*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

WOD ตอนที่ 14-(1) หมอบซุ่มจำศีล (4)

 96 Views

ตอนที่ 14-(1) หมอบซุ่มจำศีล (4)

 

เนื้อความในตำรานั้นได้ถูกขีดเขียนไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

 

‘ศาสตร์วิชานี้สามารถช่วยยืดอายุขัยให้ยืนยาว เพิ่มพูนอัตราการไหลเวียนโลหิตและหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในส่วนตันทั้งห้า[1] ช่วยรักษาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งระดับการบ่มเพาะลึกซึ้งเพียงใด ผลลัพธ์ที่ปรากฎก็ยิ่งเลิศล้ำเพียงนั้น’

 

‘ช่วยรักษาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายใน?’

 

หัวใจของลู่เซิ่งถึงกับเต้นผิดไปจังหวะหนึ่ง

 

“กงจื่อ ต้องรับอาหารแล้วนะเจ้าคะ นี่ก็ช่วงปลายยามจื่อ[2]เข้าไปแล้ว…..”

 

เสี่ยวเฉียวส่งเสียงแว่วมาจากอีกฟากของประตู

 

ลู่เซิ่งขยับบ่าไหล่เพื่อออกกำลังเล็กน้อย จากนั้นก็ผลักประตูเปิดออกไป มองเห็นเสี่ยวเฉียวนั่งชะเง้อชะแง้คอมองอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กที่ด้านนอกประตู แม้กระทั่งตัวนางเองยังไม่รู้ว่ารอคอยอยู่อย่างนั้นนานเพียงใดแล้ว

 

ยามจื่อปลายนี้ ก็คือช่วงครึ่งหลังของยามจื่อแล้ว (ช่วงเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง)

 

ตามระบบการแบ่งเวลาของต้าซ่ง ผู้เคาะบอกเวลา[3]จะแบ่งเวลาในหนึ่งวันออกเป็น 12 ชั่วยาม แต่ละชั่วยามจะกอปรไปด้วยเวลาสองชั่วโมง อีกทั้งแต่ละชั่วยามจะแบ่งออกได้เป็นช่วงต้นกับช่วงปลาย

 

นั่นก็หมายความว่า ยามนี้เป็นช่วงเวลาระหว่างเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งเข้าไปแล้ว

 

“ดึกดื่นถึงเพียงนี้?” ลู่เซิ่งรำพึงขณะที่กวาดตามองไปรอบๆ ลานกว้างส่วนอื่นๆ เสียงดังจอกแจกจอแจที่ดังแว่วอยู่เสมอตอนช่วงเวลาระหว่างวันในบริเวณลานกว้างส่วนอื่นๆ นั้น ยามนี้ล้วนมีเพียงความเงียบสงัดวังเวงแผ่ปกคลุมเป็นผืนเดียว

 

ลมกลางคืนกรีดพัดหวีวหวิว แว่วเสียงเคาะดังก๊องแก๊งของผู้เคาะเกราะบอกเวลาซึ่งกำลังเดินผ่านไปที่ด้านนอกดังมาให้ได้ยิน

 

“ตอนนี้จะยังเหลืออะไรให้กินหรือไม่” ลู่เซิ่งเดินมุ่งหน้าไปยังห้องครัว

 

ห้องครัวของจวนตระกูลลู่นั้นตั้งอยู่ระหว่างตัวตึกส่วนหน้ากับสวนจีนด้านหลัง ต้องเดินผ่านสวนออกมาจึงจะไปถึง

 

“บ่าวบอกให้ห้องครัวเก็บอาหารไว้แล้วเจ้าค่ะ ให้เก็บไว้ทุกอย่าง อย่างละนิดอย่างละหน่อย นำไปอุ่นเสียหน่อยก็ใช้ได้แล้ว”

 

ทั้งสองคนเดินลัดเลาะไปตามซุ้มทางเดินอันทอดยาว ออกจากสวนด้านหลังแล้วก็เลี้ยวซ้ายตรงไปยังลานห้องครัวเล็ก

 

ที่ลานห้องครัวนั้นมีโต๊ะเก้าอี้วางตั้งไว้ระเกะระกะเจ็ดแปดตัว มีไว้สำหรับให้พ่อครัวแม่ครัวและคนครัวไว้ใช้ทานอาหารโดยเฉพาะ

 

ขณะที่ทั้งคู่เพิ่งจะเดินเข้าไปยังลานครัว ก็พลันพบเห็นว่าที่มุมโต๊ะมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่แล้ว กำลังจัดการกวาดอาหารที่เหลือเก็บไว้สำหรับลู่เซิ่งเข้าไปเต็มปาก

 

“ต้าเกอ(พี่ใหญ่) เหตุใดดึกดื่นป่านนี้จึงยังไม่นอนอีกเล่า” ผู้ที่กำลังสวาปามอาหารอยู่นั้นพลันยกศีรษะขึ้นมา ถึงกับเป็นเด็กสาวผู้หนึ่ง นางมีใบหน้างดงามขาวกระจ่าง บุคลิกท่าทางเปิดเผยไร้เดียงสาอย่างยิ่ง

