*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

BDC ตอนที่ 31 คำเชิญชวนจากอีกสองยอดเขา (1)

 170 Views

ตอนที่ 31 คำเชิญชวนจากอีกสองยอดเขา (1)

 

“ข้าจะรอคอยวันนั้น” แม้ว่าเก่อหงจะแสดงท่าทีข่มขู่คุกคามเย่เฉินอย่างชัดแจ้งก่อนสะบัดหน้าจากไป ทว่าเย่เฉินกลับแค่นเสียงยอมรับคำท้าทายเท่านั้น

 

การต่อสู้ที่เป็นจุดศูนย์กลางความสนใจในครั้งนี้กลับมีผลลัพธ์อันเหนือความคาดหมายอย่างยิ่งยวด ศิษย์ฝึกหัดผู้หนึ่งไม่เพียงแต่จะทุบตีศิษย์ของเก่อหงได้ ทว่ายังท้าทายเก่อหงอย่างไม่ไว้หน้า ลูบคมคนทั้งยอดเขาตี้หยางให้ได้รับความอัปยศอดสูอย่างไม่ธรรมดา

 

หลังจากจบการประลอง ตัวตนของเย่เฉินก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งสำนักเหิงเยว่ฝ่ายนอกเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งการประลองนี้ยังเป็นหัวข้อที่ใครๆ ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกรส

 

“เจ้าเห็นตอนที่เย่เฉินเกือบจะฆ่าจ้าวหลงด้วยดาบของเขาหรือไม่”

 

“ผู้นำปรมาจารย์แห่งยอดเขาตี้หยางเดือดดาลจนแทบจะฆ่าเย่เฉินให้ตกตายไปตรงนั้นเลย เขาช่างเสแสร้งอะไรเช่นนี้!”

 

“นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี!” ที่บนยอดเขาเทียนหยาง จงเหล่าเต้าทรุดกายนั่งลงเอนพนักเก้าอี้อย่างไม่อยากจะเชื่อ หลังจากที่ได้ยินข่าวที่ลูกศิษย์นำมารายงาน ความประหลาดใจฉายชัดออกมาจากใบหน้าของมันให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

“จ้าวหลงพ่ายแพ้?” ที่บนยอดเขาเหรินหยาง หลังจากได้ยินคำรายงานจากซูชิงเยว่ นักพรตชิงหยางก็รู้สึกตกตะลึงจนเบิกตากลมกว้างทั้งที่กำลังเข้าสมาธิอยู่ ผลลัพธ์เช่นนี้ช่างอยู่เหนือความคาดหมายของมันอย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม ที่ยอดเขาตี้หยางนั้น เสียงคำรามก้องของเก่อหงดังลั่นไปทั่วทั้งยอดเขา

 

“สวะ! พวกเจ้าทั้งหมดล้วนเป็นสวะ!” ใบหน้าของมันดำคล้ำเคร่งเครียด เก่อหงตวาดดุด่าบรรดาศิษย์ของตนอย่างรุนแรง “พวกเจ้าทุกคนทำลายชื่อเสียงของยอดเขาตี้หยางจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว”

 

บรรดาศิษย์ทั้งหมดล้วนคุกเขาอย่างเจียมตัว ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียวขณะที่มองดูเก่อหงระเบิดความเคียดแค้นออกมา

 

ทว่าสำหรับเย่เฉิน ตัวการหลักที่สร้างความวุ่นวายในครั้งนี้กลับกำลังหลบซ๋อนตัวอยู่ในพุ่มไม้หลังเนินเขา ตรวจสอบของรางวัลที่ได้รับมาในครานี้

 

สิ่งที่เรียกว่าของรางวัลนี้ย่อมเป็นถุงเก็บของที่เก่อหงขว้างมาให้ใบนั้นเอง

 

ข้างในถุงมีหินวิญญาณเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่กองใหญ่ หินวิญญาณที่เก็บกักไว้ด้านในมากมายเหล่านี้ สามารถใช้เป็นเงินตราแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ฝึกตนเพื่อซื้อหาสิ่งของหรือจะนำมาทำการบ่มเพาะก็ได้ทั้งสิ้น

 

“มีหินวิญญาณอยู่ถึงห้าร้อยก้อน” หลังจากนับจำนวนหินวิญญาณอย่างคร่าวๆ แล้ว เย่เฉินก็ถึงกับอึ้งงันไปเมื่อพบว่าเก่อหงร่ำรวยถึงเพียงไหน

 

ศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักเหิงเยว่แต่ละคนจะได้รับหินวิญญาณยี่สิบก้อนต่อเดือน สำหรับหินวิญญาณจำนวนมากถึงห้าร้อยก้อนนี้นับได้ว่าเป็นโชคลาภก้อนใหญ่ของเย่เฉิน

 

เปรี๊ยะ!

 

เย่เฉินบีบหินวิญญาณก้อนหนึ่งให้แตกออก แล้วดูดซับพลังวิญญาณบริสุทธิ์เหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม เติมเต็มพลังงานให้ตัวเองหลังจากที่ใช้ความแข็งแกร่งออกไปอย่างมหาศาลในการต่อสู้

 

หลังจากดูดซับพลังจากหินวิญญาณไปสิบกว่าก้อนแล้ว บุรุษหนุ่มจึงค่อยปิดถุงเก็บของกลับไป เย่เฉินรู้ดีว่ายามนี้ตนยั่วโมโหเก่อหงอย่างรุนแรง และกล่าวได้ว่าคนอย่างผู้แซ่เก่อคนนั้นย่อมต้องแก้แค้นผู้ที่มาท้าทายมันอย่างแน่นอน แม้ว่าเย่เฉินจะเพิ่งเข้ามาในสำนักเหิงเยว่ได้ไม่นาน เขาก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมันมามากมาย

 

“ดูเหมือนว่าวันเวลาต่อจากนี้ข้าคงต้องลำบากมากแล้ว” เย่เฉินรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาตงิดๆ จึงยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างอ่อนใจ

 

ตกยามโพล้เพล้ ชายหนุ่มจึงค่อยหลบออกมาจากเนินเขาเตี้ยๆ นั้นอย่างเงียบงัน และกลับเข้าไปยังสวนวิญญาณย่อย

 

จางเฟิงเหนียนและหู่หวาฟื้นตัวขึ้นมาได้เรียบร้อยแล้ว มีเพียงเจ้าอินทรีน้อยที่ยังไม่ค่อยฟื้นฟูสักเท่าใดนัก

 

ไม่ช้า หม้อเหล็กใบใหญ่ก็ถูกยกขึ้นตั้งเหนือกองไฟที่ลุกโชน เย่เฉินนำเนื้อหมาป่าโลหิตที่ตนเป็นคนล่ามาได้ใส่ลงไปเคี่ยวในหม้อ จากนั้นกลิ่นหอมกรุ่นที่ยั่วยวนให้ผู้คนน้ำลายสอก็แพร่กระจายไปทั่วสวนจิตวิญญาณขนาดเล็กแห่งนี้ทันที

 

“ข้าไม่ค่อยได้กินเนื้อมานานมากแล้ว” หู่หวาพยายามปาดเช็ดน้ำลายที่ตรงมุมปากออกไปหลายครั้ง เหลียวมองไปทางเจ้าอินทรีน้อยที่ยามนี้ก็กำลังจดจ้องไปที่หม้อเหล็กอยู่เช่นกัน จากนั้นก็เอ่ยกลั้วหัวเราะขึ้นมา “เสี่ยวอิง วันนี้เจ้าจะได้กินจนเต็มอิ่มแล้ว”

 

“เจ้าหนุ่ม วันนี้เจ้า…” จางเฟิงเหนียนจ้องเขม็งไปยังเย่เฉิน คำพูดที่จะกล่าวออกมากลับถูกยับยั้งเอาไว้

 

“วันนี้ข้าก็ล้วนสุขสบายดี!” เย่เฉินยิ้มกว้างอย่างสง่างาม ใส่เครื่องเทศบางชนิดลงไปในหม้อ ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนแท่นประลองเมฆาวายุเลยแม้แต่น้อย

 

“ดีแล้วล่ะ…” จางเฟิงเหนียนยิ้มตอบอย่างอบอุ่น ทว่าลึกลงไปในประกายตามีความห่วงกังวลอย่างลึกซึ้งแฝงเร้นอยู่

 

เรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเย่เฉินและจ้าวหลงนั้นแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว จางเฟิงเหนียนเองก็ได้ยินมาบ้างเล็กน้อย ในใจเขารู้สึกทั้งอบอุ่นและประหลาดใจอยู่ครามครัน ไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าคนแปลกหน้าที่ตนได้เคยช่วยเหลือไว้เพียงครั้งเดียวผู้นั้น จะยอมไปแก้แค้นแทนเขาอย่างห้าวหาญ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยการล่วงเกินเก่อหงต่อหน้าผู้คนมากมายก็ตาม

 

ทว่าในขณะเดียวกัน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็รู้สึกขมขื่นทุกข์ตรมขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

 

ในฐานะที่อดีตเคยเป็นถึงผู้อาวุโสแห่งสำนักเหิงเยว่ เมื่อถูกขับไล่ออกมาจางเฟิงเหนียนก็ต้องแบกรับโชคชะตาอันน่าสมเพช ทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างก็ดูหมิ่นเหยียดหยามเขา บางครั้งบางคราแม้แต่บรรดาศิษย์ผู้เยาว์เหล่านั้นก็ยังมาสร้างปัญหาให้เขาอยู่เนืองๆ

 

หากเปรียบเทียบกับบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องและเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ที่ชั่วร้ายต่ำทรามเหล่านั้น เย่เฉินผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าเขานี้ย่อมเป็นบุคคลที่ดีเลิศกว่ามากนัก

 

“มาเถอะ ได้เวลาทานมื้อเย็นกันแล้ว” เย่เฉินไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของจางเฟิงเหนียนเลยแม้แต่น้อย เขาตักน้ำแกงข้นเนื้อหมาป่าบางส่วนออกมาให้ชายชราอย่างเอาใจใส่

 

“ข้าแทบทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆ”

 

“เสี่ยวอิง ส่วนนี้ให้เจ้านะ ยิ่งเจ้ากินเข้าไปมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเท่านั้น”

 

พวกเขาพากันล้อมวงรับประทานอาหารกันจนเหงื่อไหลไคลย้อยออกมาทั่วร่าง หมาป่าโลหิตนั้นเป็นสัตว์อสูรที่นับได้ว่ามีค่าพอสมควร เนื้อของมันสามารถนำมาเคี่ยวเป็นน้ำแกงข้น ซึ่งจะช่วยรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว สำหรับจางเฟิงเหนียนและหู่หวา หลังจากทานน้ำแกงนี้เข้าไป ทั้งร่างก็รู้สึกอุ่นร้อนทั่วไปหมด

 

———————————–

เปิดกลุ่ม VIP กลุ่มที่ 1 ตอนที่ 21-100 แล้วครับ

สำหรับคนที่ซื้อในว็บนี้ไปแล้วลดราคาจาก 100 เหลือ 80 บาท

ที่แฟนเพจ จักรพรรดิยุทธ์อมตะอหังการ์ BDC –นิยายแปล

————————–

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top