*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 74: นายว่างเปล่า

 153 Views

เหยินปาเชียนพักอยู่ในสำนักหงหลูต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองวัน เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจกับผู้คนและกฎของพวกเขา

 

ในช่วงเวลานี้ เขาได้ค้นพบว่าสงผีอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งของลานซึ่งไม่ไกลจากสำนักหงหลูมากนัก ชาวต่างแดนที่ต้องการที่พักก็จะพักอาศัยอยู่ที่นั่น

 

สงผีนั้นไม่มีอะไรทำและกำลังเดินเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ เขาสามารถทำประโยชน์ที่ตลาดในเมืองได้อย่างแน่นอน

 

ในช่วงเวลานี้ เหยินปาเชียนได้เดินทางกลับไปยังดาวโลกแล้วกลับมาพร้อมบทกวี 300 บท เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาว่าง เขาก็จะไปท่องจำบทกวีที่สำนักหงหลู

 

อย่างน้อยที่สุด ตัวเขาก็ปราศจากปัญหาและยังคงอยู่ว่าง ๆ ต่อไป

 

สงผีเดินตามเหยินปาเชียนไปเรื่อย ๆ ในตอนที่เหยินปาเชียนกำลังท่องบทกวี เขาก็ได้นั่งลงแล้วกรนอยู่บนพื้น เสียงรบกวนที่มาจากเขาสามารถแผ่กระจายออกไปหลายไมล์ และเหยินปาเชียนก็กำลังจะยัดถุงเท้าใส่ปากของเขา

 

“ท่านรอง..ท่านรอง..มีแขกผู้มาเยือนแล้ว” ในบ่ายวันแรกหลังจากที่เขากลับมาจากดาวโลก ในขณะที่เหยินปาเชียนกำลังสงสัยว่า เขาสามารถใช้อะไรอุดปากของสงผีได้ ก็มีเสียงดังออกมาจากข้างนอก

 

“เค้าเป็นใครเหรอ ?” เหยินปาเชียนไม่ได้โต้ตอบอะไรอยู่ครู่หนึ่ง

 

“เค้ามีชื่อว่านายว่าง..ว่าง..อะไรซักอย่าง..อ้อ..นายว่างเปล่า” ยามเฝ้าประตูคนหนึ่งชื่อว่าฉีเซิ่ง เดินเข้ามา ทั้งเขาและผู้รักษาการแทนคนเดิมที่ชื่อว่าฉีจี้ มาจากฐานที่มั่นเดียวกัน และมีอีกคนหนึ่งชื่อว่าฉีเหิง ซึ่งก็เป็นยามเหมือนกัน

 

“ห้ะ..นายว่างเปล่า..?” เหยินปาเชียนรู้ว่าเขามาเพื่อเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี แล้วก็ต้องการถวายของขวัญให้ด้วย

 

“สงผี ลุกขึ้นตามข้าไปดูทีสิ” เหยินปาเชียนเตะเอวของสงผี เขารู้สึกคล้ายกับได้เตะหินอย่างไรอย่างนั้น

 

สงผีเดินออกนอกประตูด้วยสายตาที่พร่ามัว เขาเห็นหญิงสาววัยรุ่นที่ดูน่ารักและแสนบอบบาง ซึ่งสวมชุดที่มีสีสันกำลังแบกเสลี่ยงอยู่ ในตอนที่ทุกคนได้เห็นชายคนนั้น พวกเขาก็โปรยกลีบดอกไม้จากกระเป๋าที่เอวของพวกเขาขึ้น

 

“แขกคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย ?” เหยินปาเชียนเข้าประจำการที่ทางเข้าออกเพื่อเฝ้าดูการแสดงที่โดดเด่น แล้วเขาก็เกิดรู้สึกได้ถึงลางไม่ดีขึ้นมา

 

“นายว่างเปล่ามาถึงแล้ว” หญิงสาวคนหนึ่งร้องตะโกนอย่างละเอียดลออพร้อมกับโปรยกลีบดอกไม้ไปรอบ ๆ

 

“ท่านผู้มาเยือนขอรับ กรุณาลงมาจากเสลี่ยงแล้วเข้ามาลงทะเบียนด้วยขอรับ” เหยินปาเชียนแสดงออกถึงความประหม่า และเขาก็สงสัยว่าคนกลุ่มนี้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาหรือเปล่า