 

“ชิงชิง?” ลู่เซิ่งจ้องมองอย่างคาดไม่ถึง “นี่เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

เขาทรุดกายนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม มองดูลู่ชิงชิงทานอาหารเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย

 

นี่ก็คือน้องสาวของเขาที่มีแม่สองเป็นผู้ให้กำเนิด นางและเขาต่างมารดาทว่ามีบิดาคนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม่สองมักจะให้การดูแลเอาใจใส่เขาราวกับเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเองอยู่เสมอ ถึงขั้นที่ว่าบางครั้งยังเอาใจใส่ดูแลเขาดียิ่งกว่าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยซ้ำไป

 

ในความทรงจำของลู่เซิ่งคนก่อน สำหรับกับทั้งแม่สองและลู่ชิงชิงผู้นี้ ความรู้สึกที่มีให้ล้วนลึกซึ้งเต็มเปี่ยม ไม่เหมือนที่รู้สึกกับพี่สาวน้องสาวหรือน้องชายคนอื่นๆ

 

“ก็เพิ่งกลับมาถึงนี่แหละ หิวโหยจนแสบท้องไปหมด จึงต้องรีบมาที่นี่ แล้วก็ได้พบว่าที่บนโต๊ะมีอาหารวางไว้เต็มเปี่ยม ยังคิดว่าจัดเตรียมไว้ให้ข้าเสียอีก”

 

บนหลังของลู่ชิงชิงพาดกระบี่ไว้เล่มหนึ่ง บนร่างสวมชุดตัวยาวสีฟ้าสดใส ที่หน้าอกมีแถบผ้ารัดพันไว้แน่นหนา หากไม่ใช่เพราะใบหน้าอันงดงามน่ารักของนาง เพียงมองจากเรือนร่างจะไม่อาจบอกได้เลยว่านางเป็นเด็กสาวผู้หนึ่ง

 

“เจ้าไม่ควรกลับมา….” ลู่เซิ่งถอนหายใจแผ่วเบา

 

“เพราะเหตุใด” ลู่ชิงชิงลดชามข้าวลง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเย็นชา “ฉูต้าเกอต้องตกตายไปในสภาพการณ์ที่ไม่แน่ชัด ที่แท้แล้วตระกูลของท่านลุงฉูได้ไปท้าทายเภทภัยจำพวกใดเข้ากันแน่? เรื่องผีร้ายมารชั่วอันใดนั่นล้วนแต่เป็นเรื่องเหลวไหลไปเสียเจ็ดแปดส่วน ข้าไม่เชื่อถือเรื่องพวกนี้สักนิด!”

 

“แล้วเจ้าคิดเห็นอย่างไร” ลู่เซิ่งจ้องเขม็งไปที่นาง

 

“ที่ข้ากลับมาก่อนกำหนดครานี้ ก็เพื่อจะค้นหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของฉูต้าเกอ และจับกุมฆาตกรมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้!” ลู่ชิงชิงเอ่ยอย่างเอาจริงเอาจัง ในดวงตามีรังสีฆ่าฟันสายหนึ่งวาบผ่านไป

 

ลู่เซิ่งจ้องมองน้องสาวลำดับสองผู้นี้ นิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจาใดอยู่เนิ่นนาน สีหน้าของลู่ชิงชิงพลันมีความขุ่นเคืองสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมา

 

“พี่ใหญ่ ฉูต้าเกอตกตายไปแล้ว อย่าบอกนะว่าท่านเองก็ไม่คิดจะค้นหาตัวฆาตกรที่แท้จริง?!”

 

“ข้าได้ลองสืบค้นดูแล้ว หาได้มีเงื่อนงำอันใดไม่…” ลู่เซิ่งส่ายศีรษะ “มิอาจจะค้นหาเบาะแสที่นำไปสู่ตัวฆาตกรได้เลย ร่องรอยอันใดก็ล้วนแต่ไม่มีอยู่ คนตระกูลฉูหลายสิบคน เพียงคืนเดียวก็ต้องตกตายไปอย่างน่าอนาถจนหมดสิ้น ทว่ากลับไม่มีเค้าโครงข่าวสารคลื่นลมแม้แต่น้อย”

 

“ข้าไม่เชื่อ!” ลู่ชิงชิงกระทืบเท้าลุกขึ้นยืน “ข้ากินอิ่มแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มไปตรวจสอบ พี่ใหญ่ ข้าคงต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้ว”

กล่าวจบนางก็สาวเท้าก้าวยาวๆ ออกจากลานเล็กแห่งนั้น

 

“เสี่ยวเฉียว เจ้าอยากจะไปที่ห้องข้าหรือไม่” ขณะที่นางก้าวเท้าเดินผ่านเสี่ยวเฉียว ก็เอ่ยถามขึ้น

 

เสี่ยวเฉียวสั่นศีรษะด้วยสีหน้าหดหู่ตรอมตรม เห็นได้ชัดว่าการกล่าวถึงเรื่องที่เกี่ยวกับฉูต้าเกอนั้น ทำให้สภาพจิตใจของนางหม่นหมองลง

 

วิธีการที่ฉูเต้าหรานปฏิบัติต่อผู้อื่นนั้น ชวนให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนเอาใจใส่ทั้งยังเปี่ยมมารยาทเป็นอย่างยิ่ง จะอย่างไรนางก็ไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าจู่ๆ คนที่ดีงามเช่นนั้นก็ต้องมาตกตายไปในชั่วพริบตา

 

หลังจากลู่ชิงชิงจากไปแล้ว ลู่เซิ่งก็นั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น รอให้เสี่ยวเฉียวช่วยอุ่นอาหาร จากนั้นก็เริ่มรับประทานส่วนที่เหลืออยู่

 

‘ตั้งแต่ที่ชิงชิงจากไปเพื่อกราบคารวะอาจารย์และเริ่มฝึกฝนวิชายุทธ์ก็ผ่านไปได้ร่วมห้าปีแล้ว นักพรตเถี่ยซางท่านนั้นก็เป็นถึงปรมาจารย์ด้านกระบี่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในเมืองจื่อหวา ทว่าจนถึงป่านนี้ ก็ดูเหมือนว่านางยังไม่อาจฝึกฝนพลังภายในออกมาได้เลยแม้แต่น้อย’

 

หากผู้คนมีการฝึกตนในศาสตร์เน่ยกง(พลังภายใน)แล้วล่ะก็ ตามที่ได้บันทึกไว้ในตำราวิชากระเรียนหยก ผู้ฝึกล้วนแต่ต้องมีกลิ่นอายสะกดข่มผู้คนอยู่ในประกายตาทั้งสองข้าง

 

ยิ่งพลังภายในลึกล้ำ สภาวะจิตแลวิญญาณที่แผ่ซ่านออกมาจากประกายตาก็จะยิ่งสว่างเจิดจ้า

 

ทว่าน้องสาวลำดับสองลู่ชิงชิงของเขาคนนี้ ประกายตากลับมืดหม่นสลัวราง เปรียบเทียบกับคนธรรมดาทั่วไปแล้วมิได้มีสิ่งใดแตกต่างกันเลย เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่สามารถบ่มเพาะพลังภายในขึ้นมาได้

 

‘เป็นเช่นนี้ก็นับว่าถูกต้องแล้ว ไหนเลยผู้บ่มเพาะพลังภายในจะหาได้เกลื่อนกลาดเยี่ยงหัวผักกาดที่หาได้ทุกหนทุกแห่ง เพียงแต่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งพิสูจน์ได้ว่าตวนมู่หว่านผู้นั้นช่างไม่ง่ายดายโดยแท้…..’

 

ลู่เซิ่งลอบพึมพำกับตนเองโดยไม่รู้ตัว จิตใจกลายเป็นหนักอึ้ง จากนั้นจึงเริ่มจดจ่อความคิดอยู่กับการรับประทานอาหารตรงหน้า

 

—————————

[1] อวัยวะภายในส่วนตันทั้งห้า (五脏) มาจากคำเต็มๆ คือ อวัยวะภายในห้าตันหกกลวง (五脏六腑) เป็นการแบ่งอวัยวะในทางแพทย์แผนจีน: อวัยวะภายในตันทั้ง 5 ได้แก่ ตับ (肝) หัวใจ (心) ม้าม (脾) ปอด (肺) ไต (肾) และอวัยวะภายในกลวงทั้ง 6 ได้แก่ ถุงน้ำดี (胆) ลำไส้เล็ก (小肠) กระเพาะอาหาร (胃) ลำไส้ใหญ่ (大肠) กระเพาะปัสสาวะ (膀胱) และซานเจียว (三焦)

[2] ยามจื่อ ช่วงตั้งแต่ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง

[3] ผู้เคาะบอกเวลา สมัยก่อนของจีนจะมีคนที่คอยเคาะเกราะบอกเวลาตามบริเวณต่างๆ ครับ ในนิยายหรือในหนังเวลาที่เกิดเหตุฆาตกรรมแบบตายกันทั้งบ้าน ก็มักจะเป็นคนนี้แหละครับที่ไปเจอศพก่อนคนอื่น(ฮา) ของไทยสมัยก่อนตอนที่ยังไม่มีนาฬิกาใช้กันแพร่หลายก็อาศัยฟังเสียงกลองที่พระท่านตีตอนฉันเพลนี่ล่ะครับเป็นตัวบอกเวลา บ้านผมเองก็อยู่ใกล้วัด นึกถึงสมัยเด็กๆ เลย ^^

 

 

——————————————-

Fanpage  “มรรคาพญามาร Way of the Devil”

https://www.facebook.com/WOD.ThaiTranslate

——————————————-

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!