ขนาดตัวอักษร

บทที่ 2 ปลาไหลลายเลือด

 1041 Views

บทที่ 2 ปลาไหลลายเลือด

เมื่อมีลมพัดผ่านกำแพงเบา ๆ จะเห็นกำแพงบ้านที่ดูคล้าย ๆ ชายชราใกล้ตายร่อมแร่ ไหนจะแผ่นกระเบื้องที่หลุดออกมาหมดแล้วนั้นอีก

ฉากเบื้องหน้ามันชวนให้รู้สึกสงสัยว่าบ้านหลังนี้มันอยู่รอดมาได้ยังไงจนถึงตอนนี้

แต่เป่ยเฟิงเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กและสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปมันก็แค่แผ่นกระเบี้องเท่านั้น ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ยังเหมือนเดิม

“กริ๊ก แอ๊ดดด ”

เป่ยเฟิงไขกุจแจเก่าที่ขึ้นสนิมเล็กน้อยแล้วผลักประตูออกไป สีบนประตูที่เคยเป็นสีแดงก่อนหน้านี้ ตอนนี้ลอกออกเกือบหมดแล้ว เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมามันไม่ได้รับการดูแลเลย

หลังจากเข้ามาในเขตบ้านแล้วจะพบกับสวนอันกว้างขวางปรากฏแก่สายตาของเขา เนื่องจากขาดการดูแลและโดนปล่อยปะละเลย ทำให้สวนในตอนนี้มันโคตรรกและเต็มไปด้วยวันพืชมากมาย นอกเหนือจากต้นชาป่าบางส่วนที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้วมีแค่ต้นไทรใหญ่ยักเท่านั้นที่ต้องอยู่ตรงกลางสวน

ลำต้นของมันใหญ่มากจนถึงกับต้องใช้สามคนโอบ ชายชราเคยบอกว่ามันถูกปลูกมาร้อยปีแล้ว แล้วก็ยังคงเติบโตต่อไป กิ่งก้านและใบเขียวชอุ่มแผ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทางโดยพาดผ่านเงาทึบทำให้มันดูเหมือนดูเหมือนยักษ์ที่รักษาที่นี่มาตลอดหลายร้อยปี

ด้านล่างต้นไทรมีโต๊ะหินและม้านั่งอยู่ พวกมันสามารถเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจได้ ยิ่งในช่วงฤดูร้อนมันสามารถเป็นที่พักผิงใต้ร่มไม้ได้อย่างดี

เป่ยเฟิงเห็นทุกอย่างแล้วรู้สึกจะเหมือนมีน้ำในตาออกมา ทุกอย่างดูคุ้นเคยสำหรับเขามาก

เป่ยเฟิงเดินไปเปิดประตูห้องนอนของเขา มีขึ้เถ้ากับฝุ่นปกคลุมไปทั่วห้องของเขา และดูเหมือนมันจะเป็นแบบนี้มานานแล้ว

เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องถูกครอบไว้ด้วยแผ่นพลาสติกสีขาวทั้งหมด แผ่นพลาสติกพวกนี้ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะ

หลังจากที่วางสัมภาระของเขาแล้ว เป่ยเฟิงจึงเริ่มทำความสะอาดของพวกนี้ก่อน

ก่อนที่จะเก็บของพวกนี้ เป่ยเฟิงเห็นว่าของทุกชิ้นพังหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องโม่หิน ค้อนหิน แม้กระทั่งคันไถนาสำหรับวัว (?)

เป่ยเฟิงหยิบถังสีดำขึ้นมาแล้วเดินออกไป ถังนี้ไม่เล็กและหนักเกินไป มันมีความจุแค่ 20 – 33 จิน [1] ของน้ำเท่านั้น

เขาหยิบเชือกหยาบมายึดติดระหว่างถังกับไม้ไผ่เพื่อจะสามารถแบกมันไปไหนมาไหนได้

เขาแบกพวกมันมายังแถว ๆ สวน ตรงที่มีแผ่นหินสีเขียวสองแผ่นวางเรียงไว้ด้วยกัน

เป่ยเฟิงวางถังลงแล้วค่อ ยๆ ดันแผ่นหินสีเขียว เมื่อแผ่นหินค่อย ๆ ขยับทันใดนั้นก็มีฝูงแมลงที่อยู่ข้างล่างโผล่ออกมามากมาย

