ขนาดตัวอักษร

บทที่ 7 ความคิดริเริ่มในการเปิดร้านอาหารระดับไฮเอนด์ !

 917 Views

บทที่ 7 ความคิดริเริ่มในการเปิดร้านอาหารระดับไฮเอนด์ !

เมื่อรถบรรทุกค่อย ๆ แล่นมาถึงตรงเชิงเขา ตอนนี้พวกเขามาถึงขอบรอบนอกของหมู่บ้านแล้ว

สำหรับการที่จะขนของเข้าไปโดยผ่านหมู่บ้านนั่น พวกเขาไม่สามารถเอารถเข้าไปได้ เพราะอย่างงั้นทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเอาของที่เหลือแบกเข้าเดินเท้าขึ้นไป

“เอิ่ม พี่ชายเราต้องเดินไปไกลแค่ไหนกัน ?”

เพราะดวงอาทิตย์อยู่บนหัวของพวกเขาพอดีสำหรับคนที่แบกจอทีวี LED ขนาดใหญ่เดินตามหลังนั้นพวกเขาหอบเสียงดังเหมือนลูกปลาที่ขาดน้ำ ไหนจะเหงื่อที่ไหลย้อยเต็มหน้าพวกเขาอีก พวกเขากำลังเดินขึ้นภูเขาไปเรื่อย ๆ โดยดูเหมือนว่าทางที่พวกเขากำลังไปมันจะทอดยาวไม่มีที่สิ้น จนพวกเขาทนไม่ได้ต้องถามขึ้นมา

“มันก็ไม่ไกลนักหรอก พวกเราจะไปถึงในอีก … 7- 8 นาทีนี้แหละ” เป่ยเฟิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงขอโทษเล็กน้อย

เมื่อคนแบกจอทีวีขนาดใหญ่ได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็รู้สึกโล่งอกเล็กน้อย แต่ในเวลาเดียวกันถ้าหันหลังกลับไปพวกเขาจะเห็นคน 2 คนที่กำลังแบกตู้เย็นขนาดใหญ่อยู่ พวกเขาดูน่าสงสารกว่าคนข้างหน้าอย่างมาก พวกเขาได้แต่ก้นด่าไอ้พวกข้างหน้า จากนั้นก็แบกตู้เย็นเดินขึ้นเขาตามเป่ยเฟิงต่อไป

เอาจริง ๆ สิ่งที่พวกเขาต้องการจะบอกก็คือ มาลองแลกกันดูไหมละจะได้รู้ว่าทีวีหรือตู้เย็นอันไหนหนักกว่ากัน [1]

“อึ้ก แฮ่ก แฮ่ก พี่ชาย คุณต้องการให้เราเอาตู้เย็นไปไว้ตรงไหนกัน ?”

หลังจากที่พวกเขาเดินมาถึงในบ้านแล้ว คนที่แบกตู้เย็นทั้งสองคนก็รีบวางมันลงแล้วนั่งหอบอยู่บนพื้นทันที

“เอามันวางไว้ในห้องนั่น” เป่ยเฟิงชี้ไปทางห้องครัว

แต่น่าเสียดาย พวกเขาทั่งคู่มีเวลาพักไม่นาน เพราะอย่าลืมว่ายังมีของอีกหลายอย่างที่อยู่บนรถอีก เมื่อพวกเขาพักดื่มน้ำจนพอใจแล้วก็รีบกลับไปที่รถเพื่อขนของมาที่นี่อีกรอบ

ตอนนี้ถึงเวลาสำหรับมื้อเที่ยงแล้ว เป่ยเฟิงจึงถามว่าพวกเขาทั้งสามคนต้องการอยู่กินด้วยกันหรือไม่ แต่พวกเขาก็ปฏิเสธแล้วยืนยันว่าต้องการจะไปที่อื่นต่อ สุดท้ายเป่ยเฟิงทำได้แค่ให้บุหรี่ไม่กี่ม้วนกับพวกเขาเท่านั้น

“ตอนนี้ฉันมีทุกอย่างแล้ว ไหนจะมีเวลาทำอะไรเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ อีก …” เป่ยเฟิงเปิดทีวีแล้วเลือกช่องแบบสุ่ม ๆ แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั่น

สำหรับการใช้ชีวิตตัวคนเดียวมันก็ทำให้เขารู้สึกเบื่อ แต่อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการวิ่งไปทั่วเพื่อหางานทำ ว่าไหม ?

