*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 77: การเติบโต

 178 Views

“หงเสี้ยน !” คนสุดท้ายที่เหลือรอดตะโกนด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

 

“ข้าจะฆ่าเจ้า !” ชายคนนั้นตะโกนออกมา จากนั้นเขาก็พุ่งทะยานเข้าหาซานว่านสุ่ยเร็วเหมือนดาวหาง

 

ท่าทางของเขาดูคล้ายกับหลงว่านหลี่ แต่ออร่าของเขาไม่ถึงขั้นนั้น

 

เส้นประกายไฟของดาบตัดผ่านอากาศ

 

“เพิ่งจะครั้งที่หกเองนะ” ชายร่างโตยืนถือดาบใหญ่อยู่ในมือ

 

จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา

 

การเคลื่อนไหวด้วยดาบของชายร่างโตนั้นไม่ได้ดูวิเศษวิโสอะไรเลย ทุกการเคลื่อนไหวทั้งทรงพลังและรวดเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถป้องกันการโจมตีครั้งเดียวของเขาได้

 

“แม่ทัพทรงพลังสุด ๆ !” เสียงเชียร์ดังออกมาจากบริเวณโดยรอบ ไม่มีผู้ใดสนใจการตายของทั้งสามคนเลย ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ

 

เหยินปาเชียนมองดูอย่างหมดหวังเพราะทั้งสามคนได้เสียชีวิตลงโดยที่ศพของพวกเขายังสมบูรณ์อยู่ คนที่หนึ่ง ถูกผ่าครึ่งในแนวดิ่ง คนที่สอง ร่างกายส่วนล่างจากเอวลงไปถูกผ่าแยกออกจากกัน และคนที่สาม ลำตัวส่วนบนถูกผ่าแยกจากลำตัวส่วนล่างในแนวทแยง

 

เลือด อวัยวะภายใน และแขนขาที่ถูกฟันได้กระจัดกระจายไปทั่วพื้น

 

เมื่อชายคนที่สองเสียชีวิตลงแล้ว หญิงสาวคนนั้นยังคงลากร่างกายที่ถูกผ่าครึ่งไปกับพื้นพร้อมกับครวญครางด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เธอเป็นคนที่สามซึ่งเสียชีวิตลงด้วยความทุกข์ทรมานมากที่สุด

 

ภาพอันโหดร้ายเหล่านี้ทำให้เหยินปาเชียนหนาวสั่นลึกลงไปในกระดูกสันหลัง ในขณะเดียวกัน ท้องของเขาก็ปั่นป่วนไปด้วยความสะอิดสะเอียน

 

ก่อนหน้านี้ หลงว่านหลี่ถูกองค์จักรพรรดินีปะทะลงบนพื้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ในตอนที่ผู้ดูแลฉีใช้กระบองช็อตไฟฟ้ากระทุ้งเหยินปาเชียน หลุมที่ศพของหลงว่านหลี่ฝังอยู่ก็ถูกกลบแล้ว

 

ผลของการดวลกันในครั้งนั้นถูกตัดสินเพียงเสี้ยววินาที เหยินปาเชียนไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างการดวลกัน เขามองเห็นเพียงร่างกายของหลงว่านหลี่ที่ขยับไปมาเท่านั้น

 

เหยินปาเชียนรู้สึกสงสารหลงว่านหลี่เมื่อได้รู้ว่าเขาเสียชีวิต แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นการดวลกันระหว่างสุดยอดตัวจริง

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ ทั้งหมดที่เหยินปาเชียนได้เห็น คือการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมและบ้าเลือด

 

เมื่อเทียบกับการต่อสู้ระหว่างหลงว่านหลี่กับจักรพรรดินีแล้ว ความน่าตกใจและความสยดสยองที่เขารู้สึกได้จากการสังเกตการณ์การสังหารหมู่อันป่าเถื่อนนี้ไม่มีใครเทียบได้เลย นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้

 

