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตน เป็นต้นว่า พวกสมุนไพรวิญญาณ, น้ำยาวิญญาณ, ผลไม้วิญญาณ, หยกวิญญาณ ยังมีแม้กระทั่งทักษะลับและเครื่องมือวิญญาณ

 

นอกจากข้าวของต่างๆ ดังที่ได้ระบุไปแล้ว ยังมีสมบัติวิเศษอีกมากมายถูกวางขายไว้ที่นี่ แต่แม้จะกล่าวว่าของทุกชิ้นล้วนเป็นสมบัติ ทว่าก็ไม่มีผู้ใดสามารถแยกแยะออกได้ว่าชิ้นใดเป็นของแท้ชิ้นใดเป็นของปลอม

 

บรรดาศิษย์สามารถซื้อหาสิ่งของเหล่านั้นได้โดยใช้หินวิญญาณ หรือจะนำสิ่งของมาขายที่นี่ก็ได้เช่นกัน และเป็นเช่นเดียวกับร้านค้าประจำสำนักที่สำนักเหิงเยว่ การค้าขายที่นี่นับว่ารุ่งเรืองเฟื่องฟูเป็นอย่างยิ่ง

 

“ยามนี้ที่หอว่านเป่าจะมีสิ่งของมีค่าแบบใดอยู่บ้างกันนะ” เย่เฉินก้าวเข้ามา เอ่ยพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วทุ้ม

 

ผู้ซึ่งรับผิดชอบดูแลหอการค้าเป็นชายชราร่างอ้วนหนาเทอะทะ หน้าท้องอวบกลมราวกับลูกหนัง ผู้คนเรียกขานชายชราผู้นี้ว่า ‘ผางต้าห่าย’ ชายชราผางต้าห่ายผู้นี้แตกต่างจากโจวต้าฝูที่เป็นผู้ดูแลหอเครื่องมือวิญญาณโดยสิ้นเชิง ผางต้าห่ายจะคอยจ้องมองดูทุกผู้คนที่ก้าวเข้ามาภายในหอด้วยดวงตาเบิกกว้างสว่างจ้า ไม่มีผู้ใดสามารถเล็ดรอดเข้าไปแอบขโมยสิ่งของได้อย่างแน่นอน

 

“น้อมพบผู้อาวุโส” เย่เฉินก้าวเข้ามาในตำหนัก โค้งกายลงทำความเคารพผางต้าห่าย

 

“จงช่วยเหลือตัวเอง!” ผางต้าห่ายยืนเปลือยอก ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า ดูไปก็คลับคล้ายพระสังกัจจายน์อยู่ไม่น้อย “เจ้าหนุ่ม อย่าได้คิดจะขโมยสมบัติเชียวล่ะ”

 

“ข้าย่อมไม่ทำเช่นนั้น” เย่เฉินหัวเราะขลุกขลักในลำคอ มุ่งตรงเข้าไปยังส่วนในของหอการค้า

 

***************

อ่านแล้วชอบเข้ามากดไลค์นะครับ

แฟนเพจ จักรพรรดิยุทธ์อมตะอหังการ์ BDC –นิยายแปล

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top