*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 80: ผมควรจะทำยังไง ในเมื่อพวกคุณทุกคนเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว

 178 Views

เหยินปาเชียนเดินอย่างเรื่อยเฉื่อยออกจากสำนักหงหลูไปพร้อมกับสงผี และมีพ่อหนุ่มตัวใหญ่ที่มีชื่อว่ากานกู่ตามมาด้วย แม้จะดูเหมือนว่าเขากำลังเดินเล่นชิว ๆ แต่จิตใจของเหยินปาเชียนก็ฟุ้งซ่านอยู่กับความคิดที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 

ยังไงซะ คนเหล่านี้ก็มาที่นี่เพื่อถวายของขวัญแด่องค์จักรพรรดินี มันจะสะท้อนภาพที่ไม่ดีให้กับเหยินปาเชียนถ้าหากพวกเขายังคงต่อสู้กันในที่พักต่อไป การจัดการปัญหาการต่อสู้นี้ได้ไม่ดีพอ จะทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนไร้ความสามารถ และการต่อสู้อาจบานปลายได้

 

สำนักหงหลูนั้นอยู่ไม่ไกลจากสถานีถ่ายทอด เพียงแค่โค้งเดียวเมื่อออกจากสำนักไปก็จะถึงที่นั่น

 

เหยินปาเชียนสามารถมองเห็นฝูงชนขนาดใหญ่ได้จากระยะไกล ทั้งเสียงป่าวร้องและเสียงเชียร์ก็สามารถได้ยินด้วยเช่นกัน

 

ผู้ชมที่ล้อมวงส่วนใหญ่เป็นชาวต้าเย่า ชายร่างกำยำที่ไม่มีอะไรจะทำเหล่านี้ได้มาเป็นผู้ชม มาเชียร์ และมาตบมือในการแสดงข้างถนนนี้

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนถึง เขาก็ได้เห็นคนที่คุ้นเคยด้วยเช่นกัน ร่างเล็ก ๆ ของหนิงไฉ่เฉินถูกผลักดันไปเรื่อย ๆ เมื่อเขาพยายามรักษาจุดยืนในฝูงชนอยู่สักพัก ก็มีใครบางคนก้าวถอยหลังแล้วโขกเข้ากับหนิงไฉ่เฉิน เขาถูกแรงดันให้ถอยหลังในทันที เขาโซเซไปข้างหลัง 5-6 ก้าวก่อนที่จะล้มก้นกระแทกพื้น

 

หนิงไฉ่เฉินสบถในลมหายใจพร้อมกับลุกขึ้นยืน ในที่สุดก็ได้รู้ว่าเขาไม่อาจเบียดเข้าไปในฝูงชนได้เลย เขาจึงเริ่มกระโดดขึ้นลงเหมือนกับสปริงเด้งดึ๋ง

 

เหยินปาเชียนได้รับการต้อนรับด้วยภาพนี้ในตอนที่เขามาถึง และทำให้นึกถึงตอนที่เขามองดูหลงว่านหลี่ท้าสู้จักรพรรดินี เขารู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดในตัวหนิงไฉ่เฉินซึ่งทำให้เขารู้สึกลำบากใจ เหล่าชายร่างกำยำจากชนเผ่านั้นกดขี่เหลือเกิน

 

การกระโดดดึ๋ง ๆ อย่างต่อเนื่องของหนิงไฉ่เฉินทำให้เขาสามารถมองเห็นการต่อสู้ได้ เขาชอบดูเหตุการณ์อึกทึกครึกโครม และจะรู้สึกกระวนกระวายใจก็ต่อเมื่อพลาดเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นนี้ ครั้งนี้ก็เป็นเหตุการณ์ใหญ่เช่นกัน แต่เขาก็ยังมาช้า

 

