*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 55: เหตุการณ์ในอดีต

 194 Views

เมื่อเล่าเรื่องสามก๊กไปได้เล็กน้อย และเล่าเรื่องห้องสินจนถึงตอนที่สามแล้ว สีของท้องฟ้าก็มืดลง

 

ก่อนที่จะออกจากพระราชวังหลวง เหยินปาเชียนคิดจะบอกเรื่องบ่อเกลือกับจักรพรรดินี อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ค่อยมั่นใจในความสำเร็จเท่าไรนัก เขาก็ละทิ้งความคิดนี้ไป ถ้าหากเขาทำพลาดขึ้นมา อาจส่งผลต่อมูลค่าในตัวเขาในสายตาของจักรพรรดินี ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจใช้แผนนี้เพื่อแลกกับคุณความดีมเมื่อเขามีตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคต

 

ถ้าหากเขาทำเช่นนี้หลังจากที่มันเทศเติบโตเต็มที่แล้ว มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขามากนักแม้เขาจะทำล้มเหลวก็ตาม

 

 

 

เมื่อกลับมาที่สวนสัตว์ เหยินปาเชียนก็หาเนื้อแกะรับประทานแล้วก็เข้านอน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา เขาก็หยิบกล้อง เดินวนรอบสวนสัตว์ และถ่ายภาพจุดที่เขาเห็นว่าดูสวยงาม

 

เขาไม่กล้าถ่ายภาพสัตว์ในสวนสัตว์ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าพวกมันต่างจากสัตว์บนโลกมาก ถ้าหากเขาถ่ายภาพพวกมันและโพสต์มันลงในเน็ต สิ่งต่าง ๆ อาจผิดพลาดได้ง่าย และความลับของเขาอาจถูกเปิดเผยได้

 

การที่เขาต้องการจะโอ้อวดแต่ก็ต้องพยายามเก็บมันไว้เป็นความลับในเวลาเดียวกัน คือสิ่งที่เหยินปาเชียนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

 

เมื่อเหยินปาเชียนนึกถึงคำพูดของจักรพรรดินีเมื่อวานนี้ เขาก็เริ่มสนใจเรื่องช่วงก่อนที่แคว้นต้าเย่าจะก่อตั้งขึ้น เขาไปหาเถิงหูหลุและเถ่เตาเพื่อถามเรื่องนี้ในทันที

 

ทั้งสองคนกำลังเฝ้าดูถังไม้ขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งขณะที่พักอยู่ในร่ม ถังไม้นั้นมีหนังสัตว์แช่น้ำอยู่

 

เมื่อได้ยินคำถามของเหยินปาเชียน ทั้งสองคนก็บอกสิ่งที่พวกเขารู้ให้เขาฟัง

 

ชาวต้าเย่าส่วนใหญ่มาจากภูเขา นี่คือสิ่งที่เหยินปาเชียนรู้อยู่แล้ว

 

เมื่อ 70 ปีที่แล้ว ชาวต้าเย่าที่เหยินปาเชียนเห็นตอนนี้เป็นชนเผ่าโดยแท้จริง พวกเขาถูกคนนอกพื้นที่เรียกว่าคนป่าเถื่อน ส่วนใหญ่เป็นเพราะพวกเขาอาศัยอยู่กันเป็นเผ่า ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามภูเขาหกหมื่น ในทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือของต้าเย่า และพวกเขาก็หาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์

 

มีภูเขาที่กว้างใหญ่ เทือกเขาที่ทอดยาวอย่างต่อเนื่องรายล้อมไปทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือของแคว้นต้าเย่า มีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและฐานที่มั่นชนเผ่านับไม่ถ้วนอยู่ภายในนั้น

 

 

 

แรกเริ่มเดิมที มีแคว้นหนึ่งอาศัยอยู่บนที่ราบลุ่มแห่งนี้ เรียกว่าแคว้นเฮ่า ในขณะนั้น แคว้นเฮ่าก่อตั้งมานานกว่า 300 ปี ระบอบการปกครองนั้นรุนแรงและฟุ่มเฟือย ผู้ปกครองแคว้นเฮ่านั้นไร้ศีลธรรม ทรราชย์ และคดโกง

 

สาวชนเผ่าแข็งแกร่งและมีสุขภาพดี และรูปลักษณ์ดูพิเศษ แตกต่างจากผู้หญิงชาวเฮ่าที่อ่อนแอและบอบบาง

 

ไม่รู้ว่าจักรพรรดิเฮ่าได้ฟังคำพูดของใคร ในตอนที่พระองค์สั่งให้ชนเผ่าส่งผู้หญิง 100 คนเป็นส่วย ถ้าหากว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนั้น พระองค์จะส่งกองกำลังเข้ายึดครอง

