*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 41: ความอัปยศอดสูของมนุษย์โลก

 261 Views

ถึงจะเรียกว่าไก่ตุ๋นเห็ดหอมก็เถอะ แต่อาหารจานนี้ก็ทำมาจากนกจาบปีกอ่อนหัวเทาอกชมพู เนื้อของมันรสชาติดีกว่าเนื้อไก่ธรรมดา ก่อนที่จะเอามันออกจากหม้อ กลิ่นหอมฟุ้งของมันเข้าจมูกทุกคนในห้องครัวหลวง ทำให้พวกเขาน้ำลายไหลกันเลยทีเดียว

 

หมูทอดผัดเปรี้ยวหวานนั้นทำมาจากเนื้อสัตว์ที่มีชื่อว่าหยิ่นจง (印忠: Yìn Zhōng) เนื้อสัมผัสของมันมีความคล้ายคลึงกับเนื้อหมู เนื้อตุ๋นน้ำแดงที่พวกเขาทำกันคราวที่แล้วก็ใช้เนื้อของมันเช่นกัน

 

มีวัวอยู่มากมายในต้าเย่า โดยเฉพาะควาย สามารถพบพวกมันได้บนที่ราบและในป่าทึบ ชาวต้าเย่าหลายคนเลี้ยงมันเช่นกัน นับได้ว่าเป็นแหล่งอาหารหลักของต้าเย่าเลยทีเดียว

 

เมื่อต้มผักแล้ว เหยินปาเชียนก็หาที่นั่งพัก พ่อครัวหลายคนวิ่งไปถามรายละเอียดเกี่ยวกับอาหารที่เขาทำ อย่างเช่นวิธีการใช้เครื่องเทศกับอาหารเหล่านี้ เหยินปาเชียนตอบคำถามของพวกเขาทีละคน

 

“ท่าน…เหยิน ผู้ดูแลโกวต้องการให้ท่านถวายพระกายาหารในวันนี้” พ่อครัวบอกกับเหยินปาเชียนเมื่ออาหารพร้อมแล้ว

 

“หืม ?” เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นมองหาผู้ดูแลโกว โดยปกติแล้ว เขามักจะเป็นคนเสิร์ฟอาหารให้กับองค์จักรพรรดินี

 

“นี่เป็นคำสั่งของพระองค์ พระองค์ต้องการให้ท่านถวายพระกายาหารพวกนี้ไปเป็นการส่วนตัว”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าเมื่อได้ฟังแล้ว เขาหยิบถาดโลหะขนาดใหญ่ขึ้นมาวางอาหารและชามข้าวไว้พร้อมกับฝาปิดอย่างระมัดระวัง

 

เมื่อเขาออกจากห้องครัวหลวงอย่างยำเกรงแล้ว เขาก็ได้เห็นพลทหารที่รอเขาอยู่ข้างนอก จากนั้นเขาก็เดินตามพลทหารตลอดทางไปห้องโถง

 

 

 

เมื่อเขามาถึงห้องโถงพระราชวังพร้อมกับอาหารแล้ว มีคนนึงนำอาหารไปด้านข้างเพื่อทดสอบสารพิษ และจากนั้นก็เสิร์ฟให้องค์จักรพรรดินี

 

ขณะเดียวกัน เหยินปาเชียนได้เฝ้าสังเกตการณ์กระบวนการนี้อย่างเงียบ ๆ จากชายบันไดที่นำขึ้นไปหาองค์จักรพรรดินี

 

“เล่าเรื่องต่อสิ !” จักรพรรดินีลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วเริ่มลองชิมอาหาร

 

เหมือนกับที่เหยินปาเชียนคิดไว้เลย นอกเหนือจากหมูทอดผัดเปรี้ยวหวานแล้ว จักรพรรดินียังชื่นชอบข้าวโพดผัดถั่วอีกด้วย ถึงนางจะเป็นผู้ปกครองแคว้นก็เถอะ แต่นางก็ยังเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบอาหารรสหวานเช่นกัน

 

เหยินปาเชียนนึกถึงตอนล่าสุดที่เขาเล่าถึงก็คือ “ซุนเซ็กคิดการใหญ่” เพราะฉะนั้นตอนต่อไปน่าจะเป็น “ลิโป้เสี่ยงทายเกาทัณฑ์”

