*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 50: ร้านน้ำแข็งใส

 204 Views

ในที่สุดถงเจี่ยก็ลุกขึ้นมาจากพื้นเมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควร เขามองไปที่สิ่งของชิ้นเล็กในมือของเหยินปาเชียนด้วยความกังวลใจ และถอยหลังออกมาสามก้าวยาว ๆ อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาได้เห็นผียังไงอย่างงั้น

 

เมื่อได้เห็นสีหน้าของถงเจี่ยแล้ว เหยินปาเชียนก็รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย เหยินปาเชียนยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ถงเจี่ย ถงเจี่ยได้หลบให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของเหยินปาเชียน

 

อย่างไรก็ตาม ความต้านทานต่อกระแสไฟฟ้าของชาวต้าเย่าถือว่าธรรมดา แข็งแกร่งกว่าชาวโลกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เจ้าของร้านบอกไว้ว่ากระบองช็อตไฟฟ้าจะทำให้แม้แต่ชายที่แข็งแกร่งต้องถึงกับล้มลง และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้โกหกแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าถงเจี่ยจะไม่ได้หมดสติ แต่เขาก็ตัวสั่นอยู่พักหนึ่งและล้มลงกับพื้นทันทีที่สัมผัสกับกระบองช็อตไฟฟ้า เขาเพิ่งจะได้ผ่อนคลายหลังจากช่วงเวลาอันยาวนาน

 

“รู้สึกยังไงบ้าง ?” เหยินปาเชียนถามถงเจี่ย

 

“รู้สึกชา เป็นตะคริวอยู่พักนึง คลื่นไส้ แล้วก็ปวดนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่ของนั่นมันคืออะไรรึ ?” ถงเจี่ยกล่าวขณะที่เขาหลบอยู่ห่าง ๆ เขาหันไปด้านข้างและอาเจียนออกมาสองครั้ง

 

ใช่แล้ว มันคล้ายกับตอนที่ชาวโลกโดนไฟฟ้าช็อตนั่นเอง

 

เหยินปาเชียนครุ่นคิดและยกมือให้ตงเจี่ย จากนั้นเขาก็เก็บกระบองช็อตไฟฟ้าไว้ที่บริเวณเอวของเขา และเดินไปที่สนาม จากระยะที่ไกลออกไป เหยินปาเชียนสามารถมองเห็นได้ว่ามีคนงานเพียงไม่กี่คนที่นั่งพูดคุยกันอย่างเอ้อระเหยที่ด้านหน้าสนาม

 

เมื่อเห็นว่าเหยินปาเชียนมาหา พวกเขาจึงรีบลุกขึ้นยืนทักทายเขา “ท่านผู้ดูแลเหยิน”

 

“ข้ามาที่นี่เพื่อตรวจดูน่ะ” เหยินปาเชียนกล่าวพร้อมกับกวาดสายตาไปทั่วสนาม เขาบอกได้ว่าพวกเขาเพิ่งจะรดน้ำพืชไปหมาด ๆ

 

“อย่าลืมรดน้ำพืชเป็นประจำล่ะ เพราะแสงอาทิตย์มันอันตรายมากนะ เมื่อหน่อใหม่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ และมันสามารถต่อต้านแสงอาทิตย์ได้แล้ว ก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” เหยินปาเชียนให้คำแนะนำ

 

“วางใจได้เลย ท่านผู้ดูแลเหยิน พวกเรารู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง” คนงานหลายคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

 

 

เมื่อทำการตรวจสอบว่าพืชถูกรดน้ำแล้ว เหยินปาเชียนก็สามารถปล่อยวางความคิดของเขาได้ เขากลับมานั่งเล่นที่ประตู

 

“ท่านเหยิน” ผู้ดูแลฉีมาจากที่ที่ห่างไกล “วันนี้เป็นวันเปิดร้านน้ำแข็งใสทั้งสองร้านนะ ทำไมไม่มาดูล่ะ ? ยังไงซะ ธุรกิจนี้ก็ได้รับการแนะนำจากท่าน จนถึงตอนนี้ ท่านก็ยังไม่ได้ไปที่นั่นเลย”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ดูแลฉีแล้ว เหยินปาเชียนก็คิดอยู่พักหนึ่ง เพราะเขาไม่มีอะไรจะทำ เขาจึงตามผู้ดูแลฉีไปที่ร้าน

