ขนาดตัวอักษร

บทที่ 13 กฏแปลกประหลาด !

 855 Views

บทที่ 13 กฏแปลกประหลาด !

ดวงอาทิตย์สว่างจ้าที่ลอยสูงอยู่บนท้องฟ้า มันกำลังแผ่ความร้อนด้วยแสงแดดอันเจิดจ้าลงมาบนพื้นโลก คลื่นความร้อนของมันสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะความร้อนที่มันแผ่ออกมามันจะมีไอบาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ

ลมพัดเบา ๆ พัดเข้าผ่านผ้าม่านในห้องเบา ๆ

“ลืมไปซะ .. ฉันคิดว่าแรงบันดาลใจของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน แต่ฉันไม่คิดว่านายจะเป็นเหมือนพวกนั้นซะอีก” หวังเจียงหลังจากเงียบมานานก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเสียใจเล็กน้อย

“ไม่ต้องกังวล ฉันจะช่วยโปรโมทร้านอาหารของนายให้เอง ! ตอนนี้มันสายแล้ว ฉันมีหลายอย่างที่ต้องรีบไปทำ” หวังเจียงบอกให้หลิวซุยตามเขาไปพร้มกับอำลาเป่ยเฟิง

“เด็กหนุ่มคนนี้น่าสนใจจริง ๆ เห็นได้ว่าเขายังหนุ่มแท้ ๆ แต่เขาพูดเหมือนกับว่าเขาผ่านอะไรในชีวิตมาตั้งมากมาย” หวังเจียงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจเล็กน้อยในขณะที่เดินอยู่บนโคลนแห้ง ไปพร้อมกับหลิวซุย

“อันที่จริงผมว่าเขาก็ไม่เลวนะครับ” หลิวซุยตอบหลังจากพิจารณาเงียบ ๆ แล้วเขาก็พูดเสริมเข้าไปอีกว่า “นอกจากนี้เขายังทำอาหารได้สุดยอดอีกด้วย !”

คิ้วของหวังเจียงขมวดเล็กน้อย หลังจากคิดอะไรหลาย ๆ อย่างแล้วเขาก็เดินหายไปจากตรงนั้น

ในขณะเดียวกันเป่ยเฟิงกำลังทำความสะอาด “ฉากอาชญากรรม” บนโต๊ะอาหาร นอกจากจะมีชามข้าว จานอาหาร หม้อที่เขาต้องทำความสะอาดแล้ว เขายังต้องขัดถูและทำความสะอาดห้องครัวไปด้วย

‘อืม.. ตอนนี้ฉันก็มีเวลาว่างแล้ว ทำไมฉันไม่ฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสงอีกซักเล็กน้อยละ ? ตอนที่ฉันทำท่าสุดท้ายนั่นมันแปลก ๆ ยังไงอยู่ …’ เป่ยเฟิงพึมพำกับตัวเอง

เนื่องจากตอนนี้ไม่สามารถฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง แบบเต็มที่ได้ เพราะการฝึกปกติจะต้องทำในตอนเช้าเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะฝึกวิธีการเคลื่อนไหวอย่างเดียวไม่ได้

เป่ยเฟิงยืนอยู่ใต้ร่มต้นไทร ค่อย ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ แต่เป็นระบบ

การเคลื่อนไหวสองชุดแรกไม่มีปัญหาเลย แต่ที่ยากลำบากที่สุดคือการเคลื่อนไหวท่าที่สาม ความยากลำบากของมันจะเพิ่มขึ้นทวีคูณหลายเท่าเมื่อเทียบกับสองท่าก่อนหน้านี้ !

จุดสำคัญของท่าที่สามคือเขาต้องเลียนแบบการเคลื่อนไหวของแมว เขาต้องทำร่างกายให้สั่นเหมือนมัน กล่าวอีกอย่างก็คือเขาต้องโกรธให้มันเหมือนมัน โกรธและสั่นโดยใช้เสียงข้างในตัวในการทำ … !

อย่างไงก็ตามความแตกต่างระหว่างแมวกับมนุษย์ต่างกันเกินไป ! เพื่อจะทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก พลังงาน เลือด สั่นได้เหมือนแมว มันเป็นไปไม่ได้เลย !