เป่ยเฟิงไม่ได้กลัวเลยเพราะถึงแมลงพวกนี้จะดูอันตรายแค่ไหนแต่อันที่จริงพวกมันไม่มีพิษ เพราะงั้นความอันตรายของมันไม่ต้องพูดถึง

เมื่อดันแผ่นหินออกไปจนหมด จะเห็นบ่อน้ำรูปหกเหลี่ยมอยู่ บ่อนี้มีขนาดความกว้างยาวอยู่ที่เมตรกว่า ๆ พวกมันถูกเรียงเป็นชั้นๆด้วยหินจำนวนมาก

น้ำในบ่อมันดูมีความเป็นประกายและสดใสมาก หากเข้าไปมองใกล้ ๆ จะเห็นได้ความเงางามในน้ำ แม้ว่าจะมีแสงส่องลงมาแต่ยังไม่พอทำที่จะทำให้เห็นว่าบ่อลึกแค่ไหน ปัจจุบันระดับน้ำในบ่อห่างจากปากบ่อแค่ 2 เมตรเท่านั้น

น้ำในบ่อมันดูน่าจะให้รสชาติที่น่ารื่นรมย์อย่างมากเพราะมันทั้งเย็นและสดชื่น มันเป็นน้ำที่แปลกที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ถ้าเทียบกับน้ำอื่น ๆ ก็เหมือนน้ำเน่ากับน้ำสะอาดนั้นเอง

‘เอ๊ะ นั่นมันตัวอะไร’

เป่ยเฟิงตกใจเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นว่าลึกเข้าไปในบ่อมันมีหัวอะไรซักอย่างสีทอง ๆ ขนาดเท่ากำปั้นทารก ค่อย ๆ หดตัวกลับไปในรอยแตกบนกำแพงหิน

เป่ยเฟิงสะดุ้งเล็กน้อย ‘บัดซบ ตัวอะไรอยู่ในบ่อน้ำ ?’

เป่ยเฟิงไม่ได้โยนถังลงไปเพื่อตักน้ำในบ่อ กลับกันที่เขาทำคือยืนจ้องเข้าไปในบ่ออยู่ข้าง ๆ เท่านั้น

อย่างไงก็ตาม แม้ว่าเขาจะยืนรอมาครึ่งวันแต่มันก็ไม่มีอะไรโผล่มาอีกเลย

ทันใดนั้นเขาก็มีความคิดดี ๆ เขาก็หยิบแมลงที่คล้าย ๆ ตะขาบโยนเข้าไปในบ่อหลายตัว

หลังจากที่เขาโยนพวกมันลงไป เขาเห็นพวกมันพยายามตะเกียดตะกายว่ายน้ำอยู่ที่ผิวน้ำ แต่สุดท้ายมันก็แค่การออกแรงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ค่อย ๆ จมลงไป

ทันใดนั้นสิ่งที่คล้าย ๆ หัวเด็กที่แอบอยู่ตรงรอยแตกก็ว่ายออกมาอย่างรวดเร็ว มันเปิดปากกว้างของมันแล้วกินแมลงเหล่านั้นเข้าไปทันที

หลังจากนั้นมันก็รีบกลับเข้าไปรอยแตกที่เดิม สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการสั่นไหวของผิวน้ำเล็กน้อยเท่านั้น

‘นี้มัน ! ปลาไหลลายเลือด !’ ถึงว่าแม้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วมาก แต่เป่ยเฟิงก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเจ้าตัวนี้คือตัวอะไร

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ที่ด้านล่างของภูเขา เพราะที่นี่ไม่มีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยของพวกปลาไหล แล้วปลาไหลตัวนี้มันมาอยู่นี้ได้ยังไงกัน ?