 

เขายกคอขึ้น แล้วดึงเจ้าตัวน้อยทั้งสองออกจากขาของเขา และวางพวกมันลง เหยินปาเชียนลุกขึ้นทันที เขากลับไปที่บ้านของเขา และใส่เงินไว้ในเสื้อของเขานิดหน่อย และตามผู้ดูแลฉีออกจากพระราชวังไป

 

ร้านน้ำแข็งใสทั้งสองร้านนั้น ร้านหนึ่งตั้งอยู่ที่เขตโกวเจียไจ้ และอีกร้านหนึ่งตั้งอยู่ที่เขตยี่อู้หลี ร้านที่มีทำเลดีที่สุดอยู่บนถนนจิ่งหยาง ซึ่งยังไม่พร้อมสำหรับเปิดกิจการ

 

 

 

ทั้งสองคนไปที่เขตโกวเจียไจ้ก่อน เขตนี้ส่วนใหญ่เป็นบ้านของสามัญชน และเป็นเขตที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

 

ร้านอยู่ที่มุมถนน และมีแค่คนกระจัดกระจายที่หน้าประตูเท่านั้น มันเป็นโลกที่แตกต่างไปจากที่เหยินปาเชียนคาดการณ์ไว้

 

จากการคาดการณ์ของเหยินปาเชียน ถึงแม้ว่าร้านค้าจะไม่คึกคักเหมือนในตลาด แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีผู้คนบ้างสิ

 

แต่สิ่งที่เขาได้เห็นคือชายร่างกำยำที่มีผ้าเช็ดตัวอยู่บนไหล่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ประตู มีคนยืนอยู่ข้างหลังเคาน์เตอร์บาร์ นอกเหนือจากคนสองคนนี้ก็ไม่มีใครอีกเลย

 

“อ้าวพ่อ..มาทำอะไรที่นี่ ?” ชายร่างกำยำที่นั่งอยู่ตรงประตูลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นเหยินปาเชียนกับผู้ดูแลฉีเดินเข้ามาใกล้ร้าน เมื่อเขาอ้าปาก เสียงของเขาอาจจะได้ยินไกลออกไปถึงครึ่งถนนเลยทีเดียว

 

เสียงของพ่อลูกคู่นี้ต้องมาจากตระกูลเดียวกันและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นแน่แท้ เหยินปาเชียนกล้าที่จะอ้างว่าชายร่างกำยำคนนี้เป็นลูกชายแท้ ๆ ของผู้ดูแลฉี ยิ่งไปกว่านั้น เสียงของลูกชายนั้นดังยิ่งกว่าพ่อของเขาซะอีก

 

ถ้าหากว่ามีใครทำให้เหยินปาเชียนไม่พอใจในอนาคต เขาไม่จำเป็นต้องหันไปพึ่งใครเลย ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือให้ผู้ดูแลฉีกับลูกชายของเขาคุยกันเอง ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เหยินปาเชียนก็คิดว่าคนที่ทำให้เขาไม่พอใจจะต้องโดนฉีกเป็นชิ้น ๆ

 

“พูดอะไรอย่างนั้นน่ะพ่อหนุ่ม ข้าได้พาคนมาตรวจสอบสถานการณ์ที่นี่แล้ว” ผู้ดูแลฉีตะโกนสุดปอดอยู่ด้านขวาของเหยินปาเชียน

 

ในหัวของเหยินปาเชียนฟุ้งซ่านไปชั่วขณะ และเขาก็รีบวิ่งไปข้างหลังเหมือนกระต่ายตื่นตูม เขาถอยหลังไปสามก้าวอย่างต่อเนื่องและเมื่อนั้นเขาก็แยกตัวออกจากช่วงเสียงโซนิคของพ่อและลูกชายคู่

 

ตอนนี้พ่อกับลูกชายอยู่ด้วยกัน มันคงจะดีกว่าถ้าเขาจะหลบไปไกลกว่านี้

 

“ท่านเหยิน นี่เป็นลูกชายของข้า ฉีชิงซาน” ผู้ดูแลฉีแนะนำลูกชายของเขาพร้อมกับยื่นมือออกไป เขาต้องการแตะไหล่ของเหยินปาเชียนไป แต่ก็พลาดไป เขาหันหน้าไปและได้รู้ว่าเหยินปาเชียนที่อยู่ด้านข้างเขานั้น ตอนนี้อยู่ห่างออกไปสองเมตรแล้ว

 

“อ่าว ? ท่านเหยิน ท่านถอยไปข้างหลังทำไมกัน ? ข้าขอแนะนำให้รู้จัก เจ้าหมอนี่เป็นลูกชายข้าเอง” ผู้ดูแลฉียกมือให้เหยินปาเชียน

 

ราวกับว่าเหยินปาเชียนรากงอกติดพื้น เขาปฏิเสธที่จะเดินไปข้างหน้าโดยไม่คำนึงถึงชีวิตหรือความตาย เขาก้มคำนับจากระยะไกล “สะ..หวัดดี”

 

“ท่านคือท่านผู้ดูแลเหยิน ที่พ่อของข้าพูดถึงใช่มั้ย ? พ่อข้าบอกว่าท่านน่ะเป็นคนที่เฉลียวฉลาดและมีความรอบรู้” ฉีชิงซานเดินไปข้างผู้ดูแลฉีแล้วก็พูดกับเหยินปาเชียน ผู้คนเกือบครึ่งถนนหันหน้ามาดู

 

เหยินปาเชียนแสดงความเขินอายออกมาทางสีหน้า ตั้งแต่เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนประถม ก็ไม่มีใครกล่าวชมว่าเขาเป็นคนฉลาดเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่คนกว่าครึ่งถนนได้ยินคำกล่าวชมนั้นเป็นเรื่องน่าเขินอายมาก

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า !” ใครบางคนที่อยู่ห่างไกลออกไปหัวเราะในทันที

 

ผู้ดูแลฉีหันหน้าไปรอบ ๆ มันมาจากร้านข้าง ๆ นั่นเอง มันคือร้านที่ตั้งโดยชาวหยูน ซึ่งจำหน่ายของใช้ประจำวันและสินค้าเบ็ดเตล็ด เจ้าของร้านยืนอยู่ข้างประตูและไม่สามารถบดบังเสียงหัวเราะไว้ได้

 

“เจ้าเยาะเย้ยเพื่อนข้ารึ ?” คำพูดของผู้ดูแลฉีเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม แถมเขายังทำหน้าตาดุร้ายอีกด้วย ถึงแม้ว่าเจ้าของร้านชาวหยูนจะอยู่ที่ต้าเย่ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผู้ดูแลฉีก็ยังข่มขู่เขาอยู่ดี

 

“แล้วจะทำไม ข้าแค่นึกถึงเรื่องราวบางอย่างในอดีตเอง” เจ้าของร้านหัวเราะแดกดัน

 

“ช่างมันเหอะ เข้าไปคุยข้างในกัน” ใบหน้าของเหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความอึดอัด

 

ผู้ดูแลฉีมองหน้าเจ้าของร้านและพาลูกชายเข้าไปในร้าน

 

เมื่อทุกคนเดินเข้ามาในร้านแล้ว เจ้าของร้านก็หัวเราะเยาะ

 

คนฉลาดเหรอ ? มีคนฉลาดตั้งมากมายในโลกนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชาวต้าเย่าทุกคน

 

ไม่มีใครที่ไม่ฉลาดเลยในแคว้นหยูน

 

เขามองไปที่ร้านที่อยู่ถัดจากเขาและครุ่นคิดเป็นเวลานาน จนถึงตอนนี้ เขาก็ไม่รู้ว่าร้านนั้นทำอะไร ร้านอาหารเหรอ ? ก็ไม่ใช่ ร้านขายของชำเหรอ ? ก็ไม่เชิง ในตอนแรก เขาเห็นว่ามีโต๊ะมากมายจัดเรียงอยู่ข้างใน และคิดว่าเป็นร้านอาหารจริง แต่ในตอนนี้เขาค้นพบทีหลังว่ามันไม่ใช่เลย

 

ช่างมันเถอะ ใครจะไปสนใจพวกมันกัน ?

 

เปิดธุรกิจมาครึ่งวัน แต่ก็ยังไม่มีแม้แต่วิญญาณเข้ามา

 

ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาขายอยู่ภายใน ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาจะต้องปิดตัวลงหากทำธุรกิจแบบนี้

 

อากาศนั้นร้อนมาก มันยังคงจะดีกว่าสำหรับเราที่จะอยู่ในบ้านเพราะมันเย็นสบายกว่า

 

เจ้าของร้านไม่สนใจร้านค้าข้าง ๆ เขาหันหลังและเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหาที่พักผ่อน

 

 

 

เมื่อเข้าไปในร้าน เหยินปาเชียนก็ประเมินสภาพร้าน มันแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือมันสะอาดและเป็นระเบียบกว่าเดิม หากไม่ใช่ สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือจำนวนโต๊ะและเก้าอี้ที่เพิ่มขึ้น

 

“ตลอดช่วงเช้าไม่มีใครเข้ามาเลยหรอ ?” ผู้ดูแลฉีถามออกมา

 

“ไม่มีเลยพ่อ” ฉีชิงซานเกาหัว เขาเป็นคนเรียบง่ายและซื่อสัตย์ แถมเสียงของเขายังแผ่วเบาลงเล็กน้อยอีกด้วย

 

ดูเหมือนว่าสองพ่อลูกจะเคยพูดคุยอยู่ข้างนอกกันเสียงดัง เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาในร้านแล้ว พวกเขาก็ลดเสียงลง

 

ก็เหมือนกับคนทั่วไป เสียงของทุกคนโดยทั่วไปมักจะดังกว่าเมื่ออยู่ข้างนอก ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามปกติ เขาเพียงแต่ตำหนิในตอนแรกว่าเสียงของพ่อลูกคู่นี้ดังมากเกินไป

 

เหยินปาเชียนเดินไปรอบร้าน และขมวดคิ้วเล็กน้อย ทันใดนั้น เขาก็คิดถึงปัญหา ในตอนที่เขาเพิ่งจะเดินเข้ามาในร้าน ทำไมเขาถึงไม่เห็นแผ่นป้ายของร้านล่ะ

 

“แผ่นป้ายอยู่ไหน ?” เหยินปาเชียนยื่นมือออกมาแล้วก็ชี้ไปนอกประตู “แผ่นป้ายที่ควรจะอยู่ด้านบนของประตู ทำไมถึงยังไม่เอาไปแขวนล่ะ ?””

 

“ในตอนแรก ก็น่าจะส่งมาถึงในวันนี้อยู่หรอก ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผู้เฒ่าหลิ่วได้ดื่มเหล้าเมื่อคืนที่ผ่านมา และบอกตอนเช้าวันนี้ว่าเกือบเสร็จแล้ว มันจะถูกส่งมาในตอนบ่าย” ฉีชิงซานตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

ไม่มีแม้แต่แผ่นป้าย แถมยังไม่มีใครรู้ว่าร้านนี้ขายอะไรด้วย ถ้าใครเข้ามาล่ะก็ คงจะทะแม่ง ๆ นะ

 

ในขณะเดียวกัน เหยินปาเชียนก็คิดอะไรบางอย่าง ต้าเย่าไม่มีน้ำแข็งตลอดทั้งปี และคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีน้ำแข็งอยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีคำไหนที่สื่อถึงน้ำแข็งใสได้เลย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแขวนป้ายไว้ แต่คนอื่นอาจไม่เข้าใจความหมายของมันได้ เขาเกรงว่าพวกเขาจะต้องใช้วิธีอื่นในการเริ่มต้นธุรกิจซะแล้วล่ะ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!