เป่ยเฟิงไปที่ห้องครัวแล้วนำเนื้อไก่ดิบที่เหลืออยู่ใส่ตู้เย็นออกมา แล้วจึงเริ่มทำอาหารกลางวันกิน

อย่างแรกที่เขาทำคือ กะหล่ำปลีผัดเผ็ด ต่อด้วยไก่ตุ๋นถั่วเหลือง เมื่อเขาเริ่มกินก็เสมือนเข้าถูกผีที่หิวโหยสิงเข้า มื้อนี้ทำให้เขากินข้าวได้ถึงสองชามเลยทีเดียว

‘ไก่ตัวนี้มันอร่อยจริง ๆ ต่อให้ให้ฉันกินมันทุกวันแต่ก็ไม่มีจะเบื่อเลย !’ เป่ยเฟิงลูบท้องของเขาแล้วคิดอย่างพอใจ

‘ถ้าให้เทียบระหว่างไก่ละก็ มันก็เหมือนกับไก่ที่ฉันกินนี้คือราชาของไก่ ไหนจะตัวอวบใหญ่หรือจะเป็นเรื่องรสชาติของมัน บางทีถ้าฉันเปิดร้านอาหารมันก็น่าจะไปได้สวยแฮะ !’ เมื่อเขาพิจารณาดี ๆ แล้ว มันทำให้เขามีความคิดที่จะเปิดร้านขึ้นมา ‘ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะมีเงินเก็บแล้ว แต่ฉันจะมานั่งอยู่เฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้ ด้วยไก่ที่อร่อยเหมือนขึ้นสวรรค์ตัวนี้ มันต้องเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากได้แน่ ๆ’

‘ถึงแม้ว่าฉันจะใช้ระบบตกปลาสวรรค์ได้แค่วันละครั้ง แต่ฉันเปิดร้านได้ก็ต่อเมื่อฉันจับอะไรก็ได้มาแล้วเท่านั้นและใช่แล้ว ร้านอาหารที่ฉันจะเปิดมันจะต้องเป็นร้านอาหารระดับไฮเอนด์ ที่จะมีเพียง 1-2 โต๊ะ ต่อวันเท่านั้น’ ยิ่งเขาคิดมากเท่าไหร่ ดวงตาของเป่ยเฟิงก็ยิ่งมีแสงสว่างออกมามากขึ้น เมื่อเขาคิดถึงแผนที่วางไว้

“ใช่แล้ว ปกติอาหารที่ทำจากไก่จะมีราคาอยู่ที่ 200-300 หยวนต่อจาน แต่สำหรับไก่ตัวนี้ฉันควรตั้งไว้ที่ 800 หยวนต่อจานดีหรือเปล่านะ ?” เป่ยเฟิงเริ่มคำนวณคิดในใจ อย่างแรกเลยคือร้านต้องเป็นบ้านเขา เพราะเขาไม่อยากเช่าที่อื่น นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอากาศที่ดี แล้วพวกโต๊ะที่ใช้นั่งก็คือโต๊ะหินตรงใต้ต้นไทรนั่นเอง

ถ้าวันไหนสภาพอากาศไม่เป็นใจ เขาก็ยังสามารถใช้ห้องที่เหลือเป็นที่ใช้รับประทานอาหารได้นั่นอีก

จะว่ายังไงดี เพราะสำหรับบ้านที่เป็นตึกแถวของเขาแล้ว แค่เปลี่ยนห้องซักหนึ่งหรือสองห้องจากแปดห้องมันไม่ใช่ปัญหาเลย

‘วันนี้ฉันยังไม่ได้ลองตกปลา ฉันอยากรู้จังวันนี้ฉันจะตกได้อะไร ..’