 

หลังจากที่ฟังเรื่องเล่ามาซักระยะแล้ว จักรพรรดินีก็พูดขึ้นมา “มันก็แค่ 150 ก้าวเองหนิ แถมพวกเขาก็หมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มากเกินไปด้วย ในต้าเย่ามีพลเมืองมากมายนับไม่ถ้วนเลยล่ะที่สามารถยิงโดนเป้าหมายจากระยะไกลได้ จากสิ่งที่เจ้าเล่าให้ข้าฟังจนถึงขณะนี้ ข้าล่ะประหลาดใจจริง ๆ ที่แคว้นที่อ่อนปวกเปียกเช่นนั้นยังไม่ถูกทำลายอีก”

[ในตอนนี้ ลิโป้ได้ยิงเกาทัณฑ์โดนปลายทวนที่ประตูเมืองห่าง 150 ก้าว]

 

เมื่อได้ยินคำพูดของจักรพรรดินีแล้ว เหยินปาเชียนก็ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

ระดับความแข็งแกร่งของมนุษย์โลกกับคนในโลกนี้เหลื่อมล้ำกันมาก ซึ่งหาที่เปรียบมิได้เลย

 

ชาวต้าเย่าชอบส่งลูกเตะในทุกกรณี ถึงแม้จะโดนกำแพงอย่างหนักจนทำให้เกิดช่องว่างบนกำแพง พวกเขาก็ยังคงลุกขึ้นสู้ต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาในต้าเย่าไปแล้ว

 

หากมนุษย์บนดาวโลกได้รับลูกเตะ พวกเขาอาจจะตายตรงนั้นเลยก็เป็นได้

 

ไม่จำเป็นต้องสงสัยถึงความสามารถในการพังประตูเมืองด้วยมือเปล่าเช่นกัน

 

บางทีอาจมีแค่หลี่หยวนป้าในศึกจอมราชันย์ที่สู้กับพวกเขาได้

[ศึกจอมราชันย์ คือ ซีรี่ย์อิงประวัติศาสตร์จีน ออกอากาศทางทีวีในปี 2012]

 

เหยินปาเชียนได้รับอนุญาตให้ออกไปได้หลังจากที่เล่าเรื่องสามก๊กเป็นเวลา 6 ชั่วโมงด้วยกัน

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนออกไปแล้ว จักรพรรดินีก็ถือกระดาษไว้ในมือแล้วอ่าน ข้อความในกระดาษนี้เล่าถึงสิ่งที่เหยินปาเชียนทำที่ร้านขายยาเฉินอย่างละเอียด

 

“เขาเป็นคนที่ค่อนข้างใจดีเลยนะ” จักรพรรดินีพูดออกมา “แต่พวกเราควรจะส่งเสริมวิธีการของเขาก่อน…”

 

มีรายงานอีกอย่างหนึ่งซึ่งทำให้จักรพรรดินีสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือหนังสือทั้งสามเล่มที่เหยินปาเชียนนำมา ในตอนที่เหยินปาเชียนปรากฏตัว นางก็ไม่ได้สงสัยอะไรในตัวเขาเลย หนังสือสามเล่มที่ปรากฏขึ้นมานั้นเกี่ยวข้องกับความจริงที่เขาหายตัวไปทุกวันสองวัน

 

ถึงจักรพรรดินีจะไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหนก็เถอะ แต่นางก็รู้ดีว่ามันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เขาปรากฏตัวครั้งแรก เขาสามารถปรากฏตัวและหายตัวไปได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ เลย

 

นางสับสนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นางสามารถหาความจริงได้ในภายหลัง

 

มีเรื่องอื่นอีกที่นางสนใจ

 

ถึงต้าเย่าจะได้รับความเคารพและมีพลังอำนาจก็เถอะ แต่ผู้ปกครองก็ไม่ได้คิดตื้น ๆ ที่ผ่านมาเคยศึกษาเกี่ยวกับมหาจักรวรรดิเซี่ยและแคว้นหยูน นางรู้ถึงประโยชน์ของการศึกษา ช่างตีเหล็ก และเทคโนโลยีเป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ สถานการณ์ของต้าเย่ายังเป็นเหมือนเดิมตลอด เทคโนโลยีเกือบทุกอย่างพ่อค้าต่างแคว้นเป็นผู้นำเข้ามา

