ขนาดตัวอักษร

ตอนที่63 บังเอิญพูดความจริง

 318 Views

“นี่มัน….โอสถทลายสังหรณ์ขั้นยอดเยี่ยม!”

หวาง ฉินจี๋โห่ร้องด้วยความตกใจ

 

“นี่มันความจริงรึนี่! โอสถทลายสังหรณ์จัดอยู่ในระดับเดียวกับโอสถพญาเสือโคร่ง…แต่ความยากในการคัดสรรวัตถุดิบนั้นช่างซับซ้อนกว่ามาก”

“เจ้าหลานคนนี้…ช่างน่าทึ่งจริงๆ ที่สามารถหลอมโอสถได้ถึงขั้นยอดเยี่ยมแบบนี้ได้”

ใบหน้าของหัวหน้าหวางและหัวหน้าซุนมันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวหวัง หยวน

 

“หลานชายคนนี้เพียงแค่โชคเข้าข้างเท่านั้น…แม้แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าผลที่ออกมาจะได้ขนาดนี้”

หวัง หยวนได้กล่าวอย่างถ่อมตน แต่สีหน้าของเขาดีใจจนไม่สามารถเอาเก็บไว้ได้

 

หวาง ฉินจี๋มองไปยังหวัง หยวนพร้อมกล่าวอีกว่า

“เจ้าหลานชาย…เจ้าถ่อมตนเกินไปแล้ว”

“ความสามารถในด้านโอสถของเจ้ามันช่างเหนือล้ำยิ่งนัก…บางทีในอนาคต เจ้าอาจขึ้นเป็นอันกับหนึ่งในหมู่ผู้ช่วยฝึกหัดแห่งรัฐฉินเลยก็เป็นได้”

“ไม่ทราบว่าเจ้าอยากจะได้ชายแก่ๆคนนี้เป็นอาจารย์ของเจ้าหรือไม่?…ข้าล่ะอยากได้เจ้าเป็นศิษย์ยิ่งนัก!”

 

หัวใจของหวัง หยวนเต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะแล้วในตอนนี้ สิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครูคือ..โอกาสทองในชีวิตของเขา ที่เขากำลังจะได้รับจากหัวหน้าหวาง

 

หากเขาได้เข้าเป็นศิษย์ของผู้เป็นหนึ่งในหัวหน้าสมาคมที่อยู่เหนือการควบคุมแบบนี้ ในอนาคตเขาจะมีอำนาจอย่างมาก

 

หากเขาได้เป็นลูกศิษย์ของฉินจี๋ล่ะก็…ในอนาคตตระกูลหวังก็จะได้ผู้ทรงอำนาจค่อยหนุนหลังเป็นแน่!

หวัง ตงไห่พ่อของเขาคงภูมิใจในตัวเขาอย่างมาก เพราแท้จริงแล้ว…หวัง ตงไห่นั้นไม่มีเส้นสายเลยแม้แต่สักคน

แม้ว่าคฤหาสน์ดวงดาวจะใหญ่อยู่แล้ว แต่ก็ยังเผชิญหน้ากับข้อจำกัดมากมายอยู่ในขณะนี้…และหากได้สมาคมนักหลอมโอสถมาหนุนหลังพวกเขาแบบนี้ การก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

 

หวัง หยวนกล่าวตอบหยาง ฉินจี๋อย่างไม่ลังเล

“ท่านพ่อของข้าก็ต่างกล่าวชื่นชมและยกย่องในความสามารถของท่านเสมอมา และหากท่านพ่อของเขารู้ว่า…ข้าได้เป็นลูกศิษย์ของท่านแบบนี้  เขาคงยินดีเป็นอย่างยิ่ง!”

 

 

“เห้อ…แต่น่าเสียดาย ข้ารับปากแล้วว่า…ข้าจะรับเฟยเอ๋อเป็นศิษย์คนสุดท้าย นอกจากนี้เจ้าก็ยังเป็นคนในสมาคมอีก คนนอกที่ได้เห็นคงดูไม่ดี…แต่เอาเถอะ เจ้าจะเป็นศิษย์ภายใต้ชื่อของข้าล่ะกัน…เจ้าว่าไงล่ะ?”