 

“แค่ก แค่ก” มีเสียงออกมาจากภายในเสลี่ยง ตามด้วยม่านที่แหวกออกซึ่งเผยให้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดผ้าต่วนสีเงิน เขาทาแป้งขาวและริมฝีปากของเขาก็ซีดเหมือนศพ หน้าตาของเขาพอดูได้ แต่เขาแลดูป่วยและให้ความรู้สึกเหมือนว่าลมแรงจนจะพัดเขาออกไปได้ เขาไม่เพียงแต่ดูอ่อนแอเท่านั้น แต่ไตของเขาเองก็เห็นได้ชัดเจนอีกด้วย

 

“นายไตบกพร่องสินะ ? โปรดตามข้ามา” เหยินปาเชียนเอามือไว้ข้างหลังและไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา เขาหันหลังแล้วเดินเข้าไปข้างใน

 

“แค่ก แค่ก นายว่างเปล่าต่างหาก..นายว่างเปล่า” เขารีบแก้กับเหยินปาเชียน

 

“ข้าล้อเล่นน่ะ นายว่างเปล่า” เหยินปาเชียนพูดออกมาโดยไม่สบตาเขา

 

“แค่ก..แค่ก แค่ก..แค่ก” นายว่างเปล่ากระแอมไออย่างต่อเนื่องพร้อมกับกระพริบตาเป็นสีต่าง ๆ เมื่อเขาเห็นสงผีจ้องมองมาที่เขาโดยไม่แสดงสีหน้าออกมา สีในดวงตาของเขาก็เริ่มเลือนหายไป และเขาก็กระแอมไอตลอดทุกฝีก้าวที่เดินตามเหยินปาเชียน

 

“ท่านมีใบอนุญาตเดินทางมั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ข้าทำหายไปแล้ว”

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่ชาวต่างแดนมายังต้าเย่า พวกเขาก็จะต้องส่งใบอนุญาตเดินทางที่ชายแดน คงไม่ต้องบอกว่า ตัวเหยินปาเชียนเองก็ไม่มีเช่นกัน

 

เมื่อไตร่ตรองให้ดี เขาก็ได้รู้ว่าคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินีนั้นมีที่มามาหลายแห่ง แน่นอนว่าจะมีบางคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ ทางการต้าเย่าได้พบมาหลายกรณีในปีก่อน ๆ และเหยินปาเชียนเพิ่งจะได้ยินเรื่องราวเมื่อไม่กี่วันมานี้

 

 

 

เหยินปาเชียนพานายว่างไปที่ห้องของผู้รักษาการแทน แล้วก็หยิบปากกาและกระดาษออกมาจากชั้นวางและวางไว้บนโต๊ะทันที

 

“โปรดเขียนชื่อ ถิ่นที่อยู่อาศัย สถานที่เกิด อาชีพ ที่พักอาศัยหากมีการจัดไว้ เหตุผลที่มา และรายละเอียดอื่น ๆ จะต้องถูกเขียนลงไปในนี้ ถ้าท่านมาเพื่อเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาให้กับองค์จักรพรรดินีล่ะก็ ของขวัญของท่านจะถวายตรงไปยังพระองค์” เหยินปาเชียนพูดจบและนั่งข้างหลังโต๊ะ

 

“แค่ก แค่ก ข้าควรเรียกท่านว่ายังไง ?” นายว่างเปล่าป้องปากแล้วถามออกมา

 

“เรียกข้าว่าผู้รักษาการแทนหงหลู แซ่ของข้าคือเหยิน” เหยินปาเชียนตอบอย่างเฉื่อยชา

 

นายว่างเปล่ายืนอยู่หน้าโต๊ะ เขียนคำบนกระดาษด้วยปากกา แล้วก็เหย่าข้อมือ กระดาษแผ่นนั้นเปลี่ยนเป็นเงาสีขาว และลอยไปยังหน้าอกของเหยินปาเชียน

 

“ปัง”

 

ก่อนที่กระดาษจะลอยข้ามโต๊ะ มันก็ถูกกดลงบนโต๊ะด้วยฝ่ามือขนาดใหญ่ สักครู่ต่อมา โต๊ะทั้งตัวถูกฝ่ามือทุบแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และกระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง

 

สงผีทุบโต๊ะด้วยฝ่ามือข้างหนึ่ง แล้วก็จ้องมองตาไม่กระพริบไปที่นายว่างเปล่า ร่างกายของเขาให้ความรู้สึกเหมือนสัตว์ที่มีท่าทางโผงผาง นายว่างเปล่ารู้ได้โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าหากเหยินปาเชียนกำลังจะออกคำสั่งนี้ มนุษย์ป่าเถื่อนคนนี้จะกระโจนเข้าใส่เขาทันที

 

ชายร่างโตคนนี้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายสุดขีด

 

เหยินปาเชียนไม่ได้เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา แต่ฝ่ามือของเขาก็มีเหงื่อออก และในหน้าอกของเขาก็มีความโกรธพุ่งขึ้น ในโลกนี้ คนบางคนนั้นมากเกินไป และยกมือขึ้นเพื่อประท้วงเมื่อพวกเขาไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่าย

 

เขาคิดว่ามีแค่ชนเผ่าเท่านั้นที่มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่คนจากแคว้นอื่นก็ไม่ได้ดีกว่าเลย

 

ใช่แล้ว นายว่างเปล่านั้นเป็นคนปกติธรรมดาซะเมื่อไหร่ล่ะ

 

“การลอบโจมตีผู้รักษาการแทนแบบนี้ ข้าควรจะสั่งประหารท่านหรือขุดหลุมแล้วฝังท่านไว้ดีนะ ?” เหยินปาเชียนหัวเราะเยาะ

 

“อภัยให้ข้าด้วย มันหลุดมือข้าไปน่ะ ถ้าสงผีไม่สกัดมันไว้ กระดาษก็จะชะลอตัวลงตรงหน้าท่าน หรือแม้แต่คนธรรมดาก็สามารถกันได้ ข้าไม่คิดว่ามันจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นนี้ แค่ก..แค่ก” นายว่างเปล่ายิ้มแสดงการขออภัย

 

“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกล่ะก็ ท่านจะถูกฝังอยู่ใต้เมืองกางนะ” เหยินปาเชียนพูดอย่างเย็นชา “ส่วนโต๊ะที่เสียหายหนึ่งตัว กับกระดาษพิเศษหนึ่งแผ่นที่ใช้ในสำนักหงหลู ท่านจะต้องชดเชยด้วยเงิน 100 ตำลึง”

 

นายว่างเปล่าหยิบใบทองออกจากเอวของเขา แล้วมันก็ปลิวในขณะที่เขาโยนมันไปยังสงผี บางทีมันน่าจะเรียกว่าแผ่นทอง เหมือนสมุดที่มีกระดาษหลายแผ่น และสามารถดึงแยกมาออกใช้ได้

 

“ข้าไม่มีที่พัก และข้าเกรงว่าข้าจะต้องรบกวนให้ท่านจัดเตรียมให้ข้าแล้วล่ะ” นายว่างเปล่าพูดออกมา

 

เหยินปาเชียนหยิบกระดาษขึ้นมาจากพื้น แต่มีเพียงเศษกระดาษเหลืออยู่เท่านั้น

 

“ก่อนที่ข้าจะช่วยท่าน ท่านจะต้องกรอกข้อมูลลงในกระดาษอีกครั้งนะ” เหยินปาเชียนยืนขึ้นเพื่อหยิบกระดาษอีกแผ่นจากชั้นวางด้านข้างเขา

 

คราวนี้ นายว่างเปล่าทำได้แค่วางกระดาษลงบนผนังเพื่อเขียน แล้วเขาก็กระแอมไอเป็นระยะ ๆ ในขณะที่เขาเขียน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับปอดของเขา เขาไม่รู้ว่านายว่างเปล่านั้นเป็นมาตั้งแต่ยังเด็ก หรือเป็นเพราะการฝึกฝน

 

“ข้ากรอกข้อมูลเสร็จแล้ว” นายว่างเปล่ายื่นกระดาษให้กับเหยินปาเชียน เหยินปาเชียนเหลือบมองอย่างรวดเร็วและสังเกตเห็นแซ่ของเขาคือเจ้า เขาจำคำได้สองคำ แต่เขาไม่รู้จักหนึ่งคำในชื่อนั้น ชายคนนี้มาจากตระกูลเจ้า ซึ่งอยู่ที่ไหนสักแห่งในมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