เมื่อเป่ยเฟิงตั้งมั่นว่าวันนี้เขาจะทำอะไรดีแล้ว เขาก็หยิบคันเบ็ดสีม่วงขึ้นมาแล้วเดินไปยังบ่อน้ำโบราณ

หลังจากที่ขุดหาไส้เดือนไปซักพัก เขาก็เจอกับไส้เดือนตัวอ้วน ๆ จากนั่นเขาจึงยัดมันใส้ตะขอเตรียมพร้อมที่จะตกแล้ว !

เขาวางมีดที่เพิ่งลับคมมาวางไว้ข้าง ๆ มันส่องแสงสะท้อนกับดวงอาทิตย์จนแสบตา เขาเตรียมมันไว้ล่วงหน้าเผื่อเกิดเหตุการณ์มีตัวอะไรโผล่ออกมาจากบ่อน้ำที่ดูอันตราย ได้

‘จานละ 880 หยวน ตอนนี้ฉันคิดว่ามันจะเป็นอะไรไหมถ้าฉันเพิ่มราคาไปอีกซักหน่อย ? ในเมื่อฉันต้องมาเสี่ยงชีวิตตกปลาที่นี่ ?’ เป่ยเฟิงเริ่มวาดฝันว่าจะมีตัวอะไรมาติดเบ็ดเขา

*********

ภายใต้ท้องฟ้าของอีกโลก ภายใต้มหาสมุทรสีฟ้า จะเห็นปลาที่มีความยาวหลายร้อยเมตรกระโดดขึ้นจากผิวน้ำแล้วดำน้ำลงไป เพราะการกระโดดของมันทำให้มีคลื่นสูงเท่าตึกสิบชั้นเลยทีเดียว !

ไหนจะนกทะเลที่อยู่บนท้องฟ้านั่นอีก กรงเล็บของพวกมันดูคมมาก เหมือนโลหะที่ผ่านการลับคมมาแล้วนั่นอีก

เมื่อมองด้วยตาจะเห็นว่านกทะเลพวกนี้มันเล็กมาก ‘แต่ความจริงคือ’ พวกมันมีขนาดเจ็ดถึงแปดเมตรเลยทีเดียวเมื่อมันกางปีกออกมา และเมื่อมันเห็นเหยื่อมันก็จะหุบปีกแล้วดิ่งลงไปในน้ำ เหมือนดาบที่กำลังจะฟันไปที่มหาสมุทร !

ถ้าเป็นโลกปกติจะถือว่านกตัวนี้มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด แต่เพราะนี้เป็นอีกโลก มันถือว่ามีขนาดที่เล็กเมื่อเทียบกับนกอื่น ๆ ที่มีขนาดไม่น้อยกว่าสิบเมตร

“ปัง !”

นกทะเลตัวเล็ก ๆ เจาะเข้าไปในมหาสมุทรเหมือนดั่งการยิงปืนใหญ่เข้าไป

หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ ในความเงียบสามสิบวินาทีผ่านไป ก็มีสิ่งชีวิตออกมาจากน้ำ มันเป็นนกทะเลตัวเล็กที่กลับมาจากการล่า มันสามารถจับปลาได้ครั้งแรกตั้งแต่ที่มันหัดล่า ! ปลาสีเขียวที่มีความยาวมากกว่าหนึ่งเมตรถูกยึดแน่นภายใต้กรงเล็บของมัน

“หยิน !”

นกทะเลตัวน้อยรู้สึกตื่นเต้นมาก ในขณะที่มันจับปลาไว้แน่นแล้วบินไปอีกฟากของทะเลที่มีนกตัวใหญ่สองตัวเรียกมันอยู่ ใช่แล้วมันมันคือพ่อแม่ของมันนั่นเอง

“ชิ้วววว !”

ในขณะนั่นเองได้มีเส้นใยโปร่งแสงดูบางมาก ๆ โผล่ออกมาจากบนฟ้า จากนั้นสิ่งที่คล้าย ๆ ฟันก็ได้ตกเข้าไปในปากของปลาสีเขียว !

