*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 68: การกลับมาของเจได

 146 Views

เหยินปาเชียนมองไปที่หญิงสาวที่กำลังเดินอยู่บนถนนและแบกกระเป๋าต่างขนาดกัน มันดูเหมือนว่าเธอกำลังจะย้ายของไปยังบ้านใหม่ หรือไม่ก็กำลังไปที่สถานีรถไฟ เขารู้สึกเห็นใจเธอเล็กน้อย ยังไงซะ ในอดีตเขาก็เคยเป็นเหมือนเธอ และเข้าใจธรรมชาติว่ามันยากที่หนุ่มสาวจะอยู่รอดได้ในเมือง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหญิงพิการเลย

 

เพราะเหยินปาเชียนว่างงานในตอนนี้ และเขาก็เคยเจอหญิงสาวคนนี้ซึ่งทำให้เขาประทับใจมากในตอนนั้น เขาจึงจอดรถของเขาไว้ที่ไหนสักแห่งข้างหน้า เปิดประตูรถ แล้วก็เดินย้อนกลับไป

 

“เธอยังจำผมได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนเดินไปตรงหน้าหญิงสาวคนนั้น แล้วถามด้วยเสียงอันดัง เขาไม่แน่ใจว่าเขาควรพูดดังขนาดไหนเพื่อให้หญิงสาวคนนี้ได้ยิน

 

“ครั้งก่อนที่ภัตตาคาร เพื่อนร่วมชั้นของผมที่ดื่มหนักไปหน่อยน่ะ”

 

ท่าทีที่ปุบปับของเขาดูคล้ายกับว่าเขากำลังวางแผนที่จะทำการโจรกรรมยังไงยังงั้น ทำให้หญิงสาวตกใจ

 

เมื่อได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วนึกขึ้นได้ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าเธอคือใคร เธอก็แสดงท่าทางสำนึกในทันที

 

“เธอต้องการความช่วยเหลือมั้ย ?” เหยินปาเชียนเห็นสีหน้าของเธอ แล้วก็ได้รู้ว่าเธอจำได้ว่าเขาคือใคร

 

หญิงสาววางกระเป๋าที่เธอแบกอยู่ลงบนพื้น ล้วงสมุดจดเล่มเล็กจากกระเป๋าของเธอ แล้วเขียนว่า “หนูจำได้ ขอบคุณค่ะ”

 

“เธอต้องการความช่วยเหลือมั้ย ?” เหยินปาเชียนชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางของเธอ “เธอจะไปที่ไหนหรอ ?”

 

“ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ” เธอเขียนขึ้น

 

“เธอกำลังกลับบ้านหรอ ? หรือกำลังไปที่ป้ายรถเมล์ ?”

 

“หนูตกงานค่ะ แล้วหนูก็กำลังย้ายที่อยู่ค่ะ ก่อนหน้านี้ หนูอยู่ในหอพักค่ะ”

 

สายตาของเหยินปาเชียนค้างไปเสี้ยววินาที เขาไม่คิดว่าเธอจะไม่ได้ทำงานที่ภัตตาคารนั่นแล้ว

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนธรรมดาที่จะหางานทำ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะหางานทำในกรณีของเธอ

 

ยังไงซะ ไม่ใช่เจ้านายทุกคนที่จะยอมรับคนพิการเข้ามาเป็นเป็นพนักงานของพวกเขา

 

แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ คนอย่างเธอควรเข้าถึงการช่วยเหลือระหว่างกลุ่มคนพิการด้วยกัน อย่างเช่นกลุ่มวีแชท หรือการช่วยค้นหางานสำหรับคนพิการ

 

“เธอพักอยู่ที่ไหน ? ให้ผมไปส่งเธอที่นั่นมั้ย ถือว่าเป็นการขอโทษสำหรับการที่เพื่อร่วมชั้นของผมเสียมารยาทนะ แถมในตอนนี้ ผมก็ไม่มีอะไรทำมากนักหรอก และกำลังขับรถเล่นอยู่น่ะ” เหยินปาเชียนบอกความจริงในที่ว่าเขาไม่มีอะไรทำ เขาพยายามท่องจำบทกวีสมัยราชวงศ์ถังหลายบทตลอดทั้งวัน และตอนนี้เขากำลังเดินทางไปอย่างไร้จุดหมาย ทั้งหมดนี้คือการพักผ่อน

 

หญิงสาวได้เปิดเผยความรู้สึกกลุ้มใจ มันเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเธอที่ต้องพกหลายสิ่งหลายอย่าง และถึงแม้ว่าที่ที่เธอจะไปนั้นไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ใกล้เช่นกัน มันยากสำหรับเธอที่จะเรียกรถแท็กซี่ในบริเวณใกล้เคียง

 

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังกลุ้มใจอยู่ เหยินปาเชียนก็คว้ากระเป๋าเดินทางไว้แล้วพูดออกมา “ไม่ต้องห่วง ผมไม่มีเจตนาร้ายหรอกนะ ผมก็แค่อยากจะขอโทษสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะผมยังว่างงานอยู่และกำลังเบื่อพอดี ถ้าผมสามารถช่วยอะไรได้ ผมจะช่วยเธอแน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเธอกำลังแบกของพะรุงพะรัง ที่ที่เธอจะไปคงไม่ไกลมากสินะ ผมคงไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายหรอก”

 

หญิงสาวพยักหน้า เธอขึ้นรถ แล้วพลิกสมุดจดไปยังหน้าที่เขียนว่า “ขอบคุณค่ะ” ให้เหยินปาเชียน

 

เหยินปาเชียนโบกมือให้

 

“เธอจะไปที่ไหนหรอ ?”

