*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 65: งานลึกลับ

 177 Views

คำศัพท์ในโลกนี้คล้ายกับรูปสัญลักษณ์ ถึงแม้ว่าจะแตกต่างจากตัวอักษรจีน และจะใช้เวลาพอสมควรสำหรับการเรียนรู้การเขียนก็ตาม แต่ก็ไม่ยากที่จะเรียนรู้การอ่าน

 

มันสามารถทำได้ตราบใดที่ส่วนหนึ่งเทียบเคียงกับตัวอักษรจีน

 

ซึ่งอาจช่วยประหยัดเวลาและความพยายามได้มาก

 

เป้าหมายหลักของเหยินปาเชียนคือการเรียนรู้วิธีการอ่าน ไม่ใช่การเขียนแต่อย่างใด

 

ทุกครั้งที่หลินเฉี่ยวเล่อเขียนคำศัพท์ เหยินปาเชียนจะเปรียบเทียบกับตัวอักษรจีนในหัวของเขา แล้วเขียนลงไปสองครั้ง เขาพยักหน้าแล้วพูดออกมา “เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ไปต่อเลย”

 

ในช่วงบ่าย เหยินปาเชียนได้เรียนรู้คำศัพท์ 40-50 คำ หลินเฉี่ยวเล่อรู้สึกประหลาดใจในตัวเขาเล็กน้อย

 

“เจ้าจำคำศัพท์เหล่านี้ได้ทุกคำจริง ๆ เหรอ ?” หลินเฉี่ยวเล่อถามด้วยความอยากรู้

 

เหยินปาเชียนนำเอาคำศัพท์ที่เขาเขียนลงไปออกมา แล้วชี้ไปที่คำเหล่านั้นแล้วพูดออกมา “นี่คือ ‘ต้า’ นี่คือ ‘เย่า’ นี่คือ ‘ฝ่า’ นี่คือ ‘บาท’ …”

 

เมื่อพูดคำศัพท์ทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ซ้ำไปซ้ำมาแล้ว เขาก็พับแขนแล้วมองไปที่หลินเฉี่ยวเล่อ ซึ่งปากของเขาอ้าค้างด้วยความประหลาดใจ ความรู้สึกภาคภูมิใจเกิดขึ้นในใจของเหยินปาเชียน

 

ด้วยความเร็วในการเรียนรู้ในปัจจุบันของเขา เขาสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้มากที่สุดในเวลาสองเดือน ถึงยังไงก็เถอะ มีตัวอักษรจีนเพียง 3,000 กว่าคำเท่านั้นที่ใช้บ่อย ตราบใดที่เขาสามารถเรียนรู้ได้ประมาณ 3,000 คำ เขาก็จะไม่ใช่คนอ่านหนังสือไม่ออกในโลกนี้อีกต่อไป

 

 

 

ในคืนนั้น เขาได้ไปเล่าเรื่องให้องค์จักรพรรดินีฟังอยู่พักหนึ่ง วันที่สอง เขาได้นำลูกอมครีมตรากระต่ายขาวมาให้หลินเฉี่ยวเล่อ แล้วเรียนรู้วิธีการอ่านจากเธออีกครั้ง

 

เหยินปาเชียนไม่ทราบว่าดวงตาของเขากำลังเล่นตลกกับเขาอยู่รึเปล่า ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่หลินเฉี่ยวเล่อมองเขา ดวงตาของเธอก็จะเปล่งประกาย

 

บางทีเธออาจตกตะลึงกับความรวดเร็วในการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมของเราก็ได้นะ ? เหยินปาเชียนรู้สึกพึงพอใจในตัวเอง

 

ยังไงซะ เขาก็เรียนจบมหาวิทยาลัย ไม่มีอะไรที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับความรวดเร็วในการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมของเขาที่ทำให้ผู้หญิงในโลกนี้ตกตะลึงกันเป็นแถว

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ได้รวบรวมสมาธิ แล้วจดจ่ออยู่กับการเรียนอีกครั้ง

 

ในตอนกลางคืน ในที่สุดเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่าทำไมสายตาของหลินเฉี่ยวเล่อจึงเปล่งประกาย

 

องค์จักรพรรดินีกำลังนอนอยู่บนโซฟาของนาง ด้วยการขยับตัวที่ดูสง่างาม ลูกอมครีมตรากระต่ายขาวไปปรากฏอยู่ในมือของนางได้ยังไงก็ไม่รู้ เมื่อเหยินปาเชียนเห็นลูกอมในมือขององค์จักรพรรดินีแล้ว ดวงตาของเขาก็เกือบจะปูดออกมา ลูกอมไปอยู่ในมือของจักรพรรดินีได้ยังไงเนี่ย ?

 

หลินเฉี่ยวเล่อ ยัยหนูงี่เง่านั่นทรยศเขาเหรอ ? ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ลูกอม มันก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถหาพบได้ในต้าเย่าเลย แทนที่จะนำลูกอมมามอบให้กับจักรพรรดินี เขากลับใช้มันให้สินบนหลินเฉี่ยวเล่อ องค์จักรพรรดินีจะคิดอย่างไรกับเขากันล่ะทีนี้ ?