 

ผู้ปกครองในอดีตของต้าเย่าได้ส่งคนไปยังแคว้นอื่นเพื่อเรียนรู้จากพวกเขา แต่ก็ไม่มีประโยชน์

 

แรกสุด เหยินปาเชียนได้สอนการทำน้ำแข็งให้กับสวนสัตว์ จากนั้นเขาก็สอนวิธีการที่แปลกใหม่ในการห้ามเลือดของผู้หญิงที่เพิ่งให้กำเนิดลูก เพียงเพื่อที่เขาจะสามารถช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น

 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเหยินปาเชียนมีความสามารถ และใจกว้างพอที่จะแบ่งปันเทคโนโลยีและความรู้ของเขากับแคว้นต้าเย่า ซึ่งแตกต่างจากแคว้นอื่น ๆ

 

นางเห็นความเป็นไปได้ที่จะได้รับเทคโนโลยีและความรู้หลากหลายจากเหยินปาเชียน

 

หากเหยินปาเชียนเป็นลึกลับ นางก็สามารถใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อทำให้เขาคายความลับของเขาออกมาได้อยู่ดี

 

อย่างไรก็ตาม นางสามารถพูดได้ว่าเหยินปาเชียนเป็นคนใจดี จากการที่เขาจัดการเรื่องต่าง ๆ เขายินดีที่จะแบ่งปันความรู้ของเขากับคนอื่นและไม่เห็นแก่ตัวเลยแม้แต่น้อย

 

มันทำให้นางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้สามารถเชื่อถือได้และมีประโยชน์ ในตอนนี้ แคว้นต้าเย่าต้องการคนที่เหมือนกับเขามากที่สุด

 

 

 

โดยปกติแล้ว เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจักรพรรดินีคิดกับเขายังไง เช้าวันรุ่งขึ้น เขาจึงพาเถิงหูหลุและเถ่เตาไปล้างหนังสัตว์

 

ทั้งสองคนใช้มีดตัดเนื้อและเยื่อหุ้มออกจากหนังสัตว์ การเคลื่อนไหวของพวกเขารวดเร็วฉับไว การเฉือนในแต่ละครั้งทำให้เยื่อหุ้มหลุดออกไป เหยินปาเชียนคิดว่ากระบวนการนี้ดูน่าสนุก เขายื่นมือแล้วพูดออกมา “ไหนข้าลองบ้าง”

 

ด้วยสีหน้าที่ตรงไปตรงมาของเขา เถ่เตาได้ส่งมีดให้กับเหยินปาเชียน

 

เขาเฉือนไปครั้งนึง…

 

เหยินปาเชียนตัดเป็นรูบนหนังด้วยการเฉือนเพียงครั้งเดียว

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าเขาไม่ควรทำลายวัสดุเหล่านี้ต่อไป

 

เขาส่งมีดคืนให้เถ่เตาและไปเล่นกับกุ๋นกุ่นและเถียนเถี่ยน

 

กุ๋นกุ่นกับเถียนเถี่ยนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการกินแล้วก็นอน ในบางครั้ง พวกมันจะเล่นกับคนอื่นหรือเหยินปาเชียน คล้ายกับลูกกลิ้งสองลูก การเคลื่อนไหวของพวกมันน่ารักมากจนทำให้เขาตกหลุมรักมัน

 

ตอนที่ผู้คนในสวนสัตว์ได้เห็นเหยินปาเชียนเลี้ยงเจ้าตัวน้อยทั้งสองนี้เป็นสัตว์เลี้ยง ทุกคนก็ถึงกับส่ายหน้า ไม่เพียงแต่พวกมันกินไม่ได้เท่านั้น พวกมันก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการล่าสัตว์ได้อีกด้วย พวกมันรู้จักแค่การกินในทุก ๆ วัน และพวกมันก็โง่สุด ๆ ไปเลย ไม่มีใครเข้าใจเลยว่าทำไมผู้ดูแลเหยินถึงชื่นชอบพวกมันนัก

 

ยังไงก็เถอะ เหยินปาเชียนก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว

 

ยังไงซะมันก็คือหมีแพนด้า บนดาวโลก เขาทำได้แค่มองดูพวกมันจากระยะไกลเท่านั้น มากที่สุด เขาก็ทำได้แค่หยิบมือถือขึ้นมามาถ่ายรูปพวกมัน เขาจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและสัมผัสพวกมันเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเอามันมาเลี้ยงเลย