ในตอนนั้นเขารู้สึกว่ามีใครบางคนแตะเขาจากด้านหลัง เขาหันไปมองอย่างรวดเร็ว ทีแรกเขาเห็นร่างกายที่เหมือนกำแพงของสงผีอยู่ตรงหน้า ขณะที่เขาขยับตาลง เขาก็ได้เห็นเหยินปาเชียนจ้องมองเขาด้วยสีหน้าหดหู่ใจเล็กน้อย

 

หนิงไฉ่เฉินไม่ได้รู้สึกลังเลเลยแม้แต่น้อย เขารีบคว้าตัวเหยินปาเชียนในทันทีแล้วพูดออกมา “ท่านผู้รักษาการเหยิน พวกเค้าต่อสู้กันอยู่ข้างใน ข้าสงสัยว่ามีใครบางคนโดนทุบจนสมองเละแล้ว รีบเข้าไปดูสถานการณ์ทีสิ”

 

เหยินปาเชียนมองไปที่หนิงไฉ่เฉิน

 

ท่านอยากให้สมองไหลออกมาจริง ๆ สินะ ?

 

พวกเราไม่สามารถตัดสินหนังสือจากหน้าปกได้หรอกนะ

 

“สงผี ?” เหยินปาเชียนหันหน้าแล้วเรียกหา สงผีเอื้อมแขนอันใหญ่ของเขาไปยกสองคนด้านหน้าเหยินปาเชียนขึ้นในทันที ก่อนที่จะวางพวกเขาลงด้านข้าง

 

ทั้งสองคนรู้สึกราวกับว่าถ้าหากพวกเขาพากันหลบหนีในทันที และเกือบจะกระแทกอย่างแรงจนกว่าพวกเขาจะได้เห็นขนาดตัวของสงผี สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้หลังจากนั้นก็คือจ้องมองเขาอย่างโกรธเคือง

 

การที่สงผีปูทาง มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเหยินปาเชียนที่จะเดินผ่านฝูงชน หนิงไฉ่เฉินเดินตามหลังเขาอย่างรีบเร่ง เป็นการเคลื่อนไหวตามเขาทีละก้าวด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะถูกเบียดออกไปอีกครั้ง

 

 

 

ในขณะที่จำนวนคนข้างหน้าเหยินปาเชียนโล่งขึ้น เหยินปาเชียนก็ยิ่งเข้ามาใกล้ด้านหน้าของฝูงชนมากขึ้น ตรงนี้เขาสามารถมองเห็นได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ของเขา ผู้ก่อการนั้นไม่ใช่นายว่างเปล่า นายว่างเปล่ากำลังไอเป็นเลือดอยู่ด้านข้าง

 

หญิงสาวที่ดูบอบบางและดูงดงามทั้ง 4 คนกำลังล้อมรอบชายชราคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำ กำปั้นและฝ่ามือของพวกเธอพุ่งไปที่ชายชราโดยฉับไว และแม้ว่าเขาจะดูไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังติดกับอยู่ภายในวงล้อมของพวกเธอ

 

หญิงสาวทั้ง 4 คนคือหญิงสาว 4 คนที่มีหน้าที่ยกเสลี่ยง ภาพนี้ก่อนที่เหยินปาเชียนจะยอมตรวจสอบระดับความมั่นใจที่หญิงสาวทั้ง 4 คนไม่ได้ถูกจ้าง คำถามนี้ได้ทำให้เขาสับสนอยู่หลายวัน แต่ตอนนี้เขาแก้ปัญหาได้แล้ว

 

ส่วนชายชราชุดสีดำ เขาคือพ่อบ้านคนเก่าของตระกูลเหลียน เขามีทักษะพิเศษ และอาจจะไม่ได้ติดกับอยู่หากหญิงสาวทั้ง 4 คนไม่ได้จู่โจมเขาโดยพร้อมเพรียงกัน

 

ถึงแม้ว่าการดักจับเขาคือสิ่งที่พวกเธอสามารถจัดการได้ก็ตาม

 

