*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 76: การเดินทางจากที่ห่างไกลหลายไมล์เพื่อมอบศีรษะ

 134 Views

หลังจากอ่านหนังสือไทฟอยด์และโรคให้เฉินจี่เซิงฟังเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงแล้ว เหยินปาเชียนก็ออกมาจากร้านขายยาเฉิน เขาเดินไปตามท้องถนน แล้วเขาก็ได้พบกับภัตตาคารสองชั้น เขาอยากลองรับประทานอาหารในภัตตาคารของโลกนี้บ้าง

 

ตั้งแต่ตอนที่เขามาถึง เขาได้รับประทานอาหารที่สวนสัตว์เป็นหลัก โดยปกติแล้ว เขามักจะไม่ค่อยมีโอกาสได้รับประทานอาหารข้างนอกสวนสัตว์มากเท่าไรนัก

 

เหยินปาเชียนมองเห็นได้จากด้านนอกภัตตาคารว่ามีคนอยู่ภายในร้านไม่มากเท่าไหร่ พอเขาเดินเข้าไป แล้วทุกคนก็เงียบลง มีชายหัวล้านหลายคนนั่งอยู่ในแต่ละโต๊ะ พวกเขาได้มองไปที่เหยินปาเชียน

 

นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงหลายคนที่ดูมีเสน่ห์ดึงดูดอีกด้วย

 

พวกเขาทุกคนเป็นชนเผ่าธรรมดาทั่วไป

 

หากเป็นคนทั่วไปที่ได้พบกับสถานการณ์เช่นนี้ ขาของพวกเขาอาจจะร่นถอยกลับไปก็เป็นได้

 

ถ้าหากคนธรรมดาทั่วไปได้เข้าไปในภัตตาคารและได้เห็นชายหัวล้านร่างกำยำที่มีน้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม กำลังจ้องมองเขาอย่างถมึงทึง พวกเขาก็จะหันกลับออกจากร้านไป

 

ในวันนี้ เหยินปาเชียนได้พบกับคนเหล่านี้มากมายในต้าเย่า และพบว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกต่อไป

 

เมื่อคนเหล่านั้นได้เห็นชุดข้าราชการที่เขาสวมอยู่ พวกเขาก็หันหน้าไปแล้วแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขายังคงเคี้ยวเนื้อเต็มปาก หัวเราะกันเสียงดัง แล้วก็เล่นตลกกันต่อไป มันเป็นอะไรที่อึกทึกครึกโครมและน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

 

เหยินปาเชียนหาโต๊ะแล้วนั่งลงที่มุมร้าน แสงที่หันไปทางเขานั้นดูสลัว มีชายร่างกำยำคนหนึ่งมายืนตรงเขา “จะกินอะไรขอรับท่าน”

 

เหยินปาเชียนมองไปที่อีกฝ่ายพร้อมกับเอียงคอ

 

ทั้งน้ำเสียงและการแสดงสีหน้าของชายร่างกำยำคนนี้ ดูไม่เหมือนว่าเค้ากำลังจะถามเราว่าเรา ‘จะกินอะไร’ เลยเนาะ

 

เอาเข้าจริง ดูเหมือนเค้ากำลังถามเราว่าเรา ‘อยากตายมั้ย’ เลยอ่ะ

 

เขาถอนหายใจออกมา

 

ตราบใดที่คนเหล่านี้มีความกังวล เหยินปาเชียนก็หมดหนทาง พวกเขาจะฆ่าทุกคนเพียงแค่ยิ้มให้เนี่ยนะ ?

 

“เมนูพิเศษของภัตตาคารนี้คืออะไร ?”

 

“ทุกเมนูของร้านเราคือเมนูพิเศษ ไม่เคยมีใครที่มากินอาหารที่นี่แล้วบอกว่าอาหารของทางร้านเราไม่อร่อยเลย” ชายร่างกำยำพูดขึ้นทันทีทันใด

 

เหยินปาเชียนถอนหายใจอีกครั้ง จากที่เขาสรุป สิ่งที่ชายร่างกำยำคนนี้จะสื่อก็คือ ‘ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้กินอาหารของทางร้านเรา ไม่กล้าบอกว่ามันไม่อร่อยเลย’

 

“งั้นเอาอาหารเมนูพิเศษของร้านสองอย่าง แล้วก็ไวน์ขวดนึง” เหยินปาเชียนสั่งอาหารพร้อมเครื่องดื่ม

 

