*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 82: คนหลากหลายประเภทย่อมมีความคิดที่หลากหลาย

 158 Views

เหยินปาเชียนเดินออกจากฝูงชนแล้วเลี้ยวไปตามถนน เขาเริ่มหน้าซีดและหลังของเขาก็เหงื่อออกอย่างไม่หยุดยั้ง

 

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเขาเองจะสามารถทำอะไรแบบนั้นได้

 

ถึงแม้ว่าเขาจะตกใจในสิ่งที่เขาเพิ่งทำไป จนทำให้เขารู้สึกหวาดผวา

 

คำพูดเหล่านั้นและพฤติกรรมแบบนั้นแตกต่างไปจากที่เขาเคยทำโดยปกติ

 

 

 

เมื่อกลับไปที่สำนักหงหลู เขาก็รีบวิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำ

 

เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ออกคำสั่งให้กระทืบชายที่ยืนอยู่ข้างเขาจนตายด้วยตนเอง มันเหมือนกับเป็นการเหยียบแมลงสาบก็ว่าได้

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจงใจจะไม่ก้มหน้าลงเพื่อดูเหตุการณ์ แต่เขาก็ได้ยินว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะเสียงสุดท้ายที่ฟังดูเหมือนลูกพลับที่โดนเหยียบอย่างไรอย่างนั้น

 

เมื่อคิดภาพลูกพลับที่โดนเหยียบจนเละแล้ว ทำให้เขาถึงกับอ้วกแตกเลยทีเดียว

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ออกมาจากห้องน้ำ และหน้าผากของเขาก็มีเหงื่อออกอย่างผิดสังเกต

 

เหยินปาเชียนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาทำในวันนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่เขารู้ว่าเขาต้องข่มขู่คนเหล่านั้น

 

คนอย่างเหลียนเบ่าเฉิงผู้ซึ่งมาจากตระกูลที่มีอิทธิพล ถูกตามใจและเสียคนตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าหากเหยินปาเชียนไม่ข่มขู่พวกเขาเลย พวกเขาจะต้องก่อเรื่องมากมายในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

 

นอกจากเขาแล้ว คนอื่น ๆ ที่มาจากหลายพันไมล์ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน ในหมู่คนเหล่านี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็นคนดี

 

เช่นเดียวกับนายว่างเปล่าคนนั้น ถ้าสงผีไม่ได้อยู่ข้างเขาในวันนั้น เขาอาจจะตกที่นั่งลำบากก็เป็นได้

 

มีเวลาประมาณ 13 วันก่อนจะถึงงานเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา และก็ยังไม่มีผู้ใดมาเยือนเลย จะมีกลุ่มคนมาเยือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

นี่เป็นงานแรกที่จักรพรรดินีได้รับมอบหมายให้เหยินปาเชียน เขาต้องไม่มักง่ายและต้องทำให้ดีไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม

 

ก่อนหน้านี้ เขายังคงคิดว่าการท่องบทกวีก็เพียงพอที่จะปราบปรามพวกเขาแล้ว ในความคิดรอง เขารู้สึกว่าตัวเขาเป็นคนไร้สาระและคิดง่ายเกินไปแล้ว

 

บางทีคนเหล่านั้นอาจได้รับการศึกษามากกว่า 10 ปี แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาไม่ใช่นักเรียนธรรมดา และยากที่จะคาดเดาถึงสิ่งที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาได้ในอนาคต

 

ในขณะเดียวกัน เขาได้เริ่มคิดถึงเหตุผลที่จักรพรรดิได้มอบภารกิจนี้ให้เขาทำ

 

หลังจากครุ่นคิดเป็นเวลานาน เขาก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงอยู่ดี

 

ไม่ว่ายังไงก็เถอะ นางก็คือองค์จักรพรรดินีที่ได้มอบภารกิจนี้ให้กับเรา เพียงแค่ทำในสิ่งที่เราได้รับคำสั่งก็พอ

 

มันสำคัญมากที่จะต้องพิจารณาเรื่องของขวัญที่เหมาะสมเพื่อถวายแด่องค์จักรพรรดินี มากกว่าที่จะต้องนึกถึงเรื่องนี้

 

 

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนจากไปได้ไม่นาน ผู้คนจากสำนักรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็มาถึง คนส่วนใหญ่ก็ได้แยกย้ายกันไปแล้ว เหลียนเบ่าเฉิงได้เดินจากไปด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวเหมือนคนตายหลังจากที่เหยินปาเชียนเดินจากไป เขาไม่ได้นำศพไปด้วย

 

แน่นอนว่าเขายังต้องอยู่ที่ต้าเย่าอีกหลายวัน และไม่สามารถเก็บศพไว้ข้างตัวเขาได้ นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศในต้าเย่า เขาคาดว่าบ้านจะอยู่ไม่ได้ไปอีกหลายวันทีเดียว

 