ปลาไหลลายเลือด หรือ ปลาไหลเหลือง ความจริงพวกมันเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่อย่างไงก็ตามมันมีลักษณะต่างกันออกไป โดยปลาไหลเหลืองมันจะสีเหลืองอย่างเดียว ในขณะที่ปลาไหลลายเลือดพวกมันจะมีสีเหลืองและมีลายคล้าย ๆ เส้นไหมสีแดงอยู่บนหลังมัน ทำให้มันได้ชื่อว่าปลาไหลลายเลือด

เลือดและเนื้อของปลาไหลลายเลือดนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ชายแล้วมันมีประโยชน์อย่างมากที่สุด

ในช่วงสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ฉิง ปลาไหลลายเลือดถือว่าเป็นของสำหรับชนชั้นสูง หากพบว่าคนธรรมดามีหรือกินมัน คนผู้นั้นจะมีความผิดร้ายแรงจะถูกทำโทษด้วยการประหารชีวิตด้วยวิธีการตัดหัวทันที

หลังจากที่จีนสามารถสถาปนาตัวเองได้แล้ว [2] ปลาไหลลายเลือดกลายเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นทั่วโลก โดยราคามันสูงถึง 500-600 หยวนต่อ 1 จิน [1]

เมื่อก่อนคนในภูเขาชิงหลิงนั้นโชคดีมาก ใครก็ตามที่ต้องการหาเงินเขาสามารถไปที่ทุ่งนาแล้วไล่จับปลาไหลลายเลือดพวกนี้ไปขายได้อย่างสบาย ๆ

แต่น่าเสียดายที่เวลาทองของพวกเขาอยู่ไม่นาน เพราะด้วยการล่าจำนวนมากทำให้ปลาไหลลายเลือดค่อย ๆ ลดลงอย่างรวดเร็วจนมันเกือบจะสูญพันธุ์

ครั้งสุดท้ายที่ปลาไหลลายเลือดโผล่มาให้เห็นก็ไม่กี่สิบปีมานี้ ทันทีที่มันปรากฏตัวออกมาก็ขายออกทันทีในราคา 8,000 หยวนทั้งที่มันมีน้ำหนักแค่ 3 เหลียง เท่านั่น ! [3]

ตอนนี้หลังจากผ่านมาหลายปีแล้วราคาของมันน่าจะตกอยู่ที่ 20,000 – 30,000 หยวนต่อตัว !

สำหรับความหายากของมันแล้ว นี้เป็นราคาที่เหมาะสมที่สุดแล้วในตอนนี้ เป่ยเฟิงมองมันด้วยดวงตาที่เป็นรูปเงินหยวน !

เขาเลิกคิดฟุ้งซ่านจากนั่นรีบกลับเข้าไปในบ้านแล้ววิ่งเข้าไปในห้องเก็บของทันที

‘เจอแล้ว ! ใครจะไปคิดว่าผ่านมาหลายปีแล้วมันยังใช้งานได้อยู่ !’

ด้วยรอยยิ้มโง่เง่าฉาบอยู่บนหน้าของเป่ยเฟิง เขาหยิบสิ่งของที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นนำออกมาสะบัดเล็กน้อย ในมือของเขาตอนนี้มันคือไม้ไผ่ยาวประมาณ 3 เมตร มีสายเอ็นสีแดงติดอยู่ด้านนึงของไม้ไผ่ ใช่แล้ว มันคือเบ็ดไม้ไผ่นั่นเอง

หลังจากนั่นเขารีบวิ่งออกจากห้องเก็บของแล้วเดินไปรอบสวนอยู่ซักพักนึง จากนั้นเขาจึงวิ่งกลับไปที่บ่อน้ำอีกครั้งพร้อมไส้เดือนตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในมือเขา

ไม่ต้องรีรออะไรทั้งนั้น เขาโยนเบ็ดลงไปในบ่อน้ำทันที โดยเล็งไปที่ด้านขวาถัดจากรอยแยกที่เขาเห็นครีบสีเลือดของปลาไหลอยู่แว๊บ ๆ แต่ดูเหมือนมันยังไม่รู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะเมื่อมันเห็นไส้เดือนลอยเข้ามามันก็เริ่มว่ายเข้าไปหาทันที

ตามธรรมชาติแล้วเมื่อมีอะไรที่ทำให้น้ำสั่นสะเทือนได้ พวกปลาไหลมันจะเริ่มระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ แต่หลังจากที่พวกมันยืนยันได้ว่าไม่มีอันตรายอะไรมันก็จะรีบออกมาแล้วว่ายเข้าไปงับไส้เดือนทันที

“เสร็จละไอ้หนู !”

