*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่62 สิ่งสำคัญมักต้องกล่าวสามครั้ง

 269 Views

“ดี! ข้าผิดเอง..พอใจหรือยัง?”

“ไม่ต้องบอกข้า ข้าก็รู้ว่า..เจ้าโตมาแบบไหนกัน ถึงได้พูดจาไม่คำนึงถึงความรู้สึกคนอื่นเช่นนี้!”

“เรื่องของข้ามันคงเป็นปมสำหรับชีวิตเจ้าเลยงั้นสิ!?”

 

หลังจากนั้นนางก็เงียบไปครู่หนึ่ง…และไม่มีการตอบโต้ใดๆออกมาจากเย่ หยวนเลย…

 

เฟย ฉีหลัวไม่อาจจะทนความเงียบนี้ได้อีกต่อไป นางจึงเริ่มเอ่ยปากอย่างไม่เต็มใจอีกครั้งว่า

“ข้าขอโทษ…ที่ข้าพูดแบบนี้ไปมันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น จริงๆแล้วข้าไม่ได้โกรธหรือเกลียดเจ้าเลย ข้ากลัวว่า..เพราะคำพูดของข้าเมื่อครู่จะทำร้ายจิตใจเจ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเจ้าในตอนนั้นแล้ว…ข้าก็รู้สึกแย่ไม่น้อยกว่าเจ้าเลย”

“ดังนั้นมันจึงเป็นการดี…ที่พวกเราทั้งสองจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ด้วยกัน เจ้าอย่าคิดเล็กคิดน้อยเลยนะ…องค์หญิงเย่ของข้า อิอิ”

 

 

เย่ หยวนกลัวเฟิน ฉีหลัวเล็กน้อย หญิงสาวคนนี้เป็นคนที่คิดมากเกินไป…ใครจะรู้ว่าสักวันนางอาจจะไม่พอใจและหยิบดาบมาแทงเขาอีกก็เป็นได้? ครั้งต่อไปที่นางโจมตีมา…ขนาดตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะหลบพ้นหรือไม่

 

เขาไม่สนใจว่านางจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ในหอแห่งนักหลอมโอสถ…แต่สิ่งที่เขาสนใจคือนางเป็นถึงอันดับสามในหอแห่งนักสู้  ดังนั้น..หากวันดีคืนดี นางมาพร้อมกับดาบอีกครั้ง…วันนั้นมันอาจจะเป็นวันสุดท้ายของเย่ หยวนก็เป็นได้

 

ลึกๆแล้วเฟิน ฉีหลัวโกรธอย่างมาก นางไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับผู้ชายคนใดมาก่อนเลย

ไม่ว่าผู้ชายคนใดที่เห็นนาง พวกเขาเหล่านั้นมักจะเอาใจและตามใจนางเสมอมา…ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับนาง

แต่มันไม่ใช่กับเย่ หยวนเลย! อย่าว่าแต่อยากใกล้ชิดเลย…เขายังพยามซ่อนตัวจากนางด้วยซ้ำ!

 

เฟิน ฉีหลัวเติบโตมาอย่างไข่ในหิน และตัวนางเองก็ระมัดระวังเรื่องผู้ชายเป็นอย่างมาก

ในอดีตเคยมีชายคนหนึ่ง..แกล้งทำเป็นคนลึกลับน่าค้นหาและจงใจทิ้งระยะห่างจากนาง เพื่อให้นางสนใจในตัวเขา

แต่ในครั้งนี้…นางรู้สึกได้เลยว่าเย่ หยวน..ไม่ได้จงใจทิ้งระยะห่างให้นางสนใจ แต่กลับกันเลย…เขาดูรังเกียจและไม่อยากอยู่ใกล้นางเลยสักนิด สิ่งเหล่านี้มันทำให้นางรู้สึกถึงความพ่ายแพ้

 

“เหอะ!…อยากทำอะไรก็เชิญ แต่บอกข้ามาเลยว่า..เหตุใดเจ้าถึงบอกว่าข้าจะสอบไม่ผ่าน!”

ความจริงที่เฟิน ฉีหลัวอยากรู้ที่สุดในตอนนี้คือเรื่องนี้

 

“ทำไมข้าจะต้องบอกเจ้า?” เย่ หยวนกรอกตาไปมาอีกครั้ง…เขาไม่เคยเห็นนางถามอะไรแบบนี้มาก่อน

 

“นี่เจ้า!! ถ้าเจ้าไม่บอกล่ะก็ข้าจะ….”