ถึงแม้ว่าลูกน้องของนายว่างเปล่าทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ ความสูญเสียของเขาก็ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเหลียนเบ่าเฉิงที่สูญเสียใบหน้าและผู้ช่วยมือขวาของเขาไป

 

เมื่อปลอบใจหญิงรับใช้ของเขาทั้งสองคนแล้ว หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกลึก ๆ เกี่ยวกับความน่ากลัวของเหยินปาเชียน

 

ครั้งก่อนที่นายว่างเปล่าจากถามความเห็นของเหยินปาเชียน เขารู้สึกว่าผู้รักษาการแทนหงหลูคนนี้ดูเผิน ๆ เหมือนจะก้าวร้าว แต่หลังจากวันนี้ เขาก็เกิดความเคารพอีกขั้น และประหลาดใจในพฤติการณ์ที่ห้าวหาญในตัวเขา

 

ไม่ใช่แค่ตัวเขาเท่านั้น คนอื่นที่เหลือก็รู้สึกแบบเดียวกัน

 

ถึงแม้ว่าชาวต้าเย่าจะไร้อารยธรรมและจองหอง แต่ก็เป็นได้แค่นั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แต่ล้วนแล้วได้รับโทษโดยการถูกแส้เฆี่ยนเพียงไม่กี่ครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนนั้นต่างกัน และให้ความรู้สึกแบบว่า ‘หมาป่ากลืนคนเข้าไปโดยที่ไม่คายกระดูกออกมา’ แก่พวกเขา บรรยากาศแบบนั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด

 

เหตุผลที่พวกเขารู้สึกว่านี่เป็นความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมโดยปกติของเหยินปาเชียน กับการกระทำของเขาในตอนนี้ ความแตกต่างนี้แสดงให้เห็นว่าเหยินปาเชียนเป็นคนประเภทที่เผยธาตุแท้ของตนในตอนท้ายเท่านั้น

 

 

 

บ่ายวันนั้น องค์จักรพรรดินีได้อ่านเอกสารเกี่ยวกับสิ่งที่เหยินปาเชียนได้ทำลงไป

 

คนที่นั่งอยู่ใต้นางคือกู่ต้าสงซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเขา ‘ไม่สนอะไรทั้งนั้น’

 

“น่าสนใจดีหนิ” จักรพรรดินีหัวเราะ นางพบว่าเหยินปาเชียนได้ทำอะไรที่ค่อนข้างน่าสนใจ นางไม่คิดว่าเหยินปาเชียนจะทำในสิ่งที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ แต่ทว่า นี่เป็นสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจ

 

กู่ต้าสง ผู้นั่งอยู่ใต้จักรพรรดินี เขาฟังนางแล้วหัวเราะด้วย “ผู้รักษาการเหยินคนนี้ดูเหมือนไอ้หนุ่มไร้ประโยชน์ แต่กลับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว ตอนแรกข้าน้อยไม่เชื่อใจในตัวเค้า แต่ข้าน้อยสามารถปล่อยวางหน้าที่ของข้า และไม่ต้องยุ่งกับมันอีกเลยขอรับ”

 

“ให้เค้าทำตามใจชอบก็แล้วกัน” องค์จักรพรรดินีตรัสอย่างแยแส

 

“ขอรับ” กู่ต้าสงตอบ

 

 

 

ขณะเดียวกัน ภายในสถานทูตแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยในต้าเย่า

 

เหลียนเบ่าเฉิงซึ่งดูเกรี้ยวกราดพูดออกมา “ไอ้ผู้รักษาการหงหลูแซ่เหยินคนนั้น ข้าอยากให้มันตายจริง ๆ พอจะมีวิธีบ้างมั้ย ?”

 

คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเหลียนเบ่าเฉิงคือชายผิวคล้ำวัย 30 ที่มีหนวดเครา เพียงแต่ว่าหลังจากที่มายังต้าเย่า และได้อาศัยอยู่มาเป็นเวลานานจนผิวของเขาคล้ำขึ้นโดยไม่ใช่ความผิดของเขาแต่อย่างใด

 

เขามีชื่อว่ากู้จี้เฉิง เขาได้มองไปที่เหลียนเบ่าเฉิงแล้วหัวเราะเยาะ “ท่านคิดว่าที่นี่คือมหาจักรวรรดิเซี่ยรึยังไง ?”