 

ในครึ่งแรกที่หวัง หยวนได้ยินหัวใจของเขาก็ดึ่งลงสู่เหวทันที…แต่เมื่อได้ยินครึ่งหลัง หัวใจของเขาก็ได้ขึ้นจากเหวอีกครั้ง เขาดีใจกับข้อตกลงของหวาง ฉินจี๋อย่างมาก…ในอนาคตเขาจะได้สมาคมมาหนุนหลังตระกูลหวังของเขาแล้ว

 

หวัง หยวนตอบรับในทันที  “ศิษย์หวัง หยวนคนนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยท่านอาจารย์!”

 

หวาง ฉินจี๋ลูบเคราของตนด้วยความดีใจและกล่าวยอมรับว่า

“ดี…ดีมาก! เจ้ากับข้ามีฐานะเป็นศิษย์อาจารย์ตั้งแต่บัดนี้…และต่อไปก็ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมาย เอาล่ะ…พวกเราทั้งสองหยุดพูดคุยกันก่อนเถอะ มันจะทำให้การสอบรอบต่อไปล่าช้าเอา”

“เราจะคุยกันในเรื่องนี้หลังจากการสอบสิ้นสุดลง”

ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีของหวาง ฉินจี๋ในตอนนี้ ทุกคนที่เห็นสามารบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า…เขามีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ศิษย์เป็นหวัง หยวน

 

 

เฟิน หลิวปิงที่ได้เห็นดังนั้น…นางก็ขมวดคิ้วในทันที

ไม่ใช่ว่านางไม่พอใจหวัง หยวน แต่ในความเป็นจริงแล้ว…ยังมีลูกศิษย์อีกมากมายที่เก่งกว่าเขา เพื่อแค่ไม่ได้มาสอบในครั้งนี้เท่านั้น สำหรับนาง…หวัง หยวนยังอ่อนหัดเกินไป

 

ในฐานะที่เป็นคนของตระกูลราชวงศ์ เฟิน หลัวปิง นางรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่…ที่เห็นหวัง หยวนรีบร้อนเรียกหัวหน้าหวางว่าอาจารย์ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันดีเลยแท้ๆ

 

 

ตระกูลหวังและตระกูลซู ได้เป็นพันมิตรกันมานับสิบปี…ทั้งสองตระกูลได้ร่วมมือกันครอบครองตลาดในด้านโอสถไปมากกว่าครึ่ง เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้…แน่นอนว่าตระกูลราชวงศ์จะต้องรู้สึกกังวลเป็นธรรมดา ดังนั้นพวกเขาจึงแอบช่วยตระกูลเย่ในบางเรื่อง…เพื่อต้านอำนาจของทั้งสองตระกูลนั้น ป้องกันการผูกขาดของตลาดในด้านโอสถ

 

แต่ตอนนี้หวัง หยวนได้เป็นศิษย์ของหวาง ฉินจี๋เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั้นหมายความว่า…ตระกูลหวังจะมีผู้ทรงอำนาจอย่างสมาคมนักหลอมโอสถคอยหนุนหลังอยู่!

 

อิทธิพลของสมาคมนักหลอมโอสถนั้นเหนือกว่านิกายเมฆาราตรีซะอีก เนื่องจากสาขาย่อยของสมาคมนั้นได้กระจายไปทั่วพื้นที่ในทุกซอกทุกมุมของจักรวรรดิ

สำหรับตระกูลราชวงศ์ในตอนนี้ คงเจอกับปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว!