แต่ว่าในคู่มือนี้มันสามารถทำได้จริง โดยมันได้บอกวิธีเอาไว้หลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถฝึกพวกมันได้ในขณะนี้ เขาอาจจะบังเอิญดูดซับพลังภายในธาตุหยางมากเกินได้หากเขาทำในตอนกลางวัน

ดังนั่นเป่ยเฟิงจึงทำได้แค่ทำท่าทำทาง แต่ไม่ได้ฝึกส่วนสำคัญแต่อย่างไร

หลังจากเคลื่อนไหวแต่ละท่าเสร็จแล้ว เป่ยเฟิงก็นั่งลงสมาธิ จดจ่อไปกับเคล็ดการหายใจด้วยแสง เขาพยายามจะสลักพวกมันลงเข้าไปยันกระดูกของเขา [1]

เช่นเดียวกับเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ พื้นดินรอบ ๆ เป่ยเฟิ่งเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา

ทุกครั้งที่เปรียบเทียบประสบการณ์จากอดีตกับประสบการณ์ตัวเอง เป่ยเฟิงจะรับรู้ข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้เขาพัฒนาตัวเองไปทีละนิดได้

ตลอดช่วงบ่ายเขาทำหลาย ๆ อย่างได้ดีอย่างน้อยเขาก็สามารถเคลื่อนไหวท่วงท่าได้ในรอบเดียว ในแง่ของการเคลื่อนไหวสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือความสามารถในการพัฒนาตัวเองของเขา

ปัญหาสำหรับเป่ยเฟิงเวลาเลียนแบบท่วงท่านั่นก็คือ ถึงเขาจะทำพวกมันเป็นกิจวัตรประจำวันได้ เขารู้ว่าต้องเคลื่อนไหวอย่างไร แต่เขากลับไม่เข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลังของมัน

ประสบการณ์จากอดีตของผู้อื่น ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น แต่เขาไม่สามารถนำมาใช้ด้วยตัวเองได้ !

เพราะว่าร่างกายของคนทุกคนมันไม่เหมือนกัน สิ่งที่เหมาะกับคนอื่น มันอาจจะไม่เหมาะสำหรับเขาก็ได้

ไม่ต้องพูดถึงความสามารถทางร่างกายหรือความยืดหยุ่นทางร่างกายที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคนทั่วไปของเป่ยเฟิงเลย แต่ว่าน่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวหลาย ๆ อย่างที่เขารู้ มันเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์จะรับได้ ดังนั่นเพื่อทำให้ได้แบบนั้น เป่ยเฟิงจำเป็นต้องเข้าใจ และปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวให้เข้ากับร่างกายที่อ่อนแอของเขาเอง

“จ๊อกก จ๊อกก … ”

ท้องของเป่ยเฟิงประท้วงด้วยความหิวโหยและส่งสัญญาณว่าหมดเวลาในการฝึกแล้ว การออกกำลังกายจำเป็นต้องใช้ทั้งความสามารถทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้นความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจของเป่ยเฟิงได้ถูกระบายออกไปหมดแล้วในตอนที่เขาออกกำลังกาย ตอนนี้เขารู้สึกหิวอย่างมากทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ถึงมื้อเย็น

ในเมื่อไม่มีทางเลือก เป่ยเฟิงทำได้แค่เดินไปอาบน้ำล้างตัวแล้วเข้าไปทำอาหารต่อเท่านั้น

หลังจากออกแรงเมื่อตอนบ่าย ความอยากอาหารของเป่ยเฟิงถูกปลุกขึ้นอย่างรุนแรง เขารีบกินข้าวจากข้าวที่เหลือเมื่อตอนกลางวันทันที

“หวังว่าวันนี้โชคจะเข้าข้างฉัน ให้ฉันจับอะไรดี ๆ ได้ …”

เป่ยเฟิงลูบท้องด้วยความพึงพอใจ เมื่อเขาเช็ดปากเสร็จแล้วก็หยิบคันเบ็ดสีม่วงแล้วตรงไปทันบ่อน้ำโบราณทันที