เหลียนเบ่าเฉิง ทายาทตระกูลเหลียน ได้เฝ้าดูการต่อสู้จากด้านข้าง เขารู้สึกไม่พอใจที่หญิงสาวทั้ง 4 คนยังไม่ถูกจัดการ

 

แล้วก็มีใครบางคนมากระซิบอะไรบางอย่างเข้าหูของเหลียนเบ่าเฉิง จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองและได้เห็นร่างขนาดมหึมาของสงผี

 

ถ้าหากคนป่าเถื่อนคนนี้อยู่ที่นี่ ผู้รักษาการแทนก็จะต้องอยู่ที่นี่ด้วย

 

ใบหน้าของเหลียนเบ่าเฉิงก็ดูโหดเหี้ยมขึ้นมา “เหลียนถง ฆ่าพวกมันให้หมด !”

 

ทุกคนในบริเวณใกล้เคียงได้ยินคำพูดของเขาซึ่งดังก้องและชัดเจน เป็นอะไรที่คนโหดร้ายที่เขาต้องการสั่งฆ่าหญิงสาวทั้ง 4 คนในตอนที่เขาเปิดปากพูดออกมา

 

เหยินปาเชียนรู้สึกตกตะลึงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินสิ่งที่เหลียนเบ่าเฉิงพูดออกมา เหยินปาเชียนหันไปมองเหลียนเบ่าเฉิง เพียงเพื่อจะดูว่าเขามองไปข้างหน้า ราวกับว่าเหยินปาเชียนมองไม่เห็นเขาเลย

 

แต่เหยินปาเชียนได้เห็นเขากำลังหันหลังไปเมื่อมองข้ามไป ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดตัวของสงผีก็ทำให้ไม่สามารถมองข้ามไปได้เลย

 

เมื่อคิดย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ในตอนที่เหลียนเบ่าเฉิงหัวเสียที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่ เหยินปาเชียนก็อดหัวเราะไม่ได้เลยทีเดียว

 

เค้ากำลังจะทำแบบนี้กับเราหรอ ?

 

สถานการณ์การต่อสู้ได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ในตอนที่เหลียนเบ่าเฉิงพูดคำเหล่านั้นออกมา การโจมตีของเหลียนถงเริ่มจะดูเป็นอันตรายถึงตายมากขึ้น

 

เสียงร้องอันนุ่มนวลดังไปทั่วบริเวณโดยรอบเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งตีลังกากลับหลัง จากนั้น ลำแสงสีขาวที่โผล่ออกมาจากหน้าท้องจนถึงคอของเธอก็สว่างวูบวาบ แล้วเสื้อผ้าของเธอก็ฉีกออกครึ่งหนึ่ง ผู้ชมต่างมองดูด้วยสายตาอันหื่นกระหาย

 

หลังจากนั้น เลือดก็พุ่งออกมาจากที่ที่แสงสว่างพาดผ่าน

 

เมื่อถึงตอนนั้น ผู้คนในฝูงชนก็ได้รู้ว่าตอนนี้เหลียนถงกำลังถือกระบี่อ่อน ซึ่งเริ่มเลื้อยไปยังหญิงสาวทั้ง 3 คน

 

ถ้าหากเธอหลบไม่ทันล่ะก็ เธอจะเป็นคนแรกที่ถูกฟันจนลำตัวอาจฉีกขาดออกจากกันได้

 

ทั้งนี้ อาการบาดเจ็บที่เธอเพิ่งประสบก็จัดว่าหนักพอควรเลยทีเดียว

 

หญิงสาวทั้ง 4 คนนั้นทำได้แค่ปราบปรามเหลียนถงผู้ไร้อาวุธด้วยการประสานการโจมตีของพวกเธอ ในตอนนี้ พวกเธอเหลืออยู่แค่คนเดียว ส่วนเหลียนถงมีอาวุธอย่างเดียว สถานการณ์การต่อสู้ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก หญิงสาวทั้ง 3 คนเริ่มรู้สึกถึงอันตราย