 

 

“การสอบระดับนักหลอมโอสถกำลังจะเริ่มขึ้นนับบัดนี้ ขอให้ผู้เข้าสอบทุกท่านโปรดมายืนตรงหน้าห้องสมุนไพร” ผู้คุมสอบตะโกนเรียกทุกคน

 

เมื่อเย่ หยวนกำลังจะเดินไปตั้งแถว…หวัง หยวนก็เดินเข้ามาหาเข้าพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“เย่ หยวน ข้าว่า…เจ้ายังถอนตัวทันเพื่อไม่ให้อับอายวงศ์ตระกูลของเจ้าเอง”

“อาจารย์ของข้าเองก็ไม่ชอบขี้หน้าเจ้าเช่นกัน คนที่ไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสโอสถอย่างเจ้าน่ะรึ…จะมาสอบในระดับนี้ ไม่เพียงแค่เจ้าเท่านั้นที่เสียหน้า…ทั้งอาจารย์เฟินและทุกๆคนในสำนักดานวูก็ต่างเสียหน้าไปด้วยเพราะเจ้า”

 

“ห้ะ? เจ้าหนุ่มนั้นไม่เคยสัมผัสโอสถเลยงั้นรึ?”

หวาง ฉินจี๋สะดุ้งทันทีที่ได้ยินหวัง หยวนกล่าวเช่นนั้น

 

“อาจารย์ ข้าโตมาพร้อมเย่ หยวน…รู้จักกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นข้าจึงรู้ดีว่า..เขาไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสสมุนไพรเลยด้วยซ้ำ หากเขาเข้ารับการสอบล่ะก็…ข้ากลัวว่าเขาจะทำให้พวกเราทั้งหมดเสียหน้า” หวัง หยวนแสร้งกล่าวอย่างเห็นใจ

 

“เย่ หยวน! นี่เจ้า…กล่าวท้าทายอำนาจข้างั้นรึ!”

หวาง ฉินจี๋โกรธอย่างมาก

 

เย่ หยวนไม่สนใจหวาง ฉินจี๋แต่อย่างใด และหันมาทางหวัง หยวนพร้อวกล่าวว่า

“จงอ่านปากข้า”

 

“หื้ม?” หวัง หยวนงงงวยกับท่าทางเย่ หยวน

 

“ไอ้-โง่” เย่ หยวนไม่ได้เปล่งเสียงออกมาแต่อย่างใด แม้จะไม่มีเสียง…แต่ทุกๆคนที่เห็นก็รู้ดีว่าเขาพูดว่าอย่างไร

เรียกได้ว่า..แม้แต่คนสติไม่ดีได้มาเห็น ก็ยังรู้เลยว่าเย่ หยวนกล่าวว่าอะไร

 

ในตอนนั้นทุกคนได้เงียบลงทันที เนื่องจากกำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดจะทน

“เย่ หยวน! นี่ข้าเตือนเพราะหวังดี..เพื่อตัวเจ้าเอง!”

หวัง หยวนระเบิดอารมณ์ออกมา

 

 

“ข้าละเหนื่อยใจกับความโง่ของเจ้าจริงๆ!  ใครบ้าง…ทั้งในเมืองหลวงและสำนักดานวูที่ไม่รู้ว่าข้าอยู่กับเจ้ามาตั้งแต่วัยเด็ก?”

“ทุกคนก็ต่างรู้ดีว่าเจ้าคิดยังไงกับข้า แล้วการที่เจ้ามาบอกหวังดีกับข้าแบบนี้…มันไม่ดูหน้าด้านไปหน่อยรึ? นี่เจ้าคิดว่าทุกคนในนี้โง่เหมือนเจ้ารึอย่างไร?” เย่ หยวนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

 

หวัง หยวนไม่คาดคิดเลยว่าเย่ หยวนจะมาสวนเขาด้วนคำพูดแบบนี้…การที่เย่ หยวนพูดออกมาแบบนี้ มันทำให้ทุกสายตาที่จับจ้องเขา…เหมือนกับว่ากำลังจับจ้องคนโง่คนหนึ่ง

 

“อย่าเปลี่ยนเรื่องเลยดีกว่า…เย่ หยวน”

“ในตอนนี้เข้ากำลังพูดถึงเรื่อโอสถอยู่….หากเจ้ายังพูดไร้สาระอยู่แบบนี้ มันจะทำให้ผู้อาวุโสหลายๆท่านเสียเวลา!” หวัง หยวนพยายามโต้แย้งกลับ

 