เหยินปาเชียนไม่รู้จักชื่อของสถานที่นี้

 

เขาวางกระดาษบนชั้นวางของ แล้วก็วางไม้ทับไว้บนกระดาษ

 

“ข้าจะพาท่านไปยังที่พักของท่าน” เหยินปาเชียนกับสงผีอยู่ข้างหน้า พวกเขาออกจากสำนักหงหลู โดยมีนายว่างเปล่าซึ่งนั่งอยู่ภายในเสลี่ยงตามมาด้วย

 

 

 

หลังจากที่เดินไปได้ไม่ไกล พวกเขาก็พบลานซึ่งประกอบด้วยลานเล็ก ๆ แต่ละลานมีห้อง 4 ห้อง ห้องนึงเป็นห้องครัว ห้องนึงเป็นห้องนอนใหญ่ ส่วนอีกสองห้องมีไว้สำหรับบริวารที่มาพร้อมกับแขก

 

ลานถูกจัดเรียงเป็น 3 แถว และมองเห็นถนนสายหลักได้ก่อนใคร เหยินปาเชียนจัดให้นายว่างเปล่าอยู่ที่นั่น เขาเป็นคนที่มาเร็วที่สุด ก็จะได้รับทำเลที่ดีที่สุดเป็นธรรมดา

 

นายว่างเปล่านั้นพอใจกับทำเล และได้จับมือเหยินปาเชียนไว้แน่น ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณหลังจากที่ลงมาจากเสลี่ยง

 

“อีกซักพัก จะมีคนส่งเหรียญตรามาให้ ซึ่งให้สิทธิ์ท่านอยู่ในลานนี้” เหยินปาเชียนบอกเขา “ส่วนเรื่องอื่น โปรดจัดการด้วยตัวท่านเอง ชุดเครื่องนอนก็เตรียมไว้ให้หมดแล้วล่ะนะ”

 

“แค่ก แค่ก ขอบคุณมาก ท่านผู้รักษาการแทนเหยิน” นายว่างเปล่าไออย่างรุนแรงหลังจากที่พูดออกมา และผ้าเช็ดหน้าที่ปิดปากของเขามีคราบสีแดง

 

“ข้าไม่รบกวนท่านแล้วดีกว่า” เหยินปาเชียนเห็นเขาไอเป็นเลือด และต้องการออกไปอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นวัณโรครึเปล่านะ ? อยู่ห่าง ๆ ไว้ดีกว่า

 

 

 

เมื่อออกมาจากลาน เหยินปาเชียนก็หันกลับไปมอง

 

มีความจำเป็นอะไรที่คนป่วยจะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายพันไมล์ เพื่อเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินีนะ ?

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ คนเหล่านี้อาจดูโหดเหี้ยมไปบ้าง ถ้าเขาไม่มีสงผีอยู่ข้างกายเพื่อปกป้องเขา เขาอาจจะประสบปัญหาใหญ่ก็เป็นได้ เขาพูดอะไรบ้าบอออกมา เขาอ้างว่ากระดาษจะชะลอตัวลงเอง เขากำลังพยายามจะกลั่นแกล้งใครกันแน่ ? เพื่อให้สามารถเปลี่ยนกระดาษที่อ่อนนุ่มให้ลอยได้อย่างรวดเร็ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอุบายสักหน่อย

 

คนแรกที่เขาได้พบเจอก็เป็นเช่นนั้นแล้ว มันยากที่จะจินตนาการว่าคนอื่นที่เหลือจะเป็นอย่างไร

 

ภารกิจนี้ดูลำบากกว่าที่คาดไว้

 

คนประเภทนี้มีอยู่มากมาย และมันยากมากที่จะจัดการโดยไม่ต้องใช้กำลัง

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมฉีจี้ถึงต้องหักขาของคนทั้ง 4 คนในปีที่แล้ว และเหยินปาเชียนเองก็ยอมรับว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

 

ถ้าหากพวกเราไม่หักขาของพวกเขาก่อน พวกเราก็จะไม่รู้แน่นอนว่าพวกเขาจะใช้อุบายแบบไหน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top