‘เอ๊ะ มันขยับแล้ว !’ เป่ยเฟิงรู้ได้ทันทีว่ามีตัวอะไรมากินเบ็ด เขาจึงรีบดึงมันขึ้นมาทันที

“หยิน !”

นกทะเลตัวน้อยทันใดนั่นมันก็รู้สึกแปลก ๆ มีบางอย่างไม่ถูกต้อง ! ทำไมอยู่ดี ๆ มันถึงขยับตัวไม่ได้กัน !? อยู่ดี ๆ ก็มีแรงดึงมหาศาลดึงมันไปพร้อมกับปลาขึ้นไปบนฟ้า เจ้านกทะเลตัวน้อยที่น่าสงสาร มันรู้สึกหวาดกลัวมากเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ดี ๆ กำลังจะถูกลากข้ามฟากฟ้าด้วยความเร็วมหาศาล !

“หยินนนน !”

นกทะเลตัวใหญ่ทั้งสองเห็นได้ว่ามีอะไรแปลก ๆ กับลูกของมัน มันจึงรีบบินไปหาแล้วตะโกนเรียกออกมาอย่างกังวล

“หยิน !”

นกทะเลตัวน้อยในขณะที่กำลังโดนลากขึ้นไปบนฟ้าด้วยความสูงที่สูงขึ้น สูงขึ้น มันก็เริ่มรู้สึกตัว ในที่สุดด้วยความลังเลครั้งสุดท้ายมันก็ปล่อยกรงเล็บของมัน ทำให้อาหารที่มันหามาได้ด้วยความยากลำบากถูกขโมยไปจากปากของมัน … [2] สุดท้ายที่มันทำได้คือบินด้วยความหดหู่กลับไปหาพ่อแม่มัน โดยที่มีน้ำตาไหลอยู่ในดวงตาของมัน มันช่างน่าสงสารจริง ๆ

“ว้าวว ปลาอะไรกันทำไมตัวใหญ่ขนาดนี้”

เมื่อมองไปที่ปลาตัวใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำ ทำให้เป่ยเฟิงโห่ร้องด้วยความดีใจ เขาตกใจอย่างมากเมื่อมองไปที่ปากของปลาที่มันความใหญ่เท่ากับหมัดของผู้ใหญ่เลยทีเดียว

‘เจ้าตัวนี้มันอยู่ในน้ำ มันคงไม่มีแรงเท่าไอ้ไก่ยักษ์น่าโง่นั้นเมื่อมันกลับขึ้นมาบนบกใช่ไหม ?’

เป่ยเฟิงรู้สึกปั่นป่วนไปทั่วท้อง แต่อย่างไงก็ตามเขากลืนความหงุดหงิดนั่นแล้วค่อย ๆ ดึงปลาขึ้นมาจากบ่อน้ำ

แต่เมื่อเขาดึงมันขึ้นมาเขาก็รู้สึกแปลกๆ เท่าที่เขาดูปลาตัวนี้น่าจะมีน้ำหนักหลายร้อยจิน แต่เมื่อดึงจากเบ็ดมันเหมือนหนักแค่สิบจินเท่านั่น !

‘ดูเหมือนมีจะมีเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับเบ็ดคันนี้อีกหลายอย่างที่ฉันยังไม่รู้แหะ’ เป่ยเฟิงคิดอย่างเงียบ ๆ ยังไงซะมันก็ไม่มีอะไรน่าตกใจอยู่แล้วในเมื่อมันเป็นสิ่งของที่ได้รับมาจากระบบตกปลาสวรรค์ เพราะงั้นมันเลยรับประกันได้ว่ามันต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

เป่ยเฟิงวางปลาขนาดใหญ่จากนั้นก็เริ่มสำรวจมันอีกครั้ง เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นน้ำทะเลที่ออกมาจากตัวมัน