เฟิน ฉีหลัวขู่เย่ หยวนเพื่อให้เขากลัวและในขณะนี้มือของนางก็อยู่ตรงบริเวณลำคอของเย่ หยวน พร้อมที่จะบีบทุกเมื่อ

ท่าทางเช่นนี้ของนาง..ได้ทำให้เย่ หยวนรู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อย

เย่ หยวนรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก แม้เขาจะเป็นถึงจักรพรรดิโอสถก็จริง…แต่ในตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีพลังเพียงระดับสี่เท่านั้น ดังนั้นเย่ หยวนไม่อาจจะขัดขืนใดๆได้เลย

 

ที่เฟิน ฉีหลัวต้องทำแบบนี้เพราะรู้ดีว่าเย่ หยวนคงไม่บอกนางง่ายๆแน่นอน…ดังนั้นนางถึงต้องใช้ไม้แข็งเช่นนี้

เย่ หยวนรู้ดีว่าในตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าเขาสามารถบีบคอเขาได้ทุกเมื่อและนางก็กล้าทำจริงๆ

เขายังอยากรักษาชีวิตนี้ไว้..เพื่อไปล้างแค้นคนทรยศนั้น ดังนั้นเขาไม่ต้องการที่จะมาตายแบบนี้

 

“ได้! เจ้าชนะ!” เย่ หยวนกล่าวอย่างไร้ทางเลือก

นี่เป็นครั้งแรกที่นางสามารถเอาคืนเย่ หยวนได้ นางรู้สึกอย่างกับความร้อนใจเมื่อครู่ได้จางหายไปจนหมด…ในตอนนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

ต้องใช้ไม้แข็งถึงจะยอม!

 

เย่ หยวนเริ่มอธิบายเหตุผลอย่างไม่มีทางเลือกทันที

“วรยุทธการเพาะปลูกที่เจ้ากำลังฝึกฝนอยู่…มันคือวรยุทธเซียนฟ้ามังกรคลั่งใช่หรือไม่?”

 

“หื้ม? เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

เฟิน ฉีหลัวถามกลับด้วยความประหลาดใจ

 

“อย่างที่คิดไว้เลย! มีหญิงสาวที่ไหนใช้วรยุทธเซียนฟ้ามังกรคลั่งในการเพาะปลูกพลังกัน?”

“เจ้านี่มันซื่อบื้อจริงๆ!”

 

“นี่! มีอะไรดีๆออกจากปากเจ้าบ้างไหมห่ะ!?”

 

“ก็ดูเจ้าสิ…จะไม่ให้ข้าว่าได้อย่างไร? นี่ข้ากำลังคุยกับซื่อบื้ออยู่จริงๆใช่ไหม”

“โดยปกติแล้วเพศหญิงนั้นมีธาตุหยางมาตั้งแต่กำเนิด และวรยุทธเซียนฟ้ามังกรคลั่ง…มันเป็นวรยุทธการเพาะปลูกสำหรับเพศชาย”

“จริงๆแล้วเจ้าควรจะเลือกวรยุทธเซียนฟ้าหงส์ร่ายรำ หากไม่เรียกว่าซื่อบื้อแล้วจะเรียกว่าอะไร?”

 

“ห่ะ! แล้วไง?”

“ข้าเป็นถึง….”

 

“เจ้าจะบอกว่า…เจ้าเป็นถึงอันดับสามแห่งหอนักสู้?”

เย่ หยวนได้กล่าวแทรกเฟิน ฉีหลัวในทันทีอย่างรู้ทัน พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่เยือกเย็นออกมาและกล่าวต่อว่า  “ปัจจุบัน เจ้าอาจจะมีฝีมือพอๆกับศิษย์พี่หลง…แต่ในอนาคต เจ้าจะถูกทิ้งห่างจนตามไม่ทัน”

“เนื่องจากวรยุทธการเพาะปลูกของเจ้า…ทั้งในด้านความเหมาะสมและในด้านพลังที่สูงเกินไป ที่บอกว่าสูงเกินไปเป็นเพราะ…อาณาจักรของเจ้าในปัจจุบัน ยังไม่เหมาสมที่จะใช้วรยุทธตระกูลนี้ในการเพาะปลูกพลัง”

“เจ้าเตรียมนั่งดูถึงความแตกต่างที่จะค่อยๆทิ้งห่างออกไปได้เลย…ระหว่างเจ้ากับศิษย์พี่หลง! คนอื่นๆมีแต่พัฒนาจุดแข็งและหลักเลี่ยงจุดอ่อน แต่เจ้ามันทึ้ม!…คนบ้าอะไรหลีกเลี่ยงจุดแข็งและพัฒนาจุดอ่อน เหตุผลเท่านี้เพียงพอที่จะเรียกเจ้าว่าซื่อบื้อได้หรือยัง?”

 

“นี่! เจ้าเชื่อหรือไม่ว่า…ข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้! หากกล้าก็ลองว่าข้าซื่อบื้ออีกสิ!?”

 

“ซื่อบื้อ! ซื่อบื้อ!…ซื่อบื้อได้เสมอต้นเสมอปลาย!”

“เอาล่ะ..ข้าได้ว่าเจ้าถึงสามครั้งแล้ว มาฆ่าข้าสิ!”

“ถ้าหากเจ้าฆ่าข้า…เจ้าก็ลืมไปได้เลยเกี่ยวกับเรื่องการก้าวข้ามไปยังอาณาจักรก่อเกิดนภา เจ้าจะไม่สามารถก้าวข้ามมันได้ชั่วชีวิต!” เย่ หยวนเผลอหลุดใส่อารมณ์ลงไปในคำพูดเหล่านั้น…เมื่อเขาได้สติ เขาก็รีบกลับมาเป็นคนเงียบครึมอีกครั้ง

 

“โลกใบนี้มันไม่มีอะไรมากไปกว่าหยินกับหยาง ทุกจิตวิญญาณของทุกสิ่งมีชีวิต..จำเป็นจะต้องมีหยินและหยางเสมอ หากจิตวิญญาณของเจ้าเป็นธาตุหยิน..เจ้าก็ต้องเพาะปลูกพลังแบบธาตุหยิน แต่เจ้ากลับใช้วรยุทธเพาะปลูกเป็นธาตุหยาง หากเจ้ายังใช้วรยุทธธาตุหยางเพาะปลูกพลังต่อไป…มันจะไปยับยั้งการพัฒนาของเจ้ารวมไปถึง…พลังจิตวิญญาณของเจ้าอีกด้วย แม้ว่าว่าเจ้าจะกินยาบำรุงมากเพียงใด…มันก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้ ในท้ายที่สุดมันก็จะถึงขีดขำกัดที่เจ้าสร้างขึ้นเองในไม่ช้า”

 

ในทีแรกเฟิน ฉีหลัวโกรธเย่ หยวนอย่างมาก…แต่เมื่อเย่ หยวนพูดแบบนี้ นางจึงเริ่มคิดถึงเรื่องในอนาคต

 

เย่ หยวนยังอธิบายต่ออีกว่า

“ในตอนนี้พลังจิตวิญญาณของเจ้าอยู่ในระดับที่ต่ำอย่างมาก…ต่ำเกินกว่าที่จะสอบผ่านในระดับนักหลอมโอสถได้ ดังนั้น..มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะจะผ่านการสอบในครั้งนี้ไปได้ และหากเจ้ายังคิดจะใช้วรยุทธธาตุหยางอยู่แบบนี้…พลังธาตุหยางก็จะสะสมอยู่ในร่างกายเจ้าต่อไปเรื่อยๆ และหากยิ่งมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งต่อต้านพลังปราณธาตุหยินในร่างกายเจ้า จนไม่สามารถที่จะพัฒนามันต่อได้อีก…ในท้ายที่สุดเจ้าก็จะไม่มีทางกลายเป็นนักหลอมโอสถได้อีกเลยตลอดไป!”

 

 

“หึ! เจ้ากำลังขู่ให้ข้ากลัวงั้นรึ!…เจ้าคิดว่าข้าจะหลงเชื่อกับคำพูดแค่นี้งั้นรึ?”

แต่แท้จริงแล้ว..ในใจของนางนั้นเชื่อเย่ หยวนไปหมดใจแล้ว แต่นางก็ยังปากแข็งอยู่เท่านั้น

 

 

“งั้นเหรอ? คิดอย่างงั้นจริงรึ?”

“เจ้าคงรู้สึกว่าเหตุใดในระยะหลังๆ…การเพาะปลูกของเจ้าถึงได้ช้าลงเช่นนี้?”

“ทุกวันในตอนเที่ยง..เจ้าจะรู้สึกอึดอัดร่างกาย อย่างกับว่าภายในร่างกายกำลังถูกแผดเผา..รวมไปถึงเส้นเลือดที่บวมขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ข้าพูดถูกหรือไม่?”

“หากเจ้ายังคิดว่า…ข้าเพียงแค่พูดขู่เจ้าให้กลัว งั้นก็ลืมๆสิ่งที่ข้าพูดเมื่อครู่ไปซะ”

 

สิ่งที่เย่ หยวนพูดมาทั้งหมด มันทำให้เฟิน ฉีหลิวขนลุกในทันที…สิ่งที่เย่ หยวนกล่าวมาทั้งหมดคือความจริง ในอดีตการเพาะปลูกของนางนั้นรวดเร็วอย่างมาก…แต่มันก็เริ่มช้าลงตั้งแต่ที่นางก้าวข้ามไปยังอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณ และความเร็วมันก็ช้าลงอย่างมากผิดกับตอนแรกๆ…เรียกได้ว่า ความเร็วได้ลดลงเหลือเพียงหนึ่งจากสามส่วนจากในอดีต

 

และปัจจุบัน…ในช่วงเที่ยงของทุกๆวัน ร่างกายของเฟิน ฉีหลัวจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน…อาการทุกอย่างมันตรงกับที่เย่ หยวนพูดไว้อย่างแม่นยำ

 

หรือว่า…ในอนาคตของนางจะเป็นไปตามที่เย่ หยวนกล่าวเอาไว้จริงๆ?

นางเลือกวรยุทธการเพาะปลูกผิดพลาดจริงหรือนี่?

 

“ยะ-เย่ หยวน…จ-เจ้าพูดอะไรไร้สาระ!”

ในขณะนี้ดวงตาของเฟิน ฉีหลัวมันเต็มไปด้วยว่างเปล่า ความภูมิใจตั้งแต่เริ่มจนถึงบัดนี้…นางผิดพลาดมาตลอดเลยจริงๆใช่ไหม?

 

“ไม่มีผู้ใดแก้ไขอดีตได้…แต่อย่างน้อยข้าก็ยังมีอยู่วิธีหนึ่งที่จะทำให้เจ้าผ่านการสอบนี้ไปได้”

 

“วะ-วิธีอะไรงั้นรึ?”

คำพูดของเย่ หยวนมันทำให้นางสิ้นหวังอย่างมาก แต่เมื่อได้ยินประโยคท้ายของเขา…นางก็รู้สึกว่ายังเหลือความหวังอยู่เล็กน้อย แม้จะไม่ค่อยอยากจะยอมรับเท่าไหร่…แต่เย่ หยวนคือหนทางเดียวสำหรับนางแล้ว สามารถเชื่อใจเย่ หยวนได้จริงๆใช่ไหม?

 

“ก่อนที่เจ้าจะเริ่มหลอมโอสถ…เจ้าจะต้องลดระดับพลังตนเองให้เหลือเพียงอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่ง จากนั้นก็กินโอสถบำรุงวิญญาณลงไปซะ และข้าขอแนะนำ…ให้เจ้าหลอมโอสถระดับสองอย่างง่าย แต่เจ้าก็ไม่ต้องกดดันอะไรตัวเองล่ะ…เพียงแค่หลอมโอสถอย่างที่เจ้าเคยฝึกมาก็พอ”

เย่ หยวนไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไรนัก เขาเชื่อว่านางหัวไวพอที่จะเข้าใจสิ่งที่เขากล่าวไปทั้งหมด…และเนื่องจากในระหว่างการสอบ เขาคงแนะนำนางอะไรไม่ได้มาก…ดังนั้นเขาจึงแนะนำทุกอย่างที่เขาคิดได้ในตอนนี้

 

“วะ-วิธี…วิธีของเจ้ามันจะได้ผลใช่ไหม?”

 

“ข้าได้บอกทุกอย่างไปหมดแล้ว มันขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่า..เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่?”

เย่ หยวนกล่าวอย่างไร้อารมณ์ใดๆ

 

ในขณะเดียวกันหวัง หยวนก็ได้ออกจากห้องหลอมพอดิบพอดี…วันนี้เป็นวันที่เขามีสมาธิและตั้งใจเป็นพิเศษ จึงทำให้เขา…ได้โอสถที่มีคุณภาพอย่างมาก!

 

 

“เจ้าหลานชายคนนี้มันร้ายจริงๆ! ความสามารถของเจ้าในด้านโอสถ…ช่างมากไปด้วยเสน่ห์ สมแล้วที่เป็นลูกของหวัง ตกไห่! โอสถเม็ดนี้คงมีคุณภาพที่สูงอย่างมาก!”

“ข้าขอรับเกียรติในการตรวจสอบนี้เอง!”

หวาง ฉินจี๋ได้ระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง

 

เมื่อหัวหน้าหวางกล่าวเสร็จ หวัง หยวนก็เดินตรงมันยังเขา…หวัง หยวนได้โค้งคำนับเขาพร้อมกับยื่นโอสถเม็ดนั้นไปให้  “ช่างเป็นเกียรติจริงๆ…หลานชายคนนี้ได้หลอมโอสถทลายสังหรณ์ โปรดตรวจสอบ”

แม้คำพูดของเขาจะดูนิ่งสงบ แต่ลึกๆในใจของหวัง หยวนมันเต็มไปด้วยความภูมิใจอย่างมาก

 

 

เมื่อหวาง ฉินจี๋ได้หยิบโอสถเม็ดนั้นขึ้นมาดู เพียงแค่แวบแรกที่เห็น…สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top