*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

BDC ตอนที่ 17 แบบฉบับอสูรประชัน (1)

 139 Views

BDC ตอนที่ 17 แบบฉบับอสูรประชัน (1)

 

เย่เฉินตะเกียกตะกายมุดเข้าไปในถ้ำที่เขาเพิ่งหาเจอ

 

หลังจากเข้าไปในถ้ำแล้ว เขาก็รีบหยิบถุงเก็บของของชายชราผู้นั้นออกมาอย่างอดใจไม่ไหว ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นเต้น

 

สมบัติของเฒ่าหลังค่อมผู้นี้นับได้ว่าอุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง

 

เย่เฉินหยิบเอาขวดน้ำยาวิญญาณออกมาหลายขวด แล้วดื่มพวกมันลงคอไปอั้กๆ โดยไม่ได้สนใจตรวจสอบสิ่งอื่นเลยแม้แต่น้อย ในผืนป่าอสูรที่แสนอันตรายเช่นนี้ เขาจำต้องรักษาสภาพร่างกายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมต่อสู้ที่สุดอยู่เสมอ และเติมทะเลปราณอันแห้งเหือดให้เต็มเปี่ยมขึ้นมา

 

หลังจากดื่มน้ำยาลงไป เขาก็รู้สึกสดชื่นราวกับทั่วทั้งร่างได้อาบสายฝนวสันต์อันเย็นฉ่ำ

 

ขณะเดียวกันนั้น อัคคีเที่ยงแท้ในทะเลปราณของเขาก็ตอบสนองขึ้นมา และช่วยสกัดกลั่นน้ำยาวิญญาณให้กับเย่เฉิน พลังปราณที่ถูกสกัดออกมานั้นโคจรพลุ่งพล่านเข้าไปในทะเลปราณของเขา และใบหน้าอันขาวซีดของเย่เฉินก็เริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง

 

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง พลังปราณสีทองก็เติมทะเลปราณของเย่เฉินจนเต็ม หมุนวนกระเพื่อมไหวราวกับเกลียวคลื่น

 

ทว่าเขาก็ยังไม่อาจจะตัดผ่านขึ้นไปยังขั้นที่สองของระดับควบรวมลมปราณได้

 

“ช่างก้าวหน้าได้ยากยิ่ง” เย่เฉินเปิดเปลือกตาขึ้นและพึมพำกับตนเอง

 

แม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของเขาจะไม่เพิ่มขึ้น ทว่าน้ำยาวิญญาณเหล่านี้ก็ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว

 

เฮ้อ!

 

หลังจากทอดถอนใจเฮือกหนึ่ง เย่เฉินก็กวาดตามองเข้าไปในถุงเก็บของอีกครั้ง

 

เขาจำต้องใช้น้ำยาวิญญาณไปมากในการเติมเต็มทะเลปราณ ในถุงเก็บของจึงเหลือน้ำยาอยู่เพียงสี่ขวด รวมกับหินวิญญาณซึ่งใช้แทนเงินตราสำหรับผู้ฝึกตนอีกหลายก้อน นับรวมๆ แล้วได้ห้าร้อย นี่สมควรจะถือได้ว่าเป็นโชคลาภที่ไม่เลวเลยทีเดียว

 

นอกจากน้ำยาวิญญาณและหินวิญญาณแล้ว ก็ยังมีขวดยาพิษอีกสิบกว่าขวดที่เหลืออยู่ในถุงเก็บของ เย่เฉินกวาดตามองพลางเดาะลิ้นจึ้กจั้ก

 

“ของพวกนี้ต้องได้ใช้ประโยชน์ในสักวันแน่” เขาไม่ได้ทำลายพิษเหล่านี้ทิ้งไป เพราะคิดว่าในอนาคตอาจจะได้ใช้งาน

 

เย่เฉินยังคงสำรวจสิ่งของภายในถุงต่อไป และพบว่ามีเครื่องมือวิญญาณระดับต่ำอยู่อีกหลายชิ้น หลังจากนั้น เย่เฉินจึงได้ค้นพบตำราเก่าแก่ที่ระบุไว้ว่า ‘แบบฉบับอสูรประชัน’ ซึ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง

 

“ทักษะลับ” เขารู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาขาดแคลนที่สุด

 

สิ่งที่เขาได้รับมาจากสำนักเจิ้งหยางและสำนักเหิงเยว่มีเพียงวิชาพลังคุ้มกายขั้นพื้นฐานและวิชาโจมตีที่ทรงพลังอย่างฝ่ามือสายฟ้าฟาดเท่านั้น

 

พลังคุ้มกายนั้นเป็นทักษะวิชาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ฝึกตนทุกคน สามารถใช้การได้ดีในการต่อสู้กับศัตรูในระดับทั่วๆ ไป แต่ไม่อาจจะใช้ได้ผลกับศัตรูที่แข็งแกร่ง ต้องเป็นวิชาที่ทรงพลังอย่างฝ่ามือสายฟ้าฟาดจึงจะสามารถใช้ได้ ทว่ามันก็สูบเอาพลังงานปริมาณมหาศาลจนเกินไปในการใช้ออกแต่ละครั้ง สิ่งที่เย่เฉินต้องการที่สุดในยามนี้จึงเป็นทักษะลับนี่เอง

 