ในฐานะที่เป็นคนชื่นชอบการตกปลา จะรู้ได่ว่าความสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนชอบตกปลานั่นก็คือการตกปลาที่รอคอยว่าเมื่อไหร่ปลาจะกินเบ็ด

เด็กหลายคนไม่สามารถทนกับการรอคอยที่นาน ๆ แบบนี้ได้ ดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบการตกปลานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกวัยกลางคนหรือคนแก่ ๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีหนุ่มสาวบางคนเช่นกัน เช่นเป่ยเฟิงที่มีกลิ่นอายของชายชราที่ขึ้เกียจทำอะไรไปทุกอย่าง เขาโยนสายเบ็ดลงไปในบ่อน้ำ แล้วนั่งลงอย่างสงบบนเก้าอี้ที่เขาได้เตรียมเอาไว้ เขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ที่เห็นอยู่มีแค่เขานั่งอย่างสงบ อดทน และเงียบสงัด

แต่วันของเขาก็หมดลงนั้นก็เพราะว่าเขาตกอะไรไม่ได้เลย

‘อืม .. ดูเหมือนว่าอัตราความสำเร็จในการตกได้จะเหมือนกันทุกครั้งที่ตก’ เป่ยเฟิงถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ท้อแท้

เขามีเหตุผลที่เรียบง่ายมาก โดยปกติถ้าใครไม่สามารถตกอะไรได้ ที่พวกเขาควรทำก็คือย้ายตำแหน่งจากปัจจุบันไปอีกจุดหนึ่งแล้วลองตกอีกครั้งเท่านั้น

แต่ใครจะรู้มีปลาเยอะแค่ไหนใต้ผิวน้ำ บางทีเขาอาจจะพลาดปลาหายากไปก็ได้เมื่อเขาเปลี่ยนจุดตก

เนื่องจากใช้โอกาสของวันนี้ไปแล้ว เป่ยเฟิงจึงลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปที่ห้องของเขา

ในขณะเดียวกัน เมื่อหวังเจียนกลับไปที่บริษัทแล้ว เขาได้ติดต่อกับหัวหน้าแผนกการตลาดเพื่อแนะนำร้านอาหารของเป่ยเฟิงตามที่ได้สัญญาเอาไว้

“สวัสดี ? นั่นใคร ?”

ในขณะที่เป่ยเฟิงกำลังดูข่าวในทีวี ทันใดนั้นก็ได้มีโทรศัพท์มือถือของเขาสว่างขึ้นพร้อมกับเลขที่ไม่คุ้นเคยปรากฏบนหน้าจอ

“สวัสดี ผมเป็นสมาชิกของทีมการตลาดจาก บริษัทชิงเฉิง อ่า บอสหวังบอกมาว่าเขาเพิ่งกลับมาจากร้านอาหารของคุณเมื่อตอนกลางวันนี้ ..” เสียงที่ดังออกมาถูกส่งผ่านโทรศัพท์

“โอ้ มีอะไรให้ฉันช่วยบ้าง ?” เป่ยเฟิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“คือมันเป็นแบบนี้ … บอสหวังสั่งมาว่าให้เราช่วยโฆษณาเกี่ยวกับร้านของคุณ ฉันจำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของร้านคุณก่อน ถึงจะทำงานได้ดีขึ้น” เจ้าของเสียงอธิบายอย่างละเอียด

“อ่า ได้ ๆ อย่างแรกเลยต้องพูดถึงกฏของร้านฉันซักเล็กน้อยก่อน ..” เป่ยเฟิงค่อยข้างประหลาดใจกับการกระทำของหวังเจียง มันช่างรวดเร็วจริงๆ !

หลังจากนั้นเขาก็เอากระดาษที่เขียนกฏเอาไว้ แล้วเริ่มพูดเกี่ยวกับกฏของเขาทั้งหมด

“เอิ่ม ทั้งหมดมีแค่นี้แหละ …” เป่ยเฟิงหยุดพูด ขณะกำลังดูว่าควรจะปรับอะไรอีกไหมตอนนี้

“โอเค ขอบคุณที่เสียสละเวลา ฉันได้จดไว้หมดแล้ว”

หลินเยหลังจากที่วางสายลง เขาไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเมื่อมองสิ่งที่จดในกระดาษ

ถ้าเขาไม่ได้รับงานนี้จากบอสหวัง เขามั่นใจได้เลยว่านี้มันเรื่องตลกบัดซบอะไรกัน !