 

ชนเผ่าไม่ได้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของแคว้นเฮ่า ดังนั้นนิสัยของพวกเขา พวกเขาไม่ได้สนใจในคำสั่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว พวกเขาจัดการผู้ส่งสารของแคว้นเฮ่าแล้วก็โยนเขาลงเหวไป

 

เมื่อได้รับรายงานเรื่องนี้ จักรพรรดิเฮ่าก็โกรธจัด และพระองค์ได้ส่งกองกำลัง 50,000 นายไป เพื่อปราบปรามชนเผ่าในทันที แถมพระองค์ยังสั่งให้กองกำลังทำลายฐานที่มั่นของชนเผ่าและส่งสาวชนเผ่ากลับไปยังแคว้นเฮ่าเพื่อรับใช้พระองค์

 

ชนเผ่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในฐานที่มั่น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีการป้องกันเท่าไรนัก ฐานที่มั่นทั้ง 5 แห่งถูกทำลายในทันที ผู้ชายทุกคนในฐานที่มั่นถูกฆ่าตายและผู้หญิงทุกคนถูกจับตัวไป กองกำลังของแคว้นเฮ่าก็ยังคงรุดเข้าไปในภูเขาต่อไป

 

ในตอนนั้น ชนเผ่าได้โต้ตอบแล้ว ความโกรธแค้นได้แพร่กระจายไปทั่วเทือกเขาเหมือนไฟป่า เมื่อได้ยินข่าวนี้แล้ว หนุ่มสาวชนเผ่าก็รวมตัวกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีเวลามากนัก มีเพียงผู้ชายจำนวนน้อยนิดที่มารวมตัวกัน การที่พวกเขาใช้ภูเขาและป่าเป็นที่คุ้มกัน พวกเขาได้สร้างแนวป้องกันเพื่อหยุดยั้งการรุดหน้าของกองกำลังของแคว้นเฮ่า

 

เมื่อฝ่าแนวป้องกันเข้าไป 3 แนวแล้ว กองกำลังของแคว้นเฮ่าถูกหยุดไว้ที่แนวที่ 4 พวกเขาไม่สามารถรุดหน้าต่อไปได้อีก

 

ทั้งสองฝ่ายได้รับความเสียหายอย่างหนักทีเดียว

 

แม้ว่าชนเผ่ามีความได้เปรียบในด้านขนาดตัวและความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่พวกเขาก็ยังคงสูญเสียทหารหลายพันคนในการหยุดยั้งกองกำลังทหาร 50,000 นาย

 

กองกำลังของแคว้นเฮ่าไม่เคยสู้รบในภูเขาหรือในป่า และพวกเขาก็ได้รับความสูญเสียยิ่งกว่า พวกเขาสูญเสียทหารเกือบหมื่นนาย

 

ณ เวลานั้น ผู้ที่แนะนำให้จักรพรรดิแห่งแคว้นเฮ่าจับตัวสาวชนเผ่ามาได้เสนอแผนอื่นอีก

 

เพราะเหตุใดชนเผ่าถึงกล้าขัดขืนจักรพรรดิแห่งแคว้นเฮ่าล่ะ ? นั่นเป็นเพราะชนเผ่าหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ป่า สวมหนังสัตว์ และกินผลไม้ป่า พวกเขาไม่ต้องการแหล่งทรัพยากรภายนอกอีก ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถอยู่ในภูเขาและในป่าได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับแคว้นเฮ่าที่จะโจมตีพวกเขา มิฉะนั้น เหตุการณ์นี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

 

เพื่อให้ชนเผ่ายอมจำนน แคว้นเฮ่าจึงต้องทำให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้จะไม่สามารถอยู่รอดบนภูเขาได้อีกต่อไป การทำเช่นนี้จะเป็นการบีบบังคับให้พวกเขาเชื่อฟังแคว้นเฮ่า

 

ทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับทุกชนเผ่า ซึ่งยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ด้วย นั่นคือเกลือ ภายในเทือกเขา มีทะเลสาบแห้งซึ่งทุกชนเผ่าได้รับเกลือจากที่นี่

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่แคว้นเฮ่าวางยาพิษในทะเลสาบแห้ง ชนเผ่าเหล่านั้นก็จะต้องเชื่อฟังจักรพรรดิเฮ่าเมื่อพวกเขาต้องการเกลือ แผนนี้จะทำให้แคว้นเฮ่าได้รับชัยชนะโดยไม่ต้องเสียกองกำลังทหารเลย

 