 

หญิงสาวเขียนที่อยู่ลงไป เหยินปาเชียนมองอย่างรวดเร็วแล้วป้อนที่อยู่ในเนวิเกเตอร์ ถือว่าค่อนข้างใกล้กับที่นี่เลย ถ้าหากเธอเดินต่อไป ก็จะห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การถือของเหล่านี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างลำบากทีเดียว

 

“แล้วเธอหางานใหม่ได้รึยัง ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“เดี๋ยวหนูจะหาเร็ว ๆ นี้ค่ะ” หญิงสาวเขียนขึ้น เหยินปาเชียนสามารถรู้สึกได้ถึงความกระตือรือร้นของเธอจากคำพูดที่เธอเขียนขึ้น

 

“ขอโทษนะ เธอชื่ออะไรหรอ ?” เหยินปาเชียนรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ พนักงานเสิร์ฟอีกคนเคยตะโกนชื่อเธอออกมา แต่เขาลืมไปตั้งนานแล้ว

 

“หนูชื่ออันเฟยค่ะ”

 

“เป็นชื่อที่ไพเราะดีนะ” เหยินปาเชียนกล่าวชมเธอโดยไม่คิด

 

อันเฟยพลิกกระดาษอีกครั้งเพื่อโชว์คำว่า “ขอบคุณค่ะ”

 

ดูเหมือนว่าคำหรือวลีที่ใช้บ่อย ๆ จะเขียนไว้ในสมุดจด กระดาษแต่ละแผ่นมีทั้งคำและวลี เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอจำเป็นต้องใช้มัน เธอก็จะหยิบสมุดจดขึ้นมาแล้วพลิกไปที่หน้านั้น

 

ที่ที่อันเฟยกำลังจะไปอยู่คือชุมชนขนาดเล็กที่ล้าสมัย ดูเหมือนว่าเกือบสองวันแล้วที่มีคนเก็บขยะไปจากถังขยะที่อยู่ในลาน

 

เหยินปาเชียนไปส่งเธอไปที่ใต้ตึก อันเฟยเขียนคำใส่กระดาษ “ขอบคุณค่ะ ไว้หนูค่อยเลี้ยงข้าวพี่ซักมื้อเมื่อได้งานใหม่นะคะ รบกวนเขียนเบอร์โทรของพี่ให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ ?”

 

เหยินปาเชียนยิ้มให้แล้วก็เขียนเบอร์โทรของเขาใส่กระดาษ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็มองดูเธอเดินเข้าไปในทางเดินของตึก

 

เหยินปาเชียนนั่งใจลอยในรถอยู่ไม่นาน จนถึงขนาดที่เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเขาเองเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาจะไม่ทำสิ่งนั้นอย่างแน่นอน มิฉะนั้น เขาก็จะไม่หมกมุ่นอยู่ในโลกส่วนตัว หลังจากที่เข้าเรียนในโรงเรียนมาร่วมหลายปี เขาก็ไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว

 

 

 

หลังจากที่ออกไปข้างนอกเป็นเวลานาน เหยินปาเชียนก็รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย เขามองหาร้านอาหารเพื่อหาข้าวกิน แล้วกลับบ้านเพื่อท่องจำบทกวีต่อ

 

เหยินปาเชียนลืมตามองไปยังคานไม้ที่คุ้นเคย เขาส่ายหัหน้าแล้วก็ลุกขึ้นยืน ในมือของเขานั้นก็คือหนังสือ 300 บทกวีสมัยราชวงศ์ถัง แม้กระทั่งหลังจากที่เขาหลับไป เขาก็ยังงุนงงเล็กน้อย เหยินปาเชียนรู้สึกว่าถ้าเขายังท่องจำอย่างนั้นต่อไป เขาก็จะดูเป็นคนโง่

 

มันจะดีกว่าถ้าได้ออกไปข้างนอกแล้วเล่นกับเถียนเถี่ยนและกุ๋นกุ่น

 

กระเป๋าด้านข้างประกอบด้วยลูกอมครีมตรากระต่ายขาว ช็อคโกแลต และกระบองช็อตไฟฟ้าสองอันที่เขาเตรียมไว้ในตอนที่เขาอยู่บนดาวโลก

 

เหยินปาเชียนเหน็บกระบองช็อตไฟฟ้าสองอันไว้ที่เอว เขารู้สึกว่าเขาได้ฟื้นออร่าเจไดของเขาขึ้นมาอีกครั้ง

 