เขามักจะรู้สึกว่าเขาอยู่ห่างจากความตายอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเขาเกือบจะเสียศีรษะของตัวเองในตอนที่เขาเพิ่งมาถึงโลกนี้ก็เถอะ ในที่สุดเขาก็ปลอดภัยและมั่นคง สิ่งนี้ทำให้เขาห่างจากการคิดถึงความตาย

 

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้มันกลับต่างออกไป การสังหารหมู่ที่บ้าเลือดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

มันทำให้เขารู้ว่าโลกนี้โหดร้ายกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

 

 

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย พลทหารก็กำลังเก็บกวาดพื้นที่ พวกเขาขุดหลุมใต้แผ่นหินที่แตกละเอียด แล้วโยนร่างที่ถูกผ่า แขนขา และอวัยวะภายในลงไปในนั้น จากนั้นพวกเขาก็ทำการกลบดิน ภายในเวลาสั้น ๆ หลุมนั้นก็ถูกกลบแล้ว ต่อจากนั้น ช่างหินก็เข้ามาวางแผ่นหินเหนือหลุมที่ถูกกลบ

 

ในที่สุด พลทหารเหล่านั้นก็จากไป และผู้ชมก็แยกย้ายกันไป ปล่อยให้เหยินปาเชียนยืนมือเท้าเย็นยะเยือกอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

 

หลังจากนั้นสักพัก เหยินปาเชียนก็ลากเท้าที่หนักหน่วงกลับไปที่สวนสัตว์

 

กุ๋นกุ่นกับเถียนเถี่ยนกำลังนอนหลับอยู่บนพื้น

 

เหยินปาเชียนขึ้นนอนบนเตียง ความคิดของเขายุ่งเหยิงไปหมด ภาพต่าง ๆ ถูกเก็บไว้ในจิตใจของเขาทันที

 

ทันใดนั้น ภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่ตัวเขาเองถูกตัดหัวเช่นเดียวกับสามคนนั้น ได้ปรากฏขึ้นในจิตใจ ภาพนั้นทำให้เขาหายใจไม่ออก จนทำให้เขาต้องลุกขึ้นนั่งบนเตียง

 

ภายในไม่กี่วินาที เม็ดเหงื่อก็ไหลลงจากหน้าผาก

 

“ไม่…ไม่ว่าจะเป็นยังไง เราจะไม่มีจุดจบแบบสามคนนั้นเด็ดขาด” เหยินปาเชียนพึมพำกับตัวเอง

 

“ที่นี่ไม่ใช่ดาวโลก..ที่นี่คือต่างโลก มันไม่ได้ปลอดภัยเหมือนดาวโลกซะหน่อย ที่นี่น่ะ..ไม่คิดว่าชีวิตของมนุษย์มีค่าบ้างเลยรึไงกัน ชีวิตของมนุษย์ถูกพรากไปราวกับว่าพวกเค้าไร้ค่าสิ้นดี”

 

“ตั้งแต่วันนี้ไป..เราจะไม่อยู่เฉย ๆ อีกแล้ว เราจะต้องตั้งใจทำงานมากกว่าเดิม แล้วไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงกว่า”

 

“ชีวิตเราจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อตำแหน่งของเราสูงพอที่จะไม่มีใครแตะต้องเราได้”

 

“ยิ่งทำแหน่งของเราสูงขึ้นเท่าไหร่ ความสำคัญและความปลอดภัยของเราก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เป็นทางเดียวที่ทำให้ภัยคุกคามแห่งความตายอยู่ห่างออกไปได้”

 

“เรามีการสนับสนุนจากโลกที่ก้าวหน้าและมีอารยะมากกว่าที่นี่ เราจะไม่โง่แล้วปล่อยให้ชีวิตของเราอยู่ในกำมือของคนอื่นอีกแล้ว”

 

“ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ เราเองก็อยากจะมีพลังเหมือนกันนะ”

 