เป่ยเฟิงรู้สึกได้ถึงแรงดึงจากเบ็ด ทันทีที่มีการกระตุกเขาก็รีบดึงเบ็ดขึ้นมาทันทีแต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อตอนเขาดึงมันขึ้นมามันจะหนักขนาดนี้ ไม่ได้ ! เขาจะปล่อยให้ปลาไหลตัวนี้หนีกลับไปอยู่ในซอกนั่นไม่ได้ !

ปลาไหลลายแดงกำลังพยายามดิ้นรนกลับไปอยู่ในถ้ำของมัน แต่ยังไงก็ตามแรงปลาหรือจะสู้แรงคนได้

หลังจากที่ดิ้นรนซักพัก ปลาไหลลายเลือดก็หยุดดิ้น ทำให้เป่ยเฟิงดีใจเป็นอย่างมาก

‘อย่าหลุดเบ็ดนะไอ้หนู’ เป่ยเฟิงอธิษฐานในใจ มันเป็นเรื่องปกติมากเมื่อเวลาดึงเบ็ดขึ้นมาจะมีโอกาศที่ปลาดิ้นกลางอากาศ ทำให้เบ็ดหลุดออกจากปากมันได้

โชคดีสิ่งที่เป่ยเฟิงกลัวไม่ได้เกิดขึ้น ตอนนี้ปลาไหลลายเลือดถูกดึงขึ้นออกมาจากบ่อน้ำแล้ว

จากการประเมินคร่าว ๆ ในมือของเขา เป่ยเฟิงคิดว่าปลาไหลตัวนี้น่าจะยาวประมาณ 1.2 เมตร ตัวใหญ่โคตร ข้างหลังมันมีลายแดงไปตามหลังทั้งตัว

เป่ยเฟิงค่อย ๆ เอาตะขอที่อยู่ในปากมันออกอย่างระมัดระวัง

เขาทำมันอย่างระวัง เพราะถ้าปลาไหลตายมันจะทำให้เขาสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากได้ โชคดีที่ตะขอแทงเข้าไปไม่ลึกมันจึงสามารถเอาออกได้โดยง่าย

มือข้างหนึ่งเขาจับปลาไหลไว้แน่น ในขณะที่อีกข้างค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในปากเพื่อเอาตะขอออก

ขั้นตอนนี้มีความซับซ้อนเป็นอย่างมากและมันใช้เวลามากกว่าที่เขาคิดว่า แต่โชคดีที่มันไม่มีเกิดอะไรเลวร้ายขึ้น

“เฮ้อ” เป่ยเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งออก

แต่ทันทีที่ตะขอถอนออกจากปากปลาได้ มันก็ดิ้นไปมาทำให้ตะขอแทงไปที่นิ้วของเขา

“ซี๊ดดด! โชคดีที่มันไม่เข้านิ้วฉัน ไม่งั้นแผลนี้มันคงน่าเกลียดน่าดู” เป่ยเฟิงค่อย ๆ ทำใจให้เย็นลง ในขณะที่ดึงตะขอออกมา

เลือดค่อย ๆ หยดลงมาจากนิ้วของเขา เป่ยเฟิงไม่ต้องการให้ชุดของเขาเลอะเขาจึงสะบัดมือแรง ๆ ทำให้เลือดที่กำลังหยดลงมากระเด็นหล่นเข้าไปในบ่อน้ำ

[1] 1 จิน = 0.5 กิโลกรัม
[2] ED : ผมคิดว่าผู้เขียนอาจจะหมายถึงการเป็นสาธารณรัฐจีนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
[3] 1 เหลียง = 50 กรัม หรือก็คือ 1/10 จิน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top