 

“ข้ามาหาท่านโดยเฉพาะเพราะที่นี่คือต้าเย่ายังไงล่ะ ท่านบอกเงื่อนไขของท่านมา อย่างเช่น ช่วยให้ท่านได้กลับไปที่มหาจักรวรรดิเซี่ย อะไรทำนองนี้” เหลียนเบ่าเฉิงพูดออกมา

 

กู้จี้เฉิงส่ายหน้าเล็กน้อย “ข้อเสนอของท่านดูน่าสนใจมากเลยล่ะ ข้าเองก็รู้สึกแย่กับที่ที่พระเจ้าทอดทิ้งแห่งนี้เต็มทนแล้ว แต่ข้าก็ยังต้องบอกว่าที่นี่คือต้าเย่าและไม่ใช่มหาจักรวรรดิเซี่ย ที่นี่คือดินแดนของคนป่าเถื่อน การซุบซิบกันที่นี่ก็เท่ากับการฆ่าตัวตาย พวกเค้าจะไม่พิจารณาตัวตนของท่าน ท่านควรจะรู้ไว้ ให้ข้าแนะนำนะ กล้ำกลืนความภูมิใจของท่านเสียเถิด”

 

เหลียนเบ่าเฉิงจ้องมองที่กู้จี้เฉิงครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยเสียงอันดัง “แล้วท่านจะอยู่ที่นี่ไปจนตายรึยังไง ?”

 

 

 

หลังจากที่เหลียนเบ่าเฉิงจากไป ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดอะไรสักอย่างที่คล้ายกับเสื้อคลุมสไตล์จีนเดินออกมาจากบ้านหลังถัดไปแล้วนั่งตรงข้ามกับกู้จี้เฉิง

 

“ใต้เท้า !” กู้จี้เฉิงคำนับ

 

“ไม่ต้องเป็นทางการนักก็ได้” ผู้ที่ถูกเรียกว่าใต้เท้าหัวเราะออกมา “ตระกูลเหลียนรุ่นนี้ไร้ประโยชน์จริง ๆ แต่ละรุ่นจะยิ่งแย่ลงไปอีก”

 

เขาคือเจ้าชายองค์ที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ย ไม่มีใครคิดว่าเขาเดินทางมาที่เมืองหลานโดยไม่มีบริวารหรือขบวนเสด็จ

 

กู้จี้เฉิงหัวเราะเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ตระกูลเหลียนแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยเป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลมานานกว่าหลายร้อยปีโดยไม่ล่มสลาย และทุกรุ่นก็ผลิตผู้มีพรสวรรค์ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เด็กรุ่นนี้กลับค่อนข้างไร้ประโยชน์

 

“จะว่าไป ผู้รักษาการเหยินน่ะ ข้าพบว่าเค้าน่าสนใจมากจริง ๆ” เจ้าชายองค์ที่เจ็ดยิ้มให้

 

“ข้าน้อยรู้มาเพียงเล็กน้อยจากการสอบถามข้อมูลในช่วงไม่กี่วันนี้ ชายคนนี้เคยอยู่ในคุกเมื่อหลายเดือนที่แล้ว จากนั้นเค้าก็ถูกส่งไปที่สวนสัตว์เป็นเวลาหลายวัน แล้วก็ได้เป็นผู้รักษาการแทนหงหลู ไม่มีใครทราบประวัติของเค้าก่อนที่จะถูกคุมขังเลย ถ้าหากใต้เท้าถามข้าน้อย ข้าน้อยคิดว่ามันอัศจรรย์จริง ๆ ขอรับ”

 

เจ้าชายองค์ที่เจ็ดหรี่ตาลง

 

“คนนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากก้อนหิน”

 

เขาพูดอย่างนุ่มนวลแล้วก็เริ่มหัวเราะ

 

ถ้าหากว่าเหยินปาเชียนอยู่ที่นั่นแล้วได้เห็นเจ้าชายองค์ที่เจ็ดเข้าล่ะก็ เขาคงจะตกใจ

 

นั่นก็เพราะเจ้าชายองค์ที่เจ็ดนั้น นอกจากทรงผมและลักษณะนิสัยของเขาแล้ว ก็ดูคล้ายกับเขามาก แทบจะไม่มีความแตกต่างเลย มันเหมือนกับว่าพวกเขาถูกหล่อขึ้นมาจากบล็อกเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

 

เมื่อเจ้าชายองค์ที่เจ็ดได้เห็นเหยินปาเชียนจากระยะไกลแล้ว เขาก็รู้สึกแบบนี้เช่นกัน

 

เพราะฉะนั้น ในความคิดของเขา เหยินปาเชียนนั้นสำคัญที่สุด รองลงมาจากเป้าหมายของการมาต้าเย่า

 

การที่มีใครอีกคนหนึ่งหน้าตาเหมือนกับตัวเขาทำให้รู้สึกอัศจรรย์ใจ มันเพียงพอแล้วที่จะมีเขาอยู่ในโลกนี้ และไม่จำเป็นต้องมีใครอีกคนที่ดูเหมือนกับเขาอีก

 

ถ้าหากว่าเหยินปาเชียนไม่ได้เป็นข้าราชการในต้าเย่า และไม่ได้รับข่าวสารมากนัก เขาคงคิดว่าพี่น้องคนใดคนหนึ่งของเขากำลังเล่นตลกกับเขาด้วยการพยายามที่จะเนียนเป็นเขาก็เป็นได้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top