เย่ หยวนส่ายหน้าและถอนหายใจ

“ข้าเสียใจที่ล้อเจ้าว่า “ไอ้-โง่” ข้าขอโทษจริงๆ…”

 

“ฮ่าาๆๆ!” คราวนี้ไม่มีใครสามารถกลั้นเสียงหัวเราะได้อีกต่อไป…โดยเฉพาะเฟิน ฉีหลัว…เสียงหัวเราะของนางนั้นดังกว่าใครๆทุกคนที่อยู่ในห้องโถง

 

หน้าของหวัง หยวนได้ซีดลงทันทีที่ถูกหัวเราะเยาะ พร้อมกับตะโกนไปว่า

“อย่าพูดไร้สาระ…เย่ หยวน!”

 

“เข้าใจแล้วๆ ข้าไม่เคยเห็นคนโง่ที่ไหนที่ทั้งโง่และด้านเท่าเจ้ามาก่อนเลย…เอาล่ะ เข้าประเด็นกันดีกว่า”

“เจ้าบอกว่า…เจ้าเติบโตมาพร้อมกับข้าตั้งแต่วัยเด็ก ถูกต้อง…พวกเราโตมาด้วยกัน”

“แต่เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่เคยสัมผัสแม้แต่สมุนไพร? แม้จะโตมาด้วยกัน..แต่ก็ใช่ว่าเราทั้งสองจะตัวติดกันทั้งวัน? หรือว่าเจ้าแอบดูกิจวัตรประจำวันของข้าตลอดทั้งวันมาโดยตลอด…นี่เจ้าแอบดูข้าอาบน้ำด้วยรึไงกัน? ยังไม่รวมถึงตอนนอนอีก??”

“แม้เจ้าจะมีเซียนโอสถอยู่ข้างกายอย่างพ่อของเจ้า แต่…เจ้าลืมไปหรือป่าวว่า ข้าก็มีเซียนโอสถอยู่ข้างกายอย่างพ่อข้าเช่นกัน!”

“หากพ่อเจ้าสอนเจ้าได้…แล้วเห็นใดพ่อข้าถึงสอนข้าไม่ได้ล่ะ? ที่เจ้ากล่าวใส่ร้ายข้าแบบนี้…เพราะเจ้ากำลังปั่นหัวท่านหัวหน้าทั้งสองให้เกลียดข้า จุดมุ่งหมายของเจ้าช่างน่ากลัวจริงๆ  โอ้!…นี่ข้าพูดอะไรออกไปเนี่ย ขออภัยที่เปิดเผยเป้าหมายที่แท้จริงของท่าน! ”

เมื่อกล่าวเสร็จเย่ หยวนก็โค้งขอโทษหวัง หยวนในทันที…สิ่งเหล่านี้ที่เย่ หยวนกระทำลงไป มันทำให้ผู้คนในห้องโถงระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง

 

 

หวัง หยวนหันไปมองหน้าหวาง ฉินจี๋ และตามที่เขาคาดไว้…ใบ้หน้าของหวาง ฉินจี๋บูดบึ้งอย่างกับว่ากำลังถูกหวัง หยวนสวมเขาอยู่ เมื่อเห็บดังนั้น…หวัง หยวงจึงรีบอธิบายในทันที

“ท่านอาจารย์…อย่าไปฟังเย่ หยวน เจ้านั้นก็ดีแต่พูดไร้สาระไปวันๆ…ทั้งๆที่ข้าพูดเพราะความหวังดีแท้ๆ แล้วดูสิท่านอาจารย์…เขาทำให้ข้าเป็นตัวตลก แล้วข้าเองก็ไม่เคยเห็นเจ้านั้น…เข้าห้องหลอมเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันชัดเจนแล้วว่า…เขาไม่มีความรู้ในด้านโอสถเลยแม้แต่น้อย!”

 

หวาง ฉินจี๋ไม่สามารถตัดสินได้อย่างเต็มปากว่า แท้จริงแล้ว…เย่ หยวนมีความสามารถหรือไม่

ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า  “ดี! งั้นเจ้าก็ลองพิสูจน์ให้ข้าเห็นกับตา..เย่ หยวน!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top