 

เหยินปาเชียนนั่งอยู่ที่บันไดหน้าประตูขณะที่เฝ้าดูเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่ปีนขึ้นปืนลงหัวเข่าของตัวเอง เขารู้สึกมีความสุขมาก

 

เขารู้สึกว่าครั้งต่อไปเขาควรจะนำมือถือมาด้วย เพื่อถ่ายรูปเจ้าตัวน้อยทั้งสองแล้วโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต

 

 

 

เย็นวันนั้น เหยินปาเชียนเข้าไปในพระราชวังอีกครั้ง คราวนี้ เขาทำหมูสองไฟ หมูทอดผัดเปรี้ยวหวาน และเมล็ดสนผัดข้าวโพดและถั่ว

 

คราวที่แล้ว หมูทอดผัดเปรี้ยวหวานคืออาหารโปรดของจักรพรรดินี นางกินหมูทอดผัดเปรี้ยวหวานมากกว่าครึ่งด้วยตัวเอง

 

คราวนี้ นางขอหมูทอดผัดเปรี้ยวหวาน

 

เหยินปาเชียนยอมรับว่าจักรพรรดินีองค์นี้มีความพอเพียงมากกว่าจักรพรรดิยุคโบราณที่เขารู้จักซะอีก อาหารของนางแต่ละมื้อมีเพียงข้าวต้มและกับข้าว 4 อย่าง แม้กระทั่งอาหารที่เรียบง่ายกว่าอาหารของผู้ใหญ่บ้าน

 

แน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงินของต้าเย่า ต้าเย่าไม่ได้ถือว่าร่ำรวย นอกจากนี้องค์จักรพรรดินีมิได้มีนิสัยฟุ่มเฟือยมากนัก

 

เมื่อเหยินปาเชียนเล่าถึงตอน “โจโฉเล่าปี่วิจารณ์วีรบุรุษ” จักรพรรดินีก็พูดขึ้นมา “โจโฉเป็นคนสำคัญก็จริง แต่น่าเสียดายที่เขาอ่อนแอไปหน่อยนะ…”

 

เมื่อคิดอยู่พักหนึ่ง เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าจักรพรรดินีกำลังจะสื่อถึงความแข็งแกร่งทางกายภาพของโจโฉ

 

ไม่ว่าจะเป็นลิโป้หรือขุนพลผู้กล้าหาญคนอื่น ๆ จักรพรรดินีก็จะดูถูกพวกเขา จักรพรรดินีบอกว่าชาวต้าเย่านับไม่ถ้วนสามารถกระทำในสิ่งที่ขุนพลผู้กล้าหาญกระทำในเรื่องได้ นางรู้สึกแปลกใจว่าตัวละครเหล่านี้ถูกเรียกว่าเป็น “ขุนพลผู้กล้าหาญ” ได้อย่างไร สำหรับนาง มันแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของมนุษย์โลก

 

มันทำให้เหยินปาเชียนพูดไม่ออก ดูเหมือนความแข็งแกร่งของมนุษย์โลกจะอ่อนแอเมื่อเทียบกับชาวต้าเย่า

 

เขารู้สึกว่ามนุษย์โลกน่าขายหน้าจากการดูถูกด้วยความเย่อหยิ่งขององค์จักรพรรดินี ในใจเขากำลังคิดถึงเรื่องที่เขาควรเล่าต่อจากเรื่องสามก๊ก ไม่ว่ากรณีใด เขาจะไม่เล่าเรื่องศึกจอมราชันย์เป็นอันขาด คราวหน้า เขาจะเล่าเรื่องไซอิ๋วหรือไม่ก็ห้องสินให้นางฟัง

 

หรือเล่าเรื่องสัปประยุทธ์ทะลุฟ้า หรือไม่ก็ชีวประวัติความเป็นอมตะของหานเป่าเปา (韩跑跑修仙传) เขาจะแสดงให้นางเห็นว่าโลกแห่งการต่อสู้ระดับสูงที่แท้จริงเป็นอย่างไร

นิยายทั้งหมด

ตอนล่าสุด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top
    error: Alert: Content is protected !!