เมื่อได้ยินแผนการนี้แล้ว จักรพรรดิเฮ่าก็มีความสุขมาก พระองค์ได้สั่งให้ใครบางคนดำเนินการแผนนี้ทันที

 

ในขณะเดียวกัน พระองค์มีความคิดอื่นอีก ถึงแม้ว่าแคว้นเฮ่านั้นแข็งแกร่งกว่าเหล่าชนเผ่า แต่ก็ยังอ่อนแอกว่าแคว้นหยูนและแคว้นเฉิน ถ้าหากพวกเขาสามารถทำให้หนุ่มสาวชนเผ่าเข้าร่วมกลุ่มของพวกเขาได้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากทีเดียว

 

ในที่สุด ทะเลสาบแห้งก็ถูกวางยาพิษแล้ว และชนเผ่าก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

 

 

 

หยาเผิง จักรพรรดิองค์แรกแห่งต้าเย่า ผู้คนกว่าครึ่งหนึ่งของฐานที่มั่นหากไม่เสียชีวิตก็ทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บ หลังจากที่พระองค์หยุดโศกเศร้าเสียใจแล้ว พระองค์ก็ติดต่อกับฐานที่มั่นแห่งอื่น ๆ เพื่อจัดตั้งกองกำลังต่อต้าน กองกำลังต่อต้านได้หลีกเลี่ยงกองกำลังกว่าหมื่นนายของแคว้นเฮ่า และได้ลอบโจมตีเมืองที่อยู่ใกล้เทือกเขา

 

ในตอนนี้ ได้เกิดความบาดหมางขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย

 

ณ เวลานั้น มีคนที่แอบเข้ามาลี้ภัยกับหยาเผิง เขาบอกว่าจักรพรรดิเฮ่าได้ทำให้เขาสูญเสียครอบครัวไป และเขาต้องการล้างแค้น

 

ในตอนแรก หยาเผิงได้บอกให้ใครบางคนจับตาดูชายคนนั้นและให้เฝ้าระวังเขาไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อคนดังกล่าวได้คิดแผนการและให้คำแนะนำแก่หยาเผิง และช่วยพระองค์ทำลายกองกำลังทหารของแคว้นเฮ่าที่เหลือกว่า 40,000 นาย หยาเผิงก็เริ่มเชื่อใจเขาขึ้นมา

 

ณ เวลานั้น ความโกรธแค้นของชนเผ่านั้นสงบลงเล็กน้อย หลังจากที่มีการสังหารกองกำลังของแคว้นเฮ่าที่เหลือกว่า 40,000 นายแล้ว การมีชีวิตรอดของพวกเขาก็ไม่ได้ถูกคุกคามอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทะเลสาบแห้งถูกวางยาพิษแล้ว พวกเขาทำได้เพียงปล้นเสบียงเพื่อหาเกลือเท่านั้น ดังนั้น ฐานที่มั่นทั้งหมดต้องรวมกัน และปล้นเกลือจากเมืองต่าง ๆ ของแคว้นเฮ่า

 

ต้องยอมรับว่านี่คือสิ่งที่จักรพรรดิเฮ่าได้กระทำไว้

 

ต่อจากนั้น ความสูญเสียที่ชนเผ่าได้รับก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้น

 

ณ เวลานั้น ชายคนก็ได้ยื่นข้อเสนอแนะให้หยาเผิง เขาบอกว่าพวกเขาไม่อาจปล้นเสบียงเพื่อหาเกลือได้ตลอด เขาจึงแนะนำหยาเผิงให้ยึดครองเมืองก่อน เพื่อความมั่นคง และใช้พวกเขาเป็นตัวเจรจาต่อรองเพื่อซื้อเกลือจากแคว้นหยูนและแคว้นเฉิน

 

หยาเผิงเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

 

เขาติดต่อกับฐานที่มั่นที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขา และแต่งตั้งชายคนนั้นเป็นที่ปรึกษาทางการทหาร จากนั้นพวกเขาก็ได้บุกเข้าไปในแคว้นเฮ่า และได้ยึดครองเมืองเฮ่าได้ 4 เมืองในรวดเดียว

 

กองกำลังเฮ่า 50,000 นายได้ถูกทำลาย และกองกำลังที่เหลือต้องป้องกันทางทิศตะวันออกและทางทิศใต้ของแคว้นเฮ่า นอกจากนี้ จักรพรรดิเฮ่าผู้ไร้ศีลธรรมและทรราชย์ ก่อให้เกิดการก่อกบฏทั่วทุกหย่อมหญ้าในแคว้นเฮ่า และด้วยการส่งกองกำลังเพื่อไปปราบปรามการก่อกบฏ ความแข็งแกร่งทางทหารของแคว้นเฮ่าก็ยิ่งลดลงไปอีก