“ได้เลย !” ในที่สุด น้ำเสียงของชายร่างกำยำและการแสดงสีหน้าก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น เขาหันกลับไปแล้วตะโกนออกมา “อาหารเมนูพิเศษสองจาน แล้วก็ไวน์ขวดนึง”

 

หลังจากนั้น ในตอนที่เหยินปาเชียนกำลังรออาหารมาเสิร์ฟ เขาก็นั่งฟังบทสนทนาที่กำลังดำเนินต่อไปรอบตัวเขา แต่ก็ดูไม่เหมือนว่าเหยินปาเชียนอยากจะฟังพวกเขาพูดคุยกันหรอก เสียงของชาวต้าเย่านั้นดังมากพอที่จะเจาะเข้าทางหัวของเขาได้เลย มันเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

 

บทสนทนานั้นครอบคลุมหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น ราคาเมล็ดพืชและเสบียงอาหารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มคนได้เข้าต่อสู้แย่งชิง จำนวนคนที่ได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้ และยังมี แม่บ้านในครัวเรือนที่ตบตีสามีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นต้น ลักษณะนิสัยของพวกเขามีความคล้ายคลึงกับชาวจีน

 

ชาวต้าเย่านั้นเถื่อนดิบกว่า อารมณ์ร้ายกว่า หน้าตาดุร้ายกว่า แข็งแกร่งกว่า ต่อสู้เก่งกว่า และพวกเขายังชอบหาเรื่องอีกฝ่ายด้วยประเด็นที่เล็กน้อยที่สุด สิ่งที่คิดได้ทั้งหมดนี้ทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกว่าพวกเขาค่อนข้างแตกต่างจากคนจีนทั่วไป แต่โดยเนื้อแท้ พวกเขาค่อนข้างคล้ายกันจริง ๆ

 

แน่นอนว่ารวมไปถึงการด่าพ่อค้าจากแคว้นอื่น ว่าเกลือและเสื้อผ้ามีราคาแพงมากแค่ไหน แม้กระทั่งเมื่อชาวต้าเย่าขายหนังสัตว์และขนสัตว์ให้กับพวกเขา พ่อค้าเหล่านั้นก็จ่ายเงินให้พวกเขาแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

หลังจากฟังการพูดพล่ามของชาวเรือนแล้ว เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าโลกนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เดิมทีชีวิตก็ควรเป็นเช่นนั้นแหละ เต็มไปด้วยการพูดพล่ามของชาวเรือน และเอะอะโวยวายในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

มันไม่ควรเป็นแบบในพระราชวังที่เหยินปาเชียนเข้าออกอยู่ทุกวัน ทั้งโดดเดี่ยว เยือกเย็น และเคร่งเครียด

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน อาหารก็มาเสิร์ฟ มันคือเนื้อแกะตุ๋นที่มาพร้อมกับซอส ซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะปรุงอย่างไรดี ถึงมันจะมีรสเผ็ดเล็กน้อย แต่มันก็ดับกลิ่นคาวเนื้อแกะได้ดี และมันก็ค่อนข้างอร่อยทีเดียว

 

ส่วนอีกจานคือเนื้อปลาที่ปรุงสุกด้วยวิธีการที่เรียบง่าย มีแค่เกลือกับส่วนผสมอื่น ๆ ที่คล้ายกับขิงอยู่ในจาน แต่สิ่งที่โดดเด่นในจานนี้คือความสด ความนุ่ม และมีรสชาติเนื้อปลาที่ดี

 

ในทางกลับกัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นแรงมาก ถึงมันจะขุ่น แต่ก็มีรสจาง ๆ

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนนั่งฟังเสียงความคึกคักโดยรอบ เขาก็รับประทานอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนหมด เขารู้สึกมึนเมาเล็กน้อย

 

“เก็บตังค์ด้วยครับ” เหยินปาเชียนตะโกนสุดพลังเสียง

 

“80 เหรียญขอรับ” ชายร่างกำยำมายืนอยู่ตรงหน้าเหยินปาเชียน

 

เหยินปาเชียนล้วงหยิบเศษเงิน แล้ววางลงบนโต๊ะ “ไม่ต้องทอน”

 

“ขอบคุณมากขอรับ” ชายร่างกำยำยิ้มออกมา และสีหน้าของเขาก็ดูน่ากลัวมากขึ้น แต่ภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกดูสบายตามากขึ้น

 

 

 

เหยินปาเชียนลุกขึ้นเดินออกจากภัตตาคารไป เขาเดินไปที่พระราชวังราวกับเขากำลังเดินเล่นอย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่เขาจะมาถึงพระราชวัง เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างหน้า ฟังไปฟังมามันคือเสียงหัวเราะนั่นเอง

