*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

BDC ตอนที่ 28 ชัยชนะ (2)

 182 Views

BDC ตอนที่ 28 ชัยชนะ (2)

 

“มันจบแล้ว” เย่เฉินคำรามก้อง ทะยานไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง จากนั้นก็กระโจนขึ้นสูง เงื้อดาบหนักเทียนชุ่ยขึ้นเหนือศีรษะ ราวกับกำลังจะตัดผ่ายอดเขา ทุกกระบวนท่าล้วนแต่เรียบง่ายอย่างยิ่ง เย่เฉินจึงใช้ออกได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ

 

ฟุ่บ!

 

เสียงดาบหนักกรีดผ่านอากาศจนสั่นสะท้าน

 

จ้าวหลงรีบชักดาบสีทองสุกสว่างของตนออกมา บรรจุพลังปราณลงไปภายในอย่างแข็งขัน

 

เปรี้ยง!

 

เย่เฉินฟาดดาบหนักเทียนชุ่ยของตนลงไปบนดาบวิญญาณของจ้าวหลงอย่างรุนแรง

 

ตูม!

 

เมื่อถูกดาบหนักเทียนชุ่ยกระแทกเข้าอย่างจังเช่นนี้ จ้าวหลงที่เพิ่งทรงกายเหยียดตรงขึ้นมาได้ ก็เข่าทรุดลงไปกับพื้นในพริบตา เสียงกระดูกหักดังขึ้นเสียดแทงแก้วหู

 

พรูด!

 

โลหิตคำโตถูกพ่นสาดกระจายออกมาจากปาก

 

ยามนี้มีเพียงความเงียบงันชวนให้ขนลุกขนพองเท่านั้น

 

แท่นประลองที่ก่อนหน้านี้ยังคึกคักจอแจพลันกลายเป็นเงียบสงัด แม้แต่เสียงหอบหายใจก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน บรรดาศิษย์ล้วนตื่นตะลึงเกินกว่าจะขยับตัวได้

 

ศิษย์ฝึกหัดผู้หนึ่งถึงกับทุบตีจ้าวหลงลงไปหมอบคลานอยู่กับพื้นได้โดยใช้เพียงกระบวนดาบเดียวเท่านั้น

 

“เจ้าแพ้แล้ว”

 

“เป็นไปไม่ได้!” จ้าวหลงแผดเสียงร้องดังลั่น พยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาให้ได้ด้วยแข้งขาอันสั่นระริกของตน ทว่าเย่เฉินใช้ดาบเทียนชุ่ยอันหนักอึ้งกดข่มมันเอาไว้

 

“ข้าจะปลิดชีวิตเจ้าเดี๋ยวนี้” เย่เฉินกล่าวตอบอย่างเย็นชา

 

ผู้ที่ชมดูอยู่จึงเพิ่งตระหนักได้ว่าจ้าวหลงพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว ราวกับเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากความฝันก็ไม่ปาน

 

เดิมพันนั้นคือชีวิตของจ้าวหลงและเย่เฉิน

 

“เย่เฉินคงไม่ได้คิดจะฆ่าจ้างหลงจริงๆ ใช่หรือไม่ ต่อให้จ้าวหลงจะเป็นถึงศิษย์ของผู้นำปรมาจารย์แห่งยอดเขาตี้หยาง แต่หากถูกเย่เฉินใช้ดาบนั่นฟันสับลงมาก็คงไม่อาจเอาชีวิตรอดได้แน่”

 

“ข้าเห็นว่าเย่เฉินคิดจะเอาชีวิตจ้าวหลงไปจริงๆ!”

 

“ข้าเป็นถึงศิษย์แห่งยอดเขาตี้หยาง เจ้ายังกล้าฆ่าข้าหรือ” จ้าวหลงเชิดศีรษะขึ้น ตะโกนท้าทายอย่างหยิ่งผยอง ราวกับไม่ได้รับรู้สถานการณ์ของตนเองในยามนี้เลยแม้แต่น้อย

 

ในสายตาของมัน การเดิมพันด้วยชีวิตอะไรนี่ก็เป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น ต่อให้มันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็ย่อมไม่ต้องสละชีวิตไปจริงๆ อย่างแน่นอน เนื่องเพราะมันมีผู้สนับสนุนเบื้องหลังอันแข็งแกร่ง เพราะอาศัยสิ่งนี้มันจึงกล้ากระทำการไร้ยางอายออกมาได้อย่างไม่แยแส

 

“หากเจ้าปลิดชีวิตศิษย์พี่จ้าวไปล่ะก็ ผู้นำปรมาจารย์ของพวกเราจะไม่อภัยให้เจ้าอย่างแน่นอน!” บรรดาศิษย์ที่อยู่ฝ่ายจ้าวหลงแผดเสียงตะคอกใส่เย่เฉิน ทว่าไม่กล้าก้าวขาขึ้นมาบนลานประลองแม้แต่ก้าวเดียว ด้วยหวั่นเกรงกำลังความสามารถของเย่เฉิน

 

“ข้อตกลงคือการเดิมพันด้วยชีวิต เมื่อยอมรับแล้วก็ต้องเตรียมใจที่จะตาย!” เย่เฉินโต้กลับอย่างเด็ดเดี่ยว

 

“การประลองเป็นเพียงวิธีการชี้แนะและเรียนรู้เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องผลักดันให้คู่ต่อสู้จนมุมจนตกตายเสียหน่อย” ศิษย์สตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเอ่ยขึ้นอย่างชอบธรรม พลางชำเลืองมองเย่เฉินด้วยหางตา

 