“ข้าได้รับสิ่งที่มองหามาแสนนานจนได้” เขาพลิกเปิดหนังสือออกและเริ่มอ่านเนื้อความด้านในทันที

 

หลังจากอ่านเสร็จเรียบร้อย เย่เฉินก็พบว่าตำราเล่มนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับทักษะเคลื่อนไหวลับ หากจะกล่าวอย่างเจาะจง ก็คือมันได้แนะนำวิธีการประมือโดยการต่อสู้ประชิดตัว

 

ในตัวบทนั้นแบ่งแยกออกเป็นหกบท สามบทหลักเป็นเรื่องการประสานงานของส่วนต่างๆ ในร่างกาย และสามบทที่เหลือเป็นแนวทางการผสมผสานเคล็ดวิชาเพื่อให้ผู้ฝึกตนใช้กระบวนท่าออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

สามบทหลังนี้เองที่สอนวิธีการต่อสู้มือเปล่าในระยะประชิดอย่างแท้จริง

 

เพียงดูจากชื่อก็ระบุได้อย่างง่ายดายว่าตำราเล่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรอย่างแน่นอน

 

บรรพชนผู้รังสรรค์ตำราเล่มนี้ขึ้นมาจะต้องเป็นผู้ที่ช่างสังเกตอย่างยิ่งคนหนึ่ง แก่นแท้ดั้งเดิมของตำราเล่มนี้มาจากสัตว์อสูร ผู้ประพันธ์สามารถทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรได้อย่างดีเยี่ยม และลอกเลียนแบบการเคลื่อนไหวของพวกมันออกมา เช่นวิธีการฉุดลากดึงทึ้งเหยื่อ, วิธีการคว้าจับและวิธีการจู่โจม

 

สัตว์อสูรส่วนใหญ่ล้วนแต่ต่อสู้กันมือเปล่าในระยะประชิดเสมอ

 

สิ่งที่ต้องเรียนรู้ก็คือรูปแบบการขยับขา, ฝ่าเท้า, มือและหัวเข่าให้ทำงานประสานกัน เช่นเดียวกับวิธีการโคจรพลังให้ขีดจำกัดร่างกายนั้นทนทานขึ้นจนเทียบได้กับสัตว์ป่า  และสำหรับเย่เฉินผู้จะมีร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกปรือทักษะวิชาทั้งหมดพร้อมกันย่อมทรงพลังจนไม่อาจจินตนาการได้

 

“นี่ช่างล้ำเลิศอะไรเช่นนี้!” เขากล่าวยกย่องตำราเล่มนี้ขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ อีกทั้งความรู้ความเข้าใจในแนวทางการฝึกตนของเขายังเพิ่มพูนขึ้นอีกมากหลังจากอ่านจบแล้ว

 

ผู้ฝึกตนมากหลายล้วนแต่พึ่งพาอาศัยเพียงพลังปราณในการบ่มเพาะ พวกมันพากันไขว่คว้าควานหาทักษะลับที่สง่างามน่าเกรงขาม ทว่ากลับละเลยทักษะต่อสู้มือเปล่าเช่นนี้ ผู้ฝึกตนที่มีพื้นฐานบ่มเพาะสูงล้ำมากมายต่างก็ล้มเหลวอย่างน่าอนาถในการต่อสู้ระยะประชิด

 

“ข้าได้ค้นพบสมบัติล้ำค่าเข้าแล้ว” เย่เฉินหัวเราะออกมาดังๆ อย่างพึงพอใจ ทุบพื้นคราหนึ่ง บิดหมุนกายแล้วกระโดดขึ้นเต็มความสูง แก่นแท้ของตำราแบบฉบับเริ่มถูกจารึกลงไปในสมอง

 

บุรุษหนุ่มกู่ร้องเสียงดังก้อง เหวี่ยงกำปั้นออกไป จากนั้นจึงบิดกายกลับหลังและฟาดฝ่ามือออกไป การเคลื่อนไหวทั้งหมดล้วนลื่นไหลต่อเนื่องกัน

 

เย่เฉินเร่งความเร็วท่าร่างขึ้นอีก บางครั้งเขาก็กระโจนออกไปราวกับหมาป่าไล่ตะปบกระต่าย บางครั้งเขาก็โผนทะยานขึ้นสูงราวกับพยัคฆ์พุ่งตัวขึ้นบนอากาศ บางครั้งก็กระโดดดีดตัวราวกับวานรที่อาศัยแรงดีดสะท้อน ล้วนแต่ครอบคลุมถึงทักษะสำคัญของสัตว์อสูร การเคลื่อนไหวทุกกระบวนท่าล้วนแต่แปลกประหลาดพิสดารยิ่ง

 

เขาไม่ได้ใช้พลังปราณทว่าใช้เพียงการประสานงานของร่างกายในทุกๆ ส่วนเท่านั้น ค่อยๆ ย่อยสลายดูดซับความลึกล้ำของเคล็ดวิชาขณะที่ยืดเหยียดร่างกายออกไปท่าแล้วท่าเล่า

 

เขาฝึกฝนอยู่เช่นนี้เป็นเวลาถึงเก้าชั่วยาม (1 ชั่วยามเท่ากับ 2 ชั่วโมง)

***************

อ่านแล้วชอบเข้ามากดไลค์นะครับ

แฟนเพจ จักรพรรดิยุทธ์อมตะอหังการ์ BDC –นิยายแปล

ลงก่อนในเว็ปนะ

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!