*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 49: การทดสอบความต้านทานไฟฟ้าของชาวต้าเย่า

 209 Views

เมื่อเหยินปาเชียนมาถึงร้านตีเหล็ก เขาก็ได้เห็นกระดานไม้สีฟ้าวางอยู่ด้านหนึ่ง มันดูคล้ายกับท้องฟ้ายามค่ำคืนเลยทีเดียว จุดสีเงินนับไม่ถ้วนพาดผ่านพื้นผิวของกระดานกลายเป็นแม่น้ำสีเงิน

 

เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้กระดานไม้ จุดสีเงินที่ทำมาจากเงินหลอมนับไม่ถ้วน สะท้อนแสงเข้าไปในดวงตาของเขา ทำให้เขาเห็นภาพลวงตาเส้นทางที่เต็มไปด้วยดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

“พวกนี้เสร็จหมดแล้ว ท่านนำออกไปได้เลย เงินที่เหลือจากค่าตอบแทนก็เพียงพอแล้วล่ะ” เจ้าของร้านพูดโดยไม่เงยหน้าแต่อย่างใด

 

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรต่อกระดานไม้ที่ทำให้เหยินปาเชียนหลงใหล เนื่องจากกระดานเหล่านี้ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย เขาไม่ต้องการที่จะมองดูกระดานเหล่านี้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

เมื่อเหยินปาเชียนเดินเข้ามาใกล้กระดานไม้ เขาก็ได้เห็นว่ากระดานเหล่านี้ดูสวยงามมากขึ้นในตอนที่เขายืนห่างออกไป

 

แต่เขาก็พึงพอใจในผลงานนี้แล้วล่ะ

 

มาตรฐานการทำงานระดับนี้เพียงพอแล้วสำหรับเขา

 

หลังจากที่ตรวจสอบกระดานไม้ทั้งห้าอย่างละเอียดแล้ว เขาก็ไม่พบอะไรที่ขาดตกบกพร่องอีก

 

เขาเรียกเถ่เตากับเถิงหูหลุให้มาแบกกระดานไม้เหล่านี้ แล้วพวกเขาก็กลับไปที่สวนสัตว์ เมื่อมาถึงสวนสัตว์ พวกเขาเดินเข้าไปในบ้านของถงเจี่ย และประกอบกระดานไม้เข้าไปในเครื่องทำความเย็น แล้วก็วางมันไว้ข้างนอกบ้าน

 

เหยินปาเชียนมองไปที่เครื่องทำความเย็นจากมุมต่าง ๆ กระดานไม้ดูไม่สวยเท่ากับเมื่อสักครู่นี้ บางทีมันอาจจะสว่างเกินไป ภายใต้การส่องสว่างของแสงแดดโดยตรงนั้น ไม่เพียงแต่ดาวที่ทำมาจากเงินส่องแสงระยิบระยับเท่านั้น แต่ยังมีตำหนิอยู่บนกระดานไม้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

ทำไมกระดานเหล่านี้ถึงดูดีมากในร้านตีเหล็กเมื่อสักครู่นี้ล่ะ ? มันคงเป็นเพราะแสงภายในร้านไม่สว่างเพียงพอสินะเนี่ย

 

เหยินปาเชียนได้รู้ถึงปรากฏการณ์แปลก ๆ ซึ่งในที่ที่มืดเล็กน้อยสามารถปกปิดตำหนิของวัตถุได้อย่างง่ายดายทีเดียว

 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเขามองไปที่กระจกในห้องน้ำ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองดูหล่อขึ้นเป็นพิเศษ แต่ทว่า เมื่อเขามองไปที่กระจกใต้ดวงอาทิตย์ เขาก็รู้สึกว่าใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในกระจกไม่ใช่ใบหน้าของตัวเอง

 

มันช่างเป็นเรื่องที่น่าสลดใจซะจริง

 

ด้วยสิ่งที่เขาเข้าใจ เขาจึงนำเครื่องทำความเย็นกลับเข้าบ้าน เป็นไปตามคาด เครื่องทำความเย็นดูดีขึ้นในทันที

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเหยินปาเชียนปิดประตูและจุดตะเกียงน้ำมันสองดวงแล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันดูเหมือนกับเครื่องทำความเย็นของเครื่องบินขับไล่เลย

 

“มันดูไม่ดีหรอ ?” ด้วยสีหน้าที่พึงพอใจของเหยินปาเชียน เขาถามถงเจี่ยพร้อมกับพับแขน

 

“หากท่านผู้ดูแลเหยินบอกว่าดูดี มันก็ดูดีขอรับ” ถงเจี่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

เหยินปาเชียนมองไปที่เขาอย่างรวดเร็ว ใครกันที่บอกว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนทึ่มและซื่อตรงล่ะ ?

 

ต่อจากนั้น เหยินปาเชียนก็ได้เรียกให้คนแบกเครื่องทำความเย็นไปยังบ้านของตัวเอง ในตอนแรก เหยินปาเชียนคิดว่าจักรพรรดินีจะเรียกเขาเข้าไปในพระราชวังในวันนี้ แล้วเขาก็จะสามารถนำเสนออากาศเย็นกับนางได้

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขารอจนท้องฟ้ามืด แต่ก็ไม่มีใครมาจากพระราชวังเพื่อเรียกตัวเขาแต่อย่างใด

 

เหยินปาเชียนไปที่ห้องครัวและพบขาแกะที่เหลืออยู่ เขาตัดมันเป็นชิ้น ๆ และทอดลงในกระทะ แล้วก็กินจนเกลี้ยง

 

จากนั้น เขาก็เดินกลับไปที่บ้านแล้วก็นอน เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ได้กลับมาที่ดาวโลกแล้ว

 

ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นในช่วงสามวันนี้มากมายนัก เมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกเบื่อ เขาก็จะหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่ม เขาทำเช่นนี้ติดต่อกันสามวัน

 

ในช่วงสองวันของสามวันนี้ เขาก็ออกไปซื้อของด้วย เขาได้จัดซื้อเครื่องอ่านอีบุ๊คและได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับบ่อเกลือ การหล่อหลอม และเครื่องมือทำการเกษตรไว้ในนั้น นอกจากนี้เขายังเก็บนิยายไว้ในนั้นด้วย ซึ่งรวมถึงไซอิ๋ว สามก๊ก  ห้องสิน และนิยายออนไลน์ด้วย สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลาในอีกโลกและเติมเต็มเนื้อหาของเรื่องที่เขาเล่าให้องค์จักรพรรดินีฟัง

 

เมื่อชาร์จแบตเครื่องอ่านอีบุ๊คจนเต็มแล้ว สามารถใช้ได้ประมาณ 20 วัน ซึ่งน่าจะเพียงพอที่เขาจะใช้แล้ว

 

อีกสิ่งหนึ่งที่เหยินปาเชียนได้ซื้อมา คือกระบองช็อตไฟฟ้า สองครั้งแล้วที่เขาลืมซื้อเครื่องป้องกันตัวที่จำเป็นนี้เมื่อกลับมาสู่ดาวโลก ขนาดมันใหญ่กว่าต้นปาล์ม และดูคล้ายกับไฟฉาย ตามที่ระบุไว้ มันสามารถใช้งานได้ 20 นาทีกว่าพลังงานจะหมด โดยปกติแล้ว หากใช้แค่ 2-3 วินาทีทุกครั้ง ก็จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 100 ครั้งเลยทีเดียว

 

เหยินปาเชียนไม่เข้าใจเรื่องของเทคนิค เช่นแรงดันไฟฟ้าขาออก และความเข้มของกระแสไฟฟ้าขาออก เป็นต้น ด้วยพลังของมัน เจ้าของร้านในตอนนั้นได้บอกกับเขาด้วยเสียงอันลึกลับ “แม้กระทั่งคนที่มีกล้ามมากที่สุดก็ยังต้องล้มลงถ้าเค้าโดนสิ่งนี้ฟาดเข้าให้”

 

เหยินปาเชียนคิดว่า 2-3 วินาทีนั้นไม่เพียงพอสำหรับกระบองช็อตไฟฟ้าที่จะทำให้ชาวต้าเย่าล้มลงได้ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 วินาที แม้ว่าเขาจะไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายล้มลงได้ แต่เขาก็ยังสามารถทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายชาและแข็งไปทั้งตัวได้

 

หากไม่มีกระบองช็อตไฟฟ้าล่ะก็ เขาจะไม่มีอาวุธป้องกันตัวเลยหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาในโลกนั้น ด้วยร่างกายและความอ่อนแอของเขา ชาวต้าเย่าสามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะมีร่างโคลนนิ่งของเขาหลายร่างก็ตาม

 

การพกกระบองช็อตไฟฟ้าไว้ จะทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกปลอดภัยกว่า

 

ถ้าผมไม่สามารถชนะคุณในการสู้รบแบบตัวต่อตัวได้ล่ะก็ ผมจะใช้กระบองช็อตไฟฟ้าแทงคุณ ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกคุณทุกคนจะไม่กลัวไฟฟ้า

 

เหยินปาเชียนหวังว่ากระบองช็อตไฟฟ้านี้จะมีพลังมากมายตามที่เจ้าของร้านบอกมา เขาไม่กล้าลองแทงตัวเองเพราะเขากลัวความเจ็บปวด

 

ถงเจี่ยมีผิวที่หนาและกล้ามใหญ่โต บางทีเหยินปาเชียนน่าจะลองกระบองช็อตไฟฟ้ากับเขาดูนะ

 

หากไม่ได้ผลล่ะก็ เขาจะได้กลับไปหาเจ้าของร้าน

 

สิ่งสุดท้ายที่เหยินปาเชียนซื้อมาคือกล้องถ่ายรูป เขาต้องการถ่ายรูปสิ่งต่าง ๆ ในโลกนั้น อย่างเช่น กุ๋นกุ่นกับเถียนเถี่ยน หากรูปถ่ายของพวกเขาถูกโพสต์ลงในเน็ตล่ะก็ พวกเขาก็จะดึงดูดความสนใจได้มากมายอย่างแน่นอน

 

เหล่านักวิทยาศาสตร์บนดาวโลกยังสงสัยว่ามีสิ่งมีชีวิตนอกโลกอยู่รึเปล่า ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มาถึงโลกที่แตกต่างไปจากดาวโลกแล้ว

 

เป็นอะไรที่น่าเสียดาย ที่เขาไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับใครได้เลย

 

เหยินปาเชียนจำได้ว่ามีคนฉลาดคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า หากคนเราไม่ได้กลับบ้านมาด้วยความรุ่งเรืองหลังจากฝันไปไกล เขาก็อาจกลับบ้านด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมในเวลากลางคืนโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นก็เป็นได้ ในตอนนี้ ความมั่งคั่งร่ำรวยไม่ใช่แค่ประเด็นเดียวเท่านั้น ประเด็นหลักก็คือ เขาเป็นคนเดียวในต่างโลกที่ประสบปัญหาทั้งหมดนี้

 

เป็นอะไรที่น่าเสียดาย ที่เขาไม่สามารถบอกใครได้เลย เขาไม่กล้าแม้แต่จะใช้ชื่อนิรนามเพื่อเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงในเน็ตด้วยซ้ำ

 

เพราะฉะนั้น เขาจึงทำได้แค่โพสต์รูปถ่ายลงในเน็ต เพื่ออวดและแบ่งปันความรู้สึกของเขาให้กับผู้คน

 

เมื่อชาร์จแบตกระบองช็อตไฟฟ้าแล้ว เหยินปาเชียนก็ใส่เครื่องอ่านอีบุ๊คกับกล้องถ่ายรูปไว้ในกระเป๋าและได้หลับไป แล้วก็เคลื่อนย้ายไปยังโลกนั้น

 

เมื่อเหยินปาเชียนตื่นขึ้นมา เขาก็หยิบกล้องออกจากกระเป๋า เมื่อเขาออกจากบ้าน เขาก็ได้เห็นกุ๋นกุ่นกับเถียนเถี่ยนนอนหงายหลังอยู่บนพื้น

 

ก่อนที่เขาจะนำเจ้าตัวน้อยทั้งสองมาเลี้ยง เขาคิดว่าสัตว์จะนอนหงายท้องเพื่อนอนหลับ

 

เมื่อนำพวกมันมาเลี้ยงแล้ว เขาก็ได้รู้ว่าพวกมันมีท่านอนหลายท่า ท่านอนทุกท่าของพวกมันเต็มไปด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ

 

เหยินปาเชียนถ่ายรูประยะใกล้สองรูป แล้วก็ถอยออกมาเพื่อถ่ายรูปพวกมันจากทุกมุม เจ้าตัวน้อยทั้งสองก็ส่ายหัวและคลานมาหาเขา จากนั้น พวกมันก็กอดเขาอย่างนอนและร้องไม่หยุด

 

เมื่อถ่ายรูปหมีแพนด้าทั้งสองที่กอดขาเขาจากบนลงล่างแล้ว เหยินปาเชียนก็คล้องกล้องไว้ที่คอแล้วก็เล่นกับพวกมัน หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ไปตักน้ำและทำอาหารเช้ากิน

 

เมื่อรับประทานอาหารเช้าแล้ว เหยินปาเชียนก็ห้อยกระบองช็อตไฟฟ้าไว้ที่เอว และออกไปตามหาถงเจี่ย

 

ถงเจี่ยพิงกำแพงแล้วก็แคะขี้ฟัน พร้อมกับรอยยิ้มเหนียมอายอันเป็นเอกลักษณ์บนหน้าของเขา

 

เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีความสุขได้ทุกวัน

 

“ถงเจี่ย !” เหยินปาเชียนตะโกนสุดเสียง

 

“อ้าว..ท่านผู้ดูแลเหยินนี่” ถงเจี่ยวิ่งไปหาเหยินปาเชียนพร้อมกับหมุนนิ้วไปด้วย จากนั้น เหยินปาเชียนก็เห็นจุดสีดำถูกเหวี่ยงลงพื้นจากนิ้วของถงเจี่ย

 

“ถงเจี่ย ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”

 

“พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาได้เลยท่านผู้ดูแลเหยิน !” ถงเจี่ยพูดออกมา เขารู้ดีว่าเหยินปาเชียนใจกว้างมากด้วยเงินของเขา ก่อนหน้านี้ เหยินปาเชียนได้ให้เงินหนึ่งตำลึงสำหรับการทำงานหนึ่งวัน

 

ถึงถงเจี่ยไม่ได้ฉลาด แต่เขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าเขาต้องประจบเหยินปาเชียน

 

“ข้าต้องการจะทดสอบโดยการแทงท่านด้วยสิ่งนี้ ท่านโอเคมั้ย ?” เหยินปาเชียนถามพร้อมกับหยิบสิ่งที่เหมือนไฟฉายออกจากเอว เขาทำหน้าตาดูเป็นมิตร

 

“นี่คืออะไรรึ ท่านผู้ดูแลเหยิน ? ข้าโอเค ท่านแทงข้ามาได้เลย” ถงเจี่ยตอบด้วยความมั่นใจ

 

สิ่งนี้จะมีพลังมากแค่ไหนกัน ? ดูเหมือนจะเป็นแค่แท่งไม้ และไม่มีแม้แต่ปลายหัว

 

“อ๊ากก… อ๊ากกก…” ร่างกายของถงเจี่ยชักดิ้นชักงอ ราวกับเขากำลังเต้นท่าซอมบี้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!