เด็กสาวผู้นี้งดงามน่ารักไม่น้อย ดวงตาทั้งคู่ใสกระจ่าง เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวยาวสลวยราวกับม่านน้ำตก ชุดกระโปรงสีขาวสะอาดของนางปลิวสะบัดราวกับดอกบัวที่กำลังเบ่งบานดอกหนึ่ง ผู้ที่ได้ชมดูล้วนอยากจะทิ้งสายตาที่เรือนร่างของนางให้นานอีกหน่อย

 

“นางก็คือซูชิงเยว่แห่งยอดเขาเหรินหยางผู้นั้น”

 

“นางมาด้วยหรือ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็นนางเลย”

 

เย่เฉินค่อยๆ หันศีรษะไปมองซูชิงเยว่อย่างสง่างาม เอ่ยถามอย่างไม่นำพาปรารมภ์ “ศิษย์พี่หญิง หากวันนี้ฝ่ายที่พ่ายแพ้คือข้า วาจาเหล่านี้เจ้าจะยังกล่าวออกมาอยู่หรือไม่”

 

“หากยังเอาแต่ปรารถนาจะช่วงชิงชีวิตผู้อื่นอยู่เช่นนี้ เจ้าก็ยากจะบรรลุผลสำเร็จใดๆ ได้” ซูชิงเยว่ยังดูสำรวมเยือกเย็น นางยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เอ่ยด้วยท่าทีราวกับกำลังทำนายอนาคตของเย่เฉิน ประหนึ่งว่าอยู่ในสถานะเหนือกว่า

 

“ตามความเห็นของเจ้า ข้าควรจะปล่อยเขาไป?” เย่เฉินยกมุมปากเหยียดยิ้มอย่างเย็นชา สะกดข่มความเดือดดาลเอาไว้มิดชิด

 

สาเหตุที่เขาขุ่นเคืองยามนี้ไม่เพียงเพราะจ้าวหลงตามจองล้างจองผลาญจางเฟิงเหนียน หู่หวาและเสี่ยวอิงไม่เลิกราเท่านั้น ทว่ายังเป็นเพราะบุคลิกท่าทางที่ซูชิงเยว่แสดงออกมานั้นช่างคล้ายคลึงกับจีหนิงชวงไม่มีผิด พวกนางล้วนแต่วางท่าสูงส่ง ราวกับว่าตนเองเลิศล้ำกว่าผู้อื่น ทั้งยังเสแสร้งว่าตนเองกำลังกระทำในสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงธรรม

 

“ข้าเพียงแต่ต้องการฉุดดึงเจ้ากลับมาในหนทางที่ถูกต้อง อย่าได้…”

 

“เจ้ามีครอบครัวของตนหรือไม่” เย่เฉินพูดขัดซูชิงเยว่อย่างไม่ไว้หน้า เอ่ยถามเสียงเย็นชาพลางจ้องเขม็งไปที่นางด้วยแววตากระหายเลือด

 

เมื่อถูกขัดจังหวะเช่นนี้ ซูชิงเยว่ก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดเย่เฉินจึงถามคำถามเช่นนี้ออกมา

 

“หากว่าข้าจับคนในครอบครัวของเจ้าไปมัดห้อยไว้ จากนั้นก็ฟาดตีพวกมันตั้งแต่กลางวันจวบจนถึงยามค่ำคืน เจ้าจะต้องการฆ่าข้าหรือไม่” เย่เฉินมองนางด้วยหางตา แค่นเสียงเย้ยหยัน “หากเจ้ายังต้องการกระทำ เช่นนั้นก็หยุดเสแสร้งแกล้งวางท่าว่าตนเป็นคนดีเสียเถิด”

 

“เจ้า…” หลังจากถูกเย่เฉินตำหนิอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ ใบหน้างามของซูชิงเยว่ก็พลันกลายเป็นเผือดซีดในพริบตา

 

ไหนเลยจะเหลือท่าทางเยือกเย็นสูงส่งอะไรนั่นอยู่อีก ซูชิงเยว่โมโหโกรธาเสียจนหน้าอกสะท้อนกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ ในฐานะที่เป็นศิษย์ของผู้นำปรมาจารย์แห่งยอดเขาเหรินหยาง ทั้งยังเป็นดุจดั่งองค์หญิงน้อยแห่งสำนักเหิงเยว่แห่งนี้ นางไหนเลยจะเคยถูกดุด่ากลางฝูงชนเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าผู้ดุด่านั้นยังเป็นเพียงศิษย์ฝึกหัดขั้นควบรวมลมปราณระดับแรกผู้หนึ่ง

 

เย่เฉินยืนตระหง่านอย่างมั่นคงอยู่บนแท่นเมฆาวายุ ยกฝ่ามือขึ้นมาอย่างไม่ลังเล พลังปราณโคจรหมุนวนอย่างดุดัน ขณะที่มองลงไปยังจ้าวหลง

 

หากฝ่ามือนี้ของเย่เฉินฟาดลงไป จ้าวหลงย่อมต้องตกตายอย่างแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ชั่วขณะนี้เอง ก็มีพลังปราณแข็งแกร่งพุ่งทะยานมาปรากฏอยู่บนแท่นประลอง กลายเป็นเงาร่างหนึ่งซึ่งถือแส้ปัดเอาไว้ในมือ

 

ผู้มาก็คือเก่อหง ผู้นำปรมาจารย์แห่งยอดเขาตี้หยางนั่นเอง

 

***************

อ่านแล้วชอบเข้ามากดไลค์นะครับ

แฟนเพจ จักรพรรดิยุทธ์อมตะอหังการ์ BDC –นิยายแปล

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top