 

ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ร่างกายของพวกเธอก็ได้รับบาดแผลมากขึ้น

 

เมื่อได้เห็นสิ่งนี้ทำให้นายว่างเปล่าไอรุนแรงขึ้น อาการเขาดีขึ้นจากการที่ไอเป็นเลือดลงในผ้าเช็ดหน้าเพื่อพ่นเลือดออกมา เหมือนลูกธนูที่แหลมคม ปากที่เต็มไปด้วยเลือดเหล่านี้พุ่งออกมาจากปากของนายว่างเปล่า แล้วพุ่งตรงไปยังเหลียนเบ่าเฉิง

 

“ระวัง !” มีใครบางคนตะโกนออกมาจากด้านข้าง ชายร่างกำยำชักดาบเพื่อป้องกันลูกธนูเลือด

 

ลูกศรเลือดแตกออกไปด้วยคมกระบี่ แล้วกระจัดกระจายเป็นหยดเล็ก ๆ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปทำให้เหล่าฝูงชนตื่นตกใจ เมื่อลูกธนูเลือดตกที่ดาบแล้วก็ระเหยไป ในขณะที่พื้นที่รอบ ๆ ค่อย ๆ ละลาย คมกระบี่ครึ่งล่างก็ได้หักออก แล้วตกลงสู้พื้นจนเกิดเสียงดังแคร๊ง

 

เหลียนเบ่าเฉิงกลัวอย่างมากจากภาพนี้ ความคิดที่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อลูกธนูเลือดโดนร่างกายเขา ก็ทำให้เขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

เหลียนเบ่าเฉิงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเหลือบมองไปที่นายว่างเปล่าเพียงเพื่อจะมองดูด้วยตาทั้งสองข้าง ซึ่งเต็มไปด้วยเจตนาอาฆาต

 

ใบหน้าของเหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

เลือดนั่นเป็นไปได้ยังไงกัน ? มั่นใจได้ว่ามันต้องมีกรดที่เข้มข้นแน่ ๆ

 

เลือดของมนุษย์ไม่สามารถกัดกร่อนได้ บางทีอาจจะมีกรดในกระเพาะอาหารที่รุนแรงอยู่ภายในก็เป็นได้

 

เหยินปาเชียนเคยได้ยินผู้คนขู่ว่าจะถ่มน้ำลายใส่ แต่เหตุการณ์ในวันนี้ได้นำภัยคุกคามนั้นไปสู่ระดับใหม่ทั้งหมด ถ้าหากนายว่างเปล่าถ่มน้ำลายใส่หน้าของใครบางคนล่ะก็ ผลที่ตามมาอาจจะเลวร้ายยิ่งไปกว่าการเสียโฉมก็เป็นได้

 

“ฆ่าพวกมันให้หมด รวมทั้งไอ้ขี้โรคที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย ข้าต้องการจะสับมันเป็นชิ้น ๆ” หน้าของเหลียนเบ่าเฉิงบิดเบี้ยวไปด้วยความบ้าคลั่ง

 

เมื่อได้ยินคำสั่งของเขา เหยินปาเชียนก็รู้ว่าการแสดงต้องจบลง ขืนยังดำเนินต่อไป สมองของใครบางคนอาจจะไหลออกมาได้เลย

 

เหยินปาเชียนหันไปทางสงผี แล้วพูดอย่างมืดมน “กันพวกนั้นไว้ พอข้าตะโกนให้พวกนั้นหยุด จงฆ่าโดยไม่ต้องลังเลว่าใครยังกล้าขยับตัวอีก”

 

ผมคงจะลาออกแต่โดยดี หากผมยังปล่อยให้คนบ้าอย่างพวกคุณก่อความวุ่นวายในเมืองหลวงของต้าเย่าได้อีก

 

หลังจากที่เขาพูดกับสงผีได้ไม่นาน เหยินปาเชียนก็ตะโกน “หยุด !!!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top