 

มองไปที่จักรพรรดินีซึ่งได้ฉีกกระดาษห่อลูกอม แล้ววางลูกอมรสนมไว้บนริมฝีปากสีแดง เหยินปาเชียนแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง เขาเดินก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าว แล้วยกลูกอมรสนมขึ้นเหนือหัวแล้วพูดออกมา “สิ่งนี้ขอประทานให้แก่ฝ่าบาทขอรับ ข้าน้อยได้รับลูกอมรสนมเหล่านี้มาด้วยน้ำเลือด น้ำเหงื่อ และน้ำตา ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีค่ามากนัก แต่มันก็ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีต มีกลิ่นหอมหวาน ข้าน้อยมิบังอาจเก็บมันไว้เป็นของตนเอง เพราะงั้นข้าน้อยจึงมาที่นี่เพื่อนำเสนอต่อฝ่าบาทเป็นพิเศษขอรับ”

 

ชิงยวนซ่อนรอยยิ้มไว้แล้วหยิบลูกอมรสนมจากเหยินปาเชียน จักรพรรดินีได้เปลี่ยนจุดสนใจของเธอไปที่เหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา “ขอบใจ เจ้าช่างฉลาดหลักแหลมซะจริง ลูกอมพวกนี้เรียกว่าอะไรนะ ?”

 

“ลูกอมรสนมขอรับ !” เหยินปาเชียนเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของตัวเอง โชคดีที่เขานำลูกอมรสนมมาด้วยในวันนี้ มิฉะนั้นเขาจะไม่ผ่านด่านนี้ ในบางครั้ง เขาก็จะกินลูกอมเองอย่างรวดเร็ว

 

“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เอาลูกอมนี้มาให้ข้าเดือนละ 1 โต้ว” จักรพรรดินีพูดอย่างง่าย ๆ

 

“ได้ขอรับ” เหยินปาเชียนก้มหัวลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ดี 1 โต้ว เท่ากับประมาณ 6 ชั่ง

 

นางกำลังพยายามกินลูกอมรสนมราวกับว่ามันเป็นอาหารหลักรึเปล่านะ ?

 

จะเกิดอะไรขึ้นหากองค์จักรพรรดินีกินลูกอมครีมตรากระต่ายขาวทุกครั้งที่นางต่อสู้กับผู้อื่นในอนาคต ? เดี๋ยวนะ ฉากนี้ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องซักเท่าไหร่…

 

ในวันนี้ ขณะที่เหยินปาเชียนกำลังเล่าเรื่องห้องสิน เขาก็สังเกตเห็นปากขององค์จักรพรรดินีไม่หยุดเคลื่อนไหวเลย ทุก ๆ สองนาที นางจะนำลูกอมรสนมเข้าไปในปาก ดูเหมือนว่านางจะหลงรักและเพลิดเพลินไปกับลูกอมซะแล้วสิ

 

มันทำให้เหยินปาเชียนรู้ว่าพระองค์มีลักษณะพิเศษเฉพาะอย่างหนึ่ง คือนางชอบรับประทานอาหารรสหวานนั่นเอง

 

ก่อนหน้านี้ นางได้แสดงความชื่นชอบในหมูทอดด้วยเช่นกัน

 

ในตอนนี้ เหยินปาเชียนรู้สึกว่านิสัยการชิมอาหารขององค์จักรพรรดินีถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว

 

เขาหวังว่านางจะไม่ก่อเรื่องให้เขา หากนางมีอาการปวดฟันในวันหลัง

 

“เจ้ามีความเชี่ยวชาญในการท่องบทกวีด้วยใช่มั้ย ?” จักรพรรดินีถามออกมาทันทีในตอนที่เหยินปาเชียนเตรียมตัวออกไปเมื่อเล่าเรื่องจบแล้ว

 

ก่อนที่เหยินปาเชียนจะตอบกลับ องค์จักรพรรดินีได้ถามอีกครั้ง “ข้าจำได้ว่าเจ้าร่ายอะไรในตอนนั้น ‘แสงจันทร์ส่องเจิดจ้าที่หน้าเตียง เผลอว่าเพียงคือรองเท้าอยู่บนพื้น’ วรรคนี้เป็นสิ่งที่เจ้าร่ายในตอนนั้นใช่มั้ย ?”

 

อะไรวะนั่น ! ตอนที่เหยินปาเชียนได้ยินเรื่องนี้ เขาก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเกือบโดนจักรพรรดินีตัดหัวในตอนนั้น

 

“ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยผิดไปแล้ว จริง ๆ ต้องเป็น ‘แสงจันทร์ส่องเจิดจ้าที่หน้าเตียง เผลอว่าเพียงคือน้ำแข็งที่เคลือบพิ้น’ ขอรับ” เม็ดเหงื่อไหลลงบนหน้าผากของเหยินปาเชียนอีกครั้ง

 

“ไม่กี่วันข้างหน้า จะมีคนมามอบของขวัญให้ข้า เจ้าช่วยมารับของขวัญเหล่านั้นด้วย” จักรพรรดินีกล่าวด้วยความเย็นชา

 