‘มันเป็นปลาทะเล ไม่น่าแปลกใจทำไมมันถึงตัวใหญ่ขนาดนี้’ เป่ยเฟิงพึมพำเงียบ ๆ เขารู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่เขาไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถ้ามันเป็นปลาน้ำจืดเขาสามารถเอามันใส่ลงในถังน้ำได้ในขณะที่มันมีชีวิตอยู่ แต่เพราะมันเป็นปลาจากทะเล เขาจึงทำได้แค่ฆ่ามันในทันทีแล้วเอาไปใส่ในตู้เย็น

เป่ยเฟิงหยิบมีดของเขาขึ้นมาโดยไม่มีความลังเลใด ๆ เขาฟันลงไปที่คอของมัน เจ้าปลาที่น่าสงสารยังไม่ทันได้ทำอะไรมันก็ถูกดับลมหายใจโดยที่ยังไม่ทันแม้แต่ออกแรงต่อสู้เลยด้วยซ้ำ อันที่จริงคือมันขยับไม่ได้เหมือนมันโดนสะกดไว้ต่างหาก

เป่ยเฟิงค่อย ๆ ดึงตะขอออกมาแล้วตรวจดูความเรียบร้อยอีกรอบ

ในขณะเดียวกันทันทีที่ตะขอถูกดึงออก เจ้าปลาขนาดใหญ่ก็เริ่มดิ้นไปบนพื้นอย่างบ้าคลั่งทันที !

แต่สุดท้ายที่มันทำได้ก็ไม่มีอะไรซะนอกจากความตายที่รอมันอยู่ สุดท้ายหลังจากผ่านไปหลายนาทีมันก็หยุดดิ้นไปมาอย่างสมบูรณ์

เป่ยเฟิงเริ่มหั่นแบ่งส่วนแล้วนำปลาสามส่วนยัดเข้าไปในตู้เย็น

‘สุดท้ายตู้เย็นนี้ก็ยังเล็กไปอยู่ดี หืม ลืมมันไปซะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเกี่ยวกับมัน’

เป่ยเฟิงปิดตู้เย็นแล้วเริ่มทำความสะอาดห้องที่เขาคิดจะใช้เป็นที่รับประทานอาหารของลูกค้าในอนาคต

หลังจากที่ยุ่งอยู่ครึ่งวัน ตอนนี้ทั้งห้องก็ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เมื่อไม่มีฝุ่นแล้วจะเห็นความงามและคลาสสิกของห้องนี้ได้อย่างชัดเจน การออกแบบอย่างดี ไม้ที่ถูกแกะสลักไว้ที่บานประตูและหน้าต่าง เสาทั้งสองด้านที่มีความกว้าง 30 เซนติเมตร มันให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในสมัยก่อนจริง ๆ

แต่ช่างน่าเสียดายที่มันเป็นเพียงห้องเปล่า ๆ มันไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอะไร ทำให้พวกมันดูคล้าย ๆ ห้องของพวกสปาร์ตัน [3]

‘อย่างแรกคือเอาตัวเด็กไปจับหมาป่าซะก่อน [4] จากนั่นฉันก็จะเริ่มต้นทำร้านอาหารระดับไฮเอนด์ได้ แต่ก่อนอื่นที่จะทำเลยก็คือฉันต้องหาซื้อพวกโต๊ะและเก้าอี้ ที่เหมาะกับพวกมันซะก่อน’ เป่ยเฟิงมองไปรอบ ๆ ห้องที่ว่างเปล่า แล้วคิดถึงสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อให้ห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้น

***************

[1] TL / N : มันเป็นวลีประมาณว่า ทำไมแกต้องบ่นในสิ่งที่แกคิดว่าหนักแต่ไม่หันมาดูฉันบ้าง อะไรแบบนั่น
[2] TL / N : คำประมาณว่าข้าวกำลังจะถึงปากแต่โดนโจรที่ไหนก็ไม่รู้มาขโมยไป
[3] ED / N : ประมาณว่ามันเป็นห้องธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรเลย
[4] Pdiko / N : ไม่รู้ครับ *-*

*******************

ฝากเพจด้วยงับ
https://www.facebook.com/Fishing-the-Myriad-Heavens-354050028359720/

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top