 

“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย ?” เหยินปาเชียนรู้สึกอยากรู้อยากเห็น แล้วก็รีบเร่งฝีเท้า

 

เมื่อใกล้เข้ามาถึงลานกว้างแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถเห็นสถานการณ์ข้างหน้าได้อย่างชัดเจน

 

บริเวณโดยรอบนั้นมืดมิด แต่ลานกว้างด้านหน้าพระราชวังมีแสงสว่างเล็กน้อย มีพลทหารมากกว่า 20 นายกำลังถือคบเพลิงโดยยืนล้อมเป็นวงกลม ตรงนั้นมีคนอยู่ 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน ผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับคนทั้งสามคน คือชายตัวสูงและแข็งแกร่งกำลังถือดาบที่มีด้ามยาว มีเกราะหนังหุ้มไว้ที่หน้าอกและไหล่ของชายคนนั้น

 

และเสียงหัวเราะดังกล่าวก็มาจากชายตัวสูงและแข็งแกร่งที่กำลังถือดาบนั่นเอง

 

ส่วนผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คนที่เขาเผชิญหน้าอยู่ ชายทั้งสองคนใช้ดาบยาว ในขณะที่ผู้หญิงใช้เพียงมีดคู่สั้น

 

เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนไม่ได้ให้ความสนใจกับพลทหารโดยรอบเลย เป็นเพราะพวกเขากำลังมุ่งความสนใจไปที่ชายที่แข็งแกร่งข้างหน้านั่นเอง

 

“เอาศพของหลงว่านหลี่คืนมา เค้าถูกคนของเจ้าฆ่าตายแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมให้พวกเรารับศพของเค้าคืนล่ะ ? พวกเราแค่ต้องการนำศพของเค้าคืนเอง !” หญิงสาวตะโกนด้วยความโกรธ

 

“เข้ามาสิ..เข้ามา ให้ข้าได้ลิ้มลองทักษะของพวกเจ้าหน่อย ถ้าหากพวกเจ้าสามารถรับมือกับการเคลื่อนไหวของข้าได้ครบ 10 ครั้ง ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าออกไป ถ้ามันเกือบจะทำให้ข้าตายได้ ข้าจะยอมให้พวกเจ้าเอาศพของเค้ากลับไป และรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครมาแก้แค้นแทนข้า แต่ทว่า ถ้าหากพวกเจ้าไม่สามารถแม้แต่จะรับมือกับการเคลื่อนไหวของข้าทั้ง 10 ครั้งล่ะก็ เตรียมตัวถูกฝังตรงนี้ได้เลย” ชายแข็งแกร่งที่ถือดาบใหญ่ได้ข่มขู่พร้อมกับหัวเราะออกมา

 

“เจ้าจะรักษาคำพูดของเจ้าสินะ ? เจ้าเป็นใคร ?” ชายคนหนึ่งมองไปที่พลทหารโดยรอบแล้วตะโกนเสียงดังออกมา

 

“ข้าคือซานว่านสุ่ย ผู้บัญชาการทหารหลวงแห่งประตูซ้ายของพระราชวัง พวกเจ้าทุกคนจำชื่อของข้าไว้จะดีกว่า” ชายแข็งแกร่งคนนั้นตะโกนออกมา “ส่วนพวกเจ้าสามคน ค่อยบอกชื่อของพวกเจ้าให้ข้าฟังถ้าหากพวกเจ้ารอดชีวิต”

 

ทั้งสามคนมองไปที่อีกฝ่าย พลทหารกว่า 20 นายที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่นั้นก็ยากที่จะจัดการอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีผู้บัญชาการทหารหลวงอยู่ตรงหน้าอีกด้วย

 

มีทางออกเพียงอย่างเดียวสำหรับพวกเขาทั้งสามคน ถ้าไม่ฆ่าผู้บัญชาการทหารหลวง พวกเขาก็ต้องรอดจากการเคลื่อนไหวทั้ง 10 ครั้ง มิฉะนั้น พวกเขาจะต้องตายในคืนนี้

 

เมื่อมองจากระยะไกล เหยินปาเชียนสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน แล้วเขาก็ถอนหายใจ

 

จุดประสงค์ที่ต้องเดินทางจากที่ห่างไกลหลายไมล์เพียงเพื่อมอบศีรษะ เพื่ออะไรกันแน่ ?