“ได้ขอรับ ฝ่าบาท” เหยินปาเชียนรู้สึกทึ่งเล็กน้อย เขาไม่คิดจะให้ตัวเองรับงานเช่นนี้ ถึงยังไงก็เถอะ เขาต้องตอบรับอย่างรวดเร็ว

 

จากนั้น ดูเหมือนองค์จักรพรรดินีจะไตร่ตรองบางสิ่งบางอย่างพร้อมกับขมวดคิ้ว เหยินปาเชียนทำได้แค่อดทนรอนาง

 

“หากมีใครบางคนเข้ามา… จงเอาหน้าไว้… หากเจ้าทำได้ดี ข้าจะให้รางวัลแก่เจ้า”

 

หลังจากนั้นสักพัก จักรพรรดินียังคงพูดต่อ “หากเจ้าทำลายหน้าตาของต้าเย่า เจ้าคงรู้ถึงผลที่ตามมาสินะ”

 

เหยินปาเชียนสับสน

 

องค์จักรพรรดินีพูดอะไรในตอนแรกนะ ? พระองค์พูดอะไรก่อนที่จะบอกให้เราเอาหน้าไว้ ?

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เหยินปาเชียนก็ได้รับการยืนยันจากประโยคสุดท้ายขององค์จักรพรรดินี เขารู้ว่านางไม่ได้ล้อเขาเล่น

 

เหยินปาเชียนรีบเงยหน้าขึ้นแล้วถามออกมา “ฝ่าบาท ข้าน้อยมีความสงสัยเกี่ยวกับผู้คนเหล่านั้น ? พวกเค้าจะมาทำอะไรที่นี่ขอรับ ?”

 

“เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้ ข้าจะส่งคนไปแจ้งและจัดเตรียมสถานะให้กับเจ้า เจ้าออกไปได้แล้ว” องค์จักรพรรดินียกมือขึ้นเมื่อพูดจบ

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนออกจากพระราชวังแล้ว ความคิดของเขาก็ว่างเปล่า เขากำลังจะรับของจากใคร ? เขาควรจะเอาหน้าอย่างไร ?

 

งานรับแขกเป็นเรื่องง่ายมาก งานที่ทำให้เขาลำบากมากที่สุดคือการเอาหน้าผู้คนไว้ จากน้ำเสียงขององค์จักรพรรดินี ดูเหมือนว่านางไม่ชอบคนเหล่านั้นเป็นอย่างมาก มิฉะนั้น นางคงจะไม่ขอให้เขาเอาหน้าไว้หรอก

 

คนเหล่านั้นเป็นใครกัน ? สถานะของพวกเขาคืออะไร ? เขาจะเอาหน้าไว้ได้ยังไง ? เหยินปาเชียนไม่รู้คำตอบของทุกคำถามเหล่านี้

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เหยินปาเชียนยังเข้าใจสิ่งที่จักรพรรดินีกล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เขาจะต้องไม่ทำลายหน้าตาของต้าเย่า มิฉะนั้น เขาจะประสบปัญหาอันใหญ่หลวง

 

ก่อนที่เขาจะสามารถทำอะไรได้ เขาต้องเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน

 

 

 

เมื่อกลับไปที่สวนสัตว์ เหยินปาเชียนก็ไปหาผู้ดูแลฉี

 

“ช่วงนี้มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

ผู้ดูแลฉีสับสนเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเหยินปาเชียนกำลังพยายามถามอะไร

 

“วันนี้ พระองค์บอกกับข้าว่าจะมีผู้คนมามอบของขวัญให้กับพระองค์น่ะ…”

 

ผู้ดูแลฉีคิดเป็นเวลานาน แล้วก็ขยับนิ้ว ในที่สุด เขาก็นึกออกพร้อมกับตบไหล่ของเหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา “ใกล้จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์แล้วน่ะสิ”

 

“ห้ะ ?”

 

“ทุก ๆ ปี เมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ จะมีผู้คนจำนวนมากมาจากมหาจักรวรรดิเซี่ย แคว้นหยูน และแคว้นเฉิน ส่วนใหญ่เป็นบุตรของครอบครัวชนชั้นสูง ถึงยังไง ร่างกายของพวกนั้นทุกคนก็เหมือนไก่ พวกนั้นไม่สามารถทนแม้กระทั่งหมัดเดียวด้วยซ้ำ”

 

เหยินปาเชียนรู้สึกเหมือนร่างกายของเขาเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลฉีกำลังพูดถึง เหมือนไก่สินะ

 

“แล้วทำไมพวกเค้าต้องมาในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ล่ะ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา เขาอาจยังคงเข้าใจว่าข้าราชการจากมหาจักรวรรดิเซี่ย แคว้นหยูน และแคว้นเฉินที่มาที่นี่เพื่อมอบของขวัญแด่พระองค์

 

แล้วครอบครัวชนชั้นสูงเหล่านั้นจะมากันทำไมล่ะ ?

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้ดูแลฉีก็เยาะเย้ย “ทำไมพวกนั้นต้องมาด้วยล่ะ ? อย่าลืมว่าพระองค์ยังไม่อภิเสกสมรสนะ”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!