ความคิดที่ยุ่งเหยิงนับไม่ถ้วนได้ไหลผ่านจิตใจของเหยินปาเชียน ในที่สุด ทุกความคิดก็บรรจบกันเป็นหนึ่ง นั่นคือ เพื่อให้มีพลังมากขึ้น และไต่เต้าตำแหน่งขึ้นไป การทำเช่นนี้จะทำให้เขาปลอดภัยและมั่นคง เป็นทางเดียวที่เขาสามารถนำมาซึ่งชีวิตอันสงบสุขในโลกนี้ได้

 

ถึงแม้ว่าเขาจะมีความคิดแบบนี้มาก่อน แต่เขาก็ไม่เคยทำมันอย่างจริงจังเหมือนในตอนนี้ ซึ่งตอนนี้ เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว

 

ในฐานะที่เป็นชายหนุ่มธรรมดาที่เพ้อฝันในบางครั้ง ด้านที่โหดร้ายที่ได้แสดงออกอย่างฉับพลันในโลกนี้ ได้ทำลายความไร้เดียงสาของเขาไปแล้ว

 

เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้ทำมาจนถึงตอนนี้น้อยมาก มันไม่เพียงพอ นับตั้งแต่ที่เขาได้ตั้งหลัก และกำจัดภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของเขาแล้ว เขาก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง

 

เขาประเมินโลกนี้ต่ำเกินไป

 

หลังจากกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ เขาก็หลับลึกในที่สุด

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เขาตื่นขึ้นมาโดยมีคนเคาะประตู

 

เมื่อคืนเขาหลับไม่สนิท แม้กระทั่งหลังจากที่เขาหลับไป ภาพที่น่ากลัวเหล่านั้นก็แว้บเข้ามาในจิตใจของเขาในบางครั้ง ทำให้เปลี่ยนเป็นฝันร้าย

 

ในตอนนี้ ขณะที่เขาตื่นขึ้นมา เขาก็ได้รู้ว่าตัวเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

 

เขาหยิบถ้วยน้ำข้าง ๆ ตัว แล้วก็กระดกเข้าไป จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเปิดประตู เขาเปิดประตูออกไป แล้วได้เห็นว่าผู้ดูแลฉียืนอยู่ข้างนอก

 

“ทำไมใบหน้าของท่านดูซีดนักล่ะ ?” ผู้ดูแลฉีถามด้วยความอยากรู้เมื่อเขาได้เห็นใบหน้าของเหยินปาเชียน

 

“เมื่อคืนข้าน่าจะติดหวัดมาน่ะ”

 

“ร่างกายของท่านอ่อนแอจริง ๆ” ผู้ดูแลฉีหัวเราะเบา ๆ

 

“คนจากห้องครัวหลวงบอกให้ท่านไปตรวจตราในตอนที่ท่านว่างน่ะ”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าแล้วตอบกลับ “ข้ารู้แล้วล่ะ ข้าว่าจะเข้าไปตรวจตราวันนี้หลังจากที่ข้าจัดการงานที่สำนักหงหลูเสร็จแล้วน่ะ”

 

“ท่านเหยิน ท่านสามารถไปตรวจตราเมื่อไหร่ก็ได้ที่ท่านว่าง” ผู้ดูแลฉีโบกมือแล้วหันหลังเดินจากไป

 

เหยินปาเชียนมองดูผู้ดูแลฉีเดินจากไป ผู้ดูแลฉีปฏิบัติกับเขาเหมือนเช่นแต่ก่อน แต่เขารู้สึกว่าบางอย่างผิดปกติ ความคิดของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

ชนเผ่ามีทั้งมุมที่อ่อนโยน มุมที่ตรงไปตรงมา และมุมที่น่ารัก ถึงยังไงก็เถอะ พวกเขาก็ยังมีมุมที่โหดร้ายอีกด้วย นี่คือสิ่งที่เหยินปาเชียนรู้สึก

 

 

 

หลังจากที่ซักผ้าแล้ว เหยินปาเชียนก็หยิบชุดข้าราชการขึ้นมาแล้วมองดู นี่คือวิธีการเอาชีวิตรอดของเขา

 