 

มีชีวิตอยู่ไม่ดีกว่าหรอ ?

 

พวกเขาจำเป็นต้องยืนกรานในการเสี่ยงตายด้วยเหรอ ?

 

“ถ้าอย่างนั้น ให้พวกเราได้ลิ้มรสเพื่อดูว่าผู้บัญชาการทหารหลวงคนนี้มีความสามารถจริง ๆ หน่อยก็แล้วกัน” ชายคนหนึ่งตะโกนลั่น เขาทะยานขึ้นไปบนฟ้า แล้วทิ้งตัวมาที่ซานว่านสุ่ย ลำแสงแสงแวบวาบขึ้นไปบนฟ้าในทันที มันดูคล้ายกับดอกไม้ที่เพิ่งผลิบาน

 

“สวยนี่หว่า แต่ไม่ได้ผลหรอก” ซานว่านสุ่ยหัวเราะอย่างเต็มที่ เขาไม่ได้มีการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาด เพียงแต่ยกปลายดาบใหญ่ขึ้นอย่างง่ายดาย ประกายไฟของดาบที่เปล่งออกมาสามารถมองเห็นได้ทั่วฟ้า ไม่ว่าเงาของดาบหรือดอกไม้ก็ตาม ล้วนถูกทำลายโดยสิ้นเชิง

 

เมื่อเห็นแบบนี้ ชายคนนั้นก็ตกใจ เขาตั้งดาบเป็นแนวนอนตรงหน้าอกของตัวเอง

 

“ชิ้งงงง”

 

ในไม่ช้าก็เกิดเสียงดังขึ้น แล้วดาบก็แตกกระเด็นออกมา

 

“จือเทา !” ชายและหญิงตะโกนด้วยความเดือดดาล แล้วกระโจนเข้าใส่ซานว่านสุ่ย

 

มีเลือดพุ่งไปบนฟ้า ชายคนนั้นถูกผ่าครึ่งในแนวดิ่ง ศพของเขาตกลงพื้นทั้งสองส่วน พร้อมทั้งเลือดสดและอวัยวะภายในต่างกระจัดกระจายไปทั่วเช่นกัน

 

เมื่อได้เห็นจากระยะไกล เหยินปาเชียนก็รู้สึกสะอิดสะเอียน มันน่าขยะแขยงมากจริง ๆ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผู้ท้าสู้ก็อ่อนแอเกินไป ด้วยสภาพแบบนี้ พวกเขายังกล้าเดินทางมาต้าเย่าเพื่อต่อสู้แย่งชิงศพของหลงว่านหลี่ อีกทั้งยังทำให้เหยินปาเชียนได้ยืนยันความคิดของตัวเอง แท้จริงแล้ว พวกเขาเดินทางจากที่ห่างไกลหลายไมล์เพียงเพื่อมอบศีรษะ โชคดีที่มาเพียง 3 คน หากมีผู้ท้าสู้เพิ่มขึ้นอีก 2 คน ซานว่านสุ่ยอาจจะสามารถฆ่าคนได้ 5 คนเลยล่ะ

 

เมื่อเผชิญหน้ากับสองคนที่กระโจนเข้าหาเขา ซานว่านสุ่ยใช้ดาบใหญ่ของตนพาดผ่านไป กระบวนท่าของเขานั้นทั้งคล่องแคล่วและว่องไวอย่างหาที่เปรียบมิได้ ประกายไฟของดาบได้สะท้อนออกมาจากเปลวเพลิง มันเร็วเท่าสายฟ้าแลบและหายไปในทันที

 

คนสองคนรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถรับการโจมตีของเขาได้ และหลีกแยกออกจากกัน

 

“ครั้งที่สาม !” ซานว่านสุ่ยตะโกนออกมา เขาชี้ดาบใหญ่ไปทางชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เขา เขาแยกแผ่นหินบนพื้น แล้วแผ่นหินก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ

 

“ครั้งที่สี่ !” เขาชี้ด้ามดาบไปทางหญิงสาวที่ถือมีดคู่ไว้ในมือ เมื่อได้รับการโจมตีจากซานว่านสุ่ย หญิงสาวคนนั้นก็รู้สึกว่าแขนของเธอสั่นสะเทือน พังผืดระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของเธอนั้นเจ็บปวดมาก มีดคู่ได้กระเด็นออกมาทันที

 

“ครั้งที่ห้า !” เส้นประกายไฟของดาบนั้นเห็นได้ว่าพาดผ่านเอวของหญิงสาวคนนั้น

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top