 

ในตอนแรก จักรพรรดิเฮ่าคิดว่าชนเผ่าสนใจแค่การหาเกลือเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเน้นปราบปรามการก่อกบฏ ดังที่เป็นเช่นนั้น เขาจึงไม่ได้สนใจเกี่ยวกับชนเผ่าเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ทั้ง 4 เมืองตกอยู่ในมือของพวกเขาอย่างง่ายดาย

 

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ปรึกษาทางทหารได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง ว่าชะตากรรมของชนเผ่าที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย เขาเสริมว่าไม่ว่าใครจะได้เป็นจักรพรรดิ การก่อกบฏจะยังคงปะทุขึ้น และแคว้นเฮ่ายังคงปฏิเสธที่จะค้าเกลือกับเหล่าชนเผ่า และวัฏจักรนี้ก็จะวนเวียนต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

เหล่าผู้บังคับบัญชาของแคว้นเฮ่าโคดโกงมาก กองกำลังทหารของพวกเขามีกำลังคนไม่เพียงพอ และพวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับการก่อกบฏไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน ดังนั้น ที่ปรึกษาทางทหารจึงบอกว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับชนเผ่าที่จะบุกเข้าไปในพระราชวังหลวง ฆ่าตัวการหลัก สร้างอาณาจักรใหม่ และทำให้แน่ใจว่าลูกหลานของพวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุขและทำงานได้อย่างมีความสุข

 

ก่อนหน้านี้ การใช้แผนการของที่ปรึกษาทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นการทำลายกองกำลังทหารของแคว้นเฮ่า 40,000 นาย หรือการยึดเมืองทั้ง 4 เมือง ชนเผ่าก็ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก ทุกคนไว้ใจและเชื่อฟังเขา

 

ข้อเสนอนี้ ซึ่งไม่เคยผ่านหัวของชนเผ่ามาก่อน ได้กระตุ้นความสนใจของพวกเขาในขณะนั้น ความมั่งคั่งที่พวกเขาได้เห็นในบรรดาเมืองเฮ่าทำให้พวกเขาเริ่มอิจฉา

 

ที่ปรึกษาทางทหารพูดขึ้นมาอีกครั้ง เขาแนะนำว่าเนื่องจากพวกเขามีกองกำลังไม่เพียงพอแล้ว ตอนนี้พวกเขาควรจะติดต่อชนเผ่าที่อยู่ลึกเข้าไปในภูเขาเพื่อส่งกำลังเสริม เขากล่าวว่าหากพวกเขาทำการรุกรานตอนนี้ แคว้นเฮ่าจะต้องให้ความสนใจกับพวกเขาอย่างแน่นอน เขาแนะนำว่าพวกเขาควรจะยึดครองเมืองทั้ง 4 เมืองที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ ทำการสงบศึก และติดต่อพ่อค้าของแคว้นหยูนและแคว้นเฉินเพื่อซื้อขายเกลือโดยใช้ทรัพยากรจากเมืองเหล่านี้ ด้วยวิธีนี้ จักรพรรดิเฮ่าจะลดการเฝ้าระวังของพวกเขาลง และมุ่งเน้นการหยุดยั้งการก่อกบฏ

 

เมื่อฟังที่ปรึกษาทางทหารแล้ว หยาเผิงก็รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ดี ถึงแม้ว่าชนเผ่าจำนวน 60,000 คนที่อาศัยอยู่ในเทือกเขาจะมีวิธีอื่นในการหาเกลือ และมันก็ไม่ง่ายที่จะชักจูงให้พวกเขามีส่วนร่วมในศึกนี้ หยาเผิงยังคงส่งผู้ส่งสารเพื่อโน้มน้าวพวกเขา

 

แล้วก็เป็นไปตามที่ที่ปรึกษาทางทหารคิดไว้ จักรพรรดิเฮ่าไม่ได้คิดว่าชนเผ่าเหล่านี้จะปิดบังแผนการกับเขา และให้ความสนใจทั้งหมดไปกับการปราบปรามการก่อกบฏ

 

 

 

ผ่านไปอีก 8 เดือน ในช่วง 8 เดือนนี้ ชนเผ่าอาศัยอยู่ในเมืองทั้ง 4 โดยไม่ต้องเริ่มการโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว มันทำให้จักรพรรดิเฮ่าลดการป้องกันลง ในขณะเดียวกัน การสู้รบภายในที่เกิดขึ้นในแคว้นเฮ่าได้เพิ่มมากขึ้น จักรพรรดิเฮ่าได้ระดมกำลังทหารทั้งหมดของพระองค์ไปกับการปราบปรามการก่อกบฏ