หลังจากสวมชุดแล้ว เหยินปาเชียนก็ออกจากสวนสัตว์ไป ในขณะที่เดินผ่านลานกว้าง เขารู้สึกได้ว่าในอากาศยังมีกลิ่นคาวเลือดอยู่

 

แต่ทว่า ครั้งนี้เขาไม่รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวอีกแล้ว

 

เมื่อเขามาถึงสำนักหลงหลูแล้ว เขาก็หยิบหนังสือ 300 บทกวีขึ้นมา แล้วเริ่มอ่านบทกวีในนั้น

 

หลังจากนั้นสักพัก เขาก็รู้สึกเบื่อหน่าย และได้เดินออกไปที่สนามหลังบ้านเพื่อมองดูผู้คนจากสำนักหลงหลูฝึกซ้อมกำลังภายใน สงผียังคงเล่นกับหินหนัก 3 ตันเช่นเคย

 

ไม่มีใครมาที่สำนักหลงหลูตลอดทั้งวัน นายว่างเปล่าและหนิงไฉ่เฉินซึ่งมาถึงเมื่อวาน ก็ยังไม่สร้างปัญหาให้กับเขาแต่ประการใด เหยินปาเชียนรู้สึกมีความสุขมากที่สามารถอยู่พักภายในห้องได้ตลอดทั้งวัน

 

ไม่นานก็ถึงตอนเย็น และได้เวลาที่เหยินปาเชียนเลิกงานแล้ว เมื่อแจ้งคนที่สำนักหลงหลูแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังห้องครัวหลวงในพระราชวัง

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนมาถึงห้องครัวหลวง ทางห้องครัวหลวงก็ได้ถวายพระกายาหารค่ำให้กับองค์จักรพรรดินีแล้ว ทุกคนในห้องครัวหลวงกำลังพักผ่อน เมื่อพวกเขาเห็นเหยินปาเชียนมาถึง พวกเขาก็ทักทายเหยินปาเชียนทีละคน

 

“ท่านเหยิน !”

 

“ท่านเหยิน !”

 

เสียงตะโกนที่ดังไปทั่วบริเวณรอบ ๆ ทำให้วุ่นวาย

 

“ผู้ดูแลโกวอยู่ไหนล่ะ ?” เหยินปาเชียนยิ้ม

 

“เค้าไปถวายพระกายาหารค่ำแด่พระองค์ เดี๋ยวเค้าก็จะกลับมา” ใครบางคนตอบทันที

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าแล้วพูดออกมา “เค้าต้องการพบข้าเพราะงานเลี้ยงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ใช่มั้ย ?”

 

“ท่านเหยิน ผู้ดูแลโกวหวังว่าท่านจะช่วยพวกเราเตรียมอาหาร ยังไงซะ พวกเราก็เกือบจะคุ้นเคยกับเครื่องเทศพวกนี้แล้ว วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ใกล้เข้ามาแล้ว แล้วพวกเราก็ไม่มีเวลามานั่งทดลองเครื่องเทศอย่างช้า ๆ แล้วน่ะสิ”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า แล้วก็หาที่นั่งรอผู้ดูแลโกวกลับมา

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ดูแลโกวก็กลับมายังห้องครัวหลวง เมื่อเขาได้เห็นเหยินปาเชียน ใบหน้าของเขาก็กระตุกพร้อมกับเรียกเขา “ท่านเหยิน”

 

“ลืมมันไปได้แล้ว ท่านเรียกข้าว่านักเล่าเรื่องเหยินก็ได้ นี่คือตำแหน่งในวังของข้าในตอนนี้” เหยินปาเชียนยกมือแล้วพูดออกมา “การเรียกข้าว่า ‘ท่านเหยิน’ ดูน่าอับอายสำหรับท่าน ข้าไม่ต้องการทำอะไรให้เป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับท่านน่ะ”

 

แล้วเหยินปาเชียนก็ต้องประหลาดใจ เมื่อผู้ดูแลโกวมองเขาอย่างฉุนเฉียวแล้วพูดออกมา “ท่านคิดว่าข้าเป็นคนที่พูดแล้วคืนคำรึไงเล่า ?”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top