กฏของเป่ยเฟิงมันบ้าอย่างมาก !

ข้อที่หนึ่ง: ร้านนี้ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ทุกอย่างที่มีแอลกอฮอล์จะห้ามนำเข้าร้าน หากฝ่าฝืนจะถูกลงบัญชีดำ

ข้อที่สอง : ร้านนี้สามารถจองได้ แต่เวลาและวันที่จะได้รับการตัดสินใจจากเจ้าของร้านอีกที

ข้อที่สาม : ลูกค้าไม่สามารถสั่งอะไรได้ ทุกอย่างจะเป็นเจ้าของร้านที่ตัดสินใจว่าเขาจะทำอะไรแทน

ข้อที่สี่ : ห้ามชำระผ่านบัตรเครดิต รับเฉพาะเงินสดหรือโอนผ่าน WeChat เท่านั้น

ข้อที่ห้า : เวลาเปิดทำการไม่มี รวมทั้งราคาของทุกอย่างจะถูกกำหนดโดยเจ้าของร้าน

นอกจากนี้ลูกค้าต้องมีบัญชี Weibo [2]

“นี้มันบัดซบอะไรเนี่ย ?” หลินเยพูดออกมาดัง ๆ ด้วยความขุ่นมัว แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ สุดท้ายเขาก็โทรศัพท์ไปและรายงานบอสหวังเท่านั้น

“อ่า ! ไอ้เจ้าเด็กโง่คนนี้ .. บางทีฉันไม่น่ารับคำขอร้องจากมันเลย” หน้าผากของหวังเจียนย่นเล็กน้อย เขารู้สึกปวดหัวกับความจู้จี้จุกจิงอย่างมากหลังจากที่ได้ฟังเรื่องพวกนี้ คนบ้าที่ไหนมันทำธุรกิจกันแบบนี้ ?! [3]

หวังเจียนได้แต่ส่ายหัวเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็เรียกคนไม่กี่คนเข้าไปในห้องของเขาและให้คำแนะนำเล็กน้อย ไม่นานหลังจากนั้นบริษัทที่รู้จักกันในชื่อ บริษัท ชิงเฉิง ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น !

ภายในคืนเดียวทุกแพลตของ บริษัท ชิงเฉิง ได้มีการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารส่วนตัวของเป่ยเฟิง

“โว้ว ! ร้านอาหารส่วนตัวบัดซบนี้มันอะไรกัน ? แม้แต่บริษัท ชิงเฉิง ก็ยังให้การสนับสนุนร้านนี้งั้นหรือ ?”

บริษัท ชิงเฉิง เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงเฉิง จึงไม่น่าแปลกใจที่คนนับไม่ถ้วนให้การสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

พวกเขามีผู้ติดตามหลายล้านคนในแต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและฟอรัม ทันทีที่ข่าวนี้มีการปล่อยออกมา สิ่งที่ทุกคนเห็นนั้นคิดได้ไปในทางเดียวกัน ร้านอาหารส่วนตัวนี้เป็นอะไรกับหวังเจียน พวกเขาเกี่ยวข้องกันแบบไหน ?

เพราะปกติแล้วทุกอย่างที่เกี่ยวกับการขายขนาดใหญ่แบบนี้จะทำไม่ได้หากไม่ได้รับการอนุมัติจากหวังเจียน

แต่ก็ได้มีความติดที่สองที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน นั่นก็คือ เจ้าของร้านนี้มันต้องบ้าพอตัวเลยทีเดียว !

**********
[1] ED/N : หมายถึงประสบการณ์และข้อมูล อ้างอิงจากตอนที่ 10
[2] ED/N : อันนี้ผมไม่ค่อยรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร บางทีอีกหลายๆตอนน่าจะมีอธิบาย
[3] ED/N : เป็นคำพูดในอนิเมะ บางครั้งมีนก็จะโผล่มาในนิยายจีนหลานๆเรื่อง

************

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top