 

มีกองกำลังน้อยมากที่คอยเฝ้าระวังอยู่ทางทิศเหนือและทางทิศตะวันออกของแคว้นเฮ่า

 

ณ เวลานั้น นักรบของชนเผ่าจำนวนมากได้เดินออกจากเทือกเขาลึก พวกเขาเข้าร่วมกับกองกำลังของหยาเผิงพร้อมกับกองกำลังของเขา และเดินทัพเข้าไปยังเมืองหลวงของแคว้นเฮ่า เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ของเหล่านักรบของชนเผ่านั้นรุนแรงมาก และพวกเขาต้องเผชิญกับสัตว์ป่าที่น่ากลัวมากมาย ความแข็งแกร่งของพวกเขามีพลังมากกว่ากองกำลังของชนเผ่าดั้งเดิมเสียอีก

 

ตลอดทาง พวกเขาโจมตีเมืองทุกเมืองที่พวกเขาไป และข้ามแม่น้ำทุกสายที่พวกเขาไป จุดที่ผ่านได้ยากที่สุดสองจุดได้เปิดฉากขึ้นกับพวกเขาในช่วงเที่ยงคืน ปรากฎว่าที่ปรึกษาทางทหารได้จัดให้ชายคนหนึ่งมาอยู่ข้างในโดยที่ไม่รู้ตัว

 

ใช้เวลาเพียง 10 วัน กองกำลังชนเผ่าได้เข้าต่อสู้ทุกทิศทางเข้าสู่เมืองหลวง และประหารชีวิตจักรพรรดิเฮ่าต่อหน้าทุกคน

 

ในตอนแรก หยาเผิงและชนเผ่าก็อยากจะล้างแค้นและยึดเกลือซึ่งเป็นทรัพยากรที่จำเป็น ในท้ายที่สุด ภายใต้การจัดการของที่ปรึกษาทางทหาร พวกเขาทำลายล้างแคว้นเฮ่าจนหมดสิ้น

 

เมื่อจักรพรรดิเฮ่าได้เห็นที่ปรึกษาทางทหาร พระองค์ตกใจมาก เมื่อเขารู้ว่าเขาได้เห็นที่ปรึกษาทางทหารของชนเผ่าแล้ว เขาก็เกิดบ้าคลั่งขึ้นมาและเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง

 

ในตอนที่ทุกคนได้รู้ว่าที่ปรึกษาทางทหารคนนี้เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ส่งเสริมให้จักรพรรดิเฮ่าจับตัวผู้หญิง 100 คนจากชนเผ่า และวางยาทะเลสาบแห้ง

 

ที่ปรึกษาทางทหารนั้นไม่ได้ห้ามปรามเขาหรือปกป้องตัวเองแต่อย่างใด เขาปล่อยให้จักรพรรดิเฮ่าพูดทุกอย่างออกมา

 

เมื่อจักรพรรดิเฮ่าพูดเสร็จแล้ว ที่ปรึกษาทางทหารได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าประหลาดใจอีกอย่างหนึ่ง การก่อกบฏที่เกิดขึ้นในแคว้นเฮ่านั้นเขาเป็นคนลงมือทำเอง เขามีความสัมพันธ์กับกองกำลังกบฏมากมาย

 

จุดมุ่งหมายของเขาคือการทำลายล้างแคว้นเฮ่าให้สิ้นซาก

 

เขาได้วางแผนทุกอย่างเป็นเวลานานถึง 15 ปี รวมถึงแผนการทำศึกทางการทหาร 2 ปีนี้ด้วย รวมกันเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 17 ปีด้วยกัน

 

บัดนี้ อาจกล่าวได้ว่าทุกคนถูกเดินเกมโดยตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิเฮ่า ชนเผ่า หรือแม้แต่กองกำลังกบฏก็ตาม

 

เหล่ากองกำลังกบฏคิดว่าชนเผ่ากำลังพยายามหาทางล้างแค้น นี่คือสิ่งที่ที่ปรึกษาทางทหารได้เน้นย้ำกับพวกเขา พวกเขาไม่ได้คาดหวังให้ชนเผ่าเข้าโจมตีเมืองหลวงและก่อตั้งอาณาจักรขึ้น มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต หากไม่ใช่เพราะเรื่องความบาดหมางล่ะก็ เหล่าชนเผ่าก็คงจะไม่เดินทัพลงมาจากเทือกเขานั้น

นิยายทั้งหมด

ตอนล่าสุด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!