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในตอนเช้า เขาจะพยายามอย่างหนักและเรียนรู้วิธีตบคนโดยใช้ฝ่าเท้า ในตอนบ่าย เขาจะเรียนรู้วิธีการอ่าน และในตอนเย็น เขาจะเล่าเรื่องให้องค์จักรพรรดินีฟัง

 

เมื่อวางแผนสิ่งที่เขาต้องทำเป็นประจำทุกวันแล้ว เหยินปาเชียนก็ผลักประตูให้เปิด แล้วก็อุ้มหมีแพนด้าที่นอนหลับราวกับกำลังหมดสติขึ้นมาไว้ในมือ จากนั้น เขาก็หมุนวนไปรอบ ๆ เหมือนพายุหมุนก่อนที่จะวางเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่มึนงงลง และเห็นดาวปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกมัน

 

เมื่อเถียนเถี่ยนและกุ๋นกุ่นล้มลงกับพื้นแล้ว พวกมันก็รีบเดินไปหาเหยินปาเชียนเพื่อแก้แค้น ในที่สุด ตัวหนึ่งก็สะดุดและชนเข้ากับขอบประตู ในขณะที่อีกตัวล้มบนแผ่นพื้น ทั้งเถียนเถี่ยนและกุ๋นกุ่นกลิ้งไปบนพื้นอย่างไม่หยุดยั้ง

 

เหยินปาเชียนรีบหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพความโง่เง่าของเจ้าตัวน้อยทั้งสอง

 

 

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนกำลังรับประทานอาหารเช้า เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า พัดลมน่าจะพร้อมไปเอาได้แล้ว

 

เขาออกจากสวนสัตว์ไปกับเถิงหูหลุและเถ่เตา เมื่อพวกเขากลับมา เถิงหูหลุและเถ่เตาต่างก็แบกพัดลมไว้ที่หลังของตัวเอง

 

พวกเขาส่งไปให้ถงเจี่ยเพื่อผลิตตามกล่องที่เขาทำไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนสีของกล่องนั้น ไม่ลำบากเหมือนครั้งที่แล้ว เพียงแค่ระบายสีเข้ม ๆ ก็พอแล้ว

 

ยังไงซะ ก็ไม่มีการแข่งขันในของสิ่งนี้ เขาสามารถขายมันเท่าไหร่ก็ได้ ตราบใดที่มันใช้การได้

 

ถ้าสิ่งที่เหยินปาเชียนขายนั้นดีกว่าของที่เขามอบให้กับจักรพรรดินีล่ะก็ จะเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเองก็เป็นได้

 

“ท่านเหยิน ข้าเอาสมบัติลับของท่านมาคืน” เหยินปาเชียนสูญเสียความคิดเมื่อได้ยินเสียงของผู้ดูแลฉี เขาหันหน้าไปและได้เห็นผู้ดูแลฉีซึ่งบาดเจ็บที่ใบหน้ายังไม่หายขาด เขาโยนกระบองช็อตไฟฟ้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ

 

ไม่จำเป็นต้องพูด เหยินปาเชียนก็มั่นใจว่ากระบองช็อตไฟฟ้าแบตหมดอีกแล้ว มิเช่นนั้น ด้วยความสามารถในการต่อสู้ของผู้ดูแลฉี เขาจะไม่เอากระบองช็อตไฟฟ้ากลับมาคืนอย่างแน่นอน

 

เหยินปาเชียนยื่นมือออกมารับกระบองช็อตไฟฟ้าจากผู้ดูแลฉี เขากลัวว่าผู้ดูแลฉีจะพูดถึงเรื่องกระบองช็อตไฟฟ้าอีก เขาจึงเบี่ยงเบนความสนใจของเขาไป “ร้านที่ถนนจิ่งหยางเป็นยังไงบ้าง ?”

 

“พวกเราเพิ่งจะแขวนป้ายไว้เมื่อวาน แต่หาท่านไม่เจอ ชื่อเสียงของธุรกิจน้ำแข็งใสของพวกเราได้แผ่ขยายออกไปแล้ว พวกเรายังไม่ได้ทำน้ำแข็งใสที่ทางเข้าร้านที่ถนนจิ่งหยางเลย ผู้คนเริ่มเข้าร้านหลังจากที่พวกเราแขวนป้ายแล้ว”

 

เป็นไปตามคาด ผู้ดูแลฉีมีความสุขเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ขยับมุมปากแล้วชู 5 นิ้วที่เปี่ยมไปด้วยความสุข “ข้าได้เพิ่มราคาสำหรับชาวต่างแคว้นเป็น 3 เท่าตามที่ท่านพูด น้ำแข็งใส 1 ถ้วย ราคา 15 เหรียญ ไม่ว่ายังไง สิ่งที่พวกมันมีอยู่ก็คือเงิน ฮ่าาา ข้าไม่เคยรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นการแสดงออกของพวกมันขนาดนี้มาก่อนเลย”

 

เหยินปาเชียนคว้ามือของเขาและพับนิ้วของเขาลงไปสามนิ้ว “ตอนนั้น ข้าบอกให้บวกราคาเป็น 2 เท่า นอกจากนี้ ท่านจะต้องรับผิดชอบสำหรับปัญหาที่ท่านได้